เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Look a Breathenimon
#366 คาราวานนางฟ้า


  • “ขอเชิญทุกท่านมาร่วมกันเสี่ยงทาย

    และนี่คือใบแรกที่เราได้ค่ะ”


    รูปภาพนี้ เมื่อเราจับเซียมซีได้เบอร์ที่ ๑๓


    “ถึงเมื่อวาน จนถึง ในวันนี้

    เจ้าหนูมี ชีวิต ความสุขดี

    เจอผองเพื่อน ฝูงใหม่ ชวนหนูมี

    เดินตามนี้ ทางไป คาราวาน”


    รูปภาพนี้ เรื่องราวของปีเตอร์ แรบบิท (อ่านมาแล้วนำมาเล่าสู่กันฟัง)

         เป็นเรื่องราวของเจ้ากระต่ายที่อยู่กับแม่และครอบครัว โดยปีเตอร์แอบหนีแม่ไปที่สวนของคนๆหนึ่งที่แม่บอกว่า อย่าเข้าไป และแอบไปกินผลไม้ในสวนเขา จนเขาออกตามล่า และเจ้าปีเตอร์หนีไปหลบที่รดน้ำต้นไม้ หลบหลายที่และเกือบเอาตัวไม่รอด แต่ด้วยไหวพริบ เลยนำมาพาตัวเองรอดพ้นจากการตามล่าและกลับมาหาแม่ตัวเอง และจบลงด้วยการกินอาหารอร่อยฝีมือแม่


         หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ถูกเขียนโดยนักเขียนอังกฤษชื่อดังที่เขียนเรื่องปีเตอร์ เเรบบิท ซึ่งเป็นเรื่องโด่งดังของเจ้ากระต่ายน้อยน่ารักที่สามารถเข้าไปอยู่ในใจของทุกคนทั่วโลก และนี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่แสดงถึงเรื่องราวน่ารักของผู้เขียนท่านนี้อีกเช่นกัน


    รูปภาพนี้ ด้วยจิตคาราวะต่ออาจารย์นักเขียนท่านนี้



         สำหรับหนังสือเล่มนี้ถ้าใครอ่านชอบก็คือชอบเลย แต่ถ้าไม่ชอบก็จะรู้สึกเบื่อและน่ารำคาญไปหมด แต่สำหรับเราคือ เรารู้สึกชอบและย้อนวัยเด็ก ดังนั้น เรามีวิธีมาแนะนำให้เพื่อนๆสามารถอ่านหนังสือเรื่องนี้ให้ชอบได้โดยง่ายๆคือ


    “เปิดใจกว้างๆ อย่าคิดอะไรมาก และอ่าน 

    เรามั่นใจว่าทุกคนรู้สึกประทับใจเหมือนเรา”


         หนังสือเล่มนี้เป็นลักษณะการนำนิสัยของมนุษย์เข้าไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลาย และเป็นเรื่องราวที่เป็นเรื่องจริง ผสมนิทาน โดยที่มีเจ้าหนูทำหน้าที่เล่านิทานให้ตัวละครในเล่มฟังด้วย


    รูปภาพนี้ หนังสือภาษาอังกฤษ


    “ยามเมื่อฉันเดินไปกับตัวเอง

    และพูดคุยกับตัวเอง

    ตัวฉันเองเล่าเรื่องให้ฉันฟัง”

    บีทริกซ์ พ็อตเต้อร์


         เจ้าหนูตะเภาชื่อทัพเพนนีต้องออกจากบ้านเกิดตัวเอง เพราะเนื่องจากความผิดพลาดบางอย่าง และเขาก็เดินทางมาเรื่อยๆ มาอย่างไม่มีจุดหมายจนมาเจอกับคณะคาราวานที่เป็นคณะละครสัตว์ โดยจะออกเดินทางไปยังทุกสถานที่ที่มีสัตว์อยู่ เพื่อฉายให้สัตว์ดู


         คณะละครสัตว์ คาราวานแห่งนี้ ตัดสินใจชวนเจ้าหนูตะเภาทัพเพนนีมาร่วมคณะด้วยกัน เพื่อจะได้เล่นเป็นสุลต่าน และเจ้าหนูตะเภาก็ตัดสินใจร่วมเดินทางไปกับขบวนคาราวานในครั้งนี้ด้วย


    รูปภาพนี้ เจ้าหนูผู้น่ารัก


         เจ้าหมาแซนดี้รับหน้าที่ในการเดินทางไปซื้อผ้ามาตัดชุดสุลต่านให้กับเจ้าหนูทัพเพนนี และทุกตัวร่วมเดินทางไปเล่น โดยที่เจ้าหมูจะปลอมเป็นช้าง ส่วนทัพเพนนีก็นั่งอยู่ข้างบนตัวช้างปลอม และทุกคนจะมีการร้องเพลงเล่นให้สัตว์ทั้งหลายดูอย่างสนุก


         วันหนึ่ง เจ้าหมูแพ็ดดี้หายตัวไป หลังจากที่สัตว์คาราวานคลาดกัน ซึ่งเจ้าม้าบิลลี่ก็ออกไปตามหา จนค้นพบเจ้าหมูแพ็ดดี้ที่ดันไปกินเห็ดพิษ จนไม่สบายและถึงเพ้อ ดังนั้น เจ้าไก่ชาร์ลเลยบอกให้พาเจ้าหมูมาพักข้างใน โดยเจ้าม้าบิลลี่รีบไปตามแมวมารักษา แต่กลายเป็นว่า ไม่สามารถรักษาเจ้าหมูหาย


    รูปภาพนี้ ม้าบิลลี่ผู้น่ารัก


         ในระหว่างนั้นที่รักษาเจ้าหมู สัตว์ทุกตัวได้เล่นละครให้สัตว์ที่นี้ดู และก็จะมีเจ้าไก่ชาร์ลที่ขัดตลอดเวลาว่า เขารู้จัก เขารู้แล้ว เล่นไปแล้วนี่ เล่นแบบเก่าอีกแล้ว คือทำเป็นอวดรู้ไปทุกเรื่อง แต่ถ้าคิดถึงน้ำใจของเจ้าไก่ชาร์ลก็มีมากโขอยู่ที่ช่วยเหลือเจ้าหมู และพฤติกรรมนี้ก็ทำให้เรารู้ว่า คนอวดรู้ หน้าตาแบบนี้นี่เอง


         เมื่อเจ้าแมวไม่สามารถรักษาเจ้าหมูหาย ดังนั้น เจ้าม้ากับเจ้าหมาจึงเดินทางไปเรียกให้คุณหมอหมาสัตวแพทย์มารักษาจนเจ้าหมูหายปกติ และสัตว์ทุกตัวในกองคาราวานนางฟ้าก็เตรียมเดินทางไปเล่นต่อไป


    รูปภาพนี้ สัตว์น่ารักทั้งหลายในกองคาราวาน


         “เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้จะพบว่า เจ้าม้าบิลลี่เป็นสัตว์ที่มากด้วยคุณธรรม มองโลกในแง่ดี และรักเพื่อนฝูงมาก เจ้าม้าตั้งใจที่จะหาเจ้าหมูตอนเจ้าหมูหายตัวไป และช่วยเหลือเจ้าหมูยามเจ็บไข้ ไม่เพียงเท่านั้น เจ้าม้าตั้งใจช่วยทุกอย่างเท่าที่คิดว่าตัวเองจะทำได้ เปรียบเหมือน ปิดทองหลังพระ ที่ไม่ต้องให้ใครมาบอกว่า สิ่งที่ตัวเองควรทำดีหรือไม่ควรทำ เพราะม้าบิลลี่รู้อยู่แล้วว่า สิ่งที่ทำนี้คือดีและม้าบิลลี่ก็พอใจในสิ่งที่ทำ 


         เรื่องนี้สำหรับเรา เราว่า เจ้าม้าเป็นตัวละครที่เด่นชัดที่สุด และรองลงมาคงจะเป็นเจ้าหมาแซนดี้ ที่ฉลาด รอบรู้ แต่ไม่พูดจาอวดรู้หรือยกตนข่มท่าน เพราะมันพยายามหาวิธีช่วยเหลือเพื่อนๆทุกคนในลักษณะเป็นเหตุและผล แถมยังพูดจาไพเราะ ขอความช่วยเหลือได้อย่างดูดี มีหลักการ


         นิสัยของสัตว์ทั้งหลายเหล่านี้ บ่งบอกถึงว่า มีคนแบบนี้จริงๆในโลก ไม่ว่า คนขี้อายไม่กล้าสู้หน้าใครอย่างเจ้าหนูทิพเพนนี คนช่างพูด มีน้ำใจและช่างฝันอย่างเจ้าหนูซารีฟา คนช่างทำหน้าที่ตัวเองที่ได้รับมาให้ดีที่สุดอย่างเจ้าหมูแพ๊ดดี้ และคนช่างกลัวอย่างทุกตัวละครในเรื่องนี้ แต่ทุกตัวมีการกำจัดความกลัวที่แตกต่างกันไป”


    รูปภาพนี้ นิทานจากคุณแกะ


    “ใครกันจะมาเปิดประตู คอกอันใหญ่นี้

    หมาจิ้งจอกเห่าลั่น ดวงจันทร์ขึ้นช้า

    หิมะตกบนยอดเขา ฟางข้าวอยู่ในไร่”


         เมื่อเราอ่านมาถึงบทสุดท้ายของเล่มนี้คือจะจบนิทานของนางฟ้าต้นโอ๊คที่ได้มีการให้คติเตือนใจของมนุษย์ผู้ชอบทำลายธรรมชาติและไม่อยู่กับธรรมชาติ


         หลายครั้ง ที่มนุษย์ชอบขอพรกับธรรมชาติทั้งหลายว่า ให้ช่วยเหลือผลผลิตของเขา แต่ตัวเองกลับเป็นผู้ทำลายธรรมชาติที่ตัวเองขอพร ซึ่งมันก็ย้อนแย้งกันอย่างมาก ดังนั้น เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า


    “ไม่มีพรใดประเสริฐเท่าพรของตัวเองที่ทำด้วยตัวเอง

    คือ ก่อนอื่น ทุกคนต้องเริ่มต้นที่เลิกเห็นแก่ตัว

    เลิกทำลายกันเอง เลิกหาเรื่องกัน 

    และเมตตากรุณาต่อกัน เมื่อทุกคนทำแบบนี้ทุกวัน 

    โลกที่สวยงามก็อยู่เบื้องหน้า”


    Look A Breathe

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in