เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Look a Breathenimon
#316 หนุ่มชาวนา


  •      ณ ที่แห่งหนึ่ง ที่ๆมีความภาคภูมิในความเป็นเราอยู่ ความเป็นบรรพบุรุษของเรา ไม่มีใครสามารถลืมความเป็นตัวตนที่แท้จริงของเราได้ ว่า บรรพบุรุษของคนไทยเราส่วนใหญ่นั้นเป็น


    “ชาวนา”


    เรา: ข้าวทุกจาน

    บีท: อาหารทุกอย่าง

    เรา: อย่ากินทิ้งขว้าง

    บีท: เป็นของมีค่า

    เรา: แล้วเจ้ากำลังทำอะไรกับอาหารนั้น

    บีท: ผมกำลังจะเอาไปเก็บไว้กินต่อครับ


         ดีมาก ไอ้เราก็คิดว่า ท่องๆอยู่แล้วมันก็จะเอาไปทิ้ง จะได้ตัดสินใจทำอะไรสักอย่างกับมันด้วยความมันเขี้ยวสักนิด แต่ยังดีที่ตอบถูกหูและถูกใจ ไม่งั้น มีหวัง โดนแน่ๆ


    “การกินอาหารเหลือ เพียงนิดเดียว และทิ้งไป

    เหมือนไม่ให้เกียรติคนอยู่สองคน

    คนๆแรกคือชาวนาที่ปลูกข้าวให้เรากิน

    คนที่สองคือคนที่ไม่มีข้าวจะกิน

    เรากินอาหารทุกอย่าง

    และเมื่อจะเหลือสักเม็ดหนึ่ง 

    เราจะคิดถึงคนสองคนนี้ในชีวิตเราตลอด

    และเราจะไม่กินเหลือ จนกระทั่ง อ้วนแบบนี้”


         ผมต้องเดินทางจากเมืองมาสู่ชนบทเพื่อมาเป็นเป็นครูที่ทุ่งหนองหลวง และอาศัยอยู่กับครอบครัวชาวนาที่มีพิม ทอง สุข และอีกหลายครอบครัว โรงเรียนที่ห่างไกลความเจริญและมีผมเป็นครูแค่คนเดียว


         ผมเข้าใจชาวนามากขึ้น เมื่อผมได้มาอาศัยอยู่กับครอบครัวนี้ ผมเห็นเขามีความสุขในการทำงานที่หนัก เขาไถนาโดยใช้ควาย และบางครั้งมีการแข่งควายชนกัน เพราะควายทั้งสองจะแย่งควายนางผู้สวยสุดในโคกนี้แล้วล่ะ และยังจะมีเสียงดนตรีที่เกิดจากสัตว์ร้องกันในช่วงหมดฤดูแล้ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงชาวนารู้สึกดีใจและคิดว่าเสียงเหล่านี้เพราะอย่างมาก


         เฮงเป็นคนจีนที่ค้าขายสินค้า เมื่อชาวนาต้องการซื้อสินค้ากับเฮงก็ต้องแลกข้าวกันกับของเหล่านั้น และเฮงเอาข้าวเหล่านั้นไปขายต่อ เราจะพบว่า เหมือนเฮงเป็นคนเอาเปรียบ ตามความคิดของครู แต่ถ้ามองกันในอีกมุมคือ คนจีนในสายเลือดจะถูกโตมาด้วยความค้าขาย หยิบอะไรก็เป็นเงิน อดทน และตั้งใจในการต่อรอง ดังนั้น หากถ้าท่านเป็นเฮง อาจจะคิดว่า เราก็แค่เสนอ ถ้าไม่สนองตอบก็ไม่เป็นไร


         เมื่อผมได้เรียนรู้ชีวิตชาวนามากขึ้น ผมเห็นใจชาวนามากว่า การถูกเอารัดเอาเปรียบมีมากมาย ซึ่งผมก็คิดแบบนั้น และการที่ยังถูกคนไทยด้วยกันขโมยควาย ขโมยผลพลอยได้อีก ถือว่า เจ็บปวดพอกัน และเเถมอาชีพนี้ก็ยังเป็นอาชีพที่คนหลายคนก็ดูถุกอีกด้วย แต่ผมกลับเห็นบางอย่างในสายตาของชาวนา คือ ความภาคภูมิใจที่เขาได้ผลิตข้าว ได้ทำงานตากเหงื่อ ไม่ได้กินข้าวแทนน้ำตา เขามีแต่ความเสียสละอย่างแท้จริง เพื่อให้พวกเราคนไทยทุกคนและคนชาติอื่นที่อยู่ในไทยอิ่มท้อง


         หลังจากนั้น ผมก็ใช้ชีวิตของผมไปเรื่อยๆ วันพระเวียนมาถึง หน้าแล้วหน้าเล่า หน้าน้ำหลาก หน้าฤดูเก็บเกี่ยวมาถึง วันเวลาผ่านไป แต่จิตใจของผู้คนที่เป็นชาวนาไม่มีผันแปร คือ ชาวนาส่วนใหญ่รักในประเทศและภูมิใจในอาชีพ ทำเพื่อคนส่วนใหญ่อย่างแท้จริง

         เมื่ออ่านเรื่องนี้จบ เราไม่กล้ากินอาหารเหลืออีกเลย เพราะฉะนั้น เราเลือกตักแต่อาหารที่เราอยากกิน เพื่อไม่ให้เหลือ ไม่งั้น อาหารเหล่านั้นก็จะถูกไปอยู่ในถังขยะ แล้วชาวนาก็คงรู้สึกเสียใจกับการกระทำของเรา 


    “ในปัจจุบันนี้คนเลิกอาชีพนี้

    เหลือมีเพียงส่วนน้อยยังทำอยู่

    คนส่วนมากทำอย่างอื่นน่าดู

    สุดท้ายรู้เรื่องชาวนาก็ค่อยหมดไป

    ความเป็นชาวนาดูไม่สวย

    อาจไม่รวยทรัพย์แต่กลับรวยใจ

    คนทุกคนควรภาคภูมิใจ

    ที่บรรพบุรุษไทยเป็นชาวนา”


    “ผมเข้าใจว่าหลายคนไม่อยากทำแล้ว 

    สู้ทำอาชีพนั่งในห้องแอร์สบายๆไม่ได้ 

    แต่ผมอิจฉาชาวนามากครับว่า 

    คนเหล่านี้โชคดีจัง มีงานทำตลอดชีวิต 

    มีหนทางเดินตลอดไป ถึงแม้ทางจะมืดในบางครั้ง 

    ก็ยังสามารถกลับบ้านไปหายใจเริ่มต้นใหม่ในแผ่นดินอุดมสมบูรณ์ผืนนั้น ที่มีทั้งข้าว ทั้งผักและผลไม้ 

    อะไรจะมีชีวิตที่โชคดีขนาดนี้”

    หมีบีท


         สำหรับผม บรรพบุรุษผมไม่ได้เป็นชาวนาครับ แต่บรรพบุรุษผมเป็นหมี ซึ่งผมดีใจและภาคภูมิใจ สมมติว่า ถ้าบรรพบุรุษผมเป็นชาวนา ผมยิ่งภาคภูมิใจเข้าไปใหญ่ เพราะผมคงเป็นคนที่สร้างบุญและกุศลให้คนระลึกถึงได้ตลอดเวลาและคนกราบไหว้เราโดยไม่ต้องเป็นนักบวชด้วยความกตัญญูครับ 



    “ความภาคภูมิใจในตัวเอง 

    เกิดจากที่เราเข้าใจ

    ในความเป็นตัวตนของเราเองอย่างแท้จริง”

    Look a Breathe

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in