Look a Breathenimon
#309 ชีวิตนี้สำคัญนัก


  •      ณ ที่แห่งหนึ่ง ที่ๆเราสามารถค้นพบนครแห่งชีวิตที่ว่าด้วยนครแห่งกายและนครแห่งใจเป็นตัวเชื่อมระหว่างกัน ว่า ทั้งสองสิ่งสำคัญอย่างไร และชีวิตที่ขาดทั้งสองสิ่งนี้จะเป็นอย่างไร ซึ่งการที่จะทำให้ขาดทั้งสองสิ่งนี้ คือ 


    “การกระทำของเราที่มีกายและใจสัมพันธ์กัน”


    เรา: ทำไรอยู่

    บีท: อย่ากวน

    เรา: อ่านอะไร

    บีท: ชีวิตตัวเอง

    เรา: ชีวิตอะไร

    บีท: ชีวิตที่ดีของผม


        บีทเอ๋ย เจ้าเป็นหมีที่น่ารักมาก เดี๋ยวนี้เริ่มเรียนรู้ชีวิตของตัวเองมากขึ้น เจ้าคงตั้งใจอย่างมากสินะ ที่จะต้องฝึกฝนตัวเองให้เป็นหมีที่ดี


    “ชีวิตนี้น้อยนัก นั้นหมายถึง

    ชีวิตในชาติปัจจุบันนั้นน้อยนัก สั้นนัก”


         ชีวิตของเราคนเรานั้นย่อมพบเจอทั้งทางที่ดี ทางที่ไม่ดี ทางที่มีความสุขและทางที่เป็นทุกข์ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกิดจากผลของการกระทำเราทั้งสิ้น



         หนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือที่บอกทางลัดแก่คนทุกคนที่อยากมีชีวิตที่ดี และทำให้คนที่ไม่อยากมีชีวิตอยู่ก็มีความหวังต่อไป หลายต่อหลายครั้ง ที่เรารู้สึกเหนื่อย อ่อนล้ากับความคิดของคนอื่นที่ทำให้เราทุกข์เพราะความคิดของเราด้วยเช่นกัน แต่เมื่อไรที่เราเปิดหนังสือเล่มนี้มาอ่าน เราจะพบว่า ชีวิตของคนเราอยู่ได้ไม่นานจริงๆ ทำไม เราไม่ใช้ชีวิตที่เหลือของเราในทางที่ดีและรอจนกว่ามันจะแตกดับไปด้วยตัวของมันเองจะดีกว่า


    “จิตที่ใกล้แตกดับนั้น ปกติเป็นจิตที่อ่อนมาก 

    และไม่มีกำลังที่จะต้านทานใดๆทั้งนั้น 

    คุ้นเคยกับความรู้สึกใดเกี่ยวกับเรื่องใด

    ความรู้สึกนั้นเกี่ยวกับเรื่องนั้นก็จะเข้าครอบงำจิต

    มีอำนาจเหนือจิต ทำให้จิตเมื่อใกล้จะดับ

    ผูกพันกับความรู้สึกนั้น เกี่ยวกับเรื่องนั้น

    เมื่อจิตดับ คือจากร่าง ก็จากไปพร้อมกับความรู้สึกนั้น

    เกี่ยวกับเรื่องนั้น นำไปก่อเกิดการที่ควรแก่สภาพจิตทุกประการ”

    สมเด็จพระญาณสังวร


         เราควรใช้ชีวิตของเราที่เหลืออยู่ไปในทางไหนดี หากเราหลงทางในจิตนครที่เต็มไปด้วยความโลภ ความโกรธและความหลง และเราใช้กายพร้อมความคิดของเราทำตามความหลงนั้น ชีวิตที่ดีของเราหาทางออกไม่ได้เลย เพราะทางออกนั้นคือทางตันที่มีให้กับชีวิตนี้


    ชีวิตนี้น้อยนักแต่สำคัญนัก

    (ฟังเสียงเล่าเรื่องจากคุณโจโฉ 

    โดยถอดมาจากหนังสือเรื่องนี้ค่ะ)


         ไม่มีชีวิตใด ที่แน่นอน ที่อยู่นาน และมีเพียงสิ่งเดียวคือ การกระทำของเราเท่านั้นที่จะทำให้เราเป็นอะไรหลายต่อหลายอย่างมากมาย ไม่ว่า เราจะไปเกิดเป็นมนุษย์ เทวดา หรือสัตว์เดรัจฉาน ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนอยู่ที่การกระทำของเราทั้งสิ้น


    “กรรมดีเท่านั้นที่เป็นแรงพาเราวิ่งหนีกรรมไม่ดี

    ที่กำลังส่งผลติดตามเราอยู่ในขณะนี้”

    สมเด็จพระญาณสังวร



         และเรื่องราวในเล่มดำเนินต่อไป ท่านมีการบอกกับเราตลอดเวลาว่า คนเราอย่ามีความประมาท เมื่อเราจะเริ่มต้นทำอะไร หากเรามีความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณไม่ว่าพ่อแม่ คุณครู หรือแม้กระทั่ง พระพุทธเจ้า ที่เราต้องระลึกถึงพระคุณของท่านอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะต้องคิดดี พูดดี ทำดี

         เรามั่นใจว่า เมื่อทุกคนได้ประพฤติปฏิบัติตาม ถึงแม้จะเป็นการปฏิบัติอย่างน้อยๆแบบค่อยเป็นค่อยไป ย่อมส่งผลดี อานิสงส์ดีได้อย่างมาก ทำให้ชีวิตของทุกคนประสบพบเจอสิ่งที่ดีแน่นอน แต่ถ้าหากไม่มีการปฏิบัติเลย ทุกคนพบกับทางที่เป็นทุกข์แน่นอน 


    “ชีวิตนี้น้อยนักแต่สำคัญนัก

    เป็นหัวเลี้ยวหลักจากความจริง

    เมื่อใดทำความชั่วในทุกสิ่ง

    ชีวิตนิ่งพบเจอกับทางตันสิ้น

    พอเราตัดสินใจทำความดี

    เล็กน้อยนี้ค่อยๆกร่อนลงบนหิน

    ผลลัพธ์แห้งเมล็ดพันธุ์งอกจากดิน

    ชีวิตสิ้นอับจนพาหนทาง”


    “เมื่อไหร่ที่ผมรู้เท่าทันอารมณ์ความโลภ ความโกรธ ความหลงในใจของผม โดยรู้เท่าทันปัจจุบัน 

    และมีสติพร้อมสัมปชัญญะ 

    ผมก็พบสุขทุกขณะในปัจจุบัน 

    และผมก็พาชีวิตออกจากการทำผิดโดยสิ้นเชิง”

    หมีบีท


         เห็นกระผมแบบนี้ที่หลายๆครั้งก็มาดนิ่ง มาดน่ารักและมาดกวน แต่กระผมมีสิ่งหนึ่งที่มอบให้ทุกคนตลอดเวลาคือ ความหวังดีที่กระผมขอมอบให้ทุกคนครับ ทุกคนครับ กระผมขอจุ๊บทุกคนสักฟอดหนึ่งนะ เกี่ยวไหมเนี่ย ฮ่าๆๆ



    “รักตัวเองอย่างถูกต้อง คือ การพาตัวเองพ้นอบาย

    ความรักนี้ไม่ใช่การเห็นแก่ตัว 

    แต่เป็นการเริ่มต้นพาตัวและผู้อื่นพ้นผิด”

    Look a Breathe



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in