Look a Breathenimon
#237 นักเขียนในดวงใจ


  • "นักเขียนคือผู้สร้าง

    เป็นบ้างทำหลากหลาย

    ให้เรียนรู้รักอันมากมาย

    คืออ่านให้หลายจะพบกัน

    ความรักอันหลากรส

    ดุจชีวิตคดโค้งทุกๆวัน

    ไม่มีสิ่งใดจีรังนั้น

    อนิจจังสั้นทุกขังอนัตตา"


         หลายคนมีนักเขียนในดวงใจที่แตกต่างกันไปค่ะ แต่เรามีนักเขียนในดวงใจของคนไทยที่เราอ่านงานเขียนพระราชนิพนธ์ และงานเขียนของท่านอีกหลากหลาย ท่านเหล่านั้นเปรียบเหมือนตัวแทนความรัก ที่ทำให้เราสามารถพูด เขียนหรืออ่านภาษาไทยได้ 


         เราเคยเล่าให้ทุกคนฟังตอน เมื่อฉันยังเด็กว่า แต่ก่อนพูด อ่าน และเขียนภาษาไทยไม่ได้ ก็เลยต้องย้ายโรงเรียน และตั้งแต่นั้น เริ่มต้นอ่านหนังสือเรียน อ่านหนังสืออ่านนอกเวลา ซึ่งคุณพ่อจะเป็นผู้พาไปซื้อ เราสังเกตตัวเองว่า จะมีอารมณ์สุนทรีย์เวลาอ่านกาพย์ กลอน โคลง และอ่านอะไรก็ตามที่ไม่ต้องแข่งขันกัน 


    “โลกเราในปัจจุบันมีแต่การแข่งขันกัน

    จนทุกคนมุ่งแต่ไปข้างหน้าอย่างเดียว

    จนลืมเหลียวกลับมามองคนที่อยู่ข้างหลัง”


         เรื่องราวของนักเขียนเหล่านั้น สร้างผลงานแต่ละเล่มให้เราอ่าน ได้ใส่รสชาติในชีวิตหลากหลายให้แก่เรา โดยเฉพาะเรื่อง โลกธรรม 8 และความไม่เที่ยงแท้ในชีวิตผ่านหลากหลายอารมณ์ ไม่เพียงเท่านั้น ผลงานของท่านทั้งหลาย สามารถที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในการนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันให้ดีขึ้นอีกด้วย


    1. พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย 
    2. (ในหลวงรัชกาลที่ 2)

         ตอนครั้งแรกที่ได้ศึกษางานเขียนพระราชนิพนธ์ของท่าน คือ เรื่อง กาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวาน แล้วตอนเราอ่านไป เราก็อดเคลิ้มไม่ได้ เป็นเรื่องราวสุดแสนโรแมนติก ชวนฝัน ที่ในหลวงท่านทรงพระราชนิพนธ์ให้แก่หญิงผู้เป็นที่รัก 


         และหลังจากนั้น ก็อ่านงานพระราชนิพนธ์ของท่านต่อในเรื่องอิเหนา ความรู้สึกเปลี่ยนทันที กลายเป็นไม่พอใจ รำคาญผู้ชายหลายใจคนนี้มาก อะไรๆ ไม่ว่า ภัยอะไรก็เกิดจากการกระทำของอิเหนาทั้งนั้น ทำให้เรื่องแย่ลง เพราะอิเหนา และออกแนวแบบว่า สงสารจินตะหราวาตี ผู้หญิงที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างใจจะขาด คือ ความรู้สึกเหวี่ยงลงอย่างมาก


         เราชอบงานพระราชนิพนธ์ท่านมาก หลากหลายอารมณ์ หลากหลายความคิด และทุกอย่าง ท่านทรงพระราชนิพนธ์เตือนชนรุ่นนั้นยันชนรุ่นหลัง ว่า ทำอะไรทุกอย่าง ต้องผ่านการคิดอย่างถูกต้องให้มาก


    1. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว 
    2. (ในหลวงรัชกาลที่ 6)

    3.      ในบรรดาทุกผลงานของพระราชนิพนธ์ของในหลวงแต่ละรัชกาล เราชอบและรู้สึกผูกพันกับงานพระราชนิพนธ์ของในหลวงรัชกาลที่ 6 มากที่สุด คือ เราไม่สามารถบรรยายได้ว่า ทำไมเราถึงมีความรู้สึกเชื่อมั่นในคำสอนของท่าน เชื่อมั่นในสิ่งที่ท่านเขียนได้มากขนาดนี้ เราเคยคิดว่า คงเป็นเพราะเรื่องราวที่ท่านเขียน เราเข้าถึงได้โดยง่าย จับต้องได้ และอยู่ใกล้ตัว หรือด้วยอีกหลายเหตุผลในใจเรา

         เรื่องแรกที่เรียนของท่านคือ ท้าวแสนปม พอตอนเราเรียน เราตื่นเต้นมาก สนุกมาก และพอได้ไปดูนักแสดงละครเวที ยิ่งภาคภูมิใจมากขึ้นถึงความเป็นไทย เรานึกนะว่า ตั้งแต่เกิดมา เราเคยทำผิดกับประเทศไทยไหม เราเคยทำให้คนไทยแตกแยกไหม เราตอบได้อย่างภาคภูมิใจว่า ไม่เคย เพราะเรื่องราวทั้งหมดของท้าวแสนปม คือ เรื่องราวของการใช้ไหวพริบ ในการไม่ทำให้คนในชาติแตกความสามัคคีกัน


         หลังจากนั้น ถ้ามีหนังสือของท่านที่ไหน เราก็ซื้อที่นั้น ถูกหรือแพง เราก็ซื้อหมด ส่วนมากถูก ไม่ว่า สาวิตรี เวนิสวาณิช มัทนะพาธา หรืออีกหลายเรื่องที่เรายิ่งอ่าน ก็ยิ่งพบว่า เรายิ่งหลงรักพระราชนิพนธ์ของท่าน เพราะท่านได้สอนทุกเรื่องราวของความอย่ายึดติด อย่ายึดมั่นถือมั่น อย่าประมาท และอดทน อดกลั้น ข่มใจตัวเองให้มั่น


    1. พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช 
    2. บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ 9)

         ตั้งแต่เด็กจนโต เรารู้ว่า เราโตมากับท่าน เราไม่เคยเห็นท่าน เราไม่เคยคุยกับท่าน แต่เรายินดีที่ได้เกิดในแผ่นดินของท่าน เรากล้าพูดว่า เรารักในหลวง เราจำได้ว่า ในหลวงท่านทรงสอนแต่เรื่องราวที่ดี เรื่องราวที่เป็นไปได้ ทั้งความพอเพียง ทั้งความอดทน ทั้งการข่มใจ และทุกอย่างที่ท่านทรงสอน ท่านเป็นตัวอย่างให้เราทุกคนดูด้วย ท่านไม่เคยบังคับให้ทำตาม ไม่เคยบังคับให้พูดถึงท่าน แต่ท่านลงมือทำอย่างเงียบๆ เพื่อให้ทุกคน คนไทยและต่างชาติปฏิบัติ ท่านไม่ได้อยากให้เราแค่เห็น แค่พูด แต่ท่านอยากให้เราลองทำดู แล้วเราจะพบผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์


         หนังสือของท่าน เน้นความจริง ท่านพระราชนิพนธ์จากเรื่องราวใกล้ตัวที่เป็นความจริง และเราสามารถปฏิบัติตามได้ ไม่ว่าจะเป็นคุณทองแดง เราชอบที่คุณทองแดงมีมารยาทที่ดีและไม่ลืมตน พระมหาชนกที่ท่านทั้งอดทนและประกอบความเพียร นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ ทำความดีโดยไม่ต้องอวดอ้างและอีกหลายผลงาน ที่ถ้าใครทำตาม ชีวิตจะต้องดีขึ้นในชาตินี้แน่นอน


    1. สุนทรภู่

         ในปัจจุบันนี้ เรามั่นใจว่า ไม่มีนักเขียนคนไหนที่ไอเดียสุดบรรเจิดเท่ากับสุนทรภู่อีกแล้ว หรือไม่มีใครเลยที่จะสามารถจินตนาการอันสูงส่งได้เท่าท่านอีก เพราะแต่ละตัวละครของท่าน คาดไม่ถึงทั้งนั้น เราคิดว่า ท่านคงเอาตัวละครในป่าหิมพานต์มาผสมกับความจริง และแต่งเรื่องราวให้สนุกมากขึ้น


         ท่านเป็นยิ่งกว่าบรมครูที่ลูกศิษย์ทุกคนต้องเรียน และผลงานของท่านถ้าเรียนจริงๆ เรารับประกันได้เลยว่า ทุกคนต้องอ่านภาษาไทยออกกับเขียนภาษาไทยได้ พร้อมพูดภาษาไทยเป็น เพราะคำเขียนที่ออกมาจากปากกาของท่านช่างไพเราะและคุณค่าแก่การดำเนินชีวิต ไม่ว่า เรื่องราวที่เป็นโลกธรรม 8 ไหวพริบ และการระมัดระวังจิตใจหรืออารมณ์ของตนเอง


    1. คึกฤทธิ์ ปราโมช

         เรานับถือท่านมาก ตอนเรียนของท่านครั้งแรกคือ เรื่องมอม เราอ่านจบแล้วน้ำตาไหล เพราะซึ้งในเรื่องราวของความกตัญญู ความไม่กลัวลำบาก ความอดทนและความตั้งใจของมอม พอยิ่งอ่านก็ยิ่งชอบงานเขียนของท่าน นั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการอ่านหนังสือของท่าน


         ตั้งแต่นั้นมา เราก็ตามงานเขียนท่านหลากหลาย ไม่ว่างานเขียนเกี่ยวกับการเมือง ชีวิตความเป็นอยู่ เรื่องเหลือเชื่อ ศรัทธา และอื่นๆที่ยิ่งอ่าน ก็ทำให้เราเข้าใจมากขึ้น ว่า ไม่ว่าผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย เราต้องเจอคนหลากหลายแบบนี้อยู่ร่ำไป เหลือเพียงจิตใจที่ต้องเข้มแข็งที่จะเอาชนะความโลภ ความโกรธและความหลงได้


    1. ทิพย์วาณี สนิทวงศ์

         เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาที่เราได้รู้จักกับท่าน ท่านเป็นดั่งนักเขียนที่เปิดทางให้กับเราว่า โลกของเด็กไม่ต่างกัน แต่ต่างกันตรงคำสอนของผู้ใหญ่ที่มีให้กับเด็ก เรื่องราวในเล่มนั้น ทำให้เราได้เห็นถึงชีวิตความเป็นอยู่ และได้เข้าใจถึงการดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ขยัน และตั้งใจ


    1. กฤษณา อโศกสิน

         อาจารย์กฤษณาเป็นอาจารย์ในดวงใจอยู่มาก เพราะเราชอบงานเขียนของอาจารย์ทุกงานที่เน้นด้านเทาของมนุษย์ และเน้นชีวิต เรียบง่าย อารมณ์ของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี ตัวละครของอาจารย์ท่านมีจริงในโลก คือบุคคลทั่วไปที่เราเคยประสบพบเจอ เราเคยคุยสนทนา เราเคยพบเห็นในชีวิตของเรา และเราเคยถามตัวเองว่า คนเหล่านี้ ชีวิตจะจบลงที่ไหน แบบไหน และเมื่อไหร่ เราอยากรู้จริงๆ


    1. ศรีบูรพา

         อาจารย์ศรีบูรพาเป็นอาจารย์ที่ท่านเขียนงานด้วยความละเมียดละไม อาจารย์ท่านเน้นจบจริง เรื่องจริง หรือหลายอย่าง เพราะการที่ทั้งสองฝ่ายไม่พูดคุยกัน อะไรก็เกินที่จะรับได้อีก ทุกงานเขียนของอาจารย์เน้นสภาพความจริงของหลากหลายอารมณ์ได้เป็นอย่างดี


    1. หยก บูรพา

         งานเขียนของคุณหยก บูรพาเป็นงานเขียนที่เน้นชีวิตความเป็นอยู่ และเนื่องจากเราเป็นคนไทยที่เป็นคนจีนแท้ เวลาอ่านงานเขียนของท่าน ทำให้เรายิ่งย้อนวัยไปตอนเด็ก 

         เราไม่เคยเห็นคนจีนบ่นว่าเหนื่อย บ่นว่าท้อ บ่นว่าเครียด บ่นว่าไม่อยากทำ เราเห็นแต่คนจีนมีความมุ่งมั่น ไม่ว่าคนอื่นจะเรียกว่า เจ๊ก คนจะเรียกว่า กรรมกร คนจะกล่าวว่าร้ายอะไร หรือดูถูกคนจีนขนาดไหน คนจีนไม่เคยสนใจหรือย่อท้อในชะตากรรมของตัวเองเลย 

         คนจีนสอนแต่การเก็บเล็กผสมน้อย ประหยัด อดทน อดกลั้น อย่าปล่อยให้ความดูถูกทำร้ายจิตใจที่ดีงามของเรา คนเหล่านั้น สุดท้ายเมื่อเราไม่รับการดูถูกนั้น เราเห็นว่า ชีวิตของคนเหล่านั้นไม่ต่างจากสิ่งที่ตัวเองพูดดูถูก 

          เรารักในคนจีนที่อยู่ในไทยทุกคน เพราะคนจีนที่อยู่ในไทยสอนให้รักแผ่นดินเกิดอย่างประเทศไทย นี่คือเรื่องราวที่เราได้จากการอ่านของคุณหยกและสะท้อนมายังตัวของเรา


    1. ชมัยภร แสงกระจ่าง


         งานเขียนของคุณชมัยภรเน้นงานเขียนของชีวิตตัวเอง รอบตัว และเรื่องราวที่ได้ยินมาและนำมาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งคุณชมัยภรเขียนออกมาได้น่าติดตาม และเป็นกระจกสะท้อนตัวเอง ว่า เราเคยทำผิดอะไรแบบท่านไหม และเราต้องแก้ไขอย่างไร ถึงจะดำเนินชีวิตในทางที่ถูก


    1. ชูวงศ์ ฉายะจินดา

         งานเขียนของอาจารย์ชูวงศ์เป็นงานเขียนแนวเพ้อฝัน พาฝัน อะไรก็เกิดขึ้นได้ในโลกของความรักของอาจารย์ ท่ามกลางความรักที่เกิดขึ้นอย่างเร็วแบบคนอ่านไม่ทันตั้งตัว แต่ทำไมก็ไม่รู้ คนอ่านอย่างเราก็ถูกชวนเชื่อให้หลงรักพระเอกของอาจารย์ทุกคน เพราะความอบอุ่น ความรักมั่นและความเชื่อมั่นนั้นเองที่ทำให้เรารักได้อย่างไม่มีข้อแม้ใดมาแก้ได้เลย


    1. ศรีฟ้า ลดาวัลย์/สีฟ้า/จุลลดา ภักดีภูมินทร์


         งานเขียนของอาจารย์สนุกทุกนามปากกา และแต่ละเรื่องมีการผสานเรื่องราวของความจริง ลึกลับ ความเชื่อ ชีวิตประจำวัน การเมือง และการศึกษาได้อย่างลงตัว เราเสียดายมากที่เราเก็บงานเขียนของอาจารย์ได้น้อยมาก คือ เราชอบงานเขียนในนามปากกาของจุลลดาที่สุด แต่สำนักพิมพ์เพื่อนดีปิดตัว และหาสำนักพิมพ์อื่นมาพิมพ์ก็ไม่มี เพราะเรื่องราวของอาจารย์จะเน้นถึงผลลัพธ์ของการยึดมั่นผิดๆว่าจะออกมาเลวร้ายเพียงใด และความรักที่เกิดจากความหลงใหล ไม่เป็นดั่งหวัง ความรักของตัวละครของอาจารย์หลากหลายไม่เน้นเพ้อฝัน แต่เน้นความจริงที่เป็นไปได้ และถึงแม้เพ้อฝันก็จะยังอยู่ในสิ่งที่จับต้องได้อย่างแน่นอน


    1. จินตวีร์ วิวัธน์

        อาจารย์จินตวีร์เป็นราชินีแห่งเรื่องสยองขวัญที่ปนทั้งความเชื่อ วิทยาศาสตร์และศาสตร์ลึกลับหลายแขนงได้อย่างลงตัว งานเขียนอาจารย์อ่านยามกลางคืน และจินตนาการตาม โอ้ พระเจ้า หนูกลัวเพราะหนูนอนไม่หลับ อะไร มันจะสยองขวัญและเหนือจินตนาการได้ขนาดนี้


    1. วรรณวรรธน์

        อะไรจะสุดยอดขนาดนี้ คิดได้ไงเนี่ย ทั้งการผูกเรื่อง วางตัวละคร และหนังสือของคุณวรรณวรรธน์เป็นหนังสือเล่มต่อ ที่หนาขนาดไหน เราก็ต้องหามาอ่าน เพราะทั้งติด ทั้งเป็นแฟนพันธุ์แท้ ทั้งตื่นเต้น และขอบอกได้เลยว่า ถ้าใครอ่านหนังสือสักเล่มของคุณวรรณวรรธน์ ก็ไม่มีใครวางลงและสมัครเป็นนักอ่านตัวยงกันแน่               


    1. ช่อมณี

          คุณช่อมณี เขียนหนังสือแนวเอาความรักผสมผสานกับเรื่องราวของศาสนา ไม่ว่าเป็นนรก สวรรค์ได้อย่างน่าทึ่ง และยังมีการผูกกับสิ่งลี้ลับและประวัติศาสตร์ได้อย่างสุดยอดเช่นกัน งานเขียนของคุณช่อมณี ใครชอบก็ชอบมากอย่างเรา เพราะไม่ได้มีฉากหวาน หรือฉากชวนฝันแต่ด้วยประการใด แถมยังออกแนวนางเอกเก่งปานซุปเปอร์วูแมน การพูดจบในที และยังมีการแทรกถึงคุณค่าในการดำเนินชีวิต คุณค่าของความเป็นคนที่ดี ว่า เราต้องปฏิบัติอย่างไรให้สมกับการเกิดมาเป็นสัตว์ประเสิรฐ


    1. กิ่งฉัตร

          คุณกิ่งฉัตร เป็นนักเขียนที่เอาอยู่ทุกแนว ไม่ว่าแนวหวาน สืบสวน สอบสวน แนวเปรี้ยว แนวขมและแนวใดก็จะสามารถทำให้เราหลงรักในตัวพระนางของทุกเรื่องที่คุณกิ่งฉัตรเขียน และท่านเขียนแนวที่แบบว่า ไม่ต้องเน้นฉากอย่างว่า ฉากหวือหวา แต่เน้นความอบอุ่นในใจที่แผ่ซ่านเข้ามาในใจก็ทำให้นักอ่านอย่างเราตกหลุมรักได้เป็นอย่างดี


    1. ดวงตะวัน/นายตะวัน

          

         คุณดวงตะวัน คือ นักเขียนในดวงใจที่เราชอบตรงที่ เราอ่านหนังสือทีไร เรากลัวใจคุณดวงตะวันมาก เอาไงดีหว่าเนี่ย คุณดวงตะวันจะเขียนแบบนี้จริงๆหรอเนี่ย คือ เราชอบตรงที่คุณดวงตะวันต้องเขียนให้สุดทาง แบบว่า นักอ่านอย่างเราก็ขอไปสุดทางด้วย และพระนางของคุณดวงตะวันนะ มีครบทุกอย่าง อยากเอาแบบไหน เดี๋ยวคุณดวงตะวันจัดให้ และทุกตัวตกเบ็ดอย่างเราให้หลงรักได้ด้วย และบางคนก็ใช่ว่าจะดี แต่ก็ไม่รู้ทำไม รักคุณเข้าแล้วจริงๆ


    1. ร่มแก้ว

                     

         หนังสือของคุณร่มแก้ว พอทำเป็นละครทีไร เละเกือบทุกเรื่อง คือ ถ้าเป็นหนังสือ ใครได้อ่านจะหลงรักนามปากกานี่ไม่ยากเลย เพราะเรื่องราวที่ผูกมีหลากหลาย มีการสอดแทรกความคิดในการมองโลกในแง่ดี พระเอกทุกเรื่องของร่มแก้ว อยากได้เป็นสามีทุกคน ก็ไม่รู้ว่า อะไรๆจะหวาน อบอุ่น และปกป้องเราได้ขนาดนี้ ตัวร้ายก็ไม่ร้ายมาก คุณร่มแก้วจะคงเส้นคงวาในงานเขียนที่ไม่หวือหวา ไม่มีฉากติดเรท แต่กลับตกคนอ่านได้อย่างอยู่หมัด เพราะความน่ารักของพระนางทุกเรื่องจริงๆ แต่อย่างที่บอก พอมาทำเป็นละคร เราอยากถามผู้จัดมากว่า ไม่สงสารคนเขียนเลย คนเขียนเขียนดีมาก แต่คุณไม่เคารพในความเป็นคุณร่มแก้วเลย คือเรื่องราวที่เอามานะถ้าไม่ออกทะเล ก็ออกมหาสมุทร แบบว่า เราล่ะกลุ้มใจแทน


    1. สิรินดา (คนตรงกลาง)

                       

         พระเอกของคุณสิรินดาส่วนใหญ่เน้นขรึม รักเดียวใจเดียว ปากแข็ง แต่ทำไมไม่รู้ อ่านกี่ทีก็อาย เขิน เราเป็นอะไรไปเนี่ย เราไม่ชอบผู้ชายเคร่งขรึมนี้นะ แต่เราตกหลุมรักพระเอกทุกตัวละครของคุณสิรินดา คุณสิรินดาเขียนได้อย่างมีมิติและเอาเรื่องราวชีวิตประจำใส่เข้าไปได้อย่างลงตัวที่สุด และเรื่องราวความรักที่ลงตัวอย่างน่ารักที่สุด


    1. อุณหภูมิปกติ

         คุณอุณหภูมิปกติจะมีงานเขียนที่หลากหลาย บางเรื่องมีติดเรท แต่ถ้าเขียนกับสำนักพิมพ์ก็จะไม่บรรยายมากเกินไป ส่วนบางเรื่องก็เป็นแนวออกหวานๆ เราชอบพระเอกแนวสายโหดของคุณอุณหภูมิปกติ คือ อ่านกี่ที เราก็รู้สึกถึงความอบอุ่นหัวใจที่พระเอกมีให้นางเอก พระเอกอาจไม่ได้ดีเลิศอะไร แต่พระเอกคือคนธรรมดาที่รักนางเอกคนเดียว หลายครั้ง เราอาจไม่ต้องการคนสมบูรณ์แบบแต่เราต้องการคนที่จะอยู่กับเราและ เข้าใจเราได้ตลอดไป


    ด้วยจิตคารวะต่อพระราชนิพนธ์ของในหลวง งานเขียนของบรมครู อาจารย์และ นักเขียนทุกท่านที่ได้รังสรรค์งานออกมาให้นักอ่านได้อ่านเรื่องราวสนุก มีสาระ และควรแก่การเรียนรู้

    “เมื่อไหร่ที่เราอ่าน เมื่อนั้นจินตนาการเราก็เกิด”

    Look a Breathe

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in