Look a Breathenimon
#225 คำสาปยอดนักสืบ


  • "โลกนี้คือโลกอะไร

    สุดแต่ใจได้ถามหา

    ว่าโลกที่อยู่และนำพา

    ลาโลกเรามาสู่โลกนี้

    เขามาทำอะไรที่นี้

    ตามหามัมมี่นั้นคือใคร

    ของหายที่ถูกขุดออกไป

    แล้วทำไมทุกอย่างดูแปลกจัง"


         เรื่องราวในเรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการซ่อนกลิ่นความรู้สึกในความเป็นคุณค่าของตัวเอง เราต้องถูกคนอื่นขีดเขียนให้เราเป็นแบบนี้ แล้วมีถามสักคำไหมว่า อยากเป็นหรือเปล่า มันได้ซ่อนคำถามไว้ในคนดูและคำถามที่จิกกัดชีวิตของคนทุกคนได้เป็นอย่างดี


    “คุณทำสิ่งสำคัญในชีวิตหล่นเอาไว้ที่ไหนหรือเปล่า”



         คุณนักเขียนนวนิยายสืบสวนสอบสวนต้องรับบทมาเป็นนักสืบจำเป็นโดยใช้ชื่อว่า นักสืบเทงกะอิจิ โดยที่เขาต้องหลุดเข้ามายังโลกๆหนึ่ง โลกที่ไม่รู้ว่า คือโลกอะไร จากคำเชิญของนายกเทศมนตรี และบุตรสาวมิโดริพามา

         นายกเทศมนตรีพูดว่า ที่เชิญมาเพื่อให้มาช่วยตามหาของที่หายไปจากอนุสรณ์ซึ่งไม่รู้ว่าใครเป็นคนขโมยไป และได้พาเข้าไปดูว่าในอนุสรณ์นั้นมีมัมมี่ที่น่าจะเป็นคนสร้างเมืองนี้ขึ้นมา ซึ่งบอกว่า มีคนรู้เรื่องราวนี้ทั้งหมด 7 คน แต่ไม่รู้ว่าใครในนี้คือ คนขโมย

         เมืองนี้ไม่มีประวัติศาสตร์ ไม่มีความทรงจำ ไม่มีอะไรที่จะบ่งบอกได้เลยว่า ทำไมเราต้องทำแบบนั้น ทำไมเราต้องทำเเบบนี้ ทำไมเราต้องเป็นเช่นนี้ ก็ไม่มีใครตอบได้

         และคุณนักเขียนที่รับบทนักสืบจำเป็น และในขณะกำลังเดินกับด็อกเตอร์ที่พามาดูหลุมในของที่หายไป ก็พบคำที่พูดว่า


    “WHO DONE IT”

         เขาก็อดแปลกใจกับคำพูดนี้ไม่ได้ว่า หมายความว่าอะไรกันแน่นะ ทำไมเขามาอยู่ที่นี้ เขามาที่นี้ทำไม เขามาทำอะไรในโลกนี้กันแน่ โลกหลังความตาย โลกคู่ขนาน หรือโลกอะไรกันแน่ และในขณะนั้นก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น


    หมายเหตุ 

    “ตัวอักษรที่สีอ่อนๆ 

    หมายถึงการเปิดเผยปมสำคัญของเรื่อง

    ดังนั้น เรื่องราวที่เล่าสู่กันฟังนี้

    มีการสปอยเนื้อหาสำคัญ”

    คดีในห้องปิดตาย

         ยูอิจิโร่ ผู้ตายเจอเรื่องราวของวิธีการทำห้องปิดตายเลยวางแผนกับฆาตกรที่ตัวผู้ตายไม่รู้ว่าจะฆ่าตัวเองจริงๆ และบอกว่า ลองเล่นกันดู พอถึงตอนที่จะพูดถึงห้องปิดตาย ตัวเองจะมาเฉลย แต่ตัวเองถูกฆ่าตาย โดยเทงกะอิจิบอกถึงทริกซึ่งตรงกันกับผู้ตายกล่าว และฆาตกรถูกจับ ก่อนบอกว่า 


    “เขารู้สึกว่า มีคนเขียนให้เขาทำแบบนี้”


         และไม่เพียงเท่านั้น การซ่อนความชั่วของการกระทำตัวเองด้วยคำพูดแก้ตัวว่า มีคนกำหนดให้เราทำ ถ้าเรารู้ว่านี่คือสิ่งที่ผิด แล้วเรายังคิดจะทำอีก ไม่ต่างจากคนชั่วที่ทำชั่วโดยเป็นคนขีดกำหนดเอง


         ในขณะจบคดีนี้ นักสืบจำเป็นเดินทางกลับที่พักและพบว่า มีคนเขียนคำขู่ในกระจกด้วยลิปสติกว่า


    “กลับโลกเดิมไปซะ ไม่งั้นแกตาย”


         และเขาจะกลับได้ไง ในเมื่อไม่รู้วิธีกลับซะหน่อย ดังนั้น เขาก็ต้องไปยังหาคนอื่นๆ เพื่อตรวจสอบ ใครจะเป็นคนขโมยของ


    คดีในห้องหนังสือ

         ฮิดะตัวจริงเอาผลงานของตนที่ไม่ใช่ของตนจะมาตีพิมพ์ ทำให้พวกผู้ช่วยนักเขียนไม่พอใจ เลยวางแผนจะกำจัด โดยการหาที่อยู่พยานและเวลาในการปลอมตัวเป็นฮิดะ เพื่อให้นักสืบจำเป็นและมิโดริเป็นพยานบุคคล และตัวเองก็วางแผนฆ่าตัวจริงไป แล้วในไม่ช้า ความจริงก็เปิดเผย 


    “ผลงานชิ้นนั้น เป็นผลงานที่ผมคิดมานานแล้ว 

    มันอยู่ในอุดมคติของผม 

    ผมต้องทำเพื่อปกป้องสิ่งที่ผมเชื่อ”


         ทุกคนมักอยู่ในอุดมคติของปลอม การซ่อนตัวให้อยู่ในอุดมคติที่ไม่ใช่ความจริงและตัดสินใจทำร้ายคนอื่น เพราะแก้ตัวว่า ปกป้องความเชื่อมั่นของตัวเอง นั้นคือสิ่งที่ผิดอย่างแน่นอน


    คดีสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด

         ทุกคนที่เหลือมารวมตัวกัน และพูดคุยกันถึงว่า ใครเป็นคนขโมยของในหลุมศพไป ไม่มีใครสามารถตอบได้ว่า เป็นใคร และของในนั้นคืออะไร ซึ่งตัวนับสืบจำเป็นคิดว่า กุญเเจหรือแปล่า เพราะไขความทรงจำของทุกคน แล้วในไม่ช้า ด็อกเตอร์ก็ตัดสินใจดมแก๊สทุกคนตาย เพื่อปกป้องทุกคนจากคำสาปของที่นี้ตลอดไป และฆ่าตัวตายตาม


    “เธอไม่รู้หรอกว่า

    เธอเป็นคนเดียวที่นายกเทศมนตรีเลือกไม่ให้รู้”


         การตัดสินทำความผิดครั้งใหญ่นี้เอง เป็นสิ่งที่ซ่อนความผิดไม่ได้ แต่สามารถบอกได้เลยว่า เพราะความไม่รู้ตัวเดียว ความเข้าใจผิดและความหลงผิดที่ทำให้คนๆหนึ่งตัดสินใจผิดพลาดไป อย่างไม่สามารถให้อภัยได้


    คดีขโมยของในห้องอนุสรณ์

         นักสืบจำเป็นเข้าใจทุกอย่างในทันทีว่า มิโดริเป็นคนขโมยหนังสือนิยายสืบสวนคลาสสิกจากหลุมและนายกเทศมนตรีก็แต่งเรื่องขึ้น ในระหว่างทางที่กำลังเดินทางกลับที่พัก พบผู้ดูแลสุสาน มาเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดว่า จริงๆแล้วตัวเองอยู่ที่ไหนกันแน่ และมัมมี่นั้นจะเป็นใครไม่ได้เลย ถ้าไม่ใช่ตัวเขาเอง และเขาตายเพราะคำพูดของตัวเอง


    “โลกนี้คือโลกนวนิยายสืบสวนคลาสสิก

    ที่เขาเขียนตอนสมัยเด็ก”


         และสุดท้ายเขาก็เข้าใจถึงคุณค่าของชีวิตคืออะไร ซึ่งคือ สิ่งที่ไม่มีใครสามารถขีดเขียนคนอื่นหรือกำหนดกะเกณฑ์ใครได้ นอกจากให้เขาเป็นคนกำหนดชีวิตของตัวเองเท่านั้น และตัวเขาก็เช่นกัน ไม่ควรจะใส่ความคิดตัวเองเข้าไปในเรื่องราวของใคร



    เรื่องราวทั้งหมดนี้เป็นนวนิยายสืบสวนแนวแฟนตาซีที่เคโงะเขียนออกมาได้แหวกแนว สนุกและน่าติดตาม หลายคนบอกว่า น่าเบื่อ แต่สำหรับเรากลับคิดว่า มันคือสีสันของดอกซ่อนกลิ่น ที่ซ่อนความผิดพลาดให้เราเรียนรู้ปรับปรุงแก้ไขและเข้าถึงคุณค่าของชีวิตอย่างแท้จริง

    “คนเราเมื่อเรียนรู้ที่จะกำหนดชีวิตตัวเองแล้ว

    เราจงกำหนดให้มันเป็นไป

    ตามความเป็นจริงที่ดีงามเถิด”

    Look a Breathe



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in