Look a Breathe (Read a Book and Travel Easily)nimon
#121 ฟ้าไม่เคยมืด เกินมองเห็นดาว


  •   

    "ถึงแม้ฟ้าจะมืดมิด 

    แต่ก็ยังมีแสงดาวแสงจันทร์ส่องแสงนำทาง 

    เช่นเดียวกับชีวิตของคนเราที่ทุกข์จนหาทางออกไม่ได้ 

    ก็ยังมีใจที่จะนำทางไปสู่แสงสว่างปลายอุโมงค์"


    เนื้อหาสาระในหนังสือ


    หนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็น ๒ ส่วน ได้แก่

    ๑. ชีวิต (Life)

    ๒. ความรัก (Love)


        การเกิดมา การมีชีวิตอยู่ การใช้ชีวิต ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งสวยงามทั้งสิ้น และชีวิตทั้งหลายเหล่านี้ล้วนเกิดจากการหล่อหลอมด้วยความรัก ไม่ว่าจะเป็นรักจากพ่อแม่ เพื่อนฝูง สังคม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตัวเอง แต่การรักตัวเอง ต้องอยู่ในพื้นฐานของความไม่เห็นแก่ตัวด้วย


        ชีวิตของคนเราทุกคนมีทั้งผิดหวังและสมหวัง มีทั้งล้มและลุก มีทั้งทุกข์และสุขล้วนเกิดจากตัวเราและผู้อื่นเท่านั้น โดยเฉพาะคำพูดและการกระทำของคนอื่นที่ทำร้ายเรามาไม่มากก็น้อยอยู่ร่ำไป ดังนั้น เราควรเรียนรู้ที่จะหยุดฟังหัวใจของตัวเองบ้าง และไม่ควรใส่ใจคำพูดของคนอื่นจนมากเกินพอดี ไม่งั้น คนที่กำลังทุกข์สุดคงหนีไม่พ้นเรา


        หลายต่อหลายครั้งในชีวิตที่เราเจอเรื่องไม่คาดฝันหลายอย่าง ไม่ว่า ตอนเราทำงาน ตอนเราใช้ชีวิตในสังคม อย่างช่วงทำงาน จำได้ว่า เจอคนๆหนึ่งที่คือ คนในร้านส่วนใหญ่คิดเหมือนกันว่า ไม่เอาใจเขามาใส่ใจเรา หรือ เชื่อแต่ความคิดตัวเองเป็นหลัก ไม่ฟังความคิดเห็นใครทั้งสิ้น หลายคนเครียด หลายคนเศร้า และหลายคนหาทางออกให้กับชีวิตตัวเอง


    ยกตัวอย่างเช่น


       เรานำเชือกมาผูกเท้าเรากับคนอีกคนหนึ่งเอาไว้ เมื่อเขาจะก้าวไปซ้ายแต่เราจะก้าวขวา ทั้งคนนั้นและเราก็เจ็บทั้งคู่ สุดท้ายก็จะขาดอิสรภาพ และในไม่ช้า เมื่อคนนั้นจะก้าวออกไปให้ได้ เราก็จะเป็นฝ่ายที่เจ็บสุดๆ เเละเราควรเรียนรู้จากความเจ็บปวดในครั้งนี้ ว่า เราควรหันกลับมาพึ่งพาตัวเอง รักตัวเอง และค่อยๆรักษาแผลกายและใจของตัวเราด้วยตัวเราเอง



    วาทกรรมคำคมจากหนังสือ

    เรื่องแรก ทำความดี


       หลายคนชอบบอกว่า จะทำความดีทำไม ถ้าไม่ได้ดี เราเคยคิดนะว่า มันเป็นความคิดที่ผิดอยู่อย่างมาก เพราะความเป็นจริงของการทำความดี มันคืออะไร หลายคนอาจหลงลืม ว่าคือ การทำให้ใจเราสุข และคนอื่นเป็นสุขจากการกระทำความดี ถึงแม้ว่า ผลจากการทำความดีนั้น ยังไม่แสดงผลตามที่เราต้องการ แต่เราไม่ควรเลิกทำ เพราะถึงแม้มีเพียงเราที่เป็นหยดน้ำหยดลงไปในหินยังทำให้สึกกร่อนได้ ฉันใด ก็ฉันนั้น ที่ในไม่ช้าจะมีคนเห็นความดีที่เราทำ

    เรื่องสอง ความผิดหวัง


       เมื่อใดที่เราผิดหวัง เราเรียนรู้ว่า เรามีลมหายใจอยู่ ไม่ให้หลงระเริงในสิ่งที่เรียกว่าชีวิตสมหวังหรือความสุข เพื่อให้เราตั้งใจที่จะสู้ต่อไปให้เหมือนตุ๊กตาล้มลุกที่ล้มสักกี่ครั้งก็ยังลุกได้ และเมื่อถึงเวลาของเรา ความสมหวังก็จะมาให้เราเห็นเอง เพราะชีวิตของคนเรานั้นมีขึ้นและมีลงสลับกันไป


    เรื่องสาม รู้จักใช้


       พ่อของเราเคยสอนว่า มีเท่าไหร่ก็ใช้เท่านั้น อย่าทำอะไรและใช้เกินตัว อย่ามีหนี้สินเด็ดขาด เรารับมาปฏิบัติตลอด จนชีวิตของเราสามารถมีใช้หรือรู้จักใช้ในแบบฉบับของเราได้ โดยเพียงแค่พึ่งพาตัวเอง


    เรื่องสี่ ความรัก


       เมื่อเรารักกัน เราควรเรียนรู้ไปด้วยกัน ให้อภัยซึ่งกันและกัน เอาใจเขามาใส่ใจเรา เพื่อจะได้เดินทางไปถึงจุดที่เรียกว่า รักแท้คือทุกสิ่งทุกอย่าง


       วันนี้ชวนทุกคนคุยมามากแล้วค่ะ อยากฝากหนังสือเล่มนี้ที่ทำให้ชีวิตเราล้มแล้วลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง เป็นกำลังใจให้กับคนที่สู้ชีวิตทุกคน วันนี้ เราอาจคิดว่า เราทุกข์สุดๆ เราอาจคิดว่า เราไม่เหลือใคร เราอาจคิดว่า ทำไมชีวิตเราไม่ยุติธรรมเลย แต่ทุกคนอย่าลืมว่า ยังเหลือคุณค่าในตัวเองของการเกิดเป็นมนุษย์ค่ะ ค่อยๆคิด ค่อยๆทำ ค่อยๆตัดสินใจ ในไม่ช้า ทุกคนจะพบแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ค่ะ


    “เกิดมาแล้วเราต้องอยู่เพื่อชีวิต

    ถึงชีวาปลิดร่วงโรยหมดทางฝัน

    เมื่อชีพอยู่ควรกล้าจะประจัญ

    มุ่งฝ่าฟันอุปสรรคทุกอย่างเอย

    เราไม่ควรที่จะยอมแพ้

    อย่าให้แม้ฟ้าดินว่าเราได้

    เราควรสู้เพื่อชีวิตสว่างไสว

    และเป็นไทด้วยชะตากำหนดเอง”

                                  Look a Breathe

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in