Look a Breathe (Read a Book and Travel Easily)nimon
#115 รักใน.....ที่ทำ (อาชีพ)
  • สวัสดีค่ะ วันนี้กลับมากับบทความน่ารักๆ ที่เป็นตัวเองค่ะ


       เพื่อนๆเคยตื่นเช้าขึ้นมาแล้วไม่อยากไปทำงานไหม

     มันเหมือนกับเราหมดไฟ 

       เราเบื่อที่จะทำในสิ่งที่เรา (เคย) รักแล้วตอนนี้เราไม่อยากทำอาชีพนี้แล้ว อาชีพนี้ไม่ใช่สิ่งที่เรารักที่จะทำอีกต่อไป

       สำหรับเราตอบได้เลยว่า เคยอยู่หลายครั้ง 

       ดังนั้น 

           "เราต้องปลุกไฟในตัวเองค่ะ"


       วันนี้เลยจะมาเสนอ 7 ซีรีย์ญี่ปุ่นที่ปลุกไฟในตัวเองให้เราลุกขึ้นมาอยากทำงานในทุกๆวันค่ะ ได้แก่

    1.) Attention Please

    2.) Miss Pilot

    3.) Koi wa tsuzuku yo dokomade mo

    4.) Blackjack ni Yoroshiku

    5.) Code Blue

    6.) Animal Doctor

    7.) Jimi ni Sugoi

       ซีรีย์เหล่านี้ดูแบบเอาความสนุก ความคิดสร้างสรรค์ ฝึกภาษาญี่ปุ่น และจุดประกายความคิดหลายอย่างให้รักในสิ่งที่ทำค่ะ

    ซีรีย์แรก Attention Please

       เรื่องนี้เริ่มต้นที่นางเอก (อายะ อุเอโตะ) อยากเป็นแอร์ เพราะเพื่อนที่ตัวเองแอบรักบอกว่า อยากเห็นเป็นแอร์ เลยไปจับพลัดจับพลูสมัครเป็นแอร์โฮสเตส แล้วมาในสถานที่ๆตัวเองไม่เคยคิดจะเป็นแต่แรก ตัวเองไม่เคยทำงานอะไรแบบนี้มาก่อน

       นางเอกมีเพื่อนสนิทสองคนในช่วงการฝึกฝน นางเอกพยายามฝึกฝนตลอด ทุกครั้งก็ผิดพลาด แต่ก็พยายามฝึกไปเรื่อยๆ

       ในระหว่างนั้นก็เจอพระเอก (เรียว นิชิกิโด) เป็นช่างซ่อมเครื่องบิน ซึ่งพระเอกมีความฝันอยากเป็นนักบิน แต่ไม่ได้เป็น มาเป็นช่างซ่อมเครื่องบินแทน และพระเอกก็พยายามฝึกฝนเหมือนกัน

       เหตุจากที่ทั้งคู่พยายามด้วยกันนั้น ถึงแม้จะคนละอาชีพ มีการปลอบกัน ให้กำลังใจกัน ความรักก็เกิด (เรื่องนี้ไม่เน้นเท่าไหร่)

       สุดท้ายทั้งพระเอกทั้งนางเอกก็สามารถเอาชนะศัตรูคือความกลัวของตัวเองไปได้ จนสามารถที่จะเดินตามทางสายอาชีพของตัวเองในที่สุด

    ความคิดเห็นส่วนตัว

       เราชอบเรื่องนี้มาก ดูหลายรอบ ชอบมิตรภาพระหว่างนางเอกกับเพื่อน นางเอกกับรุ่นพี่ นางเอกกับครูผู้ฝึกสอนและชอบเส้นเรื่องความรักของพระเอกกับนางเอก ทุกอย่างนำมาขนรวมกันแล้วดูกลมกล่อมไปหมด 

       เรื่องนี้ดูแล้วไม่เครียดเลย แถมฮาหลายฉาก ซึ้งหลายฉาก มีบางฉากให้ลุ้นว่า นางเอกจะเอาตัวรอดไหม เพื่อนนางเอกจะเคืองไหม แล้วนางเอกกับพระเอกจะรักกันไหม

       แล้วอายะเล่นแบบไม่ห่วงสวย ออกมาที่ใด น่ารักทุกที่ (ส่วนตัวชอบอายะ อุเอโตะมาก ทั้งเป็นแฟนเพลง แฟนซีรีย์แฟนหนัง ดูทุกเรื่อง ฟังทุกเพลง แบบคือชอบมาก)

       สำหรับเราไม่ได้อวยนะ บทนี้ต้องให้อายะเล่นจริงๆ เพราะ ถ้าเป็นคนอื่นเล่นจะดูน่ารำคาญไป แต่อายะสามารถหาการเล่นที่ทำให้ดูน่ารัก ดูมุ่งมั่น ดูเอาตัวรอด ดูต่อสู้ ดูเอาชนะตัวเอง ดูข้ามความกลัว ดูตั้งใจที่จะทำให้สำเร็จ

       ส่วนเรียวออกมาไม่บ่อย แต่ออกมาที ก็เผยเสน่ห์พร้อมสยบความเคลื่อนไหวทุกอย่างได้ เล่นเป็นผู้ชายดูขรึมเรียบร้อย ขี้อาย แต่มีบางสิ่งบางอย่างในใจที่มุ่งมั่นจะทำ อยากเป็นนักบิน แต่ไม่ได้เป็น ก็มาเบี่ยงเบนเป็นช่างแทน แต่ก็ไม่ทิ้งความมุ่งมั่นที่จะทำอาชีพตรงหน้าให้ดีที่สุด แถมเป็นกำลังใจที่ดีให้นางเอกเสมอ

       เรื่องนี้ยังทำให้รู้ว่า แอร์ไม่ได้เป็นแค่เสิร์ฟอาหารในเครื่องบิน แต่ต้องฝึกหลายอย่าง ไม่ว่า ว่ายน้ำ ช่วยเวลาเกิดเหตุปั้มหัวใจ ควบคุมอารมณ์ มีสติและอีกหลายอย่าง

    ฉากที่ชอบในเรื่องนี้

       ฉากที่พระเอกพานางเอกขึ้นเครื่องบินแล้วตัวเองเป็นคนขับเครื่องบิน (ทึ่งมาก พ่อคุณขับเครื่องบินได้ด้วย) แล้วพานางเอกบิน เพื่อให้นางเอกไม่ลืมในความมุ่งมั่นของตัวเองที่จะเป็นแอร์ให้สำเร็จ

       ฉากที่นางเอกช่วยปั้มหัวใจให้กับผู้ป่วยบนเครื่องบิน ตอนนั้น เรารู้สึกเหมือนกับไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นพลอยลุ้นไปด้วยว่า จะสำเร็จไหม แล้วสุดท้ายก็สำเร็จ

    เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

       "ถึงแม้ไม่ใช่เป็นอาชีพที่เราชอบหรืออยากทำแต่แรก แต่เมื่อเราได้ลงมือทำแล้ว เราควรทำให้ถึงที่สุด เพราะความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั้น ในไม่ช้า เราอาจจะค้นพบว่า นี่คือ อาชีพที่ใช่ก็ได้"

       "เมื่อไรที่เราทำทุกวันให้ดีที่สุด เมื่อนั้นเราอยู่ใกล้ความจริงของชีวิต ว่า เรียนรู้ไม่ยากที่จะรักอาชีพหนึ่งที่ทำอยู่"

       "เรียนรู้ที่จะรักใครคนนึง เราต้องรักและเคารพในตัวเราเองและในสิ่งที่เราทำ อีกไม่นาน ความรักที่เราตามหาก็จะเข้ามาเอง โดยไม่ต้องใฝ่หาเลย"


    ซีรีย์สอง Miss Pilot

       เรื่องนี้สนุกปนซึ้งมาก คือ เป็นเรื่องราวที่ส่งเสริมกำลังใจอีกเรื่องนึงในการรักสายอาชีพ เรื่องนี้มีเพียงรักในงานที่ทำไม่มีรักระหว่างหญิงชายค่ะ 

       ซึ่งก็คือ นางเอก (มากิ) หางานทำ และได้ไปสมัครงานเป็นนักบิน ANA รับนางเอกเข้ามาทำงานเจอพระเอก (ทาคุมิ) เป็นครูผู้ฝึกหัด 

       ในแต่ละด่าน นางเอกพร้อมเพื่อนช่วยเหลือกัน ไม่ว่าจะฝึกภาคพื้น ช่างซ่อมบำรุง และหลายด่านกว่าจะได้เป็นนักบิน 

       ในเรื่องนางเอกจะมีเพื่อนสนิท ชื่อ โอดะ (ซากิ) อยากเป็นนักบินตามพ่อ แต่สุดท้ายเป็นไม่ได้ เพราะสอบตก ดังนั้นเพื่อนสนิทนางเอกทำงานเกี่ยวกับดูแลตารางแทน แต่เพื่อนนางเอกก็ดีใจที่ยังได้ทำงานเกี่ยวกับสายการบินต่อไป

       พอถึงตอนจบ นางเอกก็ได้เป็นผู้ช่วยนักบิน โดยผ่านทุกอย่าง ทุกด่าน และทำให้เรารู้ว่า กว่าจะเป็นนักบินนั้นมันยาก

       ชอบมากิเวลาอยู่กับซากิมาก ทั้งสองคนเป็นนิสัยคนละขั้วแต่พอมาอยู่ด้วยกันทีใด น่ารัก อยากมีมิตรภาพแบบนี้บ้าง 

       เรื่องนี้ มากิเหมาะมาก ดูน่ารัก นึกถึงตอนมากิเล่น Hana Kimi เสียงน่ารัก สดใส และเล่นเข้าคู่กับทาคุมิที่หล่อแบบมาดเซอร์ด้วย เมื่อรับบทที่เล่นเป็นครูฝึกสอน ดูดีมากๆ คือ แอบขรึม เหมือนไม่ช่วย แต่ใจดีตลอดเวลา เป็นห่วงทุกคน

    ฉากที่ชอบในเรื่องนี้

       ฉากตอนที่นางเอกไปปฏิเสธบริษัท และเจ้าของบริษัทยื่นเกลียวให้อันนึง และบอกว่า คือ ชิ้นส่วนหนึ่งในเครื่องบินซึ่งมีถึงสามล้านชิ้น ถ้าหากขาดใดขาดนึงไป เครื่องบินจะบินไม่ได้ 

    (เราได้จากคำพูดคุยกันเพียงแค่นี้ ว่า อย่าดูถูกสิ่งเล็กน้อย เพราะสิ่งเล็กน้อย ทำให้เกิดสิ่งสำคัญที่เป็นเราได้)

       ฉากตอนที่นางเอกนั่งเครื่องบินครั้งแรกแล้วเกิดความกลัว ทำอะไรไม่ถูก หมดความมั่นใจไปหมด แล้วพระเอกมาคุยกับนางเอกบอกว่า คนเราต้องมีความกังวล

    (เราชอบคำพูดนี้มากที่บอกว่า ควรมีความกังวล เพื่อจะได้ไม่ประมาท และสามารถพาคนโดยสารรอด)

    เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

       "การก้าวผ่านความกลัวเป็นสิ่งสำคัญในทุกอาชีพ ในหลายครั้ง ที่เรากลัวว่าจะทำไม่สำเร็จ เพียงแค่เราผ่านความกลัวนั้น เราก็สามารถทำสำเร็จได้"

       "ความรักหญิงชายอาจสำคัญไม่เท่าความรักของมิตรภาพที่มีต่อกัน"

       "ไม่ว่าเราทำอาชีพไหน เราควรตั้งใจและรักในอาชีพนั้น"


    ซีรีย์สาม Koi wa tsuzuku yo dokomade mo

       เรื่องนี้ขบขันมากกับความรักของหญิงสาวไปเรียนพยาบาลเพื่อไปเจอคุณหมอที่รักมาก (เหตุการณ์คือนางเอกได้เดินทางไปขอพรที่ศาลเจ้า และมาเจอคุณป้าหมดสติ นางเอกได้เข้าไปช่วย โดยตะโกนขอความช่วยเหลือ พระเอกมาเห็นมาช่วย ตั้งแต่นั้นเลยชอบหมอ) และสุดท้ายได้เจอคุณหมอที่ชอบ ก็จะแสดงทุกอย่างให้รู้ว่ารักหมอ โดยได้รับฉายาว่าผู้กล้า 

       ส่วนพระเอกสุดเย็นชา มีฉายาว่า ราชาปีศาจ นิสัยอาจไม่ได้อ่อนโยนเหมือนตอนแรกที่เจอ แต่ขอบอกว่า ทาเครุเล่นได้แบบภายในทำให้คนดู อบอุ่นหัวใจสุดๆ (เราอยากเป็นพยาบาลไปซบอกคุณหมอจัง)

       ในเรื่องนี้มีเวลานางเอกคิดว่า ตัวเองเป็นผู้กล้า (สวมเสื้ออัศวิน) และมีภาพ ทำให้ขบขัน หายเครียดเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ ทำให้เราเห็นว่า งานพยาบาลเป็นงานอย่างไร และช่วยเหลือหมอได้มากน้อยแค่ไหน

       โมเนะกับทาเครุน่ารักมาก ทาเครุเล่นดูแบบเย็นชา ไม่สนใจโมเนะ แต่จริงๆก็แอบสน แล้วแถมบ้านอยู่ใกล้กันอีก ทำให้โมเนะเล่นในจินตนาการแล้วน่ารัก และพี่สาวของทาเครุเล่นตลก 

       ชอบชุดพยาบาลของโรงพยาบาลญี่ปุ่นมาก ดูน่ารัก โมเนะใส่แล้วน่ารัก แถมความช่างสังเกตของโมเนะช่วยหลายอย่างมาก

    ฉากที่ชอบในเรื่องนี้

       นางเอกชอบคิดเองเออเองว่า พระเอกจะเข้ามาหาทุกวิถีทาง ไม่ว่า พระเอกจะเข้ามาหอมแก้ม หรือหลายอย่าง และเวลานางเอกเป็นผู้กล้า (สวมเสื้ออัศวิน) ที่สารภาพรักพระเอกตลอดเวลา น่ารักมาก ขำกลิ้งสุดๆ

       ชอบทุกฉากที่นางเอกอยู่กับพระเอก ดูน่ารัก เหมาะสมกัน แล้วดูนึกถึงหมอกับพยายามต้องอยู่ด้วยกันจริงๆ เพราะมีพยายามคอยสนับสนุนและหมอคอยให้กำลังใจกันและกัน

    เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

       "ความรักดุจดังแขนขาที่ขาดกันไม่ได้ เหมือนกับที่นางเอกขาดพระเอกไม่ได้"

       "ช่างสังเกตเรื่องเล็กน้อย ทำให้เรารู้ถึงสิ่งสำคัญที่มองข้ามไป"

       "เราควรเติมเต็มความรักกันและกันทุกวัน ด้วยความเอาใจใส่ ความเข้าใจ และช่วยแก้ไขปัญหาร่วมกัน"


    ซีรีย์สี่ Blackjack ni Yoroshiku

       เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดูนานมาก จำเรื่องราวได้คร่าวๆค่ะ คือ พระเอกเป็นหมอฝึกหัด มาทำงานในโรงพยาบาลใหญ่ พบเจออะไรหลายอย่างที่ไม่ยุติธรรม ทั้งการที่คนไข้อยากให้หมอคนนึงผ่าตัดให้ หมอคนนั้นแค่ลงมีด แต่หมอคนอื่นทำต่อ ส่วนตัวเองก็เอาหน้า

       หมอใหญ่ๆหลายคนไม่ยอมช่วยเหลือคนไข้ที่เป็นโรคหัวใจ ต้องรอประชุม ทำให้พระเอกตัดสินใจไปขอหมอโรงพยาบาลอื่นมาผ่าตัดแทน

       มีครั้งหนึ่ง พระเอกอยู่ตัวคนเดียว มีคนไข้ฉุกเฉินมา พระเอกไม่กล้าผ่าตัดเลยหนีไป ทำให้พระเอกรู้สึกผิด

       เมื่อพระเอกเป็นหมอฝึกหัดเสร็จก็ได้กลับมาเป็นหมอที่โรงพยาบาลเดิมเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดที่ตนเคยทำผิดพลาดไป

       ในเรื่องนี้ เราจำได้ว่า ระบบหมอญี่ปุ่นที่ดูเหมือนจะดีหน้าฉากแต่จริงๆเอาคนไข้มาเป็นตัวประกัน คนไข้มั่นใจโรงพยาบาลโรงเรียนชื่อดังนี้มาก แต่จริงๆการเมืองเต็มไปหมด แล้วพระเอกซึ่งคือ ซาโตชิ (น่ารักมาก เล่นได้แบบเป็นหมอที่สุดยอดจริงๆแล้วเวลากลัวก็กลัวมาก แตกต่างจากทุกเรื่องที่เล่นมา)ก็ต้องพยายามต่อสู้กับทั้งระบบและจิตใจตัวเอง เพราะจรรยาบรรณความเป็นหมอยังมี

    ฉากที่ชอบในเรื่องนี้

       ฉากที่พระเอกหนีคนไข้ฉุกเฉินและทิ้งให้คนไข้อยู่กับพยาบาล พยาบาลเลยต้องตัดสินใจช่วยคนไข้โดยพลการ ซึ่งเราเข้าใจพระเอกมาก คือ ไม่เคยทำมาก่อนก็กลัวทำผิดพลาด ทั้งความกลัวมันสุมหัวใจไปหมด ส่วนพยาบาลที่ต้องตัดสินใจช่วยโดยที่ไม่ได้เชี่ยวชาญเหมือนกัน

       ฉากที่หมอชื่อดังเอามีดกีดเข้าไป และทุกคนตบมือชื่นชมหมด ขอบอกว่า หมอคนนั้นเล่นเก่งถึงใจ ถึงการหลอกลวงคนไข้ได้อย่างแท้จริง

    เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

       "ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ไม่ควรเริ่มต้นจากการหลอกลวง เพราะสุดท้ายไม่มีใครที่เคารพคนหลอกลวง"

       "การช่วยเหลือชีวิตคนที่อยู่ตรงหน้านั้นสำคัญมากพอกว่าจะมีเหตุผลใดมาอ้างได้"

       "เงินทองอาจสำคัญกว่าชีวิตของคนอื่น เป็นความคิดของคนเห็นแก่ตัว)


    ซีรีย์ห้า Code Blue

       เรื่องนี้ติดตามทุกภาคทุกตอนเหมือน Attention Please เพราะยอมรับว่า ดูครั้งแรก เพราะยามะพีตกเราเข้าไปอย่างเต็มที่ และถอนตัวไม่ขึ้นเช่นกัน

       เรื่องราวของ Doctor Heii หมอฉุกเฉินมือเก่งอัจฉริยะอย่างไอซาวะ (พระเอกอย่างยามะพี) พร้อมกับทีมต้องไปช่วยเหลือกู้ภัยในสถานที่ต่างๆ ความเป็นมืออาชีพ การทำงานเป็นทีม การช่างสังเกต และความยากในการช่วยเหลือคนไข้ข้างนอก

       แต่ละฉากที่ยกมาในการที่จะพาไปช่วยลุ้นนั้น ในทุกฉาก ทำให้เราเห็นสิ่งหนึ่งที่หมอกู้ภัยต้องมี คือ จิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์

       เรื่องนี้เป็นเรื่องเน้นจริงจัง ไม่เครียดเกินไป แต่เน้นลุ้นทุกฉากมากๆ ว่า จะต้องทำอย่างไรถึงสำเร็จ

       เรื่องนี้ เราเฉยกับนางเอกมาก เชียร์พระเอกกับเอริกะ เพราะชอบมากกว่า คือ เคมีดูเข้ากันกว่า เวลาพระเอกกับนางเอก ฮ่าๆๆ

       อย่างที่บอก เราชอบยามะพีเล่นดีมาก เล่นเก่งมาก ออกมาเท่ห์ทุกฉาก และมีจิตวิญญาณของความเป็นหมอ

    ฉากที่ชอบในเรื่องนี้

       ฉากแก๊สระเบิด สมจริงมาก แล้วคือตอนแรกที่ได้ข้อมูลมา ว่า มีคนบาดเจ็บ 3 คน แต่พอไปจริง คนเจ็บเยอะมาก ในขณะที่ช่วย ต้องพยายามทำให้ตัวเองปลอดภัยในสถานที่ๆมันอันตราย ช่วยเหลือคน ลำเลียงคนออกไป ซึ่งยากมาก

       ฉากที่ช่วยเหลือคนที่ถูกไม้แทงเข้าไป ซึ่งมันเป็นฉากอยู่ในความเป็นความตาย ถ้าหากตัดสินใจผิดพลาด ทุกอย่างอาจสายได้

    เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

       "ชีวิตของคนเรานั้นสำคัญมากกว่าเวลาเพียงเล็กน้อยที่เสียไป เราต้องใช้เวลาให้เร็วสุดที่จะช่วยเหลือคน"

       "ความสามัคคีในการทำงานที่เป็นทีม รับฟัง เรียนรู้ ช่วยเหลือ ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี"

       "การตัดสินใจอย่างถูกต้อง รวดเร็วที่สุด ไม่ว่า ทางที่เลือกถูกไม่ถูก ถือว่าถูกหมดแล้ว เพราะเราทำด้วยใจที่ดี"


    ซีรีย์หก Animal Doctor

       พระเอกในเรื่องเรียนหนังสือ และได้ไปเจอเจ้าหมาโจบิโดยที่ศาสตราจารย์ลึกลับเอามาให้ หลังจากที่ดูแลกัน

       วันนึง โจบิไม่สบาย พระเอกพาไปหาหมอสัตวแพทย์เป็นที่มาของการจุดประกายของพระเอกที่จะเป็นสัตวแพทย์

       ในไม่ช้า พระเอกได้เรียนคณะสัตวแพทย์ ต้องช่วยเหลือพวกสัตว์สี่ขาทั้งหลาย

       เรื่องนี้เป็นเรื่องราวน่ารักของหมอกับบรรดาสัตว์ที่ชวนดูขบขัน น่ารัก น่าเอ็นดูไปหมด 

       และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เป็นแรงบันดาลใจให้อยากเรียนสัตวแพทย์ แต่ไม่ผ่านตอนสัมภาษณ์ค่ะ จำได้ ว่า ตอนได้เดินทางไปสัมภาษณ์ ดีใจและตื่นเต้นมาก แบบว่า ความฝันใกล้ความจริง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้นะ

       เราไม่ได้เสียใจนะที่ไม่ได้ เพราะเราคิดว่า เราได้แรงบันดาลใจจากการไปสัมภาษณ์คือ จิตวิญญาณของการทำงานมากกว่า ว่า ไม่ว่าอาชีพไหน เราสามารถทำได้ดีที่ทั้งนั้นถ้าเรารู้คุณค่าของตัวเอง

    คำถามสัมภาษณ์คณะสัตวแพทย์ โรงพยาบาลชื่อดัง

    1. 1.) คุณคิดว่า มองตัวเองเป็นสัตวแพทย์ในอีก 5 ปีถัดจากนี้ คุณจะเป็นแบบใด
    2. 2.) คุณคิดว่า สิ่งใดในร่างกายของสัตว์ตัวไหน ที่เหมือนกับคุณ (มีคำถาม 2 คำถาม คือ สัตว์ตัวไหน และ ส่วนของร่างกายในสัตว์นั้น)
    3. 3.) คุณคิดว่า ถ้าระหว่าง เดินทางไปยังสถานที่หนึ่ง เจอหมาถูกรถชน สิ่งใดสิ่งแรกที่ต้องทำ เมื่อเราเป็นสัตวแพทย์

       "มีอีกหลายคำถาม แต่จำได้ 3 คำถามนี้ค่ะ"

    ฉากที่ชอบในเรื่องนี้

       ฉากที่พระเอกเจอโจบิ และพาโจบิไปหาสัตวแพทย์ ซึ่งประทับใจสัตวแพทย์ที่ช่วยเหลือโจบิมาก

       ฉากวุ่นๆที่พระเอกเรียนหนังสือกับเหล่าสัตว์อลวนทั้งหลาย ที่ทำให้พระเอกปวดตับน่าดู น่ารัก น่าเอ็นดูทั้งนั้น

    เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

       "แรงบันดาลใจเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิต"

       "การที่เราเรียนรู้ว่า เรารักอะไร เราจะทำมันได้ดี"

       "ชีวิตจริงไม่อิงนิยาย แต่ความน่ารักของหมาแมวอิงความจริงยิ่งกว่าอะไร"


    ซีรีย์เจ็ด Jimi ni Sugoi

       นางเอกที่บ้าแฟชั่นมากๆ ถูกจับพลัดจับพลูให้มาอยู่แผนกพิสูจน์อักษร ซึ่งดูไม่เห็นมีอะไรเลย แต่มันมี

       ในชีวิต เราไม่เคยรู้มาก่อนเลย ว่า คนทำงานพิสูจน์อักษรนี้ลำบากขนาดไหน เพราะการจะพิสูจน์เรื่องละเอียดอ่อนตัวอักษรตั้งมากมาย ยังจะคนอีก ที่ทำให้เราต้องปวดหัวกับทั้งอักษรและคนทุกวัน

       เรื่องนี้จะได้เห็นถึงการแก้ไขปัญหาแต่ละอย่างว่า จะทำอย่างไรให้ทุกอย่างออกมาดูดีในสายตาคนอ่าน และเป็นการทำงานเบื้องหลังที่มองข้ามไม่ได้จริงๆ

       ชอบเสื้อผ้าแฟชั่นของนางเอก ซาโตมิมาก และการเล่นที่ดูขำปนเครียดในบางฉาก ซาโตมิทำออกมาได้ดี และพระเอกอย่างซุดะออกมาที่ใด ไม่รู้เป็นไร ปล่อยก๊ากทุกที และอมยิ้มตามตลอด ผู้ชายอะไรไม่รู้อยู่มุมไหน ทำอะไร ก็น่ารักไปหมด 

    ฉากที่ชอบในเรื่องนี้

       ทุกฉากที่ซุดะออกมา เราชอบหมดแบบ น่ารัก จากเส้นเรื่องจะตรึงเครียด พ่อก็ทำให้เส้นเรื่องอบอุ่นหัวใจทันที

       บรรยากาศคนทำงานเบื้องหลังที่สุดแสนจะน่าเบื่อ แต่ทุกคนก็ไม่เบื่อ เพื่อคนอ่านที่น่ารักทุกคน

    เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

       "การสร้างแรงบันดาลใจ ไม่ต้องเกิดจากงานที่เราชอบก็ได้ แต่เกิดจากความตั้งใจทำงานที่ไม่ชอบให้กล่ยเป็นงานที่ชอบต่างหาก"

       "ความรักจะเบิกบานได้ เมื่อหัวใจทั้งสองดวงเป็นอันเดียวกัน"

       "การทำงานเบื้องหลังสำคัญพอๆกับทำงานเบื้องหน้า"

    วันนี้ถ้ามีงานทำก็ขอให้ทำงานด้วยใจรักและรักในงานที่เราทำค่ะ

    "สนุกอยู่กับงานทุกวัน

    ทำให้ฉันเรียนรู้ทุกเวลา

    ไม่มีนาทีใดไม่มีค่า

    ที่จะเรียนรู้ความเป็นตัวเอง

    คุณค่าตัวเองหาได้จากงาน

    ทำมันไปซักวันก็พบเอง

    ว่างานเป็นงานอย่าสนคน

    เราไม่จนใจรักงานตลอดไป"

                                             -- Look a Breathe --

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in