เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
00.00 Head in the clouds or Feet on the groundQiu
Folder 1 Wishing Hour
  • 1

    ฝนตกกระทบน้ำคลอรีนจนเกิดริ้วรอยปรุพรุนบนผิว ไฟสีม่วงอ่อนถูกพ่นออกมาพร้อมฟองฟู่ด้านข้างกำแพงสระ

    ไวน์ราคาถูกที่ได้มาเป็นของขวัญในวันเกิดปีที่ 22

    ผมเพิ่งอายุ 22 ไปเมื่อวาน .. แต่ละปีหมุนวนไปเฉพาะแค่หน้าปฏิทิน ไม่มีอะไรแตกต่างนอกจากนี้

    ไวน์ในแก้วปนละอองฝนจนเสียรสชาติ ผิวน้ำกระเพื่อมไหวไปมาชักชวนให้กระโดดลงไปเล่นล้อกับคลื่นน้ำ ผมแหวกว่ายไปจนสุดขอบสระว่ายกลับไปมาสองสามรอบ นอนลอยตัวรับละอองฝน เม็ดฝนกระเด็นเข้าจมูกผมจึงพลิกตัวคว่ำหน้า ก้นสระมีปะการังมากมาย ปะการังปลายเข็ม ปะการังเขากวาง ปะการังผิวเกล็ดน้ำแข็ง ดอกไม้ทะเล กัลปังหา สีสวยสดปรากฏอยู่ก้นขอบสระ เต้นดุ๊กดิ๊กไปมาตามจังหวะเม็ดฝนที่ตกกระทบน้ำ ผมกลั้นหายใจต่อไปไม่ไหว คอแห้งเหมือนทะเลทรายจึงขึ้นมากระดกไวน์อยู่ริมขอบสระ

    จากขอบสระมองไปยังก้นสระ ชะเง้อหน้ามองใกล้ ๆ ก็แล้วกลับไม่เห็นปะการังกระจุกนั้น เพราะไวน์ในแก้วเสียรสชาติผมจึงยกกระดกจากขวดดับกระหายแล้วจึงกระโดดลงน้ำอีกครั้ง คว่ำหน้าลอยตัวในท่าเดิม ปลาการ์ตูนตกใจว่ายเข้าไปในดอกไม้ทะเล ด้านล่างมืดเลือนราง มีแสงไฟจากขอบสระสีม่วงอ่อนส่องลงมาเป็นสปอตไลต์ ปะการังมีจำนวนมากกว่าเดิม จากมีเพียงหนึ่งหย่อมบัดนี้แผ่กระจายทั่วพื้นกระเบื้อง เนื้อเพลงโผล่ขึ้นมาในหัวหนึ่งท่อน

    เนื้อเพลงไม่มีคำว่าปะการัง

    ผมลอยตัวอยู่อย่างนั้น ดำน้ำอยู่เพียงครึ่งหนึ่ง ด้านบนหัวโผล่พ้นผิวน้ำ ได้ยินเสียงลมที่พัดใบไม้และเสียงความสงบด้านล่าง มีเสียงเพลงคลอ ๆ มาจากระเบียงที่ถูกเปิดประตูกระจกบานเลื่อนไว้จากห้องใดห้องหนึ่ง เพลงป๊อปร็อกสมัยใหม่ เสพง่าย ย่อยง่าย เบื่อง่ายแต่ผมไม่เบื่อ ผมดำดิ่งลึกลงไปใกล้ชิดปะการัง เลี่ยงไม่สัมผัสโดนก็แล้วแต่โขดหินเกี่ยวขาจนเลือดออก เสียงเพลงดังก้องมาถึงด้านล่าง แหวกว่ายลงไปเท่าไหร่ก็ยิ่งลึกกว่าตาเห็น การดำน้ำทำให้ผมแต่งเพลงได้อีกท่อน ยิ่งดิ่งลึกมืดลงไปหัวยิ่งแล่น เมื่อกลั้นหายใจจนสุดกำลังผมรีบมองหาแสงไฟที่ส่องลงมาจากด้านบนทะยานขึ้นผิวน้ำ บันทึกเนื้อเพลงในหัวลงโทรศัพท์ ก่อนเดินกลับขึ้นห้องพักแวะทักทายรปภ.หน้าคอนโดและเปิดเนื้อเพลงให้แกอ่าน รปภ.อายุราว 40 ผมสีดำแซมสีขาวเป็นเส้น ท่าทางยังดูแข็งแรงแต่พูดจาเหมือนคนแก่อายุเจ็ดสิบแปดสิบ เสียงแหบแห้งเหมือนคนติดสุรา แกบอกว่าเพลงของผมดูเข้าท่าดี แต่ดูคล้ายจะเป็นบทกลอนมากกว่า คำพูดฟังดูน่าพอใจผมจึงพยักหน้ายิ้มและกล่าวขอบคุณอย่างภูมิใจ

    2

    แมวตัวอ้วนร้องเรียกเหมียว ๆ เมื่อผมกลับเข้าห้องผมฮัมเพลงที่แต่งไปยังไม่จบเพลงดีให้มันฟัง มิกิตัวสีดำขลับทั้งตัวตาสีเหลืองน่ารัก เดินเอาสีข้างมาถูหน้าแข้งผมและเดินหนีไปเลียขนอยู่ริมหน้าต่างเมื่อมันสัมผัสได้ว่าตัวผมเปียก

    สี่ทุ่มกว่า ๆ ผมนั่งอยู่บนโซฟาสีม่วงในห้องชุดขนาดพอเหมาะที่ผมอาศัยอยู่ มิกินอนขดอยู่บนพรมข้างเท้า ผมต้องแต่งเพลงให้จบภายในคืนนี้ คืนที่ความคิดไหลลื่นลงลึกอย่างน่าพอใจ ไฟสีส้มในห้องดูอบอุ่น เฟอร์นิเจอร์สีสะอาดตากับต้นไม้เขียว ๆ ทำให้ผมรู้สึกเป็นอิสระ นี่คือพื้นที่ของผม โต๊ะทำงานจัดเรียงของบ่งบอกนิสัย ไม่ยุ่งเหยิง แต่ไม่ถึงกับเรียงเป็นระเบียบ มีเศษฝุ่นบนโต๊ะประปรายเกาะตามสิ่งของที่ไม่ได้หยิบใช้ ผมเคยเลี้ยงปลาทองอยู่ช่วงหนึ่งตอนย้ายเข้ามาใหม่แรก ๆ ไม่ถึงสองวันก็หงายท้องตายสนิท โหลเลี้ยงปลาทรงกลมถูกเปลี่ยนเป็นกระถางใส่ต้นกระบองเพชร จัดเป็นสวนขนาดเล็กให้กับนางฟ้าตัวจิ๋ว ไม่แน่ใจว่าพวกเขาจะชอบความคมของต้นกระบองเพชรหรือเปล่า แต่ช่างเถอะ มันเป็นต้นไม้ที่เลี้ยงง่ายที่สุดเท่าที่ผมเคยมีเท่านั้นก็พอแล้ว

    ถึงกระนั้นผมก็ชอบนั่งบนโซฟาเอนหลังแต่งเพลงมากกว่านั่งบนโต๊ะ ซึ่งดูจริงจังจนทำให้สมองตีบตัน คุณคงคิดว่าผมน่าจะเป็นนักแต่งเพลงมืออาชีพ แต่เปล่าเลยผมทำงานเป็นพนักงานขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้บริษัทหนึ่ง มีหน้าที่ให้บริการลูกค้าทางสื่อออนไลน์ นั่งเฉย ๆ หน้าคอมรอลูกค้ามาพูดคุย หากโชคดีลูกค้าตกลงซื้อก็ได้ค่าคอมมิชชั่นไป แต่ถ้าไม่ก็ยังได้รับเงินเดือนมาใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายได้พอตัว

    นักแต่งเพลงเป็นอาชีพในฝัน ทั้งชีวิตผมแต่งได้เพียงแค่ห้าเพลง ยังไม่รวมที่จะออกใหม่จากหัวเร็ว ๆ นี้ ห้าเพลงนั้นผมเอาไปเสนอให้กับค่ายเพลงหนึ่ง ครั้งแรกที่ส่งผมส่งไปสองเพลงอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ว่าจะถูกขโมยความคิดไปฟรี แต่ครั้งนั้นผมได้รับการตอบกลับมาเป็นความเห็นของนักแต่งเพลงในค่ายเพียงหนึ่งบรรทัดสั้น ๆ

    สิ่งนี้ไพเราะแต่กลับดูไม่น่าจะเป็นบทเพลง

    ผมเคยลงผลงานไว้ในบล็อกหนึ่ง มีคนอ่านร้อยกว่าคน ไม่มีใครแสดงความเห็นใด งานของผมดีแล้วหรือยัง หรืองานของผมมันห่วยแตกสิ้นดีหรือดูไพเราะอย่างดาษดื่น มีแต่ผมที่ออกความเห็นทำนองนั้น

    หนถัดไปผมจึงส่งเพลงไปเพิ่มอีกสามเพลงครั้งนี้ไม่มีการตอบรับใด ๆ กลับมา เงียบหายเหมือนอีเมลส่งไปไม่ถึง

    ทำไมผมถึงไม่ร้องเพลงของตัวเองลงสื่อออนไลน์ไปให้รู้แล้วรู้รอดไป คำถามนี้ผมถามตัวเองบ่อยครั้งแต่ตอบได้ทันทีหลังจากฟังเสียงร้องที่ผิดจังหวะขั้นมหันตภัย กว่าจะเขียนเพลงมาได้หนึ่งเพลงใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนเศษ สองเพลงแรกที่ส่งไปผมเขียนในหอพักนักศึกษาของมหาวิทยาลัย ผมได้แรงบันดาลใจจากเสียงร้องสุขสันต์วันเกิดจากห้องข้าง ๆ เป็นเพลงที่ช่วยเยียวยาจิตใจ แต่อ่านแล้วเลี่ยนลิ้นเหลือเกิน ผมใช้เวลาเขียนท่อนแรกในห้านาทีหลังจากความคิดระเบิดตู้มออกมาอย่างสวยงาม ชั่วครู่สมองผมก็กระจุยหาย เขียนต่อไปไม่ได้ ความพยายามอยู่ที่ใดความสำเร็จอยู่ที่นั่น ผมใช้สมองที่กระจุยกระจายเขียนจนจบ

    เพลงต่อมาผมเขียนตอนตีสามห้องเงียบสงบไม่มีเสียงรบกวนใดนอกจากเสียงเลื่อนเก้าอี้จากห้องชั้นบน ผมใช้เวลาเขียนเพลงนั้นหนึ่งเดือนเต็ม ห้องด้านบนน่าจะย้ายมาอยู่ใหม่ ผมเขียนโน้ตบ่นอย่างมีมารยาทแปะไว้หน้าประตู เสียงเลื่อนเก้าอี้เบาลงแต่ใช้เวลานานกว่าจะสิ้นสุด

    หลังจากนั้นพี่สาวผมย้ายมาทำงานแถบนี้ผมจึงจำใจต้องย้ายไปนอนหอพักเดียวกัน ห้องแคบ ๆ มีเตียงสองชั้นอยู่นอกมหาวิทยาลัย พ่อกับแม่บอกว่าประหยัดค่าใช้จ่ายและเพื่อให้พี่สาวปลอดภัย เป็นผู้หญิงหากอาศัยอยู่คนเดียวมักเกิดเรื่องอันตราย ผมหนีเสียงเลื่อนเก้าอี้ออกมาได้ พี่สาวเปิดฟังเพลงตลอดทั้งวัน เป็นเพลงแนวเดียวกับที่ผมฟัง เพลงฟังเพราะลื่นเข้าหูโลดแล่นไปทั่วทุกโสตประสาท ผมเคลิ้มไปกับเพลงทุกครั้งเมื่อกลับมาที่ห้องพักในตอนที่พี่สาวอยู่

    แต่ผมก็ไม่ได้แต่งเพลงเลยในสองปีนั้น

    จนกระทั่งผมเรียนจบได้งานทำและรับเงินเดือนสองงวดแรกจึงย้ายออกมาอยู่ตัวคนเดียว ส่วนพี่สาวมีแฟนหนุ่มอยู่แล้วโดยไม่ได้บอกพ่อกับแม่ เมื่อท่านสองคนจะเข้ามาเยี่ยมผมจึงต้องรีบแสร้งทำเป็นอาศัยอยู่ที่นั่น หลังจากนั้นผมก็เขียนเพลงได้เพิ่มอีกสามเพลงภายในเวลาสี่ห้าเดือนเพราะสระน้ำที่มีปะการัง กระตุ้นความคิดจนพรั่งพรูออกมาเมื่อดำลงลึกไปยังก้นสระ แต่ไม่ใช่ทุกครั้งที่ผมเห็นปะการัง ถ้าไฟสีม่วงที่ติดประดับในสระเสียผมก็จะมองเห็นแต่กระเบื้องสี่เหลี่ยมเป็นช่อง ๆ บางครั้งผมนึกเหงาอยากมีคนข้างกายที่ไม่มายุ่มย่ามกับผมมากจึงอุปการะมิกิมาเลี้ยงจากข้างถนน แมวตัวเล็กผอมกะหร่องในตอนนั้นช่วยให้ผมแต่งเพลงรักได้สามวรรคและถูกแช่แข็งไว้อย่างนั้นไม่จบเพลงเสียที

    3

    เวลาเกือบเที่ยงคืน 23.23 น.หากพ้นวันนี้ไปไม่แน่ใจว่าผมคนนี้จะมีความรู้สึกนึกคิดเหมือนผมคนปัจจุบันอยู่หรือไม่ หากเปลี่ยนไปกะทันหันเกรงว่าเพลงที่เขียนอยู่จะให้ความรู้สึกที่ต่างกัน มีอยู่ครั้งหนึ่งผมได้ยินเสียงไซเรนรถพยาบาลกลายเป็นเสียงเพลงแนวอัลเทอ์เนทีฟ ผมเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ จังหวะเฉียบเฉือนลึกอย่างนุ่มนวล และเสียงเงียบลงเมื่อแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดัง ทุกอย่างวาบหายไปเหมือนเปิดไฟสีขาวทั่วห้องที่เป็นสีขาวกระดาษทั้งพื้น เพดาน ผนัง สว่างจ้าจนมองไม่เห็นเงา

    เมื่อแต่งเพลงนี้เสร็จผมตั้งใจจะส่งให้ค่ายคู่แข่งที่เคยส่งไป เที่ยงคืนเริ่มคืบคลาน ผมแต่งวรรคสุดท้ายเสร็จสิ้นทันเวลา อากาศในห้องเย็นกำลังดี อุณหภูมิยี่สิบห้าองศา ผมขดตัวข้างมิกิบนเตียงนอนนุ่ม ไฟในห้องดับลง ผมกำลังเดินทางข้ามเวลา วันนี้จะแตกต่างไปจากพรุ่งนี้ เมื่อคิดได้อย่างนั้นผมก็หวั่นใจ หากพรุ่งนี้ไม่มีจริงจะเป็นเช่นไร มิกิคงถูกพี่สาวนำไปเลี้ยงไม่ก็เป็นพ่อกับแม่ แล้วเพลงของผมล่ะ คงถูกเผาทิ้งหรือนำไปส่งโรงงานแยกขยะ

    คนตายมักได้รับการเชิดชู ไม่ว่าทั้งชีวิตจะทำดีหรือร้ายมามากเพียงใด เพลงของผมอาจจะได้รับคำชมหลังจากนั้น

    ตำรวจตรวจพบหนุ่มวัยยี่สิบกว่าในคอนโดย่าน xx สิ้นชีวิตข้างสัตว์เลี้ยงสุดรักอย่างไม่ทราบสาเหตุ บนโซฟามีจดหมายที่ถูกเขียนด้วยลายมือ ... (แค่เห็นเป็นกระดาษกับตัวอักษรนักข่าวก็คงทึกทักเอาว่าเป็นจดหมายลาตาย)

    หลังจากที่แกะลายมือผมออกเนื้อเพลงของผมก็คงถูกฉายทางโทรทัศน์และลงทุกช่องทางออนไลน์ ผู้คนต่างชื่นชอบชมเชยและเสียดายความสามารถของผม

    อ่า น่าเสียดายอนาคตคงไปได้ไกลกว่านี้

    สงสารน้องแมว เจ้าของเสียไปต่อหน้าต่อตาคงจะเสียใจแย่

    แต่งเพลงดีขนาดนี้ไม่น่าเก็บไว้คนเดียว

    ใหลตายชัวร์สภาพนี้

    ความคิดเห็นจากชาวเน็ตคงจะไหลเร็วจนอ่านไม่ทัน

    หรือไม่ก็ไม่มีใครทำข่าวการเสียชีวิตนี้

    4

    ผมสะดุ้งตัวตื่นหลังจากเสียงโทรศัพท์เข้า

    เมื่อพี่สาวกับแม่โทรมาสุขสันต์วันเกิดช่วงตีหนึ่งครึ่ง เวลาที่กำลังเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างจริงจัง เสียงพูดดังลั่นแข่งกับเสียงทีวีของอีกฝั่ง

    ขอโทษที่โทรมาดึกแต่แม่อยากเป็นคนแรกที่จะส่งคำอวยพรให้กับลูกชาย พี่สาวของเราเพิ่งกลับมาบ้าน พี่จะกลับมาอยู่บ้านแล้วนะ ทำงานต่อที่นั่นไม่ไหว ลูกก็กลับมาอยู่ด้วยกันสิ มาหางานทำแถวนี้ รักลูกนะ

    สุขสันต์วันเกิดเด็กน้อย พี่สาวตะโกนแทรกเข้ามา

    ผมตกใจเล็กน้อยแต่ก็กล่าวขอบคุณพร้อมถามสารทุกข์สุกดิบกับครอบครัว

    5

    เมื่อตื่นเช้าขึ้นมาปรากฏว่าเพลงที่แต่งไปเมื่อคืนช่างไร้วิญญาณ เหมือนผลไม้ที่มีแค่เปลือกไร้สิ้นซึ่งเนื้อใน ท่อนจบถูกตัดขาดอย่างไม่มีที่มาที่ไป เมื่อคืนผมชอบมันมากเสียเหลือเกิน พอมาตอนนี้ผมกำลังยัดมันใส่โหลแก้วเชอร์รี่ใบใหญ่ หมักดองรวมกับกระดาษแผ่นอื่น ๆ ที่มีชะตากรรมเดียวกัน

    หากถึงเวลาเนื้อเพลงเหล่านี้อันจะรสชาติดีขึ้นมาไม่วันใดก็วันหนึ่ง ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและระยะเวลา

    26 กันยายน

    ผมอายุ 25 ปี กำลังเปิดโหลแก้วที่หมักดองไว้จน (คิดว่า) ได้ที่ ปรุงแต่งรสชาติเพิ่มนิดหน่อย จัดเสิร์ฟลงบล็อกส่วนตัว รอคอยลูกค้ามารับประทาน ผมที่ตอนนี้อายุ 25 ต่างกับผมตอนอายุ 22 คือเนื้อเพลงเก่าที่เคยลงไว้ในบล็อกส่วนตัว ณ ช่วงเวลานี้มีคนอ่านเกินสองพัน แสดงความคิดเห็นสามคนในเชิงบวก

    ขอบคุณของขวัญในวัย 25 ปี

    ปีที่คำขอพรของผมเป็นจริง

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in