messy girl with messy lifems.messy
บาดแผลทางใจในวัยเด็ก vs ตัวเราในวันนี้
  • เราทุกคนทราบดีว่า 'ร่างกาย' และ 'จิตใจ' สัมพันธ์กันอย่างแยกจากกันไม่ได้
    ถ้าไม่นับรวมเรื่องพันธุกรรม สภาพแวดล้อมหรือวิถีชีิวิตที่เราใช้ 
    "สุขภาพจิตดี" ย่อมส่งผลให้การทำงานของร่างกายเป็นไปด้วยดี

    เมื่อใดก็ตามที่จิตใจไม่สบาย เกิดความเครียด ความทุกข์ ความเศร้า ความกังวลใจ
    ร่างกายเราก็ได้รับผลนั้นเช่นกัน ไม่ว่าจะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม

    การสั่งสมความทุกข์มาเป็นระยะเวลานาน เป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บ
    เพราะความเครียด ความวิตกกังวลที่เรื้อรังเป็นเสมือนพิษที่สะสมอยู่ในตัวเรา 
    มันก่อให้เกิดการอักเสบและทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
    จากงานวิจัยและการค้นพบที่น่าสนใจ ช่วงทศวรรษที่ 90 โดยนายแพทย์ Vincent J. Felitti และคณะ
    พบว่า ประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็กมีความเชื่อมโยงกับความเจ็บป่วยทางกายเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่

    ไม่เพียงแต่ผลลัพธ์ด้านสุขภาพ ประสบการณ์ในวัยเด็กยังเป็นตัวกำหนดชีวิต ความสัมพันธ์ การงาน และความสำเร็จในอนาคตของเราอีกด้วย 

    ในทีนี้เราจะมุ่งไปที่ประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็ก 
    โดยเฉพาะบาดแผลทางอารมณ์ ปมในใจที่เกิดขึ้นจากวิธีที่เราถูกเลี้ยงดูและเติบโตมา เช่น

    -พ่อแม่ที่ทะเลาะกันบ่อยๆ 
    -การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก เช่นพ่อแม่หย่าร้าง หรือการจากไปอย่างกะทันหันของบุคคลสำคัญ -คนในครอบครัวติดเหล้า/ยา
    -มักถูกตำหนิ ดุด่า ทำให้อับอาย 
    -ถูกกลั่นแกล้งรังแก
    -พ่อแม่เย็นชาและไม่ตอบสนองทางอารมณ์
    -ไม่ได้รับความรักความใส่ใจ หรือถูกทอดทิ้งเพิกเฉย
    -พ่อแม่ไม่มั่นคงทางอารมณ์ เช่น ฉุนเฉียวง่าย ขี้หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวน
    -การถูกทารุณกรรม
    -เหตุการณ์การสะเทือนใจครั้งรุนแรง
    เป็นต้น

    เหตุการณ์อันน่าเจ็บปวดในวัยเด็กเหล่านี้ ค่อยๆหล่อหลอมและพัฒนาตัวตนของคนๆหนึ่งขึ้นมา
    เพราะในช่วงที่เด็กกำลังโต สมองพวกเขากำลังพัฒนา 
    การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่ความเครียด ความทุกข์ใจ ความเจ็บปวด ความอึดอัด วิตกกังวลอยู่เสมอ 
    สมองจะถูกกระตุ้นและตอบสนองซ้ำแล้วซ้ำอีก ให้ผลิตฮอร์โมนความเครียด สารเคมีที่เป็นพิษออกมา เพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์เช่นนี้อยู่ตลอดเวลา ถือเป็นการตั้งโปรแกรมหรือสร้างทางเดินประสาทใหม่ๆ 

    การเผชิญความเครียดเรื้อรังที่คาดเดาไม่ได้ตลอดเวลา ทำให้การเจริญเติบโตของเซลล์ประสาทถูกรบกวน และวงจรการเชื่อมต่อในสมองได้รับผลกระทบ เป็นผลให้สมองส่วนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมอารมณ์ ความยับยั้งชั่งใจ การตัดสินใจ เสียหาย ก่อเกิดเป็นปัญหาด้านอารมณ์ในวัยผู้ใหญ่ เช่น มีอารมณ์แปรปรวน วิตกกังวล ซึมเศร้า ขี้กลัว ไม่สู้ชีวิต และไม่อาจใช้ชีวิตได้เต็มศักยภาพ รวมถึงมีปัญหาสุขภาพอื่นๆตามมา

    สิ่งที่เกิดขึ้นกับสมองในวัยเด็กนี้เอง จะกำหนดการทำงานของศูนย์ควบคุมนี้ไปตลอดชีวิต
    เราจึงโตมาเป็นคนแบบที่เราเป็น มีนิสัยและบุคลิกภาพดังที่เห็น 
    นี่คือคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ส่วนหนึ่งถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของความคิดและพฤติกรรมของเรา 

    อย่าลืมว่าสิ่งที่แสดงออกมาให้เห็นนั้นเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของทั้งหมดเท่านั้น 
    เสมือนส่วนยอดภูเขาน้ำแข็งที่เราเห็นด้วยตา แต่ส่วนฐานที่เรามองไม่เห็นนั้นช่างใหญ่โตมโหฬาร
    อันเป็นส่วนของจิตไร้สำนึกที่ฝังลึกทับซ้อนกันมาอย่างเหนียวแน่นและยาวนาน

    ประสบการณ์ในวัยเด็กอาจเป็นตัวกำหนดชีวิต ความสัมพันธ์ การงาน และความสำเร็จในอนาคตของเรา แต่ก็ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดเด็ดขาด เพราะความเชื่อ ค่านิยม บรรทัดฐาน และวัฒนธรรม (สภาพแวดล้อม) ที่ได้รับในภายหลังก็มีส่วนเสริมเติมเต็มต่อการก่อร่างสร้างตัวตนไม่แพ้กัน และการเปลี่ยนแปลงแก้ไขที่ได้ผลและยั่งยืน ก็คือ การค้นหาต้นตอของปัญหา และเข้าไปแก้ไขให้ตรงจุดนั่นเอง

    Reference
    -Childhood Disrupted, Donna Jackson Nakazawa
    -http://www.srithanya.go.th/srithanya/files/ECT/ect4-610319.pdf

    ...

    By Messy



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in