Sanook Reviewsanookjungrai
ฮาวทูทิ้ง : วันวานยังหวาน(ขม)อยู่
  •     (บทความมีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ) 
       ต้องขอบอกก่อนเลยว่า ก่อนมาเขียน ได้ไปดูหนังมาแล้ว 2 รอบ และทั้งสองรอบให้ความรู้สึกไม่เหมือนกันเลย 
       รอบแรก ความรู้สึกคือ ความตลกร้าย ดราม่าชีวิต Move On ที่ไม่ มู้ปอร เศร้าแบบแซดๆ
       รอบสอง หนังกลายเป็นความเจ็บปวดของคนดูบางคน ที่ไม่อาจก้าวผ่านความเจ็บปวดได้ เพียงเพราะ ไม่ใช่แค่เราที่เจ็บปวด
    " ทิ้งคนน่ะ มันไม่เหมือนทิ้งของนะเว้ย " คำพูดจาก พิ้ง เพื่อนสนิทของ จีน ที่อาจแทนใจผู้ชมหลายๆคน ที่อยากจะบอกจีน

       เรื่องย่อ : เมื่อจีน ริอาจต้องการออฟฟิศ ใหม่ ที่สร้างขึ้นในบ้านของตัวเอง เธอต้องพบกับปัญหามากมาย จากของต่างๆ ที่ถูกเก็บไว้ในบ้าน ตั้งแต่อดีต ถึงปัจจุบัน ภารกิจ ทิ้งอย่างไร ไม่ให้เหลือเธอ จึงเริ่มขึ้น แต่เมื่อมีของบางอย่าง ที่เป็นสิ่งแทนใจ การทิ้งไปอาจไม่ใช่เรื่องง่าย

       ว่ากันถึงเรื่องบท แน่นอนว่า มันเป็นหนังที่เรียบง่าย เหมือนใบหน้าของตัวละครนั่นแหล่ะ แถม การเล่นท่าง่าย ของ ผกก. ก็ทำให้หนัง ดูง่ายขึ้นไปอีก เหตุการณ์หลายๆอย่าง ใส่เข้ามาเพื่อให้เรื่องราวเติมเต็มในส่วนของตัวจีน แต่ก็ใส่เข้ามาพอให้มีมิติ ไม่ถึงกับให้เราผูกพัน แน่นอนว่าคนดูคิดแบบนั้นเกือบทั้งเรื่อง   จนกระทั่งการมาของ เอ็ม 

    เอ็ม รับบทโดย หมอเป้ง เอ้ย ซันนี่ ตัวละครที่ทำให้หนังมีมิติแบบคนเดินดิน ไม่ใช่แบบ พระเอก GDH ทั่วไป

       เอ็ม เป็นแฟนเก่าของจีน ที่ถูกทิ้งเพียงเพราะความไม่ใช่ เธอทิ้งเขาเหมือนของชิ้นนึง จนเหตุการณ์ที่จีนต้องเอาของบ่างอย่างมาคืน และ เรื่องราวที่มาบรรจบกันอีกครั้ง 

       ในครั้งแรกที่ทั้งสองได้พบกันอีกครั้ง เรื่องราวเต็มไปด้วยความยินดี ที่ เอ็มได้ก้าวผ่านความเจ็บปวด ด้วยการมีแฟนใหม่คือ มี่ ทกสิ่งทุกอย่างดูเป็นไปด้วยดี มี่เองก็เข้าใจ ทั้งสามคนดูจะโอเคกับสถานการณ์ในตอนนี้ ที่แต่ละได้ก้าวผ่านและทิ้งช่วงเวลาแย่ๆไปได้ โอเค ถึงตอนนี้ทุกคนคงคิดว่า นี่มัน GDH มากๆเลยใช่ไหม? ใช่ มัน GDH ที่ยิงมุกน้อยมากๆ แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไป เมื่อเข้าสู่ครึ่งหลัง 

    จากนี้จะเป็นการเปิดเผยเนื้อหาแล้วนะ

       ครึ่งหลังของหนังกลับพลิกแพลงทุกอย่างไปโดยสิ้นเชิง เมื่อทุกคนได้แสดงตัวตนในที่แท้จริง ที่อยู่ด้านใน ตั้งแต่ มี่ ที่มาบอกกับ จีน ว่าจริงๆแล้วตัวเธอเองนี่แหล่ะที่เป้นคนปฏิเสธ พัสดุที่จีนส่งให้เอ็มเพียงเพราะเธอเห็นแก่ตัวเกินไป แต่เพราะเธอทำแบบนี้ ทุกอย่างจึงแย่ลงไปอีก (เพราะจีนต้องเอาของไปคืนกับตัว) และเมื่อจีนพยายาม ไปขอร้องให้เอ็ม กลับไปคืนดีกับมี่ เอ็มก็บอกกับจีนว่า ทุกอย่างที่จีนทำ ก็เพื่อตัวเองทั้งนั้น ตั้งแต่เอาของมาคืน มาขอโทษ หรือแม้แต่มาขอให้กลับไปคืนดีกับมี่ ก็เพราะเมื่อทำแล้วจีนจะสบายใจ 

    "มันไม่มีอะไรเลย แค่เธอยอมรับว่าตัวเองเห็นแก่ตัว แล้วใช้ชีวิตต่อไป ใครเขาก็ทำกัน." 

       นี่น่าจะเป็นประโยคยอดฮิตไปอีกพักใหญ่ๆเลยล่ะ เพราะมันสรุปใจความของหนังเกือบทั้งหหมดเลย จากการที่เราตามติดการจัดบ้านของจีน จนถึงการพยายามทำตัวเป็นคนดีด้วยการตามไปคืนของๆทุกคน จนสุดท้าย ในวันสุดท้าย จีนเลือกทิ้งของทั้งหมดอีกครั้ง โดยไม่ลังเล เลือกที่จะทิ้งความทรงจำของครอบครัว ด้วยการขายเปียโนทิ้ง ( ฉากนี้น่าจะแสดงถึงการละทิ้งอดีตและการเห็นแก่ตัวของจีนมากที่สุดแล้ว เพราะในขณะที่คำถามเกือบทั้งเรื่องเกี่ยวกับเปียโน คือมีใครเล่นได้บ้าง แต่ไม่มีใครตอบได้ จนกระทั่ง จีนไปเล่นนั่นแหล่ะ ถึงได้เข้าใจแล้วว่านางหลอกตัวเองมาตลอด ) และการฉีกรูปของครอบครัวทิ้งเหมือนขยะชิ้นหนึ่ง แล้วเดินจากไป 

       ช่วงสุดท้าย ของหนัง คือการปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปจนถึงจุดเริ่มต้นของหนัง เราจะเห็นว่า จีนเลือกที่จะโกหกเพื่อนของตัวเอง ไม่แน่ใจว่า เพื่อให้เพื่อนสบายใจ หรือ เพราะในที่สุดจีนก็เลือกที่จะยอมรับว่าตัวเองเห็นแก่ตัวกันแน่.... และตัวหนังก็ไม่ได้บอกตรงนี้ ซึ่งดีแล้ว


       ในส่วนของนักแสดง ทุกคนเล่นได้ดีตามมาตราฐาน แต่รุ่นใหญ่ อย่าง อุ๋ม-อาภาสิริ คือตัวขโมยซีนที่แท้จริง ออกมาไม่กี่ฉาก แต่ทำให้เราดึงความสนใจไปที่การแสดงของ เธอได้ ทุกกิริยา ที่ออกมา ทำให้เราเชื่อว่า นี่คือคนที่มีอดีตอันบอบบางมากๆ และมันพร้อมจะระเบิดออกมาตลอดเวลา 

    สรุปแล้ว หนังเรื่องนี้อาจถูกจัดเป็นหนังที่ "อีหยังว่ะ???" กับบางกลุ่ม เพราะงงกับการเดินเรื่อง เหตุและผล ที่แสดงออกแบบนามธรรมในบางช่วง  ในขณะที่บางกลุ่ม จะมองว่าหนังเรื่องนี้ คือช่วงหนึ่งของชีวิตที่ทุกคนต้องเคยผ่าน เพราะเราทุกคนเคยผ่านประสบการณ์ ทิ้ง มาแล้ว ขึ้นกับว่า อะไรที่เราทิ้ง หรือ ใครที่ทิ้งเรา แต่สุดท้าย ทุกคนก้ต้องเดินต่อไป ไม่ว่าจะบอบช้ำแค่ไหนก็ตาม .  



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in