Autumn has comeByeruk
Art Class
  • ที่เรือนกระจกโปร่งใส ฝ่ามือทั้งสี่จุ่มลงในถังสี ละเลงไปทั่วแผ่นกระจกเกิดเป็นรอยฝ่ามือชัดเจน แปะโน้น ปาดนี่ ลากนิ้วรังสรรค์เส้นไร้รูปร่าง ริมฝีปากแตะสี ประทับจูบบนกระจกคนละหนึ่งครั้ง เมื่อมองสีที่เปื้อนทั่วริมฝีปากของอีกฝ่ายก็ขำขัน เสียงหัวเราะลั่นกลบเสียงจิ้งหรีดที่ส่งเสียงจากภายนอก (และล้างด้วยน้ำจากสายยางออกทีหลัง) ทั้งคู่ชื่นชมผลงานของตัวเอง สีหลากหลายเฉดประดับบนเรือนกระจกผสมปนเปจนทำให้บางจุดเกิดสีขี้ม้า รอยฝ่ามือต่างสีต่างขนาดเต็มกระจกใส ยังมีเส้นอิสระหลายเฉดวาดทับผ่านฝ่ามือบางจุด ทั้งคู่ยกยิ้ม มือข้างหนึ่งของเออร์วินที่ยังเปื้อนสีเชยคางของอีกฝ่าย คนตัวเล็กกว่าจ้องตากลับ หยิบดอกไม้สีขาวที่แปดเปื้อนไปด้วยเฉดสีดอกหนึ่งทัดหูให้ชายหนุ่ม รีไวล์ใช้นิ้วโป้งลูบแก้ม จิ้มลงบนรอยลักยิ้มหรืออีกอย่างคือจุมพิตจากพระเจ้า เหล่านี้ล้วนทำให้สีสันแต่งแต้มบนใบหน้าของทั้งคู่ พวกเขามอบจุมพิตให้แก่กันและกัน นิ้วมืออุ่นของเออร์วินเกลี่ยหลังคออีกฝ่าย รีไวล์โอบรอบลำคอเจ้าของรสจูบแน่น เส้นผมบลอนด์และดำคลอเคลียกันชวนให้รู้สึกจั๊กจี้ ร่างกายเปล่าเปลือยไร้อาภรณ์แนบแน่น แนบชิดจนใจสัมผัสถึงใจ ริมฝีปากครอบครองยอดอกชูชัน ฝ่ามือที่เล็กกว่าลูบไล้หน้าท้องอีกฝ่าย สีที่ยังไม่แห้งดีเปื้อนไปตามรอยย่นของผิว นัยน์ตาสีน้ำทะเลมองดูช่วงไหปลาร้าของคนรักที่เต็มไปด้วยเฉดสีน้ำเงิน หน้าอกและเอวที่เลอะเป็นรอยมือ อวัยวะเพศของเขาทั้งคู่ที่สัมผัสกันแผ่วเบา อารมณ์ของชายทั้งสองพุ่งทะยานสูงขึ้นสู่วิมานที่ถูกรังสรรค์โดยเราสอง เป็นผลงานศิลปะที่เกิดขึ้นจากการลงใจและปรารถนาในเรือนร่างอันแสนเย้ายวน หอมหวนชวนให้ลุ่มหลงเมามาย เมากลิ่นกายของผู้ที่ครอบครองหัวใจ เมื่อจุดหมายปลายทางมาถึง น้ำสีขุ่นเปรอะเปิ้อนบนเฉดหลากสีที่ถูกทิ้งไว้ตามร่างกาย ทำให้ทั้งคู่รู้ว่าประติมากรรมที่ร่วมกันสร้างมานั้นถูกเติมให้สมบูรณ์แล้ว จึงประทับสีลงบนลำคอของกันและกัน ไม่ใช่สีในแบบที่เคยเอ่ยกล่าว แต่เป็นสีของรอยจูบ —รอยจูบสีม่วง แม้วันหนึ่งมันจะค่อยๆจางหายไปจากร่างกายแต่รสสัมผัสนั้นยังคงติดอยู่ที่ปลายใจเสมอ —ศิลปะของการร่วมรักก็เป็นเฉกเช่นนี้แหละ
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in