เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Shall we Netflix and Pizzafrom bed to beach
#1 | Whisper of The Heart- วันนั้น…วันไหนหัวใจจะเป็นสีชมพู

  •    Whisper of The Heart -วันนั้น...วันไหน หัวใจจะเป็นสีชมพู  (1995)

       ภาพยนตร์อนิเมชั่นจากสตูดิโอชื่อดังของญี่ปุ่น Studio Ghibli  ใครหลายๆคนคงรู้จักค่ายหนังอนิเมชั่นนี้กันอยู่แล้ว ด้วยลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ และเนื้อหาที่ดูเรียบง่ายแบบญี่ปุ่น ทุกคนน่าจะมีอนิเมชั่นเรื่องโปรดจากค่ายนี้กันไม่น้อยเลยทีเดียว เช่นเดียวกับเราที่หยิบเรื่องนี้มาเขียนบล็อกให้ทุกคนได้อ่านกัน เนื่องจากเราพึ่งดูจบแล้วรู้สึกว่าเนื้อหามันดีมากเลยทีเดียว เลยอยากมาแชร์ความเห็นของเรา

       
    เรื่องย่อ
      เรื่องราวของเด็กสาวที่ชื่อ ชิซึคุ สึกิชิมะ  ป็นนักเรียนระดับมัธยมตอนต้น ชอบอ่านหนังสือ เธอมักจะไปยืมหนังสือที่ห้องสมุดสาธารณะ วันหนึ่งหลังจากที่เธอกลับมาจากการซื้อของในมินิมาร์ท คุณพ่อบอกกับชิซึคุว่าห้องสมุดกำลังเปลี่ยนระบบการยืมหนังสือจากที่เคยใช้บัตรเป็นระบบบาร์โค้ด เธอจึงหยิบบัตรกระดาษแข็งที่บันทึกรายชื่อผู้ที่เคยยืมหนังสือออกมาดู หนังสือทุกเล่มที่เธอเคยยืมจะมีชื่อของ เซย์จิ อามาซาว่า ยืมไปก่อนหน้าเธอทุกครั้ง ทำให้เธอจินตนาการว่าเขาคนนั้นคือผู้ชายในอุดมคติ กระทั่งวันหนึ่งขณะที่ชิซึคุกำลังนั่งรถไฟไปห้องสมุดสาธารณะเพื่อเอาเบนโตะไปส่งให้คุณพ่อ เธอได้พบแมวตัวอ้วนอยู่ในรถไฟบังเอิญว่าแมวตัวนั้นลงสถานีเดียวกัน เธอจึงตามแมวตัวนั้นไปเรื่อยๆจนถึงที่หมายของมัน ซึ่งก็คือร้านขายของเก่า ”Earth Shop” ได้เจอกับคุณตาเจ้าของร้านท่าทางใจดี สิ่งที่สะดุดตาเธอเป็นอย่างแรกคือ รูปปั้นแมว “Baron Humbert Von Jikkingen” ที่มีดวงตาแสนจะงดงาม หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ได้รู้ว่าชายในอุดมคติที่เธอใฝ่ฝันคือหลานชายของคุณตาเจ้าของร้านขายของเก่า

      
     รีวิว
      ตอนแรกที่กดเข้ามาดูเราไม่ได้คาดหวังว่ามันจะดีขนาดนี้ ส่วนตัวเรารู้สึกชอบมากหรืออาจเป็นเพราะกำลังอยู่ในช่วงวัยนี้(แก่กว่ามาสองปี) เพลงที่ขึ้นตอนเปิดเรื่องเป็นเพลง ”Take Me Home, Country Roads” ของ ’John Denver’ ซึ่งเราจะได้ฟังกันแทบตลอดทั้งเรื่อง ว่าด้วยเรื่องชีวิตวัยมัธยมต้นที่กำลังขึ้นมัธยมปลายของ ชิซึคุ สึกิชิมะ นั้นก็ยังคงเหมือนในยุคสมัยนี้ที่ นักเรียนชั้นม.3 ส่วนใหญ่ไปเรียนพิเศษตามสถาบันกวดวิชาชื่อดังและใช้เวลาส่วนมากในการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลาย แต่ยังไม่รู้ตัวเองว่าชอบทำสิ่งใด มีตอนหนึ่งในเรื่องที่นางเอกรู้สึกแบบนี้เหมือนกันหลังจากที่พระเอกบอกไปว่ากำลังจะไปเรียนทำไวโอลินที่อิตาลี เธอจึงได้ลองเขียนนิยายเรื่องหนึ่งขึ้นมา เราว่าการค้นพบตนเองเจอเป็นสิ่งที่ทำได้ยากแต่ถ้าได้เจอแล้วได้ทำตามความฝันของตัวเองคงจะเป็นอะไรที่มีความสุขมาก ถึงแม้ว่าจะเหนื่อยและพยายามมากสักเท่าไร เราเชื่อว่ามันจะสำเร็จได้แน่นอน 
     
      อีกเรื่องหนึ่งที่จะไม่ให้เล่าคงทำไม่ได้ ‘รักในวัยเรียน’ หรือ ‘puppy love’ ที่ใครๆต่างก็บอกว่าเป็นรักที่ไม่จีรัง สำหรับเรานั้นมันถือเป็นประสบการณ์ชีวิตและเรื่องราวชีวิตวัยเรียนที่น่าจดจำ ถึงแม้จะผิดหวังไปบ้างแต่มันก็เป็นความรู้สึกดีๆที่มีต่อกัน สุกิมุระ เพื่อนผู้ชายในห้องเรียนคนที่ ยูโกะ ฮาราดะ (เพื่อนสนิทของชิซึคุ) แอบชอบอยู่ เขาได้มาบอกชอบชิซึคุแต่สุดท้ายก็ติดกับดัก Friend zone ซึ่งใครหลายคนอาจจะเคยโดน การชอบเพื่อนไม่ผิดแต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะสมหวังเช่นกัน และก็เรื่องราวความรักของชิซึคุ กับ เซย์จิ เป็นความรักอารมณ์เด็กมัธยม การแยกย้ายไปทำตามความฝันของแต่ละคนแล้วจะกลับมาเจอกันเมื่อทำสำเร็จ แบบเราไม่รู้เลยนะว่าพอถึงวันนั้นเราจะได้กลับมาเจอกันอีกไหม มีเพียงคำสัญญาปากเปล่า แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในเรื่องความสัมพันธ์คือการเชื่อใจ
      
      ฉากที่เราชอบมากที่สุดคือฉากที่เซย์จิ สีไวโอลิน และให้ชิซึคุเป็นคนร้องเพลงที่เธอแต่ง พอร้องไปได้สักพักคุณตาของเซย์จิและเพื่อนอีก2คนได้เข้ามาร่วมเล่นดนตรีด้วย เป็นฉากที่ไพเราะมากๆแล้วก็อบอุ่นหัวใจสุดๆ และก็ฉากที่ห้องสมุดสาธารณะชิซึคุกำลังนั่งอ่านหนังสือ อยู่ๆเซย์จิก็เดินเข้ามานั่งอ่านด้วยแล้วก็พูดกับเธอว่า “ฉันจะรอชิซึคุจนกว่าจะอ่านเสร็จ” แบบเขินมากถ้ามีคนมาพูดงี้กับเราในชีวิตจริง(5555555) อนิเมชั่นเรื่องนี้ก็คงเป็นเรื่องโปรดของใครหลายคนเช่นกัน จะว่าไปเรื่องนี้ก็อายุ25ปีได้แล้ว แต่ยังตราตรึงในใจเสมอ

    สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบนะคะ ;)







Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in