เรื่องสั้นนอวอรอรอตอพอลอ
Last Christmas - คริสต์มาสครั้งสุดท้าย (3/3)
  • Previously on Last Christmas

    ซานต้าคลอสเป็นชาวแอฟริกันที่มนุษย์ต่างดาวเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเด็กในยานอวกาศที่จอดนิ่งอยู่แถบขั้วโลกเหนือเขาเติบโตขึ้นและใช้เทคโนโลยีและทรัพยากรจากยานอวกาศในการไปแจกของเด็กๆมากกว่าสองแสนคนในรอบหนึ่งพันกว่าปีที่ผ่านมาการปรากฎตัวต่อสาธารณชนทั่วโลกผ่านรายการสัมภาษณ์สดทางโทรทัศน์สร้างกระแสให้คนเห็นใจความท้อแท้ของซานต้าคลอส




    ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ยังอีก 70 กว่าวัน ก่อนที่สิ่งมีชีวิตใดๆ ในแถบนี้จะได้เห็นแสงอาทิตย์อีกครั้ง หมีขั้วโลกสีขาวตัวนั้นละสายตาไปชั่วขณะจากปลาที่มันจับได้ และหันไปสนใจแสงสว่างเล็กๆ ที่ปลายขอบฟ้าซึ่งกำลังเคลื่อนที่มาข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

    ในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา ความสงบของมหาสมุทรอาร์คติกบริเวณขั้วโลกเหนือ ถูกรบกวนหลายร้อยครั้ง ทั้งจากนักวิทยาศาสตร์ทีมถ่ายทำสารคดี ทีมงานทำแผนที่ Roadview ของจูเจิ้ลแมพ และนักเดินทางท่องเที่ยวบ้าง แม้จะบ่อยครั้ง แต่ส่วนมากก็เป็นคณะเล็กๆ

    หมีขั้วโลกไม่มีความทรงจำถึงลำแสงอื่นใด ที่เคลื่อนตัวบนทะเลน้ำแข็งที่ความหนาวเย็นระดับ -28องศาเซลเซียสและความมืดมิด ในเหมายันกาลของเดือนกุมภาพันธ์


    เรือเดินสมุทร SantaGift เดินหน้าผ่านภูเขาน้ำแข็งมาอย่างเต็มพลัง มันบรรทุกผู้โดยสารมากว่า 150 คน ซึ่งส่วนมากกำลังซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มอุ่นนุ่มในห้องปรับอากาศอย่างดี ที่ลอยลำออกไปไม่ห่างกันมากนักคือขบวนเรือสินค้าในคลาส Feedermax ทั้งสิ้นสามลำ แต่ละลำบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุไว้ด้วยภารกิจสำคัญถึงลำละกว่า 14 ตัน เรือทั้งสี่ลำใช้ระบบวิทยุติดต่อสื่อสารกันตลอดเวลา โดยมีกัปตันของเรือ SantaGift เป็นผู้สั่งการใหญ่ของกองเรือนี้

    ในห้อง Convention A ของเรือ SantaGift มีชายและหญิงตั้งแต่วัยกลางคนจนถึงวัยพ้นเกษียณทั้งสิ้น13 คน กำลังนั่งประชุมกันอย่างคร่ำเครียด เพื่อเตรียมงานใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

    คนกลุ่มนี้เรียกตัวเองว่า The Elders พวกเขาเป็นสมาชิกขององค์กรที่ผลักดันและรณรงค์ให้เกิดสันติภาพ องค์กรนี้ได้รับการจัดตั้งขึ้นมาโดยความคิดของบุคคลสำคัญสามคนได้แก่ นายเนลสัน เมนเดล่า อดีตประธานาธิบดีของประเทศแอฟริกาใต้ผู้เป็นเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ นายริชาร์ด แบรนสัน นักธุรกิจหัวก้าวหน้าและผู้บริจาคเงินเพื่อการกุศลรายใหญ่อันดับต้นๆ ของโลก และนายปีเตอร์ แกเบรียล ศิลปินร็อคจากยุค 70 และนักเคลื่อนไหวเรื่องสิทธิมนุษยชนชื่อดัง

    ทันทีที่ซานต้าคลอสออกมาเปิดเผยตัวเอง กลุ่มสมาชิกของ TheElders ทั้งอดีตและปัจจุบันล้วนส่งข้อความหากัน ปรากฎว่าพวกเขาในวัยเด็กล้วนเคยได้รับการมาเยือนโดนซานต้าคลอสกันแทบทั้งสิ้น จึงมีการประกาศอย่างเป็นทางการจาก TheElders ว่าจะมีการจัดคณะเดินทางไปให้กำลังใจถึงนิวาสถานแถบขั้วโลกเหนือ

    ข้อความเล็กๆ ในอินเตอร์เน็ตของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ทวีตหาองค์กร TheElders ว่า “Canyou deliver a gift to Santa Claus for me?” กลายเป็นข้อความประวัติศาสตร์ที่ถูก retweet มากกว่าห้าสิบล้านครั้งในระยะเวลาเพียงข้ามคืน นอกจากสถิติในโซเชี่ยลมีเดียแล้ว ผลของมันยังทำให้เกิดการระดมของขวัญครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลกมนุษย์

    ของขวัญทั้งเล็กและใหญ่จากทั่วโลกตอนนี้อยู่บนเรือสินค้าทั้งสามลำ ที่กำลังค่อยๆ หย่อนสมอลงจอด ทีมงานกำลังจัดเตรียมระบบส่องสว่าง เพื่ออำนวยความสะดวกในการทยอยขนถ่ายของทั้งหมดลงสู่ผืนแผ่นดินที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง


    ในเวลาเดียวกันนั้น ที่อาคารเพนตากอน ประธานาธิบดีดอน เจ็ท รัมป์ กำลังอยู่ระหว่างประชุมกับเหล่านายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพสหรัฐ

    “เรามีความจำเป็นที่ต้องไปตรวจสอบและเข้ายึดครอง หรืออาจต้องทำลายล้างวิทยาการจากต่างดาวเพื่อป้องกันมิให้เกิดความเข้าใจผิด การแอบอ้าง อวดอ้าง หรืออันตรายใดๆ แก่ประชาชนชาวสหรัฐอเมริกา แต่การดำเนินการทางการทูตของเราไม่ได้รับการตอบรับใดๆ จากนายซานต้าคลอสนอกรีตคนนี้”

    รมต.กระทรวงต่างประเทศทำหน้าประหลาดใจ และถามนายรัมป์ว่า “ท่านใช้กระบวนการใดไปแล้วบ้างคะ”

    “เลขาของผมหาเบอร์ของซานต้าคลอสให้จากสมุดหน้าเหลืองของAD&D ผมก็เลยโทรไปปรากฎว่าเบอร์นั้นยกเลิกไปแล้ว”

    ทุกคนในที่ประชุมทำหน้างงๆ นายพลหนุ่มไฟแรงผู้หนึ่งกล่าวว่า “เอ่อ ท่านครับ AD&Dเป็นผู้ให้บริการในประเทศเรา ซานต้าคลอสน่าจะเป็นลูกค้าของบริษัทโทรศัพท์ในแคนาดาหรือกรีนแลนด์มากกว่านะครับ”

    “ผมว่านั่นเป็นเรื่องจุกจิกปลีกย่อย เอาเป็นว่า ผมถือว่าเราพยายามใช้กระบวนพิธีทางการทูตแล้ว เมื่อไม่ได้รับการตอบสนองเราก็ต้องถือว่า นายซานต้าคลอสไม่ใช่มิตรประเทศของอเมริกา”

    “ท่านครับ ซานต้าคลอสเป็นบุคคลนับเป็นประเทศไม่ได้นะครับ”

    “คุณคิดจะเอาความรู้ทางรัฐศาสตร์มาอวดข่มผมสินะ คุณเห็นว่าผมโง่ล่ะสิ แต่ในเมื่อผมได้รับการเลือกตั้งมาอย่างถูกต้อง ก็ต้องแปลว่าสิ่งที่ผมพูดมามันถูกต้อง เข้าใจที่ผมพูดไหม?”

    “เอ่อ...ขออภัยครับ ผมยังไม่ค่อยเข้าใจ”

    “งั้นก็แปลว่าคุณไม่มีคุณสมบัติพอที่จะอยู่ที่นี่ ซึ่งเป็นที่ประชุมลับทางทหารชั้นสูง” นายรัมป์กดปุ่มอินเตอร์คอม “ผมพบว่ามีบุคคลไม่พึงประสงค์อยู่ในห้องนี้คนหนึ่ง อาจจะเป็นสายลับก็ได้ ขอกำลังมาคุมตัวไปกักขังด่วนเลย”ไม่ถึงอึดใจเดียวคอมมานโดห้านายพร้อมอาวุธครบมือก็เปิดประตูโผลงเข้ามาและลากตัวนายพลหนุ่มผู้นั้นออกจากห้อง

    "เอาล่ะเราจะคุยกันต่อเรื่องสงครามกับผู้ก่อการร้ายคนนี้ได้หรือยัง?หรือใครยังมีปัญหาอะไรอีก?"



    ซานต้าคลอส ออกมาต้อนรับคณะเดินทางด้วยตนเอง เขาพาผู้แทนของ The Elders และตัวแทนจากสหประชาขาติทั้งร้อยกว่าชีวิตเข้าไปในห้องโถงใหญ่

    "พวกเราเดินทางมาพบกับท่านในวันนี้ เพื่อมากล่าวขอบคุณท่านในนามของประชาชนชาวโลกทุกคน เพื่อตอบแทนน้ำใจที่ท่านได้แสดงผ่านภารกิจอันยาวนาน และวันนี้ชาวโลกก็ได้พร้อมใจกันจัดส่งของขวัญมาให้ท่านเป็นการตอบแทนมากกว่าหนึ่งร้อยล้านชิ้น"

    ดวงตาเก่าแก่คู่นั้นพยายามสบสายตากับทุกคนในห้อง มันเปียกชิ้นด้วยความตื้นตัน "ผมไม่รู้จะพูดอะไรมันไม่มีคำพูดที่ดีพอในภาษาของมนุษย์ที่ผมรู้จัก"เขาอ้าแขนโอบกอดตัวแทนของ TheElders คนแรก "ขอบคุณ" 

    เขาเดินไล่กอดทุกคนที่อยู่ในห้องโถง บางคนก็ชวนรำลึกความหลังครั้งเคยไปเยี่ยมเมื่อตอนเด็กด้วย ระหว่างนั้นความสงสัยในใจก้อนหนึ่ง เริ่มส่งเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ เราหมดหวังในตัวมนุษย์เร็วเกินไปไหมนะ?



    ห้องโถงขนาดใหญ่ราวห้าสนามฟุตบอล ถูกเปิดให้ของขวัญทั้งหมดถูกลำเลียงเข้ามา ทุกๆคนที่ร่วมมาในคณะเดินทางช่วยกันเป็นแรงงานจัดเรียงของให้เป็นระเบียบ โดยไม่มีใครใช้อาวุโสหรือยศฐานะใดๆ มาเกี่ยง ซานต้าคลอสหยิบของหลายชิ้นขึ้นมาลูบคลำอย่างสนใจ ระหว่างที่ความคิดหนึ่งค่อยๆ ก่อร่างขึ้นมา จากเลือนราง จนชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

    ร้อยกว่าชีวิตใช้เวลาไปกว่าสัปดาห์ในการจัดเก็บของขวัญจนแล้วเสร็จไม่มีของชิ้นไหนถูกทิ้งขว้างหรือเสียหาย 



    ทวีตที่สองและสามจากซานต้าคลอสถูกส่งผ่านระบบอินเตอร์เน็ตไปผ่านสายตายูสเซอร์ทั้งสามร้อยล้านคน


    "#ขอบคุณ#ชาวโลกสำหรับ #ของขวัญคาดไม่ถึงเลย ^^"


    "ถึงจะรีไทร์ตัวเองไปแล้วแต่ฉันยังเหลือของขวัญชิ้นสุดท้ายที่จะให้กับมนุษย์ทั้งแปดพันล้านคน#วาเลนไทน์นี้#คริสต์มาสครั้งสุดท้าย"



    โครงการสตาร์วอรส์สมัยปธน.เรแกน ได้รับการปัดฝุ่นขึ้นใหม่ แผนปฏิบัติการทางทหารถูกร่างขึ้นอย่างยากลำบาก เนื่องจากเพนตากอนไม่มีข้อมูลข่าวกรองสำหรับศักยภาพทางการตอบโต้ของซานต้าคลอสเลยแม้แต่น้อย ยกเว้นแต่เรื่องกำลังพล (ซานต้าคลอสอายุพันกว่าปีหนึ่งนายและกวางเรนเดียร์ฝูงหนึ่งไม่ทราบจำนวน) ทีมงานเสนาธิการของเพนตากอน พากันประเมินความเป็นไปได้ ที่ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างรัสเซีย เยอรมันและกลุ่มไอซิส อาจประกาศช่วยเหลือศัตรูในครั้งนี้

    ทุกประเทศล้วนปฏิเสธไม่ร่วมมือกับปฏิบัติการนี้ของอเมริกา สหประชาชาติออกแถลงการณ์ประนามการประกาศสงครามของนายรัมป์ ผู้ซึ่งออกมาทวีตตอบโต้ว่า “ในนามของประชาชนชาวสหรัฐอเมริกาเรามีสิทธิปกป้องตัวเองจากการรุกรานของอารยธรรมต่างดาวตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญซึ่งเพิ่งแก้ไขเมื่อวานนี้” “ข้าพเจ้าในฐานะผู้นำสูงสุดขอประนามการประนามอันไม่เป็นธรรมของสหประชาชาติและกำลังพิจารณาตัดเงินช่วยเหลือต่อสหประชาชาติทั้งหมดในปีงบประมาณนี้” และตบท้ายด้วย “สหประชาชาติไม่ใช่พ่อกู”

    ซานต้าคลอสเฝ้ามองการเคลื่อนไหวนี้เงียบๆอยู่ในห้องทำงาน เขาไม่จำเป็นต้องรอถึงสิบปีในการรับภาพความเป็นไปในโลกนี้แล้ว กลุ่มแฮคเกอร์ในนามแอนโนนิมัส ใช้ทรัพยากรทั้งหมดที่มีในการเจาะเข้าระบบ Surveillance ของเขาและระบบเครือข่ายของเพนตากอน และเชื่อมโยงทั้งสองระบบเข้าด้วยจนสำเร็จโดยที่เขาไม่รู้ตัว ทุกวันนี้เขาสามารถใช้กล้องวงจรปิดทุกตัวในโลก เพื่อดูความเคลื่อนไหวทุกอย่างได้ในโลกใบนี้ แม้แต่ในทำเนียบขาว จอมอนิเตอร์ที่เรียงรายเต็มผนังใหญ่สามารถรายงานสถานการณ์ได้แบบ Realtime ไม่ว่าจะมาจากที่ใด

    เขาไอออกมาอย่างรุนแรงจนตัวโยนระหว่างที่ทำการตรวจเช็คระบบต่างๆ ของประดิษฐกรรมจากต่างดาวที่เขาใช้เป็นบ้านมาเนิ่นนาน ทุกระบบพร้อมแล้วกับการส่งมอบความรักและของขวัญชิ้นสุดท้ายให้กับโลก แต่ร่างกายเขาจะพร้อมหรือไม่

    หากมีการใช้อาวุธในระดับที่ทางเพนตากอนวางแผนไว้ จะส่งผลให้น้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือละลายอย่างรวดเร็ว ความสูญเสียมากมายจะเกิดขึ้น ประเทศเกาะหลายแห่งจะจมลง ซานต้าคลอสรู้สึกคล้ายกับนักเลงหมากรุกที่กำลังถูกต้อนให้เดินหมากสุดท้าย ซึ่งแม้จะเป็นตารุกที่เขาจ้องไว้อยู่แล้ว แต่สหรัฐยังไม่รู้ตัวว่าเกมของตัวเอง กำลังจะพาให้ขุนถูกรุกฆาตในไม่ช้า

    “ยังไงก็ต้องพร้อมสินะ”ซานต้าคลอสออกเดินช้าๆจัดชุดกันหนาวให้รัดกุมและเดินออกไปมองดูท้องฟ้าที่มืดมิดในคืนวันที่13กุมภาพันธ์เขากำลังจะมอบของขวัญชิ้นสุดท้ายให้กับโลก




    กองเรือรบหลวงและกองเรือดำน้ำถูกระดมไปตามจุดยุทธศาสตร์สำคัญในซีกโลกเหนืออาวุธยุทโธปกรณ์รวมไปถึงหัวรบนิวเคลียร์ถูกตระเตรียมอย่างแข็งขันรอคำสั่งโจมตีสูงสุดจากประธานาธิบดีดอน เจ็ท รัมป์ในเช้าวันนี้ 




    นายรัมป์อ้าปากหาว ชันตัวลุกขึ้นมานั่ง ความรู้สึกบอกทันทีว่ามีสิ่งผิดปกติ “ใครอยู่ตรงนั้น”

    “ฉันเองหนุ่มน้อย”

    นายรัมป์สะดุ้ง เขาเอื้อมมือไปกดสวิทช์ไฟที่หัวเตียงแต่มันไม่อยู่ตรงนั้น!

    จริงๆแล้ว นี่ก็ไม่ใช่เตียงของเขาด้วย!

    "ที่นี่มันที่ไหนนี่และคุณเป็นใครกัน?"

    “ดอนเจ็ท รัมป์ พ่อหนูจำฉันไม่ได้จริงๆรึ” สายตาที่เริ่มปรับเข้ากับความมืด ทำให้นายรัมป์มองเห็นเงาร่างเล็กๆ นั้นได้จางๆ

    “แก...ฉันจำเสียงแกได้จากรายการโทรทัศน์”

    “พ่อหนุ่มลองนึกให้ดีๆ นั่นไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้ยินเสียงของฉัน”

    “ฉัน...ฉันไม่รู้แล้วแกเข้ามาในห้องนอนของฉันได้อย่างไร?”

    “56 ปีที่แล้ว ฉันเข้าไปห้องนอนของเธออย่างไร เมื่อคืนนี้ฉันก็เข้าไปแบบเดิมนั่นแหละ แล้วดูให้ดีๆ นี่ไม่ใช่ห้องนอนของเธอหรอกนะ”

    นายรัมป์มองเหรอหราหยีตามองผ่านแสงสลัวๆ ไปรอบห้อง เขาเงยหน้าขึ้น เพดานสีขาวที่น่าจะอยู่ตรงนั้นถูกแทนที่ด้วยแสงเหนือหลากสีสันที่กำลังเต้นระบำอย่างช้าๆ บนฉากหลังของท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว

    “ขอต้อนรับสู่บ้านของฉันเอง”

    แก....การลักพาตัวประธานาธิบดีมีความผิดอย่างรุนแรง”

    “เธอเองก็กำลังจะทำผิดพลาดครั้งใหญ่เหมือนกัน” ซานต้าคลอส เดินไปเปิดสวิทช์บางอย่าง เสียงหึ่งๆ ดังขึ้นเบาๆ นายรัมป์รู้สึกถึงความสั่นไหวของพื้นในระดับนุ่มนวล เฉกเดียวกับการนั่งรถโรลซ์รอยส์ไปบนถนนที่โรยด้วยกรวด พลันแสงไฟในห้องก็ค่อยๆสว่างขึ้น

    “แต่ครั้งนี้มันจะเป็นความผิดพลาดที่ใหญ่เกินไป ฉันยอมให้เกิดเรื่องนั้นไม่ได้” นายรัมป์เห็นน้ำใสๆ ไหลผ่านแก้มดำๆของซานต้าคลอส

    “ความผิดพลาดบางอย่างมันแก้ไขไม่ได้”

    “แกหมายความว่ายังไง”

    ฟริดี้ ริชท์ รัมป์!”

    “อะไรนะ?”

    “ฟริดี้ ริชท์ รัมป์! ปู่ของเธอเป็นความผิดพลาดครั้งหนึ่งของฉัน ฉันเคยเอาวัตถุมีค่าจากในยานลำนี้ไปให้เขาในวัยเด็ก แต่เขานำไปขายเป็นต้นทุน เขาสร้างโรงแรม บ่อนพนันและโรงโสเภณี ฉกฉวยโอกาสทำนาบนหลังแรงงานยากจนที่ทิ้งบ้านทิ้งครอบครัวมาขุดทอง”

    “ปู่ของฉันเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศนี้!”

    “แน่นอน แต่มันเป็นคนขี้ฉ้อ คนที่ไปแสวงลาภขุดทองมากมายสิ้นเนื้อประดาตัว มีมันคนเดียวที่ร่ำรวยขึ้นมาได้”

    “นั่นมันก็ธุรกิจ ใครเก่ง มองเห็นช่องทางได้เงินก็ได้ ใครใช้ให้พวกโง่นั่นไปงมโข่งขุดทองกัน”

    แต่ หนูน้อยดอน เจ็ท รัมป์ เธอเป็นความผิดหวังครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฉัน”

    “แกว่าไงนะ”

    “ฉันก็เคยเอาของขวัญไปให้เธอ แต่เธอตื่นขึ้นมาและร้องโวยวายเรียกคนมาช่วย ทั้งที่ฉันก็พยายามจะคุยกับเธอดีๆ ตอนฉันยื่นเช็คของขวัญให้เธอ เธอหัวเราะใส่ และรับไปฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยต่อหน้าต่อตาของฉัน ก่อนที่ฉันจะต้องรีบหนีออกไปจากบ้านของเธอ”

    “มีอีกหลายคนที่เคยทำให้ฉันผิดหวัง แต่ไม่มีใครสักคนที่จะสร้างอันตรายกับโลกได้เท่ากับเธอ ลี ฮาร์วีย์ ออสวอลด์ ราชินีแมรี่ที่หนึ่งของอังกฤษ อีดี้ อามิน และทอมซิกส์”

    “เดี๋ยวๆ ทอมซิกส์นี่ใครกัน?”

    “ผู้กำกับหนังที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนต์เรื่อง The Human Centipede”

    “ทั้งหมดนี่เทียบไม่ได้กับศักยภาพที่เธอมี และสิ่งที่เธอกำลังจะทำในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี่ ถ้าฉันไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง”

    “แกลักพาตัวฉันมาเพื่อจะให้หยุดสงครามรึ? เป็นไปไม่ได้หรอก ถ้าฉันไม่อยู่ รองประธานาธิบดีก็จะทำหน้าที่แทนฉัน”

    “นั่นไม่ใช่ปัญหา ฉันพาเขามาที่นี่ด้วยเหมือนกัน”

    “รองจากนั้นไปก็ยังมีอีกหลายคน”

    “พวกเขากำลังนั่งกินชาแก้หนาวกันอยู่ในอีกห้องหนึ่งทุกคนเลย”

    “แก...แกคิดจะทำอะไรกับพวกเรา?”

    “ฉันแค่จะทำงานของฉัน ฉันมีของขวัญจะให้”

    “ของขวัญ?”

    “ใช่เป็นสิ่งที่พิเศษที่สุดเท่าที่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งจะได้รับ และการให้ของขวัญกับเธอในครั้งนี้ ก็ถือเป็นการให้ของขวัญกับทุกคนในโลกด้วยพร้อมๆ กัน”

    “แกจะให้อะไรฉัน”นายรัมป์เริ่มสนใจ

    “ฉันให้ไปแล้ว”

    “อะไรล่ะไม่เห็นมีอะไรเลย”

    “นี่ไงเรากำลังเดินทางไปอวกาศกัน”

    “แกจะพาฉันไปนอกโลก!”

    “ใช่ ระหว่างที่คุยกันอยู่ตอนนี้ เรากำลังเดินทางใกล้ดวงจันทร์แล้ว อีกสักครึ่งชั่วโมงน่าจะเข้าเขตแรงดึงดูของดาวอังคาร”

    นายรัมป์ทำหน้าเลิกลั่กแหงนมองเพดานใส แสงเหนือไม่อยู่ที่นั่นแล้วเบื้องบนดูคล้ายผ้าสักหลาดสีดำสนิทที่ประดับด้วยเกล็ดสีเงินของดวงดาวที่อยู่ห่างไกลออกไปจำนวนนับไม่ถ้วน

    สวยมาก ความรู้สึกแปลกๆ เกิดขึ้นในใจของนายรัมป์

    “เอาล่ะ ฉันได้ของขวัญของฉันแล้ว เราจะกลับกันเมื่อไหร่”

    “พ่อหนูน้อย ฉันไม่คิดว่าเราจะกลับไปได้ ยานอวกาศนี้ใช้พลังงานสุดท้ายในการผลักตัวเองออกมาจากแรงดึงดูดของโลก และทำความเร็วขึ้นสูงไปมากกว่าสามเท่าของความเร็วแสง ตอนนี้ เรากำลังท่องอวกาศกันด้วยแรงเฉื่อย”

    “นั่นแปลว่า...”

    “ยานของเราจะพุ่งตรงไปโดยไม่หยุด จนกว่ามันจะไปชนเข้ากับอะไรบางอย่างที่มีมวลเยอะพอ”

    “แต่...”

    “เธอไม่ต้องเป็นห่วง The Elders ได้รับสารสุดท้ายจากฉันไปแล้วและจะประกาศให้ชาวโลกได้รับรู้ถึงของขวัญชิ้นนี้ของเธอ เขารู้ว่าเธอจะไม่กลับไป ไม่ต้องเป็นห่วงชาวอเมริกัน ซึ่งอีกสักพักเขาคงจะจัดงานเฉลิมฉลองกันทั้งประเทศ อาจมีการประชุมเพื่อเตรียมการเลือกตั้งใหม่ หรืออาจเลื่อนให้คุณฮิลล์ แลร์รี่ มารักษาการณ์แทนเป็นการชั่วคราว”

    “ไม่นะ....ฉันมีลูกมีเมีย”

    “ฉันเข้าใจว่าคุณวาน่าเมียของเธอ คงจะยินดีมากถ้าเธอไม่ได้กลับไปทานข้าวด้วย ตั้งแต่เย็นนี้เป็นต้นไป”

    “อี…“ นายรัมป์กำมือแน่น ใบหน้าอูมๆ ผิวเหลืองอมส้มเริ่มปนด้วยสีแดงกล่ำ “อี…อีวาน่า!!!!!!”


    ร่ำลือกันว่าในคราวนั้น ชั่วพริบตาที่ยานโบราณจากต่างดาวทะยานกลับขึ้นสู่อวกาศมันก็ได้ทิ้งลำแสงที่สวยที่สุดที่ชาวโลกได้เคยเห็นมาเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายจากหัวใจของซานต้าคลอส




    - อวสาน - 

    หมายเหตุ: 

    • เหตุการณ์ทั้งหมดในเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยกเมฆขึ้นมา ไม่ได้มีความจริงอยู่ในนั้น ความเหมือนหรือคล้ายคลึงพึงถือเป็นเรื่องบังเอิญ

    • องค์กร The Elders เป็นองค์กรจริงที่ทำงานด้านสันติภาพ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ www.theelders.org

    • ซานต้า คลอสไม่มีจริง


    Last Christmas (ตอนที่ 1/3) https://minimore.com/b/Q1dvY/5

    Last Christmas (ตอนที่ 2/3) https://minimore.com/b/Q1dvY/6

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in