เรื่องสั้นนอวอรอรอตอพอลอ
บทสนทนากับปิศาจสุรา #3 ว่าด้วยความรัก ลิขสิทธิ์ และกระแส Chester
  • "มึงไม่เคยเรียนลูกเสือหรือไง ไอ้น้อต"

    เสียงเย็นๆ ดังขึ้นจากทางข้างหลังของผมอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แค่ทำให้ผมเซ็งจนต้องละมือจากสิ่งที่ทำอยู่แล้วเอื้อมไปหยิบว้อดก้าโซดาบนโต๊ะขึ้นมาจิบแทนก่อนจะด่าตอบออกไป

    "ดึกดื่นค่อนคืนขนาดนี้ ถ้าเป็นคนอื่นนะ มึงอย่าย่องไปทักเขาเงียบๆ อย่างนี้นะ เดี๋ยวคนเขาหัวใจวายตาย"

    "ก็มันเวิร์คนี่หว่า เสร็จกูไปหลายคนแล้ว" ไอ้นะตอบ หยิบแก้วเปล่าจากตู้มารินว้อดก้าบนโต๊ะของผมดื้อๆ

    อ่อ สำหรับคุณผู้อ่านยังไม่รู้จักไอ้นะ มันเป็นเพื่อนของผมเอง ชื่อเต็มๆ ของมันคือคุณมรณะ ที่ผมคิดว่าไม่น่ารักและกระดากปากเกินกว่าจะเรียก ปกติเวลาผมกินเหล้าอยู่คนเดียวมันมักจะโผล่มาแจมเสมอโดยไม่รอให้เราเชื้อเชิญ ไม่ว่าผมจะอยู่ในผับ กลางงานปาร์ตี้ หรือแม้แต่ในห้องของผมเองอย่างในคืนนี้ จนบางทีผมก็แอบคิดว่า ควรจะเชื่อคนแก่คนเฒ่าที่แนะให้ไปติดยันต์ป้ายหกเหลี่ยมอะไรพวกนั้นดีไหม เผื่อจะได้มีเวลาเป็นส่วนตัวจริงๆ บ้าง

    ผมรอจนมันหย่อนมะนาวฝานใส่แก้ว แล้วยื่นแก้วตัวเองขึ้นมา

    "เอ้า เชียร์ส"

    "เชียร์ส"

    ว้อดก้าโซดาเย็นๆ ไหลผ่านลำคอจนเกลี้ยง

    ผมยกมือสองข้างขึ้นมาข้างๆ หู ชูสามนิ้ว "จงทำดี จงทำดี จงทำดี เสียชีพอย่าเสียสัตย์ เสียเข็มขัดอย่าเสียกางเกง เคยสิวะ ถึงกูไม่ได้เรียนปอโท แต่ยังไงก็เรียนสูงกว่าประถมนะมึง"

    ไอ้นะยักไหล่ มันสนใจว้อดก้าแก้วถัดไปของมันมากกว่า จนผสมเสร็จถึงหันมาตอบ "เหรอ สมัยกูไม่มี"

    "สมัยมึงเป็นเด็กนี่ พวกไทแรนโนซอรัสวิ่งเป็นหรือยังวะ หรือกำลังวิวัฒนาการอยู่?"

    มันมองหน้าผมแบบงงๆ จนผมต้องควักโทรศัพท์ขึ้นมาหารูปไดโนเสาร์ชื่อดังมาเปิดให้มันดู

    "เออ พวกมนุษย์อย่างมึงก็ช่างจินตนาการนะ แต่ไอ้ตัวพวกนี้จริงๆ มันมีขนด้วยนะ"

    "หา ทีเร็กซ์มีขนด้วยเหรอวะ กูนึกว่ามันเป็นหนังหนาๆ เกลี้ยงๆ แบบหนังช้าง"

    "ช้างก็มีขนนะมึง แต่ไม่ใช่ ไอ้พวกนี้ขนมันคล้ายๆ ขนไก่ขนนกกระจอกเทศมากกว่า"

    จบกัน ภาพทีเร็กซวิ่งกวดฝูงแรปเตอร์ในจูราสสิคปาร์กในหัวผมตอนนี้กลายเป็นนกอีมูวิ่งไล่กิ้งก่าไปซะแล้ว

    "นอกเรื่องเยอะไปแล้วมึง เดี๋ยวกรูไปเขียนเล่าคนอ่านเบื่อกันพอดี" ไอ้นะหัวเราะก๊าก

    "ถุย ไอ้นักหัดเขียน นี่มึงก็หัดดองงานเขียนบ้างสิ สามสี่วันค่อยกลับมาอ่านทวนจะได้แก้ให้มันคมๆ ก่อนจะส่งไปตีพิมพ์"

    "ไม่ กูชอบดิบๆ แบบนี้แหละ"

    "งั้นก็ตามใจ" มันถือวิสาสะเดินไปหยิบเอา SUD ขวดลิตรของผมมาตั้ง อีกมือหยิบแก้วไวน์ติดมาสองใบ "กูเห็นมึงมัดเงื่อนเก้ๆ กังๆ ดูแล้วทุเรศสายตา"

    "มึงก็มาช่วยกูมัดดิ"

    "ไม่ กูเคยบอกมึงแล้วว่าในความพยายามกระทำอัตวินิบาตกรรมของมึงนี่กูจะไม่ช่วยอะไรมึงทั้งนั้น"

    "เสียชื่อเผ่าพันธ์ุนะมึงเนี่ย เป็นความตายซะเปล่า"

    ไอ้นะยื่นแก้วไวน์ให้ผม น้ำองุ่นสีแดงเข้มรินมาค่อนแก้ว "แล้วเป็นไงมาไงถึงคิดจะตายขึ้นมาอีก กูนึกว่ามึงทำใจได้แล้ว เห็นมีเพื่อนคุยใหม่แล้วไม่ใช่รึ"

    "บางทีความเหงามันก็กลับมากระแทกบ้างเป็นธรรมดา" ผมวางแก้วบนโต๊ะ แล้วหยิบเชือกเส้นนั้นขึ้นมาพยายามผูกเงื่อนต่อ

    "ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เพื่อนใหม่มึงไม่ตอบข้อความสินะ น่าสงสารเหี้ยๆ"

    ผมสมมติเชือกในมือเป็นกีตาร์ และตอบมันด้วยคำร้องสองท่อนจาก เพลง Shadows of the Day

    Sometimes solutions aren't so simple
    Sometimes goodbye's the only way

    "เกาะกระแสนี่หว่าไอ้น้อต กูเพิ่งรู้ว่ามึงฟัง Linkin Park ด้วย"

    "เออ นี่กูถือ Chester เป็นศาสดาจารย์กูไง กูเก็บครบทุกชุดเลยนะมึง"

    "จริงสิ กูไม่เคยเห็นมึงซื้อซีดีอะไรมาฟังเลย"

    "ตกยุคนะมึง โหลดโลดสิครับ สมัยนี้ใครเขาซื้อซีดีฟังกันวะ"

    "ก็พวกคนที่บอกว่าศิลปินคนโน้นคนนี้เป็นศาสดาไง" ไอ้นะกุมมือที่หน้าอก ทำหน้าแอ๊บแบ๊ว "โอ้ว เชสเตอร์ ชีวิตของฉันจะอยู่ได้อย่างไรเมื่อไม่มีเสียงเพลงจากคุณ" แล้วมันก็หันกลับมารินไวน์ต่ออีก "มนุษย์อย่างพวกมึงบอกว่าเขาดีอย่างนั้นอย่างนี้แล้วทำอะไรให้เขารู้บ้าง"

    "ก็ในเน็ตไง มึงไม่ได้อ่านหรือไงวะ ใครๆ ก็พูดถึงเชสเตอร์"

    "ส้นตีนเหอะ ตอนฮีธ เล็ดเจอร์ก็เหมือนกัน นี่พวกมนุษย์อย่างมึงคิดว่าคนที่ตายไปแล้วจะรู้มั้ยว่าพวกมึงออกมาอาลัยอาวรณ์เขากันเต็มอินเตอร์เน็ตเนี่ย แถมเขียนเป็นภาษาไทยอีกต่างหาก ตอนเขายังทำงานอยู่มึงก็ไม่หัดสนับสนุนเขา คนทำงานศิลปะถ้าขายไม่ได้แม่งก็ลำบาก"

    "เชี่ย ระดับ Linkin Park เนี่ยนะ เขาไม่ต้องพึ่งเงินกูด้วยซ้ำ" ผมเริ่มเถียงข้างๆ คูๆ

    "สันดาน! ระดับไหนมึงก็ควรซื้อให้ถูกต้อง! ถ้ามึงบอกว่าตัวเองเป็นแฟนเพลงเขา พรุ่งนี้มึงไปซื้อมาให้หมดเลยนะ ไอ้ชุดที่โหลดๆ มาแล้วทั้งหลายน่ะ อย่างน้อยวงเขาจะได้รู้ว่ามีมึงอีกคนนึงในเมืองไทยที่ศรัทธาเขาขนาดนั้น"

    "กูคงอยู่ไม่ถึงพรุ่งนี้หรอก" ผมหยิบเชือกมาพยายามมัดต่อ

    "ไอ้ความรักของมึงนี่ก็เหมือนกัน มีงมานั่งงมงายอยู่คนเดียว ใครเขาจะไปรู้ คิดยังไงก็บอกเขาไปเลย ถ้าไม่ใช่จะได้ตัดใจก่อนจะถลำลึกอีก อยากตายยังไงกูก็ไม่พามึงไปหรอก"

    "ไม่ง้อเว้ย กูทำเองได้แล้ว" ผมชูเชือกที่ผูกเสร็จในมือให้มันดู เป็นบ่วงบาศก์ที่สวยงาม

    ไอ้นะถอนหายใจ "เดี๋ยวหมดแก้วนี้กูกลับดีกว่า"

    "อ้าว ไม่อยู่รอทำงานเหรอ?"

    "ไม่"

    "ทำไมวะ"

    "สามข้อ หนึ่ง ยังไงมึงก็ไม่ตายถ้ากูไม่อนุญาต สอง กูอยู่ไปก็ไม่ได้งาน" ไอ้นะกระดกไวน์เข้าปากเกลี้ยง เรอออกมาดังๆ แล้วก็ลุกขึ้น "กูไปก่อนล่ะ"

    "ไหนบอกสามข้อ ข้อสามล่ะ?"

    ไอ้นะหันมามองเชือกในมือของผม ส่ายหัวเบาๆ "กูว่ามึงควรไปเรียนลูกเสือใหม่" พูดจบมันก็หายตัววับไป
    _______________________________



    ไอ้นะโผล่มาปลุกแต่เช้า ผมไม่อยากลุกเลย มันปวดระบมไปทั้งตัว

    "กูบอกแล้ว ว่ามึงไม่ตายหรอก" ไอ้นะยื่นแก้วสก๊อตช์มาให้ "กูว่าแล้ว เงื่อนมึงน่ะ ถ้าเอาคอมาใส่จริงๆ แม่งหลุดแน่นอน"

    "เออ เยาะเย้ยเข้าไป ไม่รู้กระดูกกระเดี้ยวหักรึเปล่า เจ็บชิบหาย" ผมบ่นช้าๆ

    "ไม่หรอก แค่ตกมากระแทกขาเก้าอี้ ช้ำนิดเดียว" ไอ้นะยิ้มกวนๆ "แล้วอย่าลืมไปซื้อซีดี Linkin Park นะวันนี้"

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in