เพลงรักสองเราNKXJS0202
Track 13 : ขี้หึง / Silly Fools
  • BGM :  ขี้หึง  /   Silly Fools



    1.

    แป้นนนนน!!   แป้นนนนนนน!!!แป้นนนนนนน!!!!

    เสียงแตรรถยนต์แผดขึ้นติดๆกันกลางสามแยกในย่านเทาเมลระหว่างที่แดนกำลังจะก้าวข้ามถนนราวกับจะปลุกให้เขาตื่นขึ้นจากภวังค์ 

    เฮ้อ!!เกือบไปแล้ว  แดนคิดในใจ

    ถ้าเขาก้าวเร็วอีกนิดและถ้ารถยนต์คันนั้นมาเร็วอีกหน่อย ป่านนี้ร่างสูงของเขาอาจจะกระเด็นไปไกลโน่นแล้ว   

    บางทีอาจจะต้องขอบคุณนิสัยการบีบแตรแบบทะลุทะลวงโสตประสาทของคนที่นี่เสียแล้วสิ 

    เนปาลวันแรกของเขาทำไมมันช่างยุ่งเหยิงและพังทลายได้ไม่เป็นท่าขนาดนี้ไหนจะโปรแกรมที่วางไว้ว่าจะท่องเมืองอย่างสำราญใจ แผนการที่จะไปเที่ยวชมสถาปัตยกรรมและวิถีชีวิตของชาวเนปาลีในวันแรกต้องหยุดชะงักไปเพราะชานและราชูไกด์ชาวเนปาลประสบอุบัติเหตุระหว่างที่มารับชาวคณะที่สนามบิน

     

    โชคดีที่ชานและราชูนั้นไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรสาหัสเพียงแค่เคล็ดขัดยอกเพียงเล็กน้อยเมื่อไปเช็คอาการที่โรงพยาบาลเสร็จเรียบร้อยแล้วก็โทร.มาบอกพวกเขาว่าให้นั่งแท็กซี่เข้ามาที่โรงแรมได้เลย ทางนั้นขอจัดการกับคู่กรณีเสียก่อนแล้วจะตามมาโรงแรมภายหลัง


    หลังจากวุ่นวายและสับสนอยู่ที่สนามบินได้สักพัก ชาวคณะก็ตั้งสติและเรียกแท็กซี่มาที่โรงแรมที่ชานจองไว้ให้  ไม่น่าเชื่อว่าจากทริปที่แดนวางไว้ในตอนแรกว่าจะมาคนเดียวกลับกลายเป็นต้องพ่วงอีกหลายชีวิตตามมา


    ทั้งจินยองหนุ่มรุ่นน้องที่สนิท

    ซองอูชายหนุ่มที่ตอนนี้เขาแทบจะเหม็นหน้าเลยทีเดียว 

    แจฮวาน เจ้านายที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้มาเที่ยวด้วยกัน 

    จีซอง พี่ชายของเจ้านายเจ้าของร้านกาแฟใต้ออฟฟิศที่มีอะไรลึกลับอยู่ในตัวมากมาย

     

    และสุดท้าย “จีฮุน” ชายหนุ่มบ้านเพื่อนบ้านที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามและในตอนนี้ความสัมพันธ์ได้พัฒนาจนกลายมาเป็น“แฟน”  

    ความสัมพันธ์ของเขากับจีฮุนมาไกลมาก...มากกว่าที่ตัวเขาและหลายๆคนคิด

    แต่นั่นล่ะที่ทำให้แดนหงุดหงิดใจ  ทั้งๆที่ความสัมพันธ์มาถึงขั้นนี้แต่ก็ยังไม่สามารถเปิดเผยได้  เพราะจีฮุนบอกว่ายังไม่ถึง “เวลาที่เหมาะสม”

     

    ไม่รู้ว่ามันเป็นเหตุบังเอิญหรือโชคชะตาที่ทำให้เขากับจีฮุนได้มาพบกัน  และที่น่าแปลกในความสัมพันธ์นี้ก็คงจะเป็นแฟนของเขาและแฟนของจีฮุนต่างก็มีความสัมพันธ์ลับๆที่ไม่แน่ใจว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร

    “มินฮยอนกับอูจิน”  -  ปริศนาความสัมพันธ์ที่ยังต้องสืบค้นต่อไป

    ความคิดของแดนเตลิดเพริดไปถึงไหนต่อไหนระหว่างที่เดินไปตามตรอกซอกซอยที่มีผู้คนพลุกพล่านในช่วงสามทุ่มเช่นนี้  กาฏมัณฑุที่เห็นในความมืดตอนนี้ดูเหมือนเป็นเมืองที่มีอะไรให้น่าค้นหาอยู่เยอะ  แม้ว่าแดนเองจะไม่เคยเดินทางไปอินเดียแต่เขาก็รู้สึกถึงกลิ่นอายของความเป็นอินเดียหน่อยๆที่นี่แต่แน่ล่ะเนปาลก็คือเนปาลเค้าเหลือเวลาอีกสี่วันที่จะค้นหาว่าเนปาลเป็นอย่างไร แม้จะไม่ใช่จุดมุ่งหมายหลักของการเดินทางที่เขาตั้งใจว่าจะไปส่งวิญญาณของอูจินแต่นานๆครั้งได้เดินทางออกจากประเทศไทยก็น่าจะได้ลองซึมซับบรรยากาศใหม่ๆดูบ้าง

    ถนนหนทางในเมืองกาฏมัณฑุนั้นขรุขระและเต็มไปด้วยฝุ่นฟุ้งชนิดที่ว่าถ้าเขาไม่ได้ใส่หน้ากากกันฝุ่นแล้วป่านนี้คงจะเมาฝุ่นจนสลบอยู่ข้างทาง   

    แดนใช้สองมือดึงสายหน้ากากกระชับให้เข้ากับใบหน้ามากขึ้นเมื่อลมพัดฝุ่นเคว้งลอยมาปะทะที่หน้าเขาเต็มๆ ก่อนจะสับเท้าเร็วๆเดินไปตามถนน  สายตาของเขากวาดไปเรื่อย บ้างกระทบกับหญิงสาววัยรุ่นเนปาลีในชุดส่าหรีที่หยอกเอินกันอย่างน่ารัก  บ้างก็กระทบกับรถเข็นขายน้ำทับทิมสดสีแดงน่ากิน บ้างก็ต้องใช้มือปัดป่ายกับชายแก่เนปาลีที่เดินมาพยายามจะยัดเยียดขายของที่ระลึกให้เขาเพราะรู้แน่ๆว่าอาตี๋ผิวขาวผิดแผกจากคนพื้นถิ่นเช่นนี้คงจะเป็นนักท่องเที่ยวอย่างแน่นอน 

    จุดหมายของเขาคือการไม่มีจุดหมาย

    แม้จะดูย้อนแย้งแต่นั่นล่ะที่เขารู้สึกและเขาก็ทำมันไปแล้ว หลังจากที่เกิดเหตุการณ์บางอย่างที่โรงแรมเมื่อสักชั่วโมงที่แล้ว

    จีฮุนนะจีฮุน!  ทำไมถึงทำแบบนี้ 

    ก่อนหน้าจะที่เช็คอินที่โรงแรมย่านทาเมลซึ่งเป็นย่านที่นักท่องเที่ยวนั้นมักจะมาพักเพราะเป็นศูนย์ที่มีของให้ช้อปปิ้งมากมายและมีร้านรวงให้นักท่องเที่ยวเลือกกินดื่มไม่น้อย   แดนเดินออกจากโรงแรมหลังจากที่มีเรื่องให้เขาไม่สบอารมณ์- ใช่ ไม่สบอารมณ์เอาเสียมากๆ 

    จะเป็นเรื่องไหนไปได้ล่ะถ้าไม่ใช่เรื่องการแบ่งห้อง จีฮุนพักกับซองอู  จินยองพักกับเขาแจฮวานกับจีซอง และชานกับราชู ทุกอย่างก็ดูเข้าคู่กันดี ไม่มีปัญหาถ้าหากแต่เพียงนายซองออูนั่นจะลอบมองจีฮุนด้วยสายตาอย่างที่ผู้ชายด้วยกันจะเข้าใจ

    เขาไม่ไว้ใจองซองอู!!

     

    2.

     

    หลังจากแยกย้ายกันเข้าห้องพัก  แดนก็ไลน์บอกให้จีฮุนออกมาคุยกันที่ล็อบบี้อย่างคนเอาแต่ใจ  หลังจากได้รับข้อความจากแฟนตัวเองจีฮุนก็เดินหน้ามุ่ยมานั่งลงฝั่งตรงกันข้ามกับแดนที่ทำหน้ายู่อยู่

    “พี่แดน เป็นอะไร เราคุยกันแล้วไม่ใช่เหรอ”  เสียงตึงเปล่งออกจากริมฝีบางบาง

    “ก็คุยกันแล้ว พี่บอกว่าจะเปิดอีกห้องไงยังไงพี่ก็ไม่ไว้ใจคุณซองอูอะไรนั่น”  อารมณ์ขุ่นของแดนเริ่มจะยั้งไม่อยู่

    “แล้วดูเราสิ ทำไมต้องไปนั่งไกลขนาดนั้น ใช่ซี้พี่มันไม่ใช่ไอ้หนุ่มสถาปนิกเสน่ห์แรงนี่เนอะ”

    “โอ้ยยย คนอะไร ตัวใหญ่แต่ใจเล็กเป็นบ้า พี่แดน! รู้ตัวบ้างป่าวว่าหึงแล้วพาล” จีฮุนคิดอยากจะยั่วแดนอีกสักหน่อยเลยสำทับไปอีกประโยคว่า

    “ก็ไม่มีเหตุผลแบบนี้ไง หึงไม่เข้าเรื่องใครเขาจะอยากอยู่ด้วย” 

    “ใช่!! พี่มันไม่มีเหตุผล  ไม่ต้องมาอยู่กับพี่หรอก  นั่นไงคนที่จีฮุนอยากอยู่ด้วยเขามาตามแล้ว”  

    ใครจะไปคิดว่าจากที่จีฮุนจะยั่วเล่นๆ แต่การณ์กลับพลิกให้แย่กว่าเดิมเพราะองซองอูกำลังเดินมาที่โต๊ะและยังไม่ทันที่จีฮุนจะหันไปพูดอะไร พ่อหนุ่มขายาวก็สะบัดหน้าพรืดก่อนจะก้าวฉับๆออกจากล็อบบี้ชนิดที่ไม่บอกก็รู้ว่าโกรธจนควันออกหู

    จีฮุนตั้งใจจะวิ่งตามไป แต่ยังไม่ทันจะก้าวขามือเล็กก็ถูกมือของซองอูคว้าไว้ก่อน

    “อย่าไปเลย”  ซองอูพูดนิ่งๆแต่แรงกระชับที่ข้อมือนั้นหนักแน่นและดูรุนแรงเกินว่าปกติ

    “โอ๊ย เจ็บ” จีฮุนทำหน้าเหยเก

    “พี่ขอโทษ” ซองอูรีบปล่อยมือ

    “พี่ลืมตัวไปหน่อย พี่แค่ไม่อยากให้จีไป” น้ำเสียงของซองอูมีแววเว้าวอนอยู่ลึกๆ

    จีฮุนมองตามร่างสูงไปด้วยตาละห้อย พี่แดนคงจะโกรธเรามากสินะ  ความตั้งใจแรกที่ตามไปยังคงไม่หายแต่เขาจะต้องเคลียร์กับ “ปัญหา” ที่ยืนอยู่ตรงหน้านี่เสียก่อน   ร่างเล็กตัดสินใจบางอย่างก่อนจะพูดออกไป

    พี่ซองอู จีคิดว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อย” 

    “เรื่องอะไร ใช่ที่พี่คิดอยู่รึเปล่า” ซองอูพยายามจะสบตากับคนตรงหน้าแต่จีฮุนเสไปมองทางอื่นก่อนจะหันมาพูดกับซองอูด้วยน้ำเสียงที่ไม่แน่ใจนัก

    “อืมมม ไม่รู้สิ พี่ลองฟังดูก่อนมั้ย” 

    “ถ้าพี่จะบอกว่า พี่ไม่อยากฟังล่ะ จีจะว่ายังไง”

     

    3.

    จากที่ตั้งใจจะเดินไปแบบไม่มีจุดหมายเพียงแค่ต้องการไปให้ห่างจากจุดที่จีฮุนกับซองอูยืนอยู่แค่นั้น แต่ตอนนี้ร่างสูงเดินมาไกลจากที่พักมากขึ้นเรื่อยจนเริ่มหอบและไหนจะเสียงโครกครากในท้องเริ่มออกอาการอีก   นี่มันก็เกือบสามทุ่มแล้วข้าวเย็นยังไม่ได้กิน จะหิวก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

    เจ้าของนัยน์ตาเล็กยิบหยีที่เวลายิ้มทีตาแทบจะเป็นขีดเดียวกำลังสอดส่ายสายตาหาร้านอาหารแน่ล่ะ เวลาและอารมณ์แบบนี้ควรจะเป็นร้านที่เขาสามารถจิบเบียร์ “ชิลๆ” ผ่อนอารมณ์ไปด้วยได้โดยเฉพาะอารมณ์คุกรุ่นตอนนี้

     

    อารมณ์ที่จีฮุนบอกว่า “หึงไม่เข้าเรื่อง”

    เด็กบ้าเอ้ยยย!  เธอเป็นของฉันแล้ว  เธอเป็นคนของฉันแล้ว

    ฉันจะปล่อยให้เธอไปนอนร่วมห้องกับไอ้หนุ่มน้องแฟนเก่าที่คิดไม่ซื่อได้ยังไง

    จีฮุนช่างไม่เข้าใจอะไรเลยจริงๆ   เรื่องความเหมาะสมนั่นอีกตั้งแต่ที่เข้ารู้ว่าอูจินกับมินฮยอนนั้น       “นอกใจ” ทั้งเขาและจีฮุนเขาก็มองไม่เห็นว่าจะเสียหายตรงไหน


    แต่นั่นล่ะ จีฮุนกับเขาแตกต่างกัน

    จีฮุนเป็นคนถนอมน้ำใจคนและคิดมากอยู่เสมอ  แต่ใช่ว่าเขาจะเป็นคนไม่รู้จักกาลเทศะเสียหน่อย  เขาตั้งใจว่าจะให้จีฮุนไปพักกับจินยอง ส่วนเขาจะยอมทนฝืนใจไปนอนร่วมห้องกับคนที่เขาเหม็นขี้หน้าแทน เพราะเข้าใจดีว่าการไปเปิดห้องใหม่แล้วให้จีฮุนมาพักด้วยกัน มันออกจะดูประเจิดประเจ้อเกินไป  เขาคงไม่ทำแบบนั้นแน่ 

    ระหว่างที่คิดเพลินๆพร้อมกับเดินไปด้วยพลันสายตาก็ไปปะทะกับร้านSecret Garden Café ที่อยู่อีกฟากถนน  ประเมินจากสายตาคร่าวๆ ร้านนี้น่าจะชิลดีเหมาะที่จะหยุดพักอารมณ์หึงบ้าบอนั่นที่นี่

    ตัดสินใจเพียงไม่นานร่างสูงก็มานั่งในร้านเรียบร้อยกวาดสายดูเมนูที่นี่มีทั้งอาหารเอเชียและอาหารฝรั่ง ก่อนจะสั่งอาหารแดนบอกบริกรให้เอาเบียร์เย็นมาก่อน ไม่นานนักเบียร์คราฟเย็นจัดก็เสิร์ฟถึงมือ แดนจิบเบียร์ก่อนจะผ่อนลมหายใจลง

    “ดีชะมัด”  นึกในใจก่อนจะหยิบโทรศัพท์มากดดูที่แอพพลิเคชั่นแชตสีเขียว  ไร้วี่แววของจีฮุน ไร้การโทรไร้การส่งข้อความมาตามหาเขา  ป่านนี้คงขึ้นห้องไปคุยกระหนุงกระหนิงกับนายนั่นแล้วสิ  คิดในใจพลางกระดกเบียร์รวดเดียวจนหมดแก้ว 

    เหมือนรู้ใจ บริกรชาวเนปาลีผิวนัยน์ตาเข้มจมูกโด่งก็เข้ามาเติมเบียร์ให้อย่างทันท่วงที  หลังจากนั้นเจ้าตัวก็สั่งอาหารไปสามอย่าง ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าได้มากินกับจีฮุนก็คงดี  คงดีกว่าการมานั่งแกร่วจิบเบียร์อารมณ์ซังกะตายแบบนี้

    จมในห้วงคิดวุ่นๆได้ไม่นานนัก   เสียงเตือนจากแอพสีเขียวก็ดังขึ้น

              จีฮุน: อยู่ไหนแล้วพี่แดน

              หลังจากอ่านข้อความนี้แล้วอารมณ์ของเขาเหมือนจะดีขึ้นมาราวกับเจ้าของข้อความร่ายมนต์ใส่ แต่จะตอบดีๆมันก็ใช่ที่ไหมล่ะ คนเรามันต้องมีฟอร์มกันหน่อยน่า

              แดน: สักที่ในเนปาลนี่แหละ  ห่วงพี่ด้วยเหรอ

              จีฮุน:  แหมถามได้ห่วงสิ แฟนทั้งคน

              แดน: ห๊ะ อะไรนะ

              จีฮุน : ตอบมาว่าอยู่ไหน 

              แดน:   ทำไมจะมาหาเหรอ มาไม่ถูกหรอก

              จีฮุน:   งั้นพี่แดนก็รีบกลับโรงแรมได้แล้ว หายงอนได้แล้ว

              แดน:  ป่าวงอนซะหน่อย หิวเลยออกมาหาอะไรกิน

              จีฮุน: กินอิ่มยัง อิ่มแล้วก็รีบกลับมา ง่วงแล้ว

              แดน: ยังไม่ได้กินเลยเนี่ย อาหารยังไม่มา

              จีฮุน:  งั้นกินให้เสร็จ ค่อยมาก็ได้

              แดน:   เดี๋ยวนะเมื่อกี๊จีบอกอะไรนะ ง่วงแล้ว? หมายความว่าไง

              จีฮุน:  ก็ไม่หมายความว่าไง หมายความตามนั้น

              แดน:  โอเค้ตามนั้นก็ตามนั้น ง่วงก็นอนซะสิ คนในห้องเค้าก็คงง่วงแล้วล่ะสิ

              จีฮุน:  คนในห้องเหรอ เขายังไม่กลับมาเลย

              แดนอ้าว ไปไหนล่ะ

              จีฮุน:   งอนแฟน หึงแฟน แล้วก็หายไปเลย

              แดน: เดี๋ยวๆ อะไรนะ งง ใครแฟน

              จีฮุน: พี่แดน อย่าให้จีปวดหัวกว่านี้เลย แค่นี้ก็จะแย่

              แดน: ห๊ะ คืออะไรไม่เข้าใจ

              จีฮุน: ของพี่ย้ายมาห้อง 1211 แล้วนะ

              แดน: 1211 นั่นมันห้องจีกับคุณซองอูนี่นา

              จีฮุน: ทำไมเป็นคนเข้าใจยากอะไรแบบนี้  รีบกลับมา ไม่งั้นไม่ให้นอนด้วยนะครับคืนนี้

              แดน: หมายความว่า?  โอ้ยยยย พี่ไม่กินแล้วข้าว เดี๋ยวสั่งใส่ห่อไปกินที่โรงแรมละกัน

              จีฮุน :  ตามใจพี่เลย

     

    4.

    อารมณ์ขึ้งเครียดและความอ่อนล้าจากการเดินทางตั้งแต่เช้า  เหมือนจะละลายหายไปทันทีเมื่อแดนก้าวเท้าเข้าไปยังห้อง 1211   หลังจากวางถุงอาหารที่ให้ร้านห่อให้เจ้าตัวก็รีบเข้าไปคว้าร่างเล็กมาไว้ในอ้อมกอด

    ส่วนสูงที่แตกต่างกันอย่างพอเหมาะของเขากอดร่างเล็กจนจมอก  กอดอยู่นานจนมีเสียงอู้อี้ออกมาว่า

    “พี่แดน จีหายใจไม่ออกแล้ว ปล่อยก่อนนะครับ”

    “ไม่ปล่อยง่ายๆหรอก จะกอดอยู่ยังงี้” แม้ปากจะบอกว่าไม่ยอมปล่อย แต่เขารู้ดีว่าน้ำหนักอ้อมกอดเมื่อกี๊อาจทำให้จีฮุนหายใจลำบากมือใหญ่คล่อยๆคลายกอดให้อยู่ในสภาวะสบายๆกว่าเมื่อครู่  ให้คนรักตัวน้อยของเขาได้มีพื้นที่หายใจและแน่นอนร่างเล็กนั่นกำลังย่นจมูก มองค้อน ตาคว่ำใส่เขา 

    สำหรับแดนแล้ว ไม่ว่าจีฮุนจะทำหน้ายังไงมันก็คือความน่ารักไปหมด

    “พี่แดนนะพี่แดน โตแล้วยังจะงอนเหมือนเด็ก”

    “ทำให้จีเป็นห่วงแทบแย่”

    “แล้วรู้มั้ยเนี่ย ว่าจีต้องเจออะไรบ้าง”  ร่างเล็กจ้องหน้าเขาเขม็งก่อนจะซุกหน้าลงบนอกอีกครั้ง

    ไม่รอช้า แดนปล่อยมือและเปลี่ยนจังหวะมาอุ้มจีฮุนไปที่เตียงอย่างรวดเร็ว

    “อุ้มทำไม เดินเอาก็ได้แค่เนี้ยเอง”  จีฮุนบ่นอุบอิบหน้าแดงไปหมดด้วยความเขินอาย แดนวางร่างเล็กอย่างทะนุถนอมบนเตียง ก่อนจะนั่งแหมะลงข้างๆ แล้วใช้มือขวาประคองร่างบางเข้ามาชิดอย่างถนอมมือ

    “ว่าไงครับ เจออะไร แล้วทำไมพี่ได้มาอยู่ห้องนี้”  

    “จีบอกความจริงพี่ซองอูไปแล้ว”

    “บอกว่า ?

    “บอกว่าจีคบกับพี่แดนอยู่”

    “ทำไมล่ะ ไหนจีบอกว่ามันยังไม่ถึงเวลา”

    “ก็ใครเล่าที่ทำให้มันเป็นแบบนี้”

    “อ่า พี่ขอโทษนะ พี่ไม่ได้ตั้งใจ”  น้ำเสียงของแดนบ่งบอกความรู้สึกผิดเสียเต็มประดาเขาไม่คิดว่าอารมณ์หึง อารมณ์น้อยใจสารพัดสารเพจนทำให้คนข้างๆเขาต้องตัดสินใจทำในสิ่งที่เจ้าตัวเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม

    “แล้วคุณซองอูว่ายังไง”

    “ก็ไม่ว่ายังไง พี่ซองอูบอกว่าเข้าใจแล้ว น่าแปลกที่ไม่ถามเซ้าซี้อะไรเลยแถมเรื่องเปลี่ยนห้องก็เป็นเรื่องที่พี่ซองอูเสนอเอง”

    “อ้าวเหรอ”

    “จริงๆตอนแรกพี่ซองอูจะไปเปิดอีกห้องแต่จินยองบอกมาให้มานอนด้วยได้ จินยองอยู่ได้กับทุกคน”

    “เฮ้อ พี่เลยกลายเป็นคนที่ทำให้ทุกคนวุ่นวาย”

    “รู้ตัวก็ดี” จีฮุนว่ายิ้มๆ  

    “กินข้าวยังเนี่ย  นี่พี่สั่งมาจากร้านเยอะเลย” 

    “จะเอาเวลาที่ไหนไปกินล่ะ มัวแต่วุ่นวายอยู่เนี่ย”

    “ขอโทษนะครับ ขอโทษจริงๆ”


    ว่าแล้วแดนก็คว้าหมับเข้าที่เอวบางและหอมแก้มนิ่มไปหนึ่งฟอด


    “พอแล้วพี่แดน กินข้าวก่อนน๊า”

    “เราน่ะไปกินซะ ส่วนพี่ไม่หิวข้าวแล้ว”

    “อ้าว ไหนบอกยังไม่ได้กินไงครับ”

    “ก็ไม่หิวข้าวแล้ว เปลี่ยนมาเป็นหิวเราแทน” แดนพูดพลางส่งสายตาเจ้าเล่ห์

    “โอ้ยยยย ไอ้พี่บ้า” ไม่พูดเปล่า จีฮุนฟาดแรงๆไปที่อกหนานั่นหนึ่งที

    “โอเคๆ กินข้าวกันก่อนเนอะ กินเสร็จค่อยว่ากันว่าจะทำอะไรต่อ” 

     

    5.

    หลังจากจัดการกับข้าวปลาอาหารแล้ว  ทั้งคู่ก็ผลัดกันจัดการชำระล้างร่างให้สบายตัวอันที่จริงพ่อหนุ่มเจ้าเล่ห์พยายามจะเข้าไปอาบพร้อมกับคนรัก ก่อนจะโดนฟาดอีกครั้งก่อนจะทิ้งความหวังไว้ด้วยเสียงอ้อนๆว่า “ไว้วันหลังนะพี่แดน”  

    เมื่ออาบน้ำจัดแจงทุกอย่างเสร็จ แดนและจีฮุนก็ทิ้งร่างลงพักผ่อนบนเตียงนุ่มพร้อมๆกับเปิดทีวีดูช่องท้องถิ่นไปด้วย   สองร่างนอนเหยียดขาสบายๆ บนเตียงขนาดห้าฟุต  แดนถือรีโมทเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆและดูเหมือนว่าจีฮุนจะไม่ได้สนใจภาพและเสียงบนหน้าจอนั่น   รู้ตัวอีกทีก็อยู่ในอ้อมแขนของ “พี่แดน”      เสียแล้ว

    “พี่แดนแน่ใจนะว่าสั่งผัดกะเพราไก่มา  ทำไมมันกลายเป็นสะระแหน่ไปได้” จีฮุนยิ้มกว้างในอ้อมกอดอบอุ่นคนร่างใหญ่  

    “พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันอะสงสัยเค้าไม่มีใบกะเพรามั้ง” ว่าแล้วแดนก็หัวเราะยิงฟันกว้าง  

    จีฮุนชอบที่แดนเป็นแบบนี้  แดนเป็นผู้ชายที่พร้อมจะยิ้มและหัวเราะไปกับอากัปกิริยาของจีฮุนทุกอย่างยกเว้นตอนที่อยู่กับซองอูนั่นแหละ

    “ขอโทษนะวันนี้พี่ขี้หึงไปหน่อย” เปิดประเด็นที่รอมานานหลังจากกินข้าวเสร็จ

    “ไม่หน่อยแล้วล่ะมั้ง  ถึงขั้นต้องย้ายห้อง ไม่รู้จินยองจะเป็นไงบ้าง” จีฮุนทำหน้าบึ้งใส่

    “พี่เคลียร์แล้ว จินยองมันโอเคมันรู้เรื่องของเราก่อนมาที่นี่อีก” แดนกระชับกอดขึ้น ก่อนมือเล็กจะป่ายขึ้นมายีที่หัว

    “นี่แน่ะๆ ป่าวประกาศไปหมดเลยนะ”

    “ยีหัวพี่ทำไม จินยองมันน้องสนิทอะ”

    “สนิทกันมากเหรอ” ปลายเสียงสะบัดเล็กน้อบโดยที่เจ้าของวงหน้าสวยไม่รู้ตัว 

    “แน่ะๆ ทำไมๆ หึงเหรอ” ร่างใหญ่กระเซ้าก่อนจะแนบแก้มตัวเองชิดกับแก้มนิ่มสีปลั่ง

    “บ้า ใครจะหึงง่ายเหมือนพี่แดนล่ะ” จีฮุนทำตาคว่ำ ย่นจมูกเล็กน้อย ก่อนหันไปสบสายตาเข้มที่มองมาตั้งแต่แรกแล้ว

    “ที่หึงก็เพราะรักยังไงล่ะ ไม่รักไม่หึงให้เสียเวลาหรอก”  

    หลังจากเปล่งเสียงเข้มออกไป แดนไม่รอช้า เขาค่อยๆก้มลงประกบกลีบปากบางนั่น ก่อนจะกวาดลิ้นลากไล้เอาความหอมหวานของจีฮุนมาไว้ที่ปากของตัวเองจนร่างเล็กแทบจะหายใจไม่ทัน

    จูบแรกในกาฏมัณฑุผ่านไป

    และแน่นอนว่าคนอย่างแดนคงไม่ปล่อยให้หยุดแค่จูบหรอก 

    เพราะเขาเป็นคนขี้หึงไง และคนที่ทำให้หึงก็น่ารักน้อยเสียที่ไหนเล่า

     

    วันนี้เขาจะให้บทเรียนจีฮุนเสียหน่อยว่า ถ้าทำให้หึงบ่อยๆจะต้องเจออะไรบ้าง

    อะไรที่ว่านั่น

    มันเริ่มแล้ว เมื่อเขาค่อยๆถอนจูบสองของวันที่ทั้งหนักหน่วงและอ่อนหวานแล้วงับเข้าที่ใบหูข้างซ้ายของคนตัวเล็กก่อนจะใช้จมูกไซ้ที่ลำคอขาวนวลจนเป็นสีแดงเถือก...

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in