แพจินยอง ก้มดูหน้าจอโทรศัพท์ที่แสดงรูปถ่ายของวันจบการศึกษา เขาเลื่อนมันไปเรื่อยๆ และมันเป็นภาพที่หาไม่ได้จากที่ไหนแล้ว เด็กหนุ่มในชุดสีขาวตัดดำนั้นที่ไม่ได้ยิ้มให้กล้องเหมือนคนอื่นๆ เพราะในใจคงมีหลายเหตุผลที่ไม่ได้แสดงออกไป..
TODAY
ผมที่ไม่ได้เซ็ทดี กับชุดนอนบางๆกางเกงขายาวลายสก็อต เขาคนนั้นเดินลงบันไดลงมาและนั้นคือใครไปไม่ได้นอกจากแพจินยอง วันหยุดแสนสบายแบบนี้ที่ตื่นมาพบกับความโหดร้ายที่ว่า ที่บ้านไม่มีใครอยู่เลย และซ้ำแล้วอาหารในตู้เย็นยังไม่มีอะไรเลย เหลือไว้แค่ซองบะหมี่ในตู้กับข้าวเท่านั้น
: สบายดีปะอยู่ที่นั่นหนาวไหม ที่นี่หนาวมาก
: ไม่มีไรกินเลยมึง
: เอ้ามั้ยวะ
: ไม่มีใครอยู่บ้านเลย เนี่ยกู คิดถึงมึงอีกแล้วแดฮวี
เขาต้องทำใจหยิบบะหมี่ขึ้นมาต้มกินประทังความหิวไป ก่อนจะหยิบโฟนในมือที่แสดงข้อความของอีกคนขึ้นมาตอบ ..
12.00 PM
ตัวเลขบนนาฬิกาดิจิตอลที่ติดอยู่บนผนังแสดงเวลาเที่ยงตรง แพจินยองถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย ที่ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย เวลาก็ผ่านไปครึ่งวันแล้ว..
เบื่อชะมัด!
ตามจริงเวลานี้มันควรเป็นเวลานอนของเขานั้นแหละ แต่ทว่า เขาก็ถูกปลุกจากความหิวถึงไม่เต็มใจจะตื่นเท่าไหร่แต่เพราะเขาเก็บความหิวมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว...
: คิดถึงจริงหรอ
: ละกูจะโกหกมึง ให้มันได้อะไรวะ แดฮวี
: แล้วตอนเขาถ่ายรูปกันไม่มาถ่ายด้วยกันอ่ะ
: นี่หรอคนที่บอกว่าแอบชอบกัน ป็อดชิบหาย
: รีบกลับมาหาดิ รอบนี้ไม่ป็อดแน่นอน
นานแล้วที่แพจินยองไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นแบบนี้ เขายิ้มไปแล้วหลายครั้ง ..
แพจินยอง '
ผมไม่มีเพื่อนเลยในห้องตอนเข้ามาเรียน ในเซคนั้นเต็มไปด้วยนักศึกษามากมายหลายตา วันแรกของการเปิดเทอมของเด็กปี1 ผมไม่รู้จักใคร ผมไม่มีเพื่อน ผมเข้าหาคนไม่เก่ง ผมคุยไม่เก่ง ผมไม่เก่งอะไรเลยนอกจากอยู่เฉยๆ แต่ก็มีแค่แดฮวีเท่านั้น ที่เข้ามาทักผมคนแรก เขามองผมจากข้างหน้าชั้นเรียน เขาบอกว่าเขาอยากรู้จักผมมากขึ้น ซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกดีมากในเวลานั้น..
เราเป็นเพื่อนกันมาตลอด4ปีแล้วตอนนี้ และก็คุยกันมาตลอด..
วันจบการศึกษาที่ผ่านไปเมื่อปีที่แล้ว ผมได้บอกบางอย่างกับเขา และมันคงเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย..
ผมมันป็อด ตลกดี ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่เคยจะบอกความในใจออกไป มาบอกเอาวันสุดท้ายของการเรียน..
' จริงหรอ ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้ '
' ... '
' กูจะไปเรียนต่ออังกฤษแล้วนะ งี้ไม่คิดถึงกูแย่เหรอ '
หัวใจผมพอได้ยินคำนั้น เหมือนมันหยุดเต้นไปชั่วขณะ แต่ต่อไปผมก็ทำได้แค่มองเขาจากที่ไกลๆตรงนี้..
: เออมึงวันนี้มึงทำไรปะ
: ทำไม
: ถามเฉยๆไม่ได้ไงแพจินยอง
: ได้ๆ ก็นอนอยู่บ้านเฉยๆ
: วันนี้คริสต์มาสไปฉลองที่ไหนปะ
: ไม่ดิ
: หว่า สงสารอ่ะ เหงาแย่
: มึงเหอะ ไม่ไปไหนหรอ ที่อังกฤษเป็นไง
: ก็ดีอ่ะ ฉลองเทศกาลกันเยอะมาก กูก็นอนอยู่ห้องเหมือนกันไม่มีที่ไป
: ด่าแต่กู ว้ายๆ
: สัส เออว่าแต่..คืนนี้คอลหาได้ป่าว
: คอลหากู ?
: เออไง ก็คุยกับมึงอยู่เนี่ย
: แปลกอ่ะ ต้องเป็นกูที่ชวน มึงชวนกูก่อนเลย กูเขิน
: ทำเก่งเหอะ พอคุยกับกูไปก็เงียบอ้ำๆอึ้งๆ
: รอบนี้ไม่อึ้งแล้ว สัญญา
: เออกูจะรอดู
สังเกตจากการคุยก็รู้แล้วว่าแพจินยองคิดถึงอีกฝ่ายแค่ไหนประโยคที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนอยู่เต็มไปหมด
ท้องฟ้าวันนี้ช่างมืดครึ้มเป็นพิเศษ อาจจะเพราะลมหนาวเย็นๆบวกกับเวลาที่เริ่มค่ำแล้ว เป็นอีกครั้งที่แพจินยองต้องเก็บความคิดถึงใครบางคนไว้ บางก็อดคิดว่าเขาทนมันมาได้ขนาดยังไงนะ.... เขาผ่านเวลาอันเลวร้าย หัวใจที่เจ็บปวด หัวใจที่เก็บความรู้สึกไว้ข้างใน..จนตอนนี้เริ่มชินชาอยู่ในหัวใจแล้ว
วันหยุดแสนสบายแบบนี้ และเป็นวันคริสต์มาสอีก ทุกคนในบ้านแพจินยองไม่มีใครอยู่เลย อาจจะเพราะต้องรีบไปฉลองกันบวกกับไม่กวนเวลานอนของเขาเลยไม่ได้ปลุก แต่ทว่า มันก็ช่างเป็นช่วงเวลาที่โหดร้ายของแพจินยองก็ว่าได้..
เขายกร่างตัวเองเดินมานั่งหน้าคอมพร้อมเปิดอีเมลล์ และก็เบิกตากว้างเมื่อความสุขบังเกิดขึ้นตรงหน้า หัวหน้าบริษัทที่เขาไปสมัครเมื่อไม่นานมานี้ ได้ส่งจดหมายให้เข้าทำงานในตำแหน่งการขายซึ่งเป็นตำแหน่งที่ไมไ่ด้เลิศหรูอะไร แต่ก็ดีมากแล้วกับนักศึกษาจบใหม่แบบเขา..
ร่างหนาหันนไปมองนาฬิกาของตัวเองที่แสดงว่าหนึ่งทุ่มสิบห้านาที ก็ไม่มีวี่แววว่าไลน์ของเขาจะแสดงการแจ้งเตือนของใครบางคนขึ้นสักที ..
ถึงแม้จะถอนหายใจอยู่หลายครั้งบวกกับจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์สลับกับหน้าจอคอมที่แสดงจดหมายแสดงความยินดีกับต้อนรับที่บริษัทส่งมาให้เขา..
20.00 PM
นาฬิกาแสดงเวลาสองทุ่มตรง จินยองทิ้งตัวลงบนเตียงพร้อมชูโทรศัพท์ในระดับสายตาขึ้นมาดู แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะมีใครทักมาสักที จะทักไปก็กลัวเสียฟอร์ม..
" หิวแล้วเนี่ย เมื่อไหร่ " เขาบ่นพึมพำคนเดียว แต่ก็ดันตัวเองให้ลุกจากเตียงนอน ที่กำลังจะดูดเขาให้นอนลงและอีกสักพักได้หลับแน่ๆ เขาเดินลงมาตรงครัวแล้วก็ตรงถอนหายใจรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ สายตาเขามองไปที่บะหมี่ซองสุดท้ายของวันนี้ อย่างน้อยก็ประทังความหิวไปได้แล้วเนอะ..
: มึงๆ อีกแปบนะ กูทำงานส่งลูกค้าแปบ รอได้ไหม
เสียงไลน์ดังขึ้น จนเรียกความสนใจให้อีกฝ่ายเป็นอย่างดี เขารีบวิ่งมาดูทันทีในปากที่คาบซองซอสของบะหมี่อยู่ แต่อะไรตอนนี้ก็ไม่สำคัญเท่ากับข้อความของใครบางคนสักนิด..แต่ยังไงแล้วความหิวก็ยังคงเกิดขึ้นเรื่อยๆจนละเลยไม่ได้เหมือนกัน
: พี่จินอยู่บ้านมั้ยลูก
: ครับ
: วันนี้แม่ไม่กลับบ้านนะ
: สวีทกันอยู่ละสิ
: พี่จิน แซวแม่อีกแล้วนะ
: ครับๆไม่แซวแล้ว
: เจอกันพรุ่งนี้นะครับ ดูแลตัวเองด้วย
เฮ้อ..ขนาดแม่ยังไปฉลองคริสต์มาสเลย มีแต่เขาใช่มั้ยที่ติดแหงกอยู่ที่บ้าน จินยองคิด
21.00 PM
นาฬิหาแสดงเวลาสามทุ่ม จินยองกินบะหมี่ที่ต้มจนหมดชามแล้ว แต่ทว่า ใครบางคนที่เขากำลังรอนั้น ยังไม่มีวี่แววจะส่งข้อความเข้ามาสักที
: มึงๆยังอยู่บ้านเดิมมั้ย
: คอลมาดิ
: ไม่ๆกูถามก่อน ตอนนี้ยุ่งๆอยู่ กลัวมึงหลับก่อนเลยหาเรื่องคุย
: ดูลำบากอ่ะ
: ตอบดิ้ กูหนาว
: นี่อยู่ข้างนอกหรอ
: เออ หิว รีบตอบ
: อยู่ๆ ที่มึงเคยมาทำงานอ่ะแหละ แม่บอกคิดถึงมึงด้วย
: ฝากบอกหน่อยคิดถึงเหมือนกัน
: แม่ไม่อยู่55555555555555
: เอ้าแม่ไปไหน
: ฉลองแหละ
: อ๋อ เหงาแย่
: มึงกลับมาสักทีดิ มาอยู่กับกูคืนนี้
: แหม ต่อหน้ากล้าพูดแบบนี้ปะ
: ถ้ามาให้เห็นหน้าอ่ะ กล้าแน่นอน
: จริงนะ
: เออ กูไม่โกหกหรอก
: อ่านแล้วก็ตอบสิครับ
22.30 PM
บทสนทนาเงียบไปตั้งแต่ประโยคนั้นของจินยอง จนเวลาล่วงเลยไปถึงสี่ทุ่มสามสิบนาที แพจินยองที่ยังนั่งอยู่บนโต๊ะที่มีชามบะหมี่ที่เขาพึ่งกินเสร็จไป เขาเพียงแค่รอข้อความจากใครบางคนในโทรศัพท์ที่แสดงชื่ออยู่นั้นอย่างใจเย็น..
: ขอโทษๆ กูพึ่งถึงนั่งรถเผลอหลับ
: เดี๋ยวๆมึง ไปไหน
: ไปหามึงไง
//
ยังไม่จบ
TBC..
hashtag : #jinhwistorydreamcometrue
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
Log in