My StoriesJirattipat Tengamnuay
ย้อนความหลังไปญี่ปุ่นครั้งแรก (ตอน 4: เดินทางไป Tokyo)
  • 23 ตุลาคม 2556 (บันทึกความทรงจำ)

    อีกไม่กี่วันก็จะจบทริปแล้ว..วันนี้ก็ตื่นแต่เช้าเหมือนเดิมเพราะต้องออกเดินทางต่อไปโตเกียว ก็เก็บของแล้วรอเวลาไปรวมตัว


    ตอนรอๆ ก็มองวิวด้านนอกหน้าต่างเพราะเมื่อวานกว่าจะขึ้นห้องพักก็มืดแล้ว


    เมื่อทุกคนพร้อมก็ออกเดินทาง ตอนรอที่ล็อบบี้ก็มีการหารค่า pocket wifi กันด้วย แต่เราไม่ได้หารกับเขาเพราะมือถือเราเล่นเนตไม่ได้ ก็เลยไม่ได้ใช้เนต....ก็ออกเดินทางไปซื้อตั๋วรถไฟชินคันเซ็นก็แพงแหละแต่ต้องซื้อเพื่อไปโตเกียว 12,710 เยน


    หลังได้ตั๋วก็ไปยืนรอรถไฟกัน ก็รอนานมากเหมือนกัน บางคนก็ไปหาซื้อข้าวกล่องเพื่อไปกินบนรถไฟแต่เราไม่มีเงินก็เลยไม่ได้จะซื้อไรกิน กะไปกินที่โตเกียวเลย


    ตอนยืนรอก็มีบางคนไปคุยกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ อาจถามทิศทางการเดินทาง เราก็เตร็ดเตร่แถวนั้น


    รอไปเรื่อยๆ ก็มีรถไฟชินคันเซ็นวิ่งเข้ามา แต่ไม่ใช่คันที่เราจะไป ความจริงไม่รู้ดูไงเหมือนกัน...อาจมีประกาศมั้งแบบขบวนที่กำลังเข้ามากำลังจะวิ่งไปที่ไหน


    ก็รอๆ รอกันต่อไป....จำได้ว่ารอนานมากๆ


    ขบวนนี้ก็คือรถไฟชินคันเซ็น คันที่เราไม่ได้ไป


    ตอนรอก็เดินดูรอบๆ แต่ก็ไม่ได้มีอะไรมาก...ก็มีร้านขายของในชานชาลา บางคนน่าจะไปซื้อข้าวกล่องในร้านนี้มั้ง แต่เราไม่มีเงิน...


    รอกันต่อไปที่ชานชาลา..เราก็ถ่ายรูปรถไฟชินคันเซ็นที่วิ่งผ่านเข้ามาในชานชาลา




    นั่งรอกันต่อไปเรื่อยๆ 


    สุดท้ายก็ได้ขึ้นรถไฟชินคันเซ็น แต่เรานั่งคนละโบกี้กับคนอื่นๆ เพราะขึ้นก่อน แต่ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็เจอกันตอนลงอยู่ดี ก็เดินหาที่นั่งของตัวเองไป แต่ไม่แน่ใจว่ามันระบุในตั๋วมั้ย หรือเราขึ้นผิดก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ตอนที่นั่งก็นั่งไปจนถึงโตเกียวนั่นแหละ


    ของที่ซื้อมากินระหว่างทาง ไม่มีข้าวกล่อง ไม่มีเงิน แต่ของพวกนี้อาจจะไม่แพงก็ได้มั้ง


    ระหว่างเดินทางก็มีคนมาเสิร์ฟมาขายอะไรบนรถไฟ แต่จำไม่ได้เหมือนกันว่าเขาขายอะไร


    ตอนนั่งแรกๆ เรานั่งติดทางเดิน พอคนข้างๆ ลุกออกไป เราก็เขยิบตัวไปนั่งข้างหน้าต่างและมองวิวนอกหน้าต่างไปเรื่อยๆ




    ตอนมาถึงเขตเมือง ไม่แน่ใจลงสถานีไหนก็เลยมองหาว่าคนอื่นๆ อยู่โบกี้ไหน ไม่แน่ใจว่าควรเดินไปโบกี้ด้านหน้าหรือด้านหลังก็เลยลองเดินไปโบกี้หลังๆ ก็เจอคนอื่นๆ นั่งอยู่ ก็ลองถามพี่เต๋าว่าต้องลงสถานีไหน เขาก็บอกมา แล้วเราก็เดินกลับไปนั่งที่เพื่อรอลงสถานีที่เราจะลง

    สุดท้ายเราก็มาถึงโตเกียว (Tokyo)...กลับไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆ....



    ลงจากชินคันเซ็น พวกเราก็ต่อรถไฟเดินทางต่อไป


    ออกมารถไฟขบวนเมื่อกี้ก็มาต่อรถไฟอีกขบวน


    ในที่สุดก็ออกมานอกสถานีรถไฟเพื่อเดินทางไปยังที่พักที่จองไว้


    เดินไปตามทางเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงที่พัก


    เดินกันมาประมาณ 15 นาทีก็มาถึงที่พัก...เดินทางมาไกลเหมือนกัน....ก็เป็นที่พักที่จองเมื่อวานที่ร้านที่ไปทานข้าว....



    หลังจากเก็บของ จัดการธุระส่วนตัว เราก็ออกเดินทางกันต่อ



    มาถึงจุดหมายต่อไปเพื่อรอเพื่อนหอมที่จะนำเราไปเที่ยวยังจุดหมายปลายทางของวันนี้...เราก็ไม่รู้ไปไหนแค่ตามพวกคนอื่นๆ ไปเรื่อยๆ....ไปไหนก็ได้อยู่แล้ว...เพิ่งเคยมาญี่ปุ่นครั้งแรก


    พอเพื่อนหอมมาก็ออกเดินทางโดยรถไฟไปยังจุดหมายปลายทางต่อไป



    ออกมาสู่ย่านชุมชนอีกแห่ง


    เดินดูรอบๆ บริเวณนั้น และหาร้านอาหารทานข้าวเย็นกัน




    แวะทานอาหารเย็น ซึ่งตอนแรกคิดว่ามาโตเกียวจะแพงกว่าโอซาก้าและเกียวโตมั้ย แต่ปรากฏราคาพอๆ กัน หรือไม่อาจถูกกว่าเกียวโตด้วยซ้ำ คือจำไม่ได้ชัดเจนเรื่องราคา แต่ความรู้สึก ความทรงจำลางๆ เหมือนน่าจะถูกกว่า



    หลังทานข้าวเสร็จ พวกเราก็ออกเดินทางกันต่อไปที่วัดอาซากุสะ....ด้านหน้าบริเวณวัดก็มีร้านขายของเยอะมากๆ 2 ข้างทาง



    ในที่สุดก็มาถึงวัดอาซากุสะ...วัดที่มีชื่อเสียงที่ควรมาถ้ามาถึงโตเกียว.....เราก็เข้าไปไหว้พระและถ่ายภาพบรรยากาศรอบๆ



    ตอนออกมาจากวัดอาซากุสะ บริเวณแถวนั้น คนก็เยอะมาก...ก็คงเป็น 1 ในย่านยอดฮิตของโตเกียวเพราะใกล้วัดดัง...



    หลังจากออกจากบริเวณวัด พวกเราก็ออกเดินทางต่อกันด้วยรถไฟใต้ดิน




    เดินทางมาถึงแถวสถานี Tokyo Skytree


    เราก็ถ่ายภาพร้านขายของบริเวณนั้น Tokyo Skytree 


    เดินกันไปมาสักพัก...พวกเราก็มาพักนั่งทานกาแฟที่ร้านแห่งหนึ่ง เพราะอาจไม่รู้จะไปไหนกันต่อ...เราก็สั่งกาแฟร้อนเพราะราคาถูกสุด



    บรรยากาศร้านนี้คือดูแพง...เราก็นั่งๆ รอว่าใครจะไปไหนต่อ...เพราะเราก็ไม่รู้จะไปไหนเหมือนกัน ก็ตามๆ พวกคนอื่นๆ ไปอย่างเดียว...เราก็มานั่งรอโต๊ะเดียวกับพวกพี่เต๋าและ 2 พี่ป๊อป...ส่วนอีกโต๊ะก็แบท, หอมและเพื่อนหอม...คือเราไม่ได้สนิทกับใคร..แต่ในการคุยๆ...เราอาจเคยคุยกับพี่ป๊อป (ขาว)...มากสุดเพราะก็เคยรับงานฟรีแลนด์จากพี่เขามาเหมือนกัน



    เราก็นั่งดู TV ....รอว่าใครจะไปไหนกัน


    สรุปแยกกันไป แบทกับหอมไปกับเพื่อนหอม เราเป็นตัวแถม ไม่ได้สนิทกับใครก็ไปกับพวกพี่เต๋า และ 2 พี่ป็อป แบบเราลุยๆ แมนๆ ไม่ได้หวาน เลยอยากไปลุยๆ กับพวกพี่ผู้ชายมากกว่า.....และกลุ่มหอมมีเพื่อนหอมคือเราก็ไม่รู้จัก...เลยไปลุยกับกลุ่มพวกพี่ผู้ชายที่เคยเรียนด้วยกันมาเกือบ 2 ปีนี่แหละ.... 


    เราก็ไม่รู้ว่าพวกพี่เขาไปไหนกัน แต่ก็มีถามทาง หาเส้นทางว่าจะลงสถานีไหน เราไปไหนก็ได้เพราะไม่รู้จะไปไหน มาโตเกียวครั้งแรกวันนี้เอง เขาไปไหนกัน เราก็ตามพวกเขาไป



    พวกพี่เขาก็ตามหาเส้นทางตามแผนที่ต่อไป เราก็แค่ตามพวกเขาไปเรื่อยๆ


    พวกพี่เขาก็สอบถามเจ้าหน้าที่อีกครั้ง เจ้าหน้าที่ก็ช่วยแนะนำเส้นทางให้...เราก็ถ่ายภาพรอบๆ...เพราะชอบเก็บความทรงจำตามเส้นทางที่เดินทาง


    พวกเราเดินมาที่ Supermarket ในห้างซึ่งน่าจะอยู่ใน Tokyo Skytree แต่ไม่ได้ซื้ออะไร น่าจะแค่เดินทะลุผ่านไปห้องน้ำและกลับออกมา


    หลายๆ ครั้ง....พวกพี่เหมือนกำลังปรึกษาเส้นทางการเดินทางกันอยู่อีกรอบ..แบบดูจริงจังมาก...


    สุดท้ายพวกเราก็ออกจาก Tokyo Skytree 


    เราเดินตามพวกพี่ 3 หนุ่ม 3 มุม แต่เราตัวแถม ติดสอยห้อยตามเขาไปเรื่อยๆ....


    ด้านนอกก็มีวิวแสงไฟสวยๆ...หน้าหนาวด้วยแหละเลยดูเหมือนต้นคริสต์มาส



    เดินเข้ามาในห้างอีกครั้ง เราก็แค่เดินตามพวกพี่เขาไปเรื่อยๆ ไปไหนก็ไป เพราะอยากเดินเที่ยว



    ออกมาด้านนอกอีกครั้ง แสงไฟตามต้นไม้และบันไดสวยๆ ช่วงหน้าหนาว



    มาต่อรถไฟใต้ดินอีกครั้ง ตอนนั้นเราไม่รู้ว่าพวกพี่เขาจะไปไหนเหมือนกัน แค่ตามเขาไปเฉยๆ ขอแค่ได้เดินเที่ยวเถอะ



    พอมาถึงสถานีปลายทาง พวกพี่ก็ไปสอบถามเส้นทางอีกครั้ง 


    ออกเดินทางกันต่อไป



    มาถึงจุดหมายของเราอีกแห่ง เป็นห้างสรรพสินค้าที่เหมือนขายพวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์


    พวกพี่เขาเหมือนมาดูพวกอุปกรณ์กล้องและพวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ มั้ง เราก็เดินๆ ดูพวกกล้อง มือถือ แต่ไม่มีเงินซื้อ ยากไร้...แม้ก็สนใจอยู่บ้าง...เดินดูรอบๆ....เราก็แยกกับพวกพี่ไปเดินวนไปวนมาดูนู้นดูนี่คนเดียว...แต่ก็อยู่ในละแวกชั้นเดียวกัน...เดินไปเดินมาก็เจอกัน...พอไม่มีอะไรจะดูแล้วหรือพวกพี่ได้ของที่ต้องการแล้ว...พวกเราก็ออกจากที่นี่....


    พอออกจากห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ เราก็เดินกันต่อไปเรื่อยๆ ตามพวกพี่เขาไป


    เดินไปตามถนนเรื่อยๆ เราก็ถือว่ามาดูบ้านเมืองเขา เดินผ่าน AKB 48 CAFE & SHOP ตอนนั้นไม่รู้ทำไมถึงถ่ายภาพมา แต่ไม่รู้จักวงนี้แน่นอน เพราะของไทยที่เพิ่งดัง 2 - 3 ปีก่อนมั้ง BNK 48 เพิ่งดัง ทำให้เรารู้จักวงแบบนี้ที่ญี่ปุ่นด้วย มาดูรูปเก่าๆ เลยรู้ว่าเราเคยผ่านตรงนี้ด้วย


    สุดท้ายเราก็เดินไปตามถนนที่ย่าน Akihabara...ก็เดินดูนู้นดูนี่ไปเรื่อยๆ...ไม่เคยมา...อะไรที่เจอก็น่าสนใจ....


    เดินตามพวกพี่มาถึงตึกสูงตึกหนึ่ง มองขึ้นไปเห็นมีหุ่นใส่ชุดการ์ตูนญี่ปุ่น ก็คิดว่าขายพวกชุด Mascot หรือพวกชุดการ์ตูน เพราะญี่ปุ่นก็ขึ้นชื่อเรื่องการ์ตูน...แต่ตอนจะขึ้นไป...เหมือนพี่คนนึงจะถามว่าจะขึ้นไปเหรอ เราก็งงๆ แต่ก็เดินตามขึ้นไป..ก็เลยรู้ว่าที่นี่เขาขายอะไร




    พอออกจากอาคารนี้ เราก็เดินตามพวกพี่เขาไปต่อ แต่ถ้าพวกพี่เขาแวะร้านไหนที่เราไม่ได้สนใจ เราก็รออยู่หน้าร้าน แบบนั่งตรงราวริมฟุตบาท ก็ชิลดี ดื่ม Coke ไป อากาศก็หนาวๆ พอประมาณ มองผู้คนที่เดินผ่านไปมาข้างถนน



    พอพวกพี่เขาเดิน เราก็เดินตามพวกเขาไป ผ่านร้านอาหาร ร้านขายของไปเรื่อยๆ


    แม้ไม่รู้ว่าจะไปไหน แต่เราก็เหมือนเดินชมเมือง มาครั้งแรกในชีวิตแล้วไม่รู้จะได้มาอีกหรือเปล่า...ผ่านที่ไหนก็น่าสนใจทั้งหมด


    บรรยากาศรอบๆ เส้นทางที่เดินผ่าน ก็มีพวกการ์ตูนขายเยอะ.....คือย่าน Akihabara เป็นย่านที่เน้นขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ชื่อดังที่สุดของโตเกียว...และมีร้านค้ามากมายที่ขายเกี่ยวกับพวกการ์ตูนอะนิเมะ (anime), มังงะ(manga) และวิดีโอเกมส์




    เดินตามพวกพี่เขาต่อไปเรื่อยๆ 


    ตอนเดินผ่านเส้นนี้ จะเจอน้องๆ ใส่ชุดน่ารักมายืนข้างทางหาลูกค้า น่าจะเป็นพนักงานของพวกร้านอาหาร - เครื่องดื่มบริเวณนี้ อยากมีลูกค้าเยอะก็ต้องสร้างจุดขาย....ก็มีทั้งคนเดินผ่านไปและสนใจสอบถาม




    เดินผ่านตรงตู้ขายของ ก็นึกถึงที่เมืองไทยที่มีตุ๊กตาหลากหลายขนาด แต่อันนี้มีของอื่นๆ ให้เลือกคีบได้


    เดินชมเมืองโดยการเดินตามพวกพี่เขาต่อไปเรื่อยๆ..แบบเขาไปไหน เราก็ตามเขาไป...ถ่ายรูปตามข้างทางที่น่าสนใจไป....



    สุดท้ายก็เดินกลับมาถนนเส้นเดิม พวกพี่เขาก็มาคุยกับน้องๆ บริเวณนี้...เราก็แบบคนนอกแต่ก็มองดูอย่างสนใจ....ไม่รู้สิ...แบบไปกับใครก็ได้ประสบการณ์แตกต่างหลากหลาย....ถ้าไปกับพวกแบทและหอมก็อาจได้ประสบการณ์การเดินทางอีกอย่าง


    พวกพี่เขาก็คุยๆ ไปเราก็ยืนอยู่ข้างๆ บ้าง ยืนมองไปรอบๆ บ้าง แต่ก็เห็นไปคุยหลายคน ตอนนั้นก็ไม่แน่ใจจะเลือกแวะร้านไหนมั้ย เพราะน้องๆ เหล่านี้ก็มายืนหาลูกค้าให้ร้านแหละ....บางตึกก็มีของน่ารักๆ ด้านในแต่คงไม่ได้เข้าไปดู


    เราก็มองพวกพี่เขาคุยไปเรื่อยๆ..แต่ตอนแรกไม่คิดจะตามน้องโจรสลัดไปหรอกเพราะมีน้องน่ารักๆ แถวนี้อีกเยอะ....ส่วนเรายังไงก็ได้...ทุกอย่างคือประสบการณ์ชีวิตต่างแดน




    ตอนมาคุยกับน้องน่ารักๆ บางคนก็คิดว่าอาจแวะไปร้านที่น้องคนนี้ทำงานแต่สุดท้ายก็วกไปที่น้องโจรสลัด และก็เดินลงไปที่ร้านนั้น เขาห้ามถ่ายรูป แค่แอบถ่ายภาพแว่บๆ มา ว่าลงมาร้านนี้แล้ว ก็เลือกเครื่องดื่มที่ราคาไม่แพง ไม่มีเงิน แต่ถือว่าเป็นประสบการณ์ ไม่ใช่มีโอกาสมาญี่ปุ่นบ่อยๆ


    พอออกจากร้านนี้เราก็เดินทางกลับที่พัก


    พวกพี่เขาก็ดูแผนที่กันอีกครั้ง....


    แล้วพวกเราก็มาขึ้นรถไฟเดินทางกลับที่พัก


    ตอนเดินออกมาก็ดูหลงๆ เพราะจำได้ว่าพวกพี่มีการถามทางว่าเดินไปทางไหนถึงจะถึงที่พัก เพราะตอนมาเหมือนมาลงคนละเส้นทาง ตอนลงจุดนี้ต้องเดินไปไกลกว่า...ส่วนเราก็ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ เก็บความทรงจำไปตามทาง



    พี่บางคนก็เดินไปถามทางจากคนละแวกนั้นเป็นช่วงๆ




    พอรู้เส้นทาง พวกเราก็เดินตรงกันไปเรื่อยๆ ก็ไกลพอประมาณกว่าจะถึงละแวกที่พัก


    เดินผ่านท่ารถบัส...เราก็ถ่ายรูปอีก....


    ตอนที่เดินๆ ไปอาจเพราะดึกแล้ว.....เส้นทางที่เดินก็เงียบๆ ไม่ค่อยมีคนเดินเท่าไหร่..อาจเพราะไม่ใช่ย่านท่องเที่ยวด้วยมั้ง




    พอมาถึงละแวกที่พัก พวกเราก็แวะร้านก๋วยเตี๋ยว ตอนเข้าไปก็ไม่ได้คาดหวังไร แค่ทานมื้อเย็น แต่บอกตรงๆ ร้านนี้คืออร่อยมากๆ ติดใจมาก



    พอทานเสร็จแล้วเราก็กลับที่พัก.....ก็เดินไปไม่ไกลก็ถึงที่พักแหละ....



    24 ตุลาคม 2556

    ตื่นแต่เช้าก็ออกไปทานอาหารเช้ากัน วันนี้จะไปฮาราจูกุมั้ง คือมาโตเกียวก็ต้องลองไปเดินย่านดังของเมืองนี้...ส่วนแผนที่สายรถไฟจำไม่ได้ว่าได้มาจากไหน อาจจากในร้านนี้ก็ได้หรือไม่ก็จากโรงแรมที่เราพัก แต่เราก็เอามาดู ถามๆ คนอื่นๆ ว่าที่ๆ เราอยู่เนี้ย อยู่ตรงไหนของแผนที่....เผื่อเราไปเดินเที่ยวคนเดียวจะได้กลับมาถูกที่...แต่สายรถไฟซับซ้อนมากอาจเพราะเป็นเมืองใหญ่...ที่โอซาก้าดูง่ายกว่า



    พอออกจากร้านอาหาร เราก็เดินทางต่อไปที่ร้านกาแฟ สั่งกาแฟมานั่งทานกัน เราก็เลือกแบบร้อนซึ่งมีราคาถูกกว่าแบบเย็นหรือปั่น


    เดินทางมาที่สถานีรถไฟใต้ดิน ชื่อแต่ละสถานีเป็นภาษาญี่ปุ่น และมีราคาแต่ละสถานี



    ภายในรถไฟ คนก็เยอะ อยู่โอซาก้ากับโตเกียว ก็เดินทางโดยรถไฟเป็นหลัก ส่วนที่เกียวโต หลักๆ คือรถเมล์


    ภายในสถานีก็ร้านอาหารและร้านค้า



    ก่อนไปย่านฮาราจูกุก็มาที่ห้างสรรพสินค้ากันก่อน....อาจมีใครอยากซื้ออะไร....แต่ของเราจำได้..ตอนแรกไม่คิดจะซื้ออะไรหรอก...แต่เดินๆ วนๆ ก็ซื้อร่มมาฝากคนที่บ้านเพราะราคาไม่แพง....วันนั้นตอนไปก็ตกปรอยๆ ด้วย



    พอออกจากห้างสรรพสินค้าก็เดินตามคนอื่นไปเรื่อยๆ....เขานำทางไปไหนก็ไป


    ต่อรถไฟเพื่อเดินทางไปยังสถานที่ต่อไป....สถานี "Shinjuku"



    เดินทางมาถึงน่าจะเป็น..."ฮาราจูกุ"....เพราะฝนตกปรอยๆ.....มีแต่คนถือร่มเต็มถนนไปหมด



    เราก็เดินถ่ายภาพรอบๆ ย่านนี้....ขณะเดินตามคนอื่นไปเรื่อยๆ




    ตอนแรกก็ไม่คิดจะซื้ออะไรอยู่ดี เพราะไม่มีเงิน แต่เห็นคนอื่นๆ เดินดูของ ก็เดินดูบ้าง จนไปเจอร้านขายนาฬิกาซึ่งถูกใจหลายอัน ก็เลยเดินๆ ดู...ถามราคา และเลือกซื้อมาอันนึง...ซึ่งเป็นอันกลางในรูป


    เดินตามคนอื่นๆ ในทริปไปเรื่อยๆ เหมือนเดินชมเมือง...มาโตเกียวครั้งแรก


    ร้านค้ารอบๆ ทางที่เราเดินผ่าน




    ร้านค้าที่เดินผ่านในโตเกียว





    เดินดูเมืองไปรอบๆ สักพัก...พวกเราก็มาพักทานพิซซ่ากัน 



    ตะลอนเที่ยวคนเดียว

    พอดีเราไม่ชอบทานพิซซ่าเลยขอแยกตัวไปเดินเล่นรอบเมืองคนเดียวเดี๋ยวกลับมา...เราก็เดินไปตามทางเรื่อยๆ...ดูว่าข้างทางมีอะไรขายบ้าง...ก็มีร้านขายของเยอะแยะตามข้างทาง




    เราเดินไปตามทางเรื่อยๆ ก็คิดว่าจะไปตึกที่เขาขายแผ่นซีดีเพลง..."TOWER RECORDS"...ก็เดินถามทางเขาไป....แต่ก็เดินไปไกลเหมือนกัน แบบท้อใจเมื่อใดจะถึง แต่เดินมาแล้วก็ต้องเดินต่อไป.....แต่พอเข้าไปเดินดูจริงๆ ก็ไม่มีอะไร


    ตอนแรกพี่ป๊อป (ขาว) บอกจะมาเจอเพื่อน บอกเราจะไปเดินกับพวกเขาด้วยก็ได้ เพราะต่างคนต่างแยกย้ายกันไป แต่เราก็ไม่ได้รู้จักเพื่อนพี่เขา....คนอื่นก็แยกไปตามทาง....เราก็เลยไปเดินคนเดียว....


    เดือนตุลาคมเป็นเดือนฮาโลวีน ก็เลยมีร้านหลายร้านตกแต่งให้เข้ากับเทศกาลฮาโลวีน...คือเดินคนเดียวก็เดินไปเรื่อยๆ...เจออะไรน่าสนใจก็ถ่ายภาพ


    เราตั้งใจจะไป "Kinokuniya"...เห็นพี่เต๋าเคยเล่าๆ ให้ฟังมีหนังสือเยอะ...ความจริงที่กรุงเทพฯ ก็มีที่พารากอน...แต่ไหนๆ มาแล้วและบอกหนังสือเยอะ.....ก็ไม่รู้จะไปไหนก็เลยจะไปที่นี่.....เราก็เดินชมเมืองคนเดียวไปเรื่อยๆ....เพราะตอนนั้นไม่รู้จะได้มาโตเกียวเมื่อใดอีก...



    ตอนเดินหาร้านหนังสือ "Kinokuniya" ตอนแรกก็คิดว่าร้านนี้อยู่ย่านที่เดินอยู่ ก็ถามทางเขาไปเรื่อยๆ ก็มีคนบอกทางแต่ปรากฏเป็นการเข้าใจผิดเพราะที่เขาบอกทาง พอเดินลงไปปรากฏเป็นเหมือน Supermarket ชื่อ "Kinokuniya"


    เมื่อไปผิดที่...เราเลยหาคนถามทางใหม่เพราะเราต้องการไปร้านหนังสือชื่อ "Kinokuniya"...ก็มีคนบอกมาเหมือนเราต้องนั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานีอื่น.....ตอนเดินไปถึงที่สถานีรถไฟใต้ดินก็งง...เพราะเส้นทางบนแผนที่รถไฟมันเยอะมากๆ...พอดีเจอน้องผู้หญิงคนหนึ่งเลยเข้าไปถาม...เขาก็ช่วยดูแผนที่การเดินทางของรถไฟให้ว่าจะไปลงสถานีไหนได้....แต่ระหว่างนั้นก็มีผู้หญิงอีกคนเข้ามาช่วย..ปรากฏไปลงสถานีเดียวกัน...พวกเราก็เลยนั่งรถไฟไปลงที่เดียวกัน...พอมาถึงก็ช่วยถามคนแถวนั้นว่าร้านหนังสือไปชั้นไหน....ซึ่งร้านหนังสือต้องขึ้นลิฟต์ไปอีก...ก่อนแยกจากกัน...เราก็เลยขอเขาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกและขอบคุณเขาที่ช่วย..


    ขึ้นลิฟต์ไปถึงร้าน "Kinokuniya".....ตอนแรกคาดหวังว่าหนังสือเยอะ..ก็พอประมาณแต่ภาษาญี่ปุ่น หาพวกหนังสือออกแบบ..ก็ไม่ได้มีหนังสือเยอะขนาดเท่าที่คิด...ก็ไม่ต่างจากที่กรุงเทพฯ...แต่มาแล้วก็เดินๆ ดู ก่อนออกจากร้านเพื่อไปเดินเล่นดูเมือง ดูร้านค้าคนเดียวต่อ


    เดินดูชั้นบนก็ลงลิฟต์มาชั้นล่าง....


    เดินออกไปตามถนน เดินไปเรื่อยๆ ไม่มีจุดหมายอะไร...คืนนี้คืนสุดท้ายที่อยู่ญี่ปุ่น....ก็ถือว่าเดินชมเมืองก่อนกลับเมืองไทย



    เดินๆ สักพักก็เปลี่ยนที่เดินโดยรถไฟใต้ดิน....โดนจะะกลับไปย่านเดิมที่เดินตอนกลางวันกับคนอื่นๆ


    มาโผล่สู่ถนน...ก็เดินรอบๆ ย่านนั้น...และเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่เคยเดินผ่านเมื่อตอนกลางวัน


    ตรงด้านบนบันไดเลื่อนจะเป็นกระจกที่ถูกจัดเป็นแบบต่อๆ กันเป็นเหลี่ยม..มุม...ภาพสะท้อนที่ปรากฏเลยดูแปลกตา


    ในห้างสรรพสินค้านี้...ตอนแรกเราก็ตั้งใจแค่เดินดู...แต่ไปถูกใจเสื้อกันหนาวชุดหนึ่งเลยซื้อมา.....วันสุดท้ายแล้วแหละ...เงินพอเหลือ..ก็เลยตัดสินใจซื้อมา....แต่ผ่านมา 7 ปี...ไม่เคยใส่เลยสักครั้ง..เพราะเมืองไทยไม่หนาว....ต่อให้มีโอกาสไปต่างประเทศบ้างก็เอาเสื้อหนาวตัวอื่นไป..แบบมีฮู้ดและซิปรูปด้านหน้า...เพราะใส่ง่ายกว่า....


    เดินเรื่อยเปื่อยสักพักก็หาทางกลับที่พัก.....ก็เดินถามทางไปรถไฟใต้ดิน...จนไปเจอคนคนนึง ปรากฏเขาก็จะไปสถานีรถไฟใต้ดิน..ก็เลยเดินคุยกันไปจนถึงสถานีรถไฟใต้ดินก็แยกย้าย...เราก็ขอเขาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกและแยกทางกันหน้าตู้ขายตั๋วรถไฟ


    เราก็เดินไปรอรถไฟใต้ดิน...ตามผนังก็มีภาพวาดแบบญี่ปุ่นโบราณ


    ออกจากสถานีรถไฟ...เราก็เดินไปตามทางกลับที่พักเหมือนเมื่อวาน...เมื่อวานเพิ่งเดินไป..วันนี้เลยกลับถูกทาง




    เดินไปตามทางเรื่อยๆ....คนเดียว


    มาถึงใกล้ที่พักก็แวะไปร้านก๋วยเตี๋ยวร้านเดิมที่กินเมื่อวาน..อร่อยถูกใจมาก....ต้องกลับมากินอีกรอบ...คือตั้งใจมากที่ต้องกลับมากินให้ได้....


    ตอนเรากลับโรงแรมและขึ้นห้อง....ก็เดินไปเก็บของบนห้องก็ลงมาด้านล่างที่พวกพี่นั่งสังสรรค์กันอยู่....พี่เต๋าก็ให้เราช่วยไปซื้อเหล้าหรือเบียร์ให้หน่อย....ซึ่งถ้าเดินออกไปจากที่พัก....แล้วไปที่สะพานลอย...ฝั่งตรงข้ามสะพานลอยจะมีร้านค้าที่ขายของถูกๆ อยู่...คือก่อนไป....พี่เขาก็บอกมาว่าจะเอาขวดแบบไหน แต่หลายปีแล้วจำไม่ได้...แต่น่าจะเป็นขวดแบบเดิมที่พี่เขาเคยซื้อและอาจวางบนโต๊ะแต่หมด....ครั้งแรก เราไป...บนชั้นจะมีขวดเบียร์หรือเหล้าวางรวมกันหลายขวดหลายแบบ...แบบมันถูกไง...ก็เลยวางๆ รวมกัน...แต่เราหาขวดแบบที่พี่เขาต้องการไม่เจอ....ก็เลยเดินกลับมาบอกพวกพี่ว่า....ขวดแบบที่พี่เขาจะเอามันไม่มี...พี่เขาเลยบอกให้เอาขวดไหนก็ได้...เราเลยเดินเข้าไปรอบที่ 2..และเลือกมาให้พวกพี่เขาขวดนึง....เราอ่ะก็ไม่ได้ดื่ม...แต่ก็นั่งคุยๆ กัน...ตรงชั้นล่างนั่นแหละ....คุยกับสักพักก็แยกย้ายขึ้นห้อง




    25 ตุลาคม 2556

    วันสุดท้ายแล้ว....ตื่นแต่เช้าเตรียมตัวเดินทางกลับเมืองไทย....


    Check - out ก็ออกไปทานอาหารเช้ากัน..ก็ร้านแถวๆ นั้น....


    ทานเสร็จแล้ว....พวกเราก็ออกเดินทางไปสนามบิน...ก็เดินทางโดยรถไฟ



    เดินทางมาเป็นชั่วโมงมั้ง...ก็มาถึงสนามบิน...



    ระหว่างรอเครื่องบินก็แวะร้านขายของในสนามบิน...เพื่อซื้อของฝากคนที่เรานึกถึง..แต่ยังไม่มีของฝากให้....ก็เลยซื้อใบชาในกล่องที่หุ้มด้วยผ้าลวดลายญี่ปุ่นก็สวยดี...ราคาไม่แพงมากแต่สื่อว่าซื้อจากญี่ปุ่น



    รอเวลาขึ้นเครื่องบิน...


    ตอนขึ้นเครื่องก็เหมือนตอนมาคือต้องต่อเครื่อง 2 ต่อ.....



    เครื่องมาลงที่ไทเปก็รอต่อเครื่องประมาณครึ่งชั่วโมง



    ต่อเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ



    ประมาณตีหนึ่งเศษ...ก็เดินทางถึงกรุงเทพฯ....จบทริปดูงานที่ญี่ปุ่น....


                    .............................จบวันที่ 23, 24 และ 25 ตุลาคม 2556.............................


    หลังจากเดินทางกลับมาไม่กี่วันก็รวบรวมตั๋วเครื่องบิน - ตั๋วรถไฟเพื่อส่งให้ทางคณะเพื่อเป็นหลักฐานการเบิกเงิน....เพราะคณะให้การดูงาน 30,000 บาท....ซึ่งมาจากค่าเทอมที่คุณป้าเราจ่ายนั่นแหละ


                       .............................จบทริปญี่ปุ่น 17 - 25 ตุลาคม 2556.............................
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in