เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
ไหนลองพูดออกมาบ้างhowdeepisyoursea
สิวระคายเคืองใจ

  •      เรื่องทุกข์ทรมานใจของฉัน มันทั้งเจ็บและคันยิบ ๆ ไม่ใช่แค่ที่หน้าแต่ยังเป็นไปถึงใจด้วย... 
     “สิว” ใช่ ฉันในวัย 21 ปี สิวกลายเป็นเรื่องทุกข์ทรมานไม่เพียงแค่กายแต่ยังกระทบถึงจิตใจของฉันอย่างมาก ฉันสูญเสียความมั่นใจเพราะการเป็นสิว แม้ตลอดชีวิตที่ผ่านมา หน้าตาและรูปร่างของฉันจะตกขอบมาตรฐานความสวยของคนไทยส่วนใหญ่อยู่มาก แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความมั่นใจของฉันลดลงไปกว่าการเป็นสิว         
         ในวัย 21 ปี ฉันเป็นสิวเกือบทั้งหน้า แรกเริ่มการเป็นสิวของฉัน ทุกครั้งที่ส่องกระจก ฉันคิดว่า "เดี๋ยวก็คงหาย” หรือไม่ก็"อาจจะแพ้อะไรสักอย่างละมั้ง ล้างหน้าสะอาด ๆ อาจจะช่วยได้มั้ง” แต่ไม่เลย... สิวบุกมาเรื่อย ๆ จากเม็ด เป็นสองเม็ด เป็นสาม สี่ ห้า ... จนนั่นแหละอย่าไปนับเลย แต่ประเด็นที่มันกลายเป็นเรื่องหนักใจไม่ใช่การมองตัวเองในกระจกและวิเคราะห์สิวของตัวเองหรอก แต่เป็นการที่คนรอบตัวกลายเป็นกระจกเคลื่อนที่และมีเสียงวิจารณ์ออกมาได้นั้นแหละ ตอนแรกที่สิวยังมีจำนวนที่พอน่ารัก(?) นับได้ คนรอบตัวฉันจะพูดกับฉันว่า “แหม สิวสาวขึ้นช้านะ” บ้างก็ว่า “สิววัยรุ่นพึ่งขึ้นเหรอตัวเอง”  ฉันเองก็ไม่ได้ติดใจเท่าไหร่ แค่รู้สึกว่าทำไมช่วงนี้คนทักเกี่ยวกับสิวเยอะจัง ฉันก็ดูแลตัวเองมาตลอดนะ จนพอระยะผ่านมาสิวเจ้ากรรมบุกยึดพื้นที่เกือบทั้งหน้า บางจุดสิวเรียงตัวกันเหมือนมีใครเล่นบิงโกของฉัน บริเวณหน้าแก้มและคางมีสิวเห่อแดงเป็นจ้ำ ๆ บางเม็ดมีหัวเป็นหนองอักเสบบวมเป่งถึงขั้นที่ว่าเวลาขยับหน้าที ยังรู้สึกถึงความตึงของเม็ดสิวที่รอเวลาปะทุออกมา แต่สิวที่เจ็บมากสุดสำหรับฉันคงเป็นสิวไต สิวแข็ง ๆ ไม่มีหัว และสิวชนิดนี้จะยึดพื้นที่บนหน้าได้อย่างยาวนาน ครานี้เอง คนรอบตัวฉันเริ่มทักฉันจนทำให้ฉันรู้สึกแย่กับตัวเอง ตัวอย่างเช่น “อยากบีบสิวบนหน้ามึงว่ะ” “สิวเขรอะมาก หาหมอที่นี่ #$%^&* สิ”  ประโยคเหล่านี้ทำให้ฉันเริ่มดูแลผิวหน้าตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะการเปลี่ยนการใช้ครีมทั้งหมดเป็นครีมเฉพาะผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย หรือผิวแพ้ง่าย ไปพบหมอสิว กดสิว รวมทั้งไม่แต่งหน้าเลย ถึงแม้ว่าวัยของฉัน วัยสาวมหาวิทยาลัยคนหนึ่งที่อยากลองแต่งหน้ากับเขาบ้าง แต่ฉันก็พยายามทำทุกอย่างที่จะช่วยให้สิวนั้นหายไป แต่คนรอบตัวก็ยังทัก รวมไปถึงวิจารณ์สิวและวิจารณ์การดูแลใบหน้าของฉันอยู่ตลอด แต่ประโยคที่ทำให้ฉันรู้สึกทิ่มแทงใจฉันมากที่สุดคือ “เป็นคนสกปรกหรือเปล่า สิวไม่หายสักที”  ใช่...เป็นประโยคที่ไม่มีแม้แต่คำหยาบ อาจจะเป็นคำบ่นธรรมดา ๆ ด้วยซ้ำ แต่มันทำให้ฉันรู้สึกเสียใจ ทุกข์ใจกับผิวหน้าตัวเองอย่างมาก ความมั่นใจของฉันที่ลดลงเรื่อย ๆ อยู่แล้ว แต่พอได้ยินประโยคนี้ฉันไม่อาจวัดได้เลยว่าความมั่นใจของฉันมันดิ่งไปอยู่ตรงไหนแล้ว        
           การเป็นสิวหมายความว่าเป็นคนสกปรกงั้นเหรอ ? เป็นเรื่องบ้าบอที่สุด ฉันอยากตะโกนใส่หน้าทุกคนที่อยู่รอบตัวที่ทักเรื่องสิวของฉันว่า ฉันพยายามแม่งทุกอย่างแล้ว ฉันล้างใบหน้าฉันอย่างทะนุถนอมเพื่อไม่ให้สิวระคายเคืองซ้ำอีก ฉันไปหาหมอที่เขาว่าดีแสนดี ฉันยอมเจียดเงินรายอาทิตย์ไปกดสิว ฉันทายาตามนักรีวิวที่การันตีว่าดีนักดีหนา ฉันทำทุกอย่างแล้วนะโว้ย ทำทุกอย่างจริง ๆ ที่ฉันในวัย 21 ปีจะทำได้ แต่มันไม่ช่วยอะไรเลย ฉันไม่รูู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรที่ฉันส่องกระจก แต่กลับไม่มีความคิดดี ๆ หรือความคิดปล่อยวางเรื่องสิวเหมือนตอนแรก ฉันคิดว่าสิวมันคือปัญหาใหญ่มากสำหรับฉันในการอยู่ในสังคมนี้ ตอนนี้ไม่เพียงแต่รูปร่างหน้าตาที่ตกขอบมาตรฐานสังคม แต่เป็นใบหน้าด้วย ที่แทบไม่ใกล้เคียงมาตรฐานสังคมนี้เลย หากประเมินเป็นคะแนน ความเรียบเนียน ความขาวใส หรือความกระจ่างใสที่เขาชอบ ๆ พูดตามโฆษณาผลิตภัณฑ์บำรุงใบหน้า ฉันเชื่อว่าติดลบทุกช่องแน่นอน สิวมันไม่ระคายเคืองเพียงแค่ใบหน้าอีกต่อไปแล้ว มันสร้างความระคายเคืองจิตใจฉันทุกครั้งที่ส่องกระจก จนพักหลังฉันขยาดการส่องกระจกไปเลย ทำให้ฉันไม่อยากเห็นใบหน้าตัวเอง และฉันไม่กล้าแม้จะถ่ายรูปใบหน้าตัวเอง
          สภาพจิตใจของฉันแย่ลงเรื่อย ๆ ฉันร้องไห้เกือบทุกครั้งที่ระบายเรื่องสิวกับแม่ ดีที่แม่ฉันไม่ได้วิจารณ์หรือให้คำแนะนำอะไรที่ฉันไม่อยากฟัง เพราะแม่รู้และอยู่กับฉันตลอดและเห็นความพยายามในการรักษาสิวของฉัน แม่พยายามให้กำลังใจฉัน แม่พยายามพูดเสมอว่า สิวเป็นเรื่องธรรมชาติ ฉันไม่ได้เผชิญปัญหานี้คนเดียว หลายคนก็เป็นเหมือนกัน สักวันสิวจะดีขึ้นเอง ค่อย ๆ รักษาไป และอยู่กับมันให้ได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเข้าใจที่แสดงผ่านคำพูดของแม่หรือความเหนื่อยล้ากับการคิดมากเรื่องสิวของฉันเองหรือเปล่าที่ทำให้ฉันมองเรื่องสิวเป็นเรื่องกว้างขึ้น จากเดิมที่ฉันมักจะเสิร์ชอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับวิธีรักษาสิว ฉันเริ่มเสิร์ชคียเวิร์ด ”สิว ธรรมชาติ” “Acne everyone” แล้วฉันจะพบว่า ใช่...อย่างที่แม่พูด สิวเป็นเรื่องธรรมชาติ สิวเป็นเรื่องปกติในผิวหนังมุษย์ ฉันอ่านเจอในบทความ Acne statistics - update โดย Dr. Yoram Harth ที่กล่าวว่า ชาวอเมริกาประมาณ 50 ล้านคนเป็นสิวและ 15% ของ 50 ล้านคนนี้ยังเป็นสิวอย่างรุนแรงอีกด้วย* และนี่แค่ประเทศเดียวเองนะ ฉันคิด..  ฉันเสิร์ชเรื่องสิวไปเรื่อย ๆ พบว่าเรื่องสิวไม่เป็นเพียงปัญหาของผิวหน้า แต่เป็นปัญหาเรื่องจิตใจเหมือนที่​ฉันเป็นเช่นเดียวกันมีบทความมากมายที่ระบุว่าสิวเป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้คนเป็นโรคซึมเศร้** ฉันคิดว่าก็จริงเพราะฉันสูญเสียความมั่นใจและฉันมองไม่เห็นคุณค่าอย่างอื่นในตัวเองเลย ถึงขั้นไม่อยากมองใบหน้าตัวเองในกระจก ดังนั้นการที่มีบทความมากมายเกี่ยวกับสิวที่ยึดโยงกับโรคซึมเศร้านี้เป็นหลักฐานอย่างชัดเจนว่ามีอีกหลายคนต้องทุกข์ทรมานใจอย่างที่ฉันเป็น และมันไม่ควรจะเกิดขึ้นเลยหากเราทุกคนมองว่าสิวเป็นเรื่องธรรมดาและธรรมชาติของผิวหนังมนุษย์ 
         จากการเสิร์ชเรื่องสิวไปเรื่อย ๆ พบว่าปัจจุบันมีการรณรงค์ Acne Positivity กล่าวคือ เป็นการรณรงค์ให้มองหรือคิดเรื่องสิวในแง่บวก หรือการมองว่าสิวเป็นธรรมชาติ สิวไม่ได้แสดงถึงความสกปรกหรือเป็นตัวลดทอนคุณค่าของมนุษย์ มีHaghtag #AcnePositivity ทั้งในTwitterและInstagram มีโพสต์ของมนุษย์ทั่วโลกที่เป็นสิวที่ออกมาเปลือยใบหน้าสิวให้คนบนโลกอินเตอร์เนตได้เห็นว่าสิวเป็นเรื่องธรรมชาติ ฉันใช้เวลาเกือบทั้งวันอยู่กับโพสต์ของผู้กล้ามากมายที่โชว์ผิวหน้าผ่านสื่อออนไลน์มีโพสต์รูปและวิดีโอใบหน้าเป็นสิว ตั้งแต่โพสต์ของดาราเซเลบริตี้จนถึงโพสต์ของคนที่มีผู้ติดตามไม่ถึงสิบคน และสิ่งเหล่านี้ทำให้ฉันตอกย้ำกับตัวเองว่า ใช่! สิวเป็นเรื่องธรรมชาติจริง ๆ เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่เห็นต้องกังวลอะไรมากมายเลย ... บางคนที่กำลังทุกข์ใจเรื่องสิวได้อ่านจนถึงจุดนี้คงเบ้ปากใส่ฉันแล้วว่า “มันเป็นเรื่องง่ายตายนักแหละ”  และก็ใช่อีกมันไม่เคยง่ายเลย สิวของฉันอาจจะดีขึ้นมาบ้างแต่ฉันก็ยังมีสิวอยู่ อีกทั้งยังดูแลความสะอาดใบหน้าเหมือนเดิม แต่ฉันผ่านจุดตีอกชกท้อง ร้องไห้ฟูมฟายเรื่องสิวมา 2 ปีแล้วได้นั้น เพราะฉันยอมรับความจริงที่ว่าสิวเป็นเรื่องธรรมชาติ ฉันจึงค่อย ๆ มีความมั่นใจขึ้นมาใหม่ ที่ฉันเขียนมาทั้งหมดฉันไม่ได้หวังว่าสิ่งนี้จะต้องเป็นคัมภีร์ตาสว่าง หรือบทความให้กำลังใจเก๋ ๆ  แต่ฉันอยากบอกเล่าประสบการณ​์ ถ่ายทอดความคิดให้ทุกคนได้รู้ความรู้สึกช่วงหนึ่งของคนที่ต้องทุกข์ทรมานเรื่องสิวจนเป็นปัญหาถึงสภาพจิตใจ และอยากให้ทุกคนที่ไม่ใช่แค่คนที่เผชิญกับปัญหาสิว มองเรื่องสิวให้กว้างขึ้น มองให้พ้นจากกรอบมาตรฐานความสวยที่สังคมเคยสร้างไว้ และตระหนักเสมอว่าสิวคือสิ่งธรรมดาและธรรมชาติ(มากถึงมากที่สุด) เพื่ออย่างน้อยให้คนใกล้ตัวหรือตัวเราเองเบาใจ คลายความทุกข์ในเรื่องที่แสนธรรมดานี้ 
         สุดท้ายนี้ฉันขอแปะ รูปสิวของฉัน เพื่อเป็นเครื่องยืนยันอีกหนึ่งสิ่งว่าสิวเป็นเรื่องธรรมชาติ และฉันก็มี เรามาทำให้เรื่องสิวเป็นเรื่องปกติของคนในสังคมกันเถอะ! 
    ----------------------------------

    * "Acne statistics – update" by  Dr. Yoram Harth, MD retrieved from https://www.mdacne.com/article/acne-statistics-update

    ** Vallerand IA, Lewinson RT, Parsons LM, Lowerison MW, Frolkis AD, Kaplan GG, Barnabe C, Bulloch AGM, Patten SB. Risk of depression among patients with acne in the U.K.: a population-based cohort study. Br J Dermatol. 2018 Mar;178(3):e194-e195. doi: 10.1111/bjd.16099. Epub 2018 Feb 7. PMID: 29411352.

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in