เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
เทอมหนึ่งพอได้ลุ้น เทอมสองพอได้แล้วNuttha Chayapalkun
ตอนที่ 2 จะทำได้ไหม ทำได้หรือป่าว
  •        มาถึงขั้นที่เราเริ่มลงมือทำอย่างจริงจังแล้วค่ะทุกคนนนนนนนน บอกได้เลยว่าขั้นตอนนี้เป็นอะไรที่ทรมานและเหนื่อยมาก เริ่มจากเราต้องจดค่ะว่างานของเราจะมีอะไรใบ้าง เช่น การ์ดภารกิจ คลังสินค้า ร้านขายของ เงิน และคู่มือวิธีการเล่น จากนั้นจะจดว่าต้องวาดรูปอะไรบ้าง ซึ่งรูปที่วาดไม่ได้ยากอะไรมากนัก เป็นรูปหมู หมา ไก่ วัว แพะ ปลา มะม่วง ทุเรียน เป็นต้น พอนั่งจดไปสักพักเราถึงกับตาโตเลยค่ะ ต้องวาดทั้งหมดเกือบร้อยรูปเลย เราอุตส่าห์หนีจากหนังสือภาพมา เพราะไม่อยากวาดรูป แต่คงหนีไม่พ้นซินะ นั่นแหละค่ะบ่นไปวาดไปตลอดทุกคืน ร้องเพลงบ้าง พูดบ่นคนเดียวบ้าง หรือไม่ก็โทรศัพท์คุยกับเพื่อนบ้าง ขั้นตอนนี้คือปวดหลัง คอ บ่า ไหล่ ครบชุดเลยค่ะ เหมือนว่าเรานั่งวาดรูปทั้งวันทั้งคืน (เราใช้ Procreate ในการวาดนะคะ) ไม่ค่อยได้เปลี่ยนท่าเท่าไหร่ มันเลยปวดสะสมเรื่อย ๆ เลยไปนวดจับเส้นครั้งหนึ่ง และมีช่วงหนึ่งที่เราติดเกมด้วยค่ะ จากที่ต้องทำงานทุกคนเราก็เอาเวลาไปเล่นเกม ยิ่งเล่นกับเพื่อนด้วยแล้วยิ่งเลิกยากเลย ผลกรรมของคนติดเกมคือ นั่งปั่นงานแบบไม่หลับไม่นอนสองสามคืนติดกัน จนเลือดกำเดาไหลถึงได้นอนพัก ช่วงนั้นโดนคุณพ่อบ่นทุกวันเลย เพราะนอนไม่เป็นเวลา ข้าวปลาไม่ค่อยกิน กินแต่พวกชา เดิมทีเราเป็นคนผอมอยู่แล้ว ปกติน้ำหนักประมาณ 45-47 กก. แต่ช่วงนั้นแค่สี่สิบต้น ๆ เองค่ะ จนทุกคนในบ้านเป็นห่วง (สารภาพเลยว่าบางคืนก็ไม่ได้อาบน้ำด้วย555555555555555) ช่วงนั้นคือเป็นมนุษย์ค้างคาวเลยค่ะ กลางวันนอน กลางคืนออกไปหาของกินแล้วมาทำงานหน้าคอมต่อ ไหนจะต้องออกแบบการ์ดต่าง ๆ อีกด้วย เราลองสำรวจตัวเองแล้วรู้สึกว่ามีปัญหาเรื่องการจับคู่โทนสีอย่างมาก ซึ่งแก้ไม่หายสักที ไม่ว่าจะทำงานไหนก็ตาม ปัญหาหลักของเราคือเรื่องโทนสีนี่แหละ 



           ขอข้ามมาวันที่นำเสนอความคืบหน้า 70% แล้วกันนะคะ บอกเลยว่าฉ่ำมากกกกกก หมายถึงแก้งานฉ่ำมาก5555555555555555 เพราะว่าการ์ดที่เราออกแบบไปให้คุณครูดูนั้นไม่ตรงกับธีมที่เราจะทำเลยค่ะ ธีมงานของเราเป็นการทำไร่ทำสวนในไทย แต่การ์ดที่เราออกแบบไปคือฝรั่งจ๋าเลยค่ะทุกคน หลังจากนำเสนอความคืบหน้า 70% เสร็จ เราเข้าขั้นวิกฤติเลยเจ้าค่ะ เพราะไม่รู้ว่าต้องปรับลายเส้นรูปวาดยังไงให้ได้แบบไทย ๆ เครียดจนนั่งร้องไห้ในห้อง จนเพื่อนสมัยมัธยมต้องมาช่วยออกแบบ เพื่อนเสนอว่าถ้าไม่สามารถแก้ลายเส้นของรูปวาดได้จริง ๆ ก็เอาตามที่เราถนัดเลย แต่ออกแบบตัวการ์ดให้มีความเป็นไทยหน่อย เช่น มีลายไทย ใช้สีแบบไทยโทน เราเห็นว่าอันนี้เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ตอบโจทย์มากที่สุด เลยช่วยกันนั่งออกแบบการ์ดต่าง ๆ โดยมีเพื่อนมาช่วยอีกแรง (บางคนช่วยบางคนมาให้กำลังใจ)


            เพื่อนสองคนนี้นั่งทำการ์ดเล็ก คือ การ์ดคลังสินค้ากับการ์ดร้านขายของ ส่วนเรานั่งทำการ์ดใหญ่ คือ การ์ดภารกิจ เรานั่งทำไปสักพักก็เรียกให้เพื่อนช่วยดูการ์ดที่ออกแบบไว้ประมาณสองสามอัน สิ่งที่เพื่อนตอบกลับมา คือ นี่จะทำเกมการ์ดหรือจะทำการ์ดงานศพกันแน่ เพราะที่เราออกแบบไว้เป็นสีขาวดำ มีลายไทยประดับตกแต่งนิดหน่อย55555555555555555555555 ก็นั่นแหละค่ะอย่างที่บอกไปคือเรามีปัญหาเรื่องโทนสีจริง ๆ ทั้งสองคนถึงกับกุมขมับกันเลยทีเดียว จากนั้นเพื่อนเลยช่วยกันหาโทนสีให้ โดยเริ่มจากสีที่เราอยากได้ คือ สีเขียว สีครีม สีน้ำตาล สีน้ำเงิน จากนั้นทั้งสองคนช่วยกันหาเฉดสีมาให้เราเลือก เมื่อเลือกได้แล้วเราวาดรูปต่อให้เสร็จ แล้วจึงเริ่มนำรูปภาพประกอบลงในการ์ดต่าง ๆ ระหว่างที่ทำตัวการ์ดปัญหาใหญ่ที่เราเจอ คือ การหาร้านพิมพ์การ์ด ซึ่งเราทักหาร้านบวกบรีฟงานคร่าว ๆ ไปเกือบสิบกว่าร้าน แต่!!! ไม่มีร้านไหนรับเลยค่ะทุกคนนน ทั้งใน Twitter, Facebook, Instagram เราลองหาร้านที่รับทำพวก Giveaway ทำของแจกตามคอนเสิร์ตก็แล้ว แต่ไม่มีร้านไหนรับเลย เพราะงานของเราค่อนข้างจุกจิก บวกกับขนาดการ์ดเล็กกว่าขนาดที่ร้านรับทำด้วยแหละ จนในที่สุดพระเจ้าก็เห็นใจเด็กตาดำ ๆ คนนี้แล้วค่ะ มีร้านหนึ่งรับทำงานเราแล้วค่ะทุกคน ร้านน่ารักมาก ๆ ตอบแชทดี ไม่วีนไม่เหวี่ยงตอนที่เราอธิบายไม่เข้าใจ (มีบางร้านที่เราทักหาแล้วเขาวีนใส่ด้วย) แต่ร้านนี้คือใจเย็นที่สุด ที่สำคัญ ทำงานและจัดส่งเร็วมาก สมมุติว่า เราส่งไฟล์ให้ร้านวันจันทร์ วันอังคารร้านทำเสร็จและจัดส่งให้เลย วันพุธมาได้ของแล้ว คือเร็วมาก งงเลย ร้านทำถึงมาก 




           ต่อมาเป็นวันที่เราต้องนำเสนอความคืบหน้า 90% ค่ะทุกคนนนนนนน บอกเลยว่าเราตื่นเต้นมาก เพราะเป็นช่วงที่ใกล้จะส่งผลงานกันแล้ว เราได้คิวนำเสนอประมาณสิิบกว่า ๆ (จำไม่ได้แล้ว) แต่พอนำเสนอเสร็จเราซึมเลยค่ะ เพราะโดนปรับแก้เยอะมาก (เยอะมั้ง เยอะแหละ) หลัก ๆ คือ ขนาดของการ์ดค่ะ ขออธิบายก่อนว่า ขนาดการ์ดเล็กของเราตอนแรกอยู่ที่ 4x4 ซม. การ์ดใหญ่ขนาด 5.5x8.5 ซม. ซึ่งได้คำแนะนำมาว่าขนาดการ์ดเล็กเกินไป ทำให้มองไม่ค่อยเห็นตัวหนังสือ ต้องปรับขนาดการ์ดให้ใหญ่ขึ้นกว่านี้ ที่สำคัญเราสั่งพิมพ์ไปเรียบร้อยแล้วและของมาส่งแล้วด้วย ซึ่งเรายอมรับค่ะว่าเราก็ผิด เพราะช่วงนั้นเราไม่ค่อยได้ปรึกษาครูที่ปรึกษาเลย นี่แหละค่ะผลของการทำงานแล้วไม่ปรึกษาครูก่อน T_T แต่เรื่องที่ทำให้ซึมจริง ๆ น่าจะเป็นเรื่องไปคอนเสิร์ตค่ะ พอเราต้องพิมพ์งานใหม่ เราเกรงใจคุณพ่อไม่กล้าขอเงินท่านเพิ่มอีกแล้ว เลยเอาเงินที่เก็บไว้จะไปคอนเสิร์ตมาใช้แทน เราเลยต้องล้มเลิกการไปคอนเสิร์ตค่ะ ถึงแม้ว่าเราจะตั้งหน้าตั้งตารอก็ตาม (เพราะตอนนี้งานจบสำคัญที่สุด) เราเข้าใจแต่ก็มีแอบ ๆ เศร้าบ้าง เพราะเราคิดว่าการไปคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นเหมือนการให้รางวัลตัวเองและเป็นการเยียวยาตัวเองหลังจากที่ทำงานหนัก พอไม่ได้ไปแล้วน้ำตาคลอเบ้าอยู่ค่ะ55555555555555555555555555 แต่ก็ปลอบตัวเองว่าเดี๋ยวก็มีอีกค่อยไปตอนที่เราพร้อมจริง ๆ ดีกว่า พอกลับบ้านหลังจากที่นำเสนองานเสร็จแล้วเพื่อน ๆ เลยนัดเจอกันเพื่อให้กำลังใจ เราดีใจมากที่มีพวกเขาคอยให้กำลังใจ คอยปลอบ พอนัดเจอเพื่อนเสร็จก็กลับบ้าน วันนั้นลุงกับป้ามาบ้านด้วย ทุกคนในบ้านถามว่านำเสนองานเป็นไงบ้าง พอได้ยินคำถามนี้เท่านั้นแหละ บ่อน้ำตาแตกเลยค่ะ ทุกคนในบ้านก็ตกใจเพราะเราไม่เคยร้อวงไห้ให้เห็นสักเท่าไหร่ ภาพจำเราของพวกผู้ใหญ่ คือ คนที่ร่าเริง หัวเราะง่าย กวนประสาทพวกลุง ๆ แต่พอมาเจอเราร้องไห้ พวกท่านก็ทำตัวไม่ถูกค่ะ ช่วงนั้นน่าจะไม่สบายค่ะเลยอ่อนไหวง่าย แต่หลังจากวันนั้นเราก็ค่อย ๆ ทำงานไป เหนื่อยก็พัก ไม่กล้าหักโหมเหมือนช่วงแรกเพราะกลัวจะป่วยช่วงที่ใกล้จะส่งงานอีก ไม่งั้นงานเข้าแน่ๆ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in