เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Don't Let the Penguin Do a ThesisTonliew Suparat
You Shall Not Pass! (90%)

  • แก้แล้ว แก้อยู่ แก้ต่อ แก้ตลอดไป คือนิยามของการทำงานในช่วงนี้ของฉัน

    ในที่สุดการทำงานสารนิพนธ์ก็ดำเนินมาสู่โค้งสุดท้ายที่ความคืบหน้า 90% ซึ่งเป็นส่วนของการทำงานภาพและจัดหน้าตัวอักษรให้เรียบร้อย ทั้งนี้ฉันวางแผนเอาไว้ว่าทุกอย่างจะต้องสำเร็จลุล่วงด้วยดีตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน แต่ก็มีปัญหาจำนวนมากตามมาอย่างคาดไม่ถึง


       ประการเรกคอมพิวเตอร์ของฉันเสียและยังไม่มีทีท่าว่าจะได้ซ่อม และ ประการที่สองนั้นร้ายแรงกว่าประการแรกมากนัก คือ ฉันรู้สึกไม่ชอบภาพร่างของชิ้นงานทั้งหมดที่ทำไว้ในช่วง 70% ไม่ว่าจะลองลงสี จัดแต่ง ปรับการจัดวางอย่างไรฉันก็ยังไม่พอใจกับมัน ท้ายที่สุดจึงนำไปสู่การ 'วาดใหม่ทั้งหมด' ทำให้งานภาพล่าช้าไปกว่าที่ควรเเละเพิ่งเสร็จแค่เฉพาะส่วนเนื้อหาเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2566 เวลาประมาณ 19.30 น. โดยวันที่ 21 พฤษภาคม 2566 เป็นวันที่ฉันตั้งใจจะนำผลงานจริงไปทดลองใช้แล้ว


       ทั้งนี้ความน่าหงุดหงิดใจ (ส่วนบุคคล) อีกข้อหนึ่งคือ เมื่องานล่าช้าไปกว่าที่ควรจะเป็นฉันจึงแทบไม่ได้พบที่ปรึกษาเลยในช่วงที่ผ่านมา มีเพียงเข้าไปขอคำแนะนำเรื่องภาพประกอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาเพียงเล็กน้อยเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมาเท่านั้น โดยในภาพประกอบของฉันดั้งเดิมตัวละคร 'หลานสาว' จะมีตุ๊กตาคู่ใจเป็นตุ๊กตาม้ายูนิคอร์น



     แต่ในการวาดภาพประกอบใหม่ ได้มีการเพิ่มตัวละครหมีนางฟ้าเข้ามา ซึ่งเป็นตุ๊กตากึ่งเพื่อนในจินตนาการของหลานสาว อาจารย์ที่ปรึกษาจึงแนะว่าให้เลือกแค่ตัวใดตัวหนึ่งเพื่อให้ตุ๊กตาตัวนั้นมีความโดดเด่นขึ้นมา ฉันจึงเลือกตัดตุ๊กตายูนิคอร์นทิ้งไป เหลือเพียงตุ๊กตาหมีนางฟ้าเท่านั้น 


       

        หลังวาดภาพประกอบเสร็จเนื่องด้วยมีเวลาไม่มากพอให้ลองใส่ข้อความจริงก็ต้องนำผลงานไปทดลองใช้กับเด็กแล้วฉันจึงพิมพ์ชิ้นงานออกมาแล้วเข้าเล่มเองและเขียนข้อความด้วยปากกาในตำแหน่งที่ตั้งใจจะจัดวางข้อความ (แต่แน่นอนว่าพอเขียนด้วยมือเลยไม่สามารถจัดหน้าหรือข้อความให้ออกมาสวยอย่างที่ควรเป็นได้) 


        ฉันกับเพื่อน ๆ อีก 3 คนไปทดลองใช้ผลงานของพวกเราที่ คริสตจักรมหาพรตรีมณฑล ถ.เพชรเกษม ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มเเบน จังหวัดสมุทรสาคร ในวันอาทิตย์ที่ 21 พฤษภาคม 2566 เนื่องจากมีเด็ก ๆ ไปเรียนและเข้าร่วมกิจกรรมของโบสถ์อยู่เป็นประจำ ถึงแม้จะมีเด็กหลายคนแต่การหาเด็กตรงกลุ่มเป้าหมายของชิ้นงานและเด็กที่มีสมาธิตั้งใจทดลองฟังหนังสือภาพของฉันนั้นไม่ง่ายเลย อาจเพราะใกล้เวลาเที่ยงที่ทุกคนในโบสถ์จะร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน เด็ก ๆ จึงสนใจเพียงว่ามื้อเที่ยงวันนั้นมีเมนูอะไร ด้วยเหตุนี้เราทุกคนจึงต้องรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับทุกคนในโบสถ์ก่อนจึงได้เริ่มทดลองใช้ผลงานจริง ๆ ช่วงบ่ายแทน (มื้อเที่ยงวันนั้นมีข้าวไข่พะโล้กับทอดมัน พร้อมด้วยของหวานเป็นวุ้นมะพร้าวกะทิ อร่อยมาก)


        ตอนทดลองใช้ฉันโชคดีได้ทดลองกับน้อง 3 คนในวัยไล่เลี่ยกันตั้งแต่ 7-11 ปี น้อง ๆ ทุกคนตั้งใจฟังและพูดคุย เล่าประสบการณ์กับฉันอย่างดี แล้วยังให้ไอเดียฉันเกี่ยวกับงานอีกด้วย นับว่าเป็นกลุ่มผู้ทดลองที่น่ารักเหลือเกิน หลังจากทดลองใช้ผลงานกับเด็กตามกลุ่มเป้าหมายแล้ว ฉันก็ไม่ลืมไปทดลองใช้กับคนนอกกลุ่มเป้าหมายด้วย คือ ผู้ปกครองของน้อง ๆ และพ่อแม่ของฉันเอง ซึ่งได้รับความเห็นว่า ชิ้นงานของฉันมีความน่ารักสดใส แม้เนื้อเรื่องจะไม่หวือหวา แต่อ่านแล้วทำให้ยิ้มตามได้ สิ่งเดียวที่ได้รับคำถามคือ เรื่องขนาดของผลงานจริงว่าเล่มจะมีขนาดเท่าไร และสีสันที่พิมพ์ออกมาจะสดใสกว่านี้หรือไม่ (เนื่องด้วยตัวเล่มจำลองที่ฉันนำไปเล่าฉันพิมพ์ในกระดาษ A4 และเข้าเล่มเองจึงมีขนาดเล็กมาก)

        

       เมื่อได้ผลการทดลองและเนื้อหางานสำเร็จตามเป้าที่ 90% ฉันจึงจัดทำสไลด์นำเสนอและเข้าไปเสนอความคืบหน้าชิ้นงานที่มหาวิทยาลัยพร้อมกับเพื่อน ๆ ทั้ง 25 คนและได้รับข้อเสนอแนะจากอาจารย์ทุกท่านเรื่องการออกแบบภาพหน้าปก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการจบงานให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และจากภาพรวมของการทำงานทั้งหมดอาจารย์ทุกท่านจึงยืดเวลาส่งชิ้นงานออกไป โดยแบ่งเป็น สิ่งทางออนไลน์วันที่ 10 มิถุนายน และส่งผลงานจริง 16 มิถุนายน


       แน่นอนว่าช่วง 10% สุดท้ายก่อนส่งงานนี่แหละเหนื่อยที่สุด 



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in