#OnTheSerie : เรื่องรักระหว่าง [_____] . เรา, เธอ, เขา และฉันwhitemaple
#OnTheSerie 3 - On the Way to Understanding ‘….’
  • 3.

    น่านเจ้า

    น่านเจ้าเป็นประตูเล็กที่รั้วบ้านแล้วก้าวไปบนอิฐสีเทาที่วางเป็นทางเดินแคบๆผ่านน้ำพุเล็ก ๆ ที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งและมีแต่ฝุ่นกับใบไม้แม้ว่าจะกลับมาเมืองไทยได้สักพักแล้วแต่เขาก็เพิ่งโผล่หน้ามาที่นี่และก็เป็นอีกครั้งที่ความมหัศจรรย์ของเวลาทำให้เขารู้สึกแปลกหน้ากับบางสิ่งที่น่าจะคุ้นเคยเขาเกิดและใช้เวลาในชีวิตช่วงแรกที่นี่ถึงสิบสี่ปีแต่ตอนนี้บ้านทรงสเปนหลังเล็กน่ารักตรงหน้าทั้งหลังคาหลายมุก โดมเล็ก ๆบนหลังคาเหนือห้องรับแขกตัวอาคารสีขาวตัดกับขอบหน้าต่างไม้ที่เป็นสีส้มอิฐมันให้ความรู้สึกเหมือนฤดูร้อนในภาพวาดของปีกัสโซ

    ชายหนุ่มมองไปด้านขวามือข้ามสนามหญ้าและสวนไม้หอมแบบไทยไปยังตัวเรือนบ้านทรงไทยหลังใหญ่แว่วเสียงเพลงไทยเดิมเข้าหูน่านเจ้าหลับตา เอียงคอ เงี่ยหูฟังได้ยินเสียงไม้เคาะเป็นจังหวะเสียงผู้หญิงสูงวัยเปล่งในโทนที่เข้มกำกับให้นางรำตัวน้อยย่ำเคลื่อนไหวให้เข้าจังหวะกลิ่นน้ำปรุงจาง ๆ ลอยตามลมมาในขณะที่สัมผัสเจือจางของวันวานกำลังค่อย ๆแจ่มชัดขึ้นนั้น เสียงประทัดก็ดังขึ้น

    น่านเจ้าสะดุ้งเล็กน้อยลืมตาขึ้นทันที เขามองเลยหลังคาเรือนไทยไปเห็นเพียงยอดไผ่และต้นสนลู่ตามลมเสียงปะทัดยังคงดังไม่หยุดเสียงดนตรีไทยเงียบไปแล้วชายหนุ่มรู้ทันทีว่าพวกเรือนไทยคงกำลังบ่นกันอยู่แต่ก็คงทำได้แค่นั้นเพราะว่าวันนี้ตรงกับวันไหว้บรรพบุรุษตามประเพณีจีนเขาเดาว่าคนที่บ้านจีนกำลังทำพิธีและเลี้ยงอาหารกันเอิกเกริกเป็นแน่

    ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆหันไปมองบ้านทรงสเปนตรงหน้ที่พวกเรือนไทยกับบ้านจีนนั้น เรียกที่นี่ว่า“บ้านฝรั่ง”พลางคิดว่าดีที่แต่ละบ้านมีทางเข้าส่วนตัวนอกจากประตูใหญ่ด้านที่ติดกับหมู่บ้านแห่งเดียวไม่เช่นนั้นพวกนั้นคงมาวุ่นวายกับเขาตั้งแต่วันแรกที่กลับมาแล้วเมื่อตอนเด็ก ๆ น่านเจ้าไม่เคยเข้าใจที่ชาวบ้านมักพูดว่า

     “บ้านสามศิลป์มีแต่พวกพิลึก”

    แต่ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วไม่มีสิ่งใดที่บ้านสามศิลป์ทั้งสามหลังนี้จะเหมือนกันเลย พวกเรามาอยู่ใกล้ ๆกันแบบนี้เพียงเพราะว่าสืบสายเลือดมาจากบรรพบุรุษเดียวกันแล้วมันก็อยู่มานานแล้วจนชินเท่านั้นจนสุดท้ายไม่มีใครอยากย้ายไปไหนจากรุ่นสู่รุ่นจากหนึ่งมาสอง สองมาสาม คนที่บ้านสามศิลป์ยังอยู่ที่นี่แต่แล้ววันหนึ่งในรุ่นที่สี่ลูกหลานคนแรกของบ้านสามศิลป์ก็ได้ทิ้งบ้านของตนไปจากไปยังดินแดนที่ไกลแสนไกลทั้งแม่ของเขา และตัวเขาเอง

    น่านเจ้าไปจากที่นี่เพียงเพราะว่าพ่อของเขารู้สึกว่าเมื่อแม่ตายลงไปแล้วที่นี่ก็ไม่ใช่ที่ที่ของตัวเองถึงแม้จะเข้าสู่ช่วยวัยรุ่นแล้วแต่เขาก็ยังไม่โตพอที่จะตัดสินใจอะไรได้ทำอะไรได้มากนักดังนั้นน่านเจ้าจึงจากที่นี่ไปพร้อมกับความรู้สึกลึก ๆข้างในว่าสักวันเขาจะกลับมา...สักวันเขาจะต้องกลับมา

    ชายหนุ่มก้าวเข้าไปในบ้านเขาเหยียบป้ายไม้ที่ตกบนพื้นน่านเจ้าเก็บมันขึ้นมาแล้วพบตัวอักษรแกะสลักอย่างสวยงามว่า “บ้านสองศิลป์” อันเป็นชื่อที่แม่ใช่เรียกบ้านหลังนี้แต่เขารู้ดีว่ามันเป็นการประชดเล็กๆ ของแม่ตอนที่คุณอาสะใภ้คนโตจากบ้านจีนบุกเอาซินแสมาดูฮวงจุ้ยแล้วบอกให้แก้ไขเรื่องการตกแต่งใหม่

    เพราะว่าบ้านเราอยู่ในพื้นที่เดียวกันและต่างพลังไม่ดีจากการที่บ้านฝรั่งผิดฮวงจุ้ยทำให้กิจการของบ้านจีนตกต่ำลงแม่ของเขาก็เลยขุดลำธารเล็ก ๆ ขนาดครึ่งเมตรไว้ข้าง ๆบ้านแล้วทำป้ายแขวนหน้าประตูว่า “บ้านสองศิลป์”ซึ่งหมายถึงพ่อและแม่ของเขาที่มีอาชีพศิลปินน่านเจ้าอดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อคิดถึงหน้าคุณอาสะใภ้ที่พูดไม่ออกแล้วก็หาข้ออ้างอะไรมาไม่ได้

    ทว่าเพราะป้ายที่อยู่ในมือนี้ที่ทำให้ เมื่อน่านเจ้าเงยหน้าขึ้นสภาพบ้านที่ร้างผู้คนอับเฟอร์นิเจอร์ทุกตัวมีผ้าขาวคลุมเอาไว้บนผ้ามีฝุ่นเกาะหนาก็กลับกลายมีชีวิตชีวาขึ้นซ้อนทับด้วยความทรงจำที่ถูกปลุกขึ้นอย่างฉับพลันฉายชัดอยู่ตรงหน้าราวกับภาพโฮโลแกรมในหนังวิทยาศาสตร์น่านเจ้าจำได้แล้วว่าเมื่อตอนเป็นเด็กนั้นเขามักจะนั่งเล่นตัวต่อ อ่านหนังสือหรือวาดภาพตรงที่ว่างระหว่างโซฟาสองตัวกลางห้อง

    ไม่มีแบบแปลนที่เป็นปกตินักสำหรับบ้านหลังนี้มันถูกออกแบบมาให้สบายและตามใจคนอยู่เขาก้าวเข้าไปอีกเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าโซฟาแล้วมองขึ้นไปด้านบน เห็นถึงหลังคาที่เป็นกระจกเล็กๆ หลายอันประกอบเข้าด้วยกันบางอันสีใส แต่บางอันขุ่นเหมือนน้ำตาลก้อนและมันกลายเป็นปัญหาของเขาตอนเด็ก ๆ

     น่านเจ้ากลัวเสียงฟ้าร้องกลัวฟ้าผ่า และมันทำให้เขาไม่ชอบฝนเอาเสียเลยแต่แม่ของเขาชอบฝนเอามาก ๆ นั่นทำให้บ้านหลังนี้หลังคาถูกเปลี่ยนเป็นกระจกมันไม่ได้ทำให้แม่ฟังเสียงฝนได้ชัดเจนแต่มันทำให้แม่เห็นหยดน้ำได้แม่ของเขาเป็นผู้หญิงแปลก ๆเธอเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้แม่มักจะถูกพี่น้องเรียกว่าคนแปลกแต่แม่ก็บอกเขาว่าพวกพี่น้องแม่ก็แปลกทุกคน ไม่เช่นนั้นคงมาตั้งบ้านอยู่ใกล้ๆกันได้หรอก

     ‘มีแต่คนบ้าเท่านั้นแหละที่จะทนคนบ้าได้’แม่เคยบอกเขาว่าอย่างนั้นและนั่นเป็นเหตุผลที่แม่ชอบบ้านนี้แม่มักบอกเขาว่าคนเราดูมีชีวิตชีวาได้แค่สามเวลาเท่านั้นหนึ่ง ดีใจ สองกินของอร่อย และสามคือการทะเลาะกับคนอื่น

    ชายหนุ่มเดินตรงไปยังประตูบานยาวที่ทำหน้าที่ไม่ต่างกับหน้าต่างนั้นมือใหญ่เลิกผ้าม่านขึ้นเขามองลอดออกไป หรี่ตาก่อนจะด้านผ้าม่านหนาหนักสีครีมออกกว้างเผยให้เห็นวิวทิวทัศน์ข้างนอกน่านเจ้าค่อย ๆ ยิ้มออกมาดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเขาเป็นประกายสุกใสอันไม่ค่อยได้ปรากฎนักน่านเจ้าชื่นชอบเวลานี้ที่สุด...เวลาที่เขามองกลับไปยังห้องนั่งเล่นที่มีชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไปรออยู่ แล้วค่อยๆหันกลับมามองไปนอกหน้าต่างเพื่อจะพบสวนของแม่

    ตอนนี้มันขาดการดูแลอย่างหนักแต่มันก็ยังทำให้เขารู้สึกตื่นตาตื่นใจได้“สวนของแม่” นั้นมันเหมือนกับหลุดมาจากโลกแฟนตาซีมันมีสีสันและมีของประหลาดตกแต่งเอาไว้แม่เป็นนักจัดสวนที่ยอดเยี่ยมและพ่อของเขาก็เป็นศิลปินที่ทำงานทั้งภาพวาดและดิจิตอลเพนท์พ่อหลงใหลในความประหลาดของแม่นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ทั้งพ่อกับแม่ของเขาลงเอยกันที่นี่

     แต่น่าเสียดาย...ที่แม้ว่าพ่อของเขาจะหลงใหลกับเสน่ห์ประหลาดๆ ของแม่ทว่ามันไม่ได้หมายความว่าพ่อจะเข้ากันได้ดีกับญาติ ๆ คนอื่น ๆด้วยนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมหลังจากที่แม่ตายไปแล้วเขาจะต้องจากที่นี่ไปตามพ่อที่พกความเจ็บปวดจากความสูญเสียไปฝังตัวทำงานในสตูดิโอที่ซีกโลกตะวันตก จนกระทั่งวันนี้...

    น่านเจ้าจะเดินออกไปสำรวจในสวนแต่เสียงประตูก็ดังขึ้นก่อนเขาหันกลับไปแล้วสบดวงตากลมที่คุ้นเหลือเกินนั่นชายหนุ่มนิ่งไปนานเขาไม่คิดว่าจะมีใครมาที่นี่ในตอนนี้นานเจ้าสงสัยว่าผู้หญิงตรงหน้านี้เป็นใครกันเป็นญาติคนหนึ่งของเขาหรือเปล่านะชายหนุ่มก้าวกลับเข้ามาด้านในและยังสบตากับเธออยู่เธอเองก็เช่นกันจ้องมอตอบอย่างไม่วางตา

    สิ่งที่น่านเจ้าเห็นตอนนี้เต็มไปด้วยความแปลกใจความตกใจคาดไม่ถึง และ... และ...และบางสิ่งที่เขาบอกไม่ถูกว่ามันคืออะไรสั่นระริกวูบไหวอยู่ในดวงตานั้น

      “คุณ...” เขาก้าวเข้าไปอีกก้าวไม่แน่ใจว่าจะพูดอะไรเธอถอยหลังทำท่าคล้ายจะหนีแต่แล้วก็ไม่หนีกลับทำท่าเหมือนได้สติ

      “เอ่อคุณป้าละเอียดให้ฉันเอากุญแจมาเปิดบ้านไว้น่ะค่ะ”เธอว่า

     “อ๋อ”น่านเจ้าตอบรับเขาจำป้าละเมียดได้ คนเก่าคนแก่ของที่บ้านครอบครัวของป้าละเมียดรับใช้บ้านสามศิลป์มานานเรียกได้ว่าเป็นหัวหน้าของคนแม่บ้านและคนรับใช้ที่นี่ทั้งหมดก็ว่าได้

     “คือป้าละเอียดบอกว่าคุณกำลังจะกลับมาแล้วบ้านก็ปิดร้างไว้นานแล้วก็เลยให้ฉันมาเปิดทำความสะอาดค่ะ...แต่ไม่คิดว่าคุณจะมา”

     “ครับผมเองก็ไม่ได้แจ้งป้าละเอียดก่อนบอกแต่ว่าจะกลับเมืองไทย” น่านเจ้าเอ่ยได้แค่นั้นแล้วก็นิ่งมองเธออีกเธอดูคุ้นตาเขาเหลือเกินแต่เขาก็ไม่รู้ว่าว่าเคยเจอเธอที่ไหน

     “เราเคยเจอกันมาก่อนไหม...ครับ”เขาเอียงคอพูดสิ่งที่คิดมองอย่างสงสัย

     “ไม่”เธอตอบ แต่เสียงก็แผ่วเหลือเกินคล้ายไม่แน่ใจ

     “งั้น...เหรอ”น่านเจ้าจะถามต่อทว่าเสียงคนงานดังเข้ามาเสียก่อน

     “ป้าละเอียดคงพาคนมาแล้ว...”คนพูดมีท่าทางเหมือนทำอะไรไม่ถูกเธอยกมือขึ้นแล้วก็เอาลง มองไปรอบ ๆราวกับว่าจะหาที่โฟกัส ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปแต่แล้วก็เดินกลับเข้ามาตรงมายังเขา

     

    “คุณ” เธอว่า

    น่านเจ้าถอยหลังเล็กน้อย มองอีกฝ่ายตาปริบๆคราวนี้เธอมองเขาอย่างตื่น ๆทำท่าคิดคล้ายไม่แน่ใจจากนั้นจึงคว้ามือเขาขึ้นมาอย่างถือวิสาสะ

    “กุญแจบ้านค่ะ” เธอวางกุญแจไว้บนมือของเขาเป็นกุญแจเหมือนที่เขามีน่านเจ้ามองอย่างประหลาดใจเงยหน้าขึ้นเห็นว่าอีกฝ่ายเดินกึ่งวิ่งออกจากประตูไป

    “คุณ นี่คุณ” เขาร้องเรียกแต่เธอก็ไม่หันกลับมาชายหนุ่มรีบเดินตามไปเขามีคำถามอยู่ในหัวเต็มไปหมด และพอไปถึงประตูแทนที่จะพบกับผู้หญิงคนนั้นแต่กลับพบป้าละเอียดและคนงานกลุ่มใหญ่

    “อ้าว คุณน่านมาแล้วเหรอคะเนี่ย” หญิงสูงวัยสวมผ้าถุงรีบเดินมาทางเขาดวงตาของป้าละเอียดเป็นประกายอย่างดีใจที่ได้เจอเขาอีกครั้ง

    “หล่อจริงๆ พ่อคุณของป้า”

    “ครับ” น่านเจ้ายิ้มรับ

    ปีนี้เขาอายุสามสิบหกแล้วแต่ก็ยังดูเหมือนเป็นเด็กชายตัวเล็กของคนสูงวัยถ้าเขาจำไม่ผิดป้าละเอียดคงล่วงเข้าวัยปลายเจ็ดสิบแล้วแต่ถึงอย่างนั้นก็นับว่าเป็นผู้สูงวัยที่แข็งแรงมากอาจจะทำงานหนักไม่ได้ แต่หู ตาสมอง ยังดี ที่สำคัญก็คือยังมีแรงเดินสั่งงานเด็ก ๆรับใช้คนอื่นได้

    “เจอกันครั้งสุดท้ายก็ตอนปีใหม่เมื่อห้าปีก่อนชื่นใจจริงๆ ที่ได้เห็นลูกชายของคุณนิ่มอีกครั้ง”เห็นได้ชัดว่าป้าละเอียดของเขาความจำดีแค่ไหน

    น่านเจ้ารู้ตัวดีว่าเป็นคนโปรดของป้าละเอียดแต่ถึงจะรักใคร่เอ็นดูเขายังไงก็ยังไม่สู้ที่ป้าเอ็นดูนิ่มนวลมารดาของเขาไม่ได้

    “คราวนี้จะกลับมาอยู่ที่นี่เลยไหมคะ”

    “กลับมาอยู่เลยครับ พ่อแต่งงานใหม่แล้วคงไม่เหงาอีกแล้วพอพ่อมีคนดูแลผมก็อยากกลับมาที่นี่”

    “ดี ๆ ชีวิตได้เดินหน้าต่อสักที”ป้าละเอียดตอบและส่งยิ้มให้ชายหนุ่มอย่างโล่งใจเพราะรู้ดีกว่าลูอิซพ่อของน่านเจ้านั้นทุกข์ทรมานในการจากไปของนิ่มนวลเพียงใด

    “เอ่อ...แล้วผู้หญิงที่มาเปิดประตูล่ะครับ”ชายหนุ่มกวาดตามองหาแต่ก็ไม่เห็นแม้เพียงเงา

    “ผู้หญิงที่ไหนกันคะ” หญิงชรามองไปรอบๆ ตัวอย่างแปลกใจ

    “ก็ผู้หญิงที่ป้าให้มาเปิดประตูบ้านไงครับ”

    “ผู้หญิงที่ไหนกัน ป้าเปิดประตูของป้าเองนะ”ป้าละเอียดเริ่มแสดงท่าทางหวาดระแวงเรียกให้เด็กวิ่งไปดูรอบ ๆ ว่ามีใครบุกรุกเข้ามาในบ้านหรือเปล่า

    “ป้าไม่ได้ใช้ให้ใครมาเปิดประตูบ้านจริงๆนะคะ อีกอย่างที่ป้ามาทำความสะอาดที่นี่ช้าก็เพราะคุณท่านเพิ่งหากุญแจบ้านฝรั่งนี่ให้ค่ะ”

    “งั้นเหรอ...”

    “คงไม่ใช่ผีสางนางไม้ที่ไหนหรอกนะคะ”

    “ไม่ใช่หรอกครับ ผมอาจจะตาฝาดไปวันนี้ผมแค่แวะมาดูเท่านั้นครับข้าวของยังไม่ได้เอามาเลย อยู่ที่คอนโดผมยังต้องทำอะไรอีกสักหน่อยอาทิตย์หน้าคงจะย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ก็ฝากป้าดูความเรียบร้อยด้วยนะครับ”

    “ได้สิคะ ถ้าจะเข้ามาวันไหนโทรบอกป้านะคะป้าจะได้ให้เด็กมาช่วยขนของ”

    “ครับ วันนี้ผมขอตัวก่อนนะครับแล้วจะติดต่อป้ามาอีกครั้ง”

    “ค่ะ” ป้าละเอียดกอดเขาเบา ๆและมาส่งถึงหน้าประตูบ้าน

    น่านเจ้ายังไม่มีรถเขาใช้บริการแท็กซี่ในระหว่างที่กำลังเดินทางกลับนั้นชายหนุ่มมองกุญแจที่อยู่ในมือพลางสงสัยว่าเธอเป็นใครกันไปตลอดทาง

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in