LIVING IN CEBU (?)Sutthida Stkt
เซบู ใน ตอนแรก
  • สังเกตกันหรือไม่ว่า ไม่ว่าอะไรก็ตามที่กำลังจะเป็นการเริ่มใหม่ มักแฝงความน่าตื่นเอาไว้เสมอ 
    ไม่ว่าจะเป็นการออกจากบ้านเพื่อไปฝึกงาน 
    ไม่ว่าจะเป็นการไปสู่สถานที่ที่เราแม้แต่พันทิปก็ยังให้คำนิยามแก่เราไม่ได้ 
    รวมไปถึงการที่เรายังไม่รู้เลยว่า ตำแหน่งงานที่เราจะไปทำนั้น มันคือตำแหน่งอะไรกันแน่...

    แค่เปิดหัวเรื่องมาก็เศร้าซะแล้ว ..
    อย่าเพิ่งเศร้าสิ ก้าวออกจากประเทศมายังไม่ถึง 24 ชั่วโมงจะเศร้าได้ยังไง
    เหลือเวลาอีก เป็นหมื่นๆชั่วโมงให้เศร้า เก็บไว้ไปเศร้าที่นู่นไป 

    นอกจากรู้ว่า เกาะเซบู เป็นหนึ่งในหมู่เกาะของประเทศฟิลิปปินส์ เราก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเซบูด้วยซ้ำ 
    และนอกจากรู้ว่าตัวเองจะไปฝึกงานในโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษแล้ว เราก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ตำแหน่งที่จะทำคืออะไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆ .. ไม่ใช่ครูแน่นอน 

    ย้อนกลับไปตอนติดต่อมาฝึกงาน 
    นอกจากจะต้องมีการสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือก และก่อนหน้านั้น มีคัดเกรดด้วย นอกจากจะมีเอฟประดับใบทรานสคริปให้เก๋แล้ว แล้วยังจะมีหมาแมวเต็มไปหมดดั่งจตุจักร 
    นี่ก็ยังไม่มั่นใจว่า ที่นี่เขาเอาความมั่นใจจากที่ไหนมารับเราเข้าทำงาน 
    แต่เมื่อติดแล้ว พี่ที่ติดต่อให้พูดว่า "หากสละสิทธิ์ แค่คิดมีสิทธิ์ตาย"

    เป็นเหตุทำให้ต้องระเห็ดตัวเองมาอยู่ในที่ที่ไม่รู้จัก 

    วันแรกที่มาถึง เต็มไปด้วยความยากลำบาก ตั้งแต่ รู้ว่าตัวเองต้องพักอยู่ชั้นบนสุดของหอพัก 
    และยังมารู้อีกว่า .... แม่งไม่มีลิฟท์  สำหรับจูนนี่ ลิฟท์ถือว่าเป็นอะไรที่ค่อนข้างสำคัญมาก เพราะว่า บางทีเวลาเราเหนื่อยล้าจากการทำงาน มันเป็นที่พักพิงใจที่ดีที่สุด (นอนในลิฟท์หรอมึง :ผู้อ่าน) 

    จูนมาถึงหอพักในเวลาประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆ เวลาท้องถิ่น 
    โดยที่พอมาถึงตามสไตล์เด็กติดโซเชี่ยล หาปลั๊ก เสียบ ต่อไวไฟสิฟร๊ะ 
    ใครมันจะอยากออกไปใช้ชีวิตข้างนอก เน็ตก็ไม่มี โรมมิ่งก็ไม่ได้เปิด 
    ทักแชทเพื่อนทุกคน ประกาศว่า "ถึงแล้วนะโว้ยยยยยยย" 
    คุยไปคุยมา แชทไปแชทมา แบตเริ่มจะหมด หยิบที่ชาร์จแบตมาแล้วยิ้มร้าย 1 ครั้งถ้วน และบรรจงเสียบเข้าไปในปลั๊ก .... สัสสสส เสียบไม่ได้ หัวมันไม่เหมือนกัน 

    ตัดภาพไปตอนเก็บกระเป๋า ...
    จูนเป็นพวกวอรี่เรื่องปลั๊กไฟมาก คือกลัวว่าจะเล่นคอมไม่ได้ ชาร์จแบตไม่ได้ เลยเช็คมาอย่างดี 
    แต่ทำไมเวปไม่อัพเดทวะ นี่มันขาแบนชัดๆ แล้วยังไง ปลั๊กกุนี่กลมเป็นวงเวียนเลย 
    สรุปคืนนั้นไม่ได้ชาร์จแบตค่ะ ได้แต่นอนกอดพาวเวอร์แบงค์นอน หวังแค่ว่า พรุ่งนี้ยังมีความหวัง (ดราม่าสัสๆ) 

    วันรุ่งขึ้นตื่นขึ้นมา ล้างหน้าแปรงฟัน แล้วรีบเสิร์ชหาห้างที่เกร๋ที่สุดในย่านเซบู 
    แล้วพบว่า "อ้าวววว กูไม่ได้อยู่เซบูค่ะ" 
    อันนี้คือเรื่องจริงไม่ได้ล้อเล่น คือ ที่ผ่านมานี่ก็คิดมาตลอดว่า ฝึกงานเซบู บอกคนนู้นคนนี้คนนั้นว่า เนี่ยจะมาฝึกงานที่เซบูนะ ทุกคนตื่นตาตื่นใจ เพราะเซบูมันจะอารมณ์แบบ สีลมบ้านเรา คือเป็นย่านธุรกิจ 
    โนวค่ะ นี่อยู่อีกเมืองนึง แต่ห่างกันไม่เกิน 30 นาที แต่เรียกว่า ผวาไปเลยว่า มีอะไรที่กูยังไม่รู้อีกมั้ยวะ 
    แต่นั่งเซ็งไปก็เท่านั้น ไปเที่ยวดีกว่า ปลั๊กไฟก็ยังไม่ได้ วันนี้วันหยุด พรุ่งนี้เริ่มงานวันแรก วันนี้ต้องจัดให้หนัก 

    เปรี้ยวมากค่ะ โบกแท็กซี่ไปเลยคนเดียว เสิร์ชหาชื่อห้าง แล้วยื่นให้แท็กซี่ แท็กซี่ก็พาไปอย่างว่าง่าย 

    สำหรับการนั่งแท็กซี่นี่ ไม่รู้ว่า มันอยู่ใน International Taxi driver Course Syllabus รึป่าว 
    เพราะเมื่อย่างก้าวเข้าไป พี่แกเล่นถามรัวดั่งญาติมิตร 
    ตั้งแต่ถามว่า "มาจากประเทศอะไร" ยัน "แต่งงานรึยัง" 
    โหหหห พี่ พี่เพิ่งรู้จักหนูเมื่อกี้เองนะ พอตอบว่า "ยังไม่แต่ง" เขาก็ถามว่า "มีแฟนรึยัง" 
    พอตอบว่า "ยัง" เขาก็ถามว่า "ทำไมไม่มี"
    แม่หนูยังไม่ถามขนาดนี้เลยพี่ 

    แต่สุดท้ายพี่แกก็เอาเรามาส่งถึงที่ ถูกที่ ไม่อ้อม ถือว่า พี่แกมีจรรยาบรรณตามCourse Syllabusแหละ

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in