
หลังจากอ่าน Tal มาสองเรื่อง จึงหยิบเอาผลงานของ N.R.Walker มาอ่านเปลี่ยนอารมณ์มั่ง นักเขียนท่านนี้มีผลงานแปลไทยหลายเรื่องทีเดียว ทั้ง Finders Keepers กับ 65 Hours ซึ่งทั้งสองเล่มคือสั้นกระจิ๋วเดียว แต่มีไดนามิกดี น่ารักมากๆ ทั้งคู่ ประกอบกับตอนนี้Learning to Feel มีให้โหลดอ่านฟรี เลยมองว่าน่าจะเหมาะกับการเปลี่ยนบรรยากาศ แนะนำสำหรับคนที่อยากได้อะไรสำหรับอ่านเยียวยาหรือคั่นอารมณ์ค่ะ
เรื่องย่อ: Learning to Feel เป็นแนว small-town / gay awakening ค่ะ ดำเนินเรื่องแบบSingle POV ของคุณหมอชื่อ Nathan เขาเป็นหมอที่ทำงานหนักจนรู้สึกว่าชีวิตตัวเองไม่มีอะไรเลย คือใช้ชีวิตตามกรอบมาตลอด พ่อเป็นหมอ พี่ชายก็เป็นหมอ (หมา) ตัวเขาเองก็เป็นหมอที่ประสบความสำเร็จแต่ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีความสุขจริงๆ เหมือนตายด้าน ไม่หือไม่อือไม่คลิกกับใครทั้งสิ้นไม่ว่าหญิงหรือชาย จึงย้ายจากบอสตันไปเป็นหมอในเมืองเล็กๆ โดยหวังว่าจังหวะชีวิตที่เปลี่ยนไปจะทำให้เขากลับมา “รู้สึก” อะไรในชีวิตได้บ้าง
ปรากฏว่าพอไปถึงบ้านพักที่ทางโรงพยาบาลจัดเตรียมไว้ให้แล้วก็ได้เจอTrent ศิลปินอิสระที่มาพักอยู่บ้านเดียวกันชั่วคราวเพื่อซ่อมบ้าน กับหมาแดงหนึ่งตัวชื่อเบนท์ลีย์ 💕เทรนต์เปิดตัวชัดแต่แรกว่าเป็นเกย์ ฮีเป็นคนที่บุคลิกตรงกันข้ามกับเนธานแทบทุกอย่าง ทั้งยิ้มเก่ง มีชีวิตชีวา ทำให้เนธาน “รู้สึก” ว่าใครสักคนน่าดึงดูดเป็นครั้งแรกในชีวิต🤭 จากนั้นความสัมพันธ์ก็ค่อยๆ พัฒนาไปพร้อมกับการที่เนธานค้นพบว่าตัวเองสามารถรักผู้ชายได้ แบบทำไมนะ อยู่กับเทรนต์แล้วรู้สึกทุกอย่างมัน “ถูกต้อง” ไปหมด และได้รู้สึกเหมือน “มีชีวิตจริงๆ” เป็นครั้งแรก ทำให้เขาได้เปิดใจให้ความรักและเรียนรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรจากชีวิต แต่พอเขาอุตส่าห์ยอมรับตัวเองได้ทั้งทีเทรนต์...คนที่เหมือนจะเฟลิทกับเขามาตั้งแต่ต้น กลับเป็นฝ่ายตีตัวออกหากเสียนี่ ถึงขั้นพาหมาขึ้นรถหนีเลยทีเดียว...😢😢😢
รีวิว: เรื่องนี้ไม่ยาวเลย (เมื่อเทียบกับมหากาพย์แต่ละเรื่องของ Tal น่ะนะ) ประมาณ 250 หน้าเอง แต่ดำเนินเรื่องได้ลงตัวดี คือเพราะปมมันไม่หนักด้วย เลยไม่จำเป็นต้องลากยาวให้รู้สึกเวิ่นเว้อ หลักๆ จะเป็นรื่องราวของคนที่กำลังเรียนรู้ที่จะมีชีวิต มากกว่าการฝ่าฟันอุปสรรคหนักๆ เพื่อให้ได้รักกัน ไม่ซับซ้อน ขณะเดียวกันก็ไม่เรียบง่ายจนน่าเบื่อ อ่านได้เพลินๆ แบบรวดเดียวจบเลย
แล้วด้วยความที่เป็นSingle POV ตอนแรกเราจะคิดว่าเป็นเรื่องที่เน้นหนักไปที่เนธานคนเดียว คือแบบเทรนต์แค่โผล่เข้ามาเพื่อปลุกความเป็นเกย์ในตัวเนธานไรงี้55 แต่ปรากฏว่านักเขียนให้น้ำหนักกับเทรนต์อย่างได้สมดุลทีเดียว คือตัวเทรนต์เองก็มีปมของตัวเอง คือเคยเจ็บกับความรักมาก่อนและปฏิญาณว่าจะไม่ยอมมีความรักจริงจังแบบทุ่มเททั้งหัวใจอีกแล้ว จนกระทั่งได้เจอกับเนธาน นั่นเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าต้องการใครสักคนอย่างจริงจัง ระหว่างทางถึงแม้จะพยายามบอกตัวเองว่าเป็นเรื่องทางกายแต่ก็เผลอใจรักเขาไปจนได้ แต่รักแล้วไง การจะก้าวข้ามแผลใจในอดีต เปลี่ยนตัวเองให้สามารถมีความรักอย่างจริงจังก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยากกว่าเนธานอีกมั้ง คือเนธานยอมรับตัวเองได้ เพราะเขามีจุดตั้งต้นว่า “จะยอมอนุญาตให้ตัวเองรู้สึก” ไง จึงออกแนวค่อนข้างอเมซิ่งกับความรู้สึกใหม่ๆ แบบ อู้ววฉันรู้สึกแบบนี้ได้ด้วยเหรอ 😂😂😂 แต่เทรนต์คือแนวปิดใจมาตั้งแต่ต้น ซึ่งตรงนี้มองว่านักเขียนเขียนได้ดีนะ คือถึงแม้จะเป็นการดำเนินเรื่องผ่านมุมมองเนธานคนเดียว แต่ก็ทำให้คนอ่านได้เห็นลึกถึงภายในใจของเทรนต์ด้วยผ่านการสังเกตของเนธาน คือไม่ได้ให้เทรนต์บอกเราตรงๆ ว่า “ฉันกลัวการรักใครอีกครั้ง” แต่ให้เนธานค่อยๆ สังเกตว่า “ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงถอยทุกครั้งที่ความสัมพันธ์เริ่มจริงจัง?” ซึ่งคนอ่านก็จะได้รับรู้ไปกับเนธานด้วย
สรุปคือชื่อเรื่อง Learning to Feel ตั้งได้เหมาะมาก คือสื่อถึงการเรียนรู้ของทั้งคู่เลยค่ะ คนหนึ่งเรียนรู้ที่จะ “รู้สึก” ขณะที่อีกคนหนึ่งก็ต้องเรียนรู้ที่จะ “รู้สึกถึงการเป็นที่รัก” และอีกจุดที่ชอบคือหลังจากคลี่ปมแล้วยังมีพาร์ทชีวิตหลังคบกันจริงจัง คอนฟลิคขณะพยายามปรับตัวเข้าหากันหลังตกลงใช้ชีวิตด้วยกัน ยาวไปจนถึงพาร์ทขอแต่งงานที่กินเวลาหลายปี ทำให้คนอ่านได้ฟินต่อ ไม่ใช่คบกันแล้วตัดจบแบบห้วนๆ ซึ่งน่าจะเป็นสไตล์ของ N.R.Walker เลยมั้ง คืออ่านมา 3 เรื่อง จบแบบแนวให้คนอ่านค่อยๆ เดินลงเนินไปส่งตัวละครถึงบ้านทั้งนั้นเลย ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าคลิกกับเคมีการเขียนแบบนี้อะ ไดนามิกถูกใจหมดเลย ยังไม่ผิดหวังเลยสักเรื่อง เรื่องนี้ก็ถือว่าหยิบมาอ่านตัดเลี่ยนได้พอดีมากๆ เอาไป วันไหนอยากเยียวยาก็อาจจะหยิบมาอ่านอีก เหมือน Finders Keepers ที่รีพีทบ่อยมากกกกก ให้คะแนนที่ 8.5/10 ค่ะ
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
Log in