เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
[Book Review] ผลพลอยได้จากอาการ book hangover หลังอ่านสารพัน MM Romanceparntranslation0
[Review] You & Me by Tau Bauer

  • [เรื่องย่อ+รีวิวตามใจฉัน+หวีด] นี่ดิชั้นทำอะไรลงไปกับชีวิต 😂😂😂

    เรื่องของเรื่องคืออ่านRachel Reid เสร็จแล้วไฮป์เลยไปขอให้ชี ChatGPT ช่วยแนะนำเรื่องอื่นต่อ โจทย์คือ HEA+พระเอกธงเขียว+อ่านจบแล้วมีความสุข นางก็โยนจักรวาล TalBauer มาให้อิฉันเลย แนะนำให้เริ่มจาก You & Me อ่านแล้วอีนี่ก็เกิดอาการ bookhangover ค่ะมันเมลต์มันเหลวมันน้วยเลยมาขอพื้นที่สครีมสักหน่อย #ปอป่านขอหวีดนิยายตามใจฉัน
    You & Me is a single dad, friends-to-lovers, bi awakening MM romance, full of dads and their exasperating teenage sons, high school sports shenanigans, and #FoundFamily. Come for the epic love, stay for the forever feels.

    เรื่องย่อ: You & Me 
    เป็นเรื่องราวความรักของคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวสองคนคือ Luke กับ Landon  ลุคคือเป็นพ่อหม้าย มีลูกติดชื่อเอ็มเม็ต ส่วนแลนดอนเป็นอดีตมอร์มอน ที่หลังแต่งงานมีลูกแล้วดันมาตื่นรู้ภายหลังว่าตัวเองเป็นเกย์ ความสัมพันธ์ของลุคกับเอ็มเม็ตระหองระแหงมาตลอด เพราะน้องเอ็มเป็นนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลและคุณภรรเมียของลุค (ไรลีย์) ก็ชื่นชอบอเมริกันฟุตบอล ชีเลยเข้ากับลูกได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย ขณะที่ตัวลุคเองเป็นหนุ่มติสต์ไม่มีหัวด้านกีฬา ทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองแปลกแยกเข้ากับเมียและลูกไม่ได้ จนกระทั่งเมียตาย เหลือแค่อยู่แค่สองหน่อพ่อลูกความสัมพันธ์ก็ยิ่งต่อไม่ติดไปกันใหญ่
    กระทั่งวันหนึ่งลุคแอบไปดูการแข่งขันของเอ็มเม็ตที่โรงเรียน (ต้องแอบไป กลัวลูกโกรธ+อายที่ตัวเองไปดู) และได้พบกับแลนดอนซึ่งเป็นพ่อของโบเวน ผู้เล่นอเมริกันฟุตบอลดาวเด่นประจำโรงเรียนที่เป็นเพื่อนสนิทกับเอ็มเม็ต พอแลนดอนพบว่าลุคกำลังอยากหาทางคืนดีกับลูกชายก็แนะนำให้เข้าร่วมสมาคมผู้ปกครอง มาทำกิจกรรมอาสาสมัคร (akaเป็นแรงงานนั่นเอง) สนับสนุนกลุ่มเด็ก ๆ นักกีฬาด้วยกัน 
    ในสายตาลุค แลนดอนคือเป็นคุณพ่อต้นแบบเลยรู้จักดูแลตัวเอง สี่สิบกว่าแล้วหุ่นยังเนี้ยบ แต่งตัวดี เหนือสิ่งอื่นใดคือสนิทกับโบเวนมาก ประกอบกับแลนดอนมนุษย์สัมพันธ์ดี แล้วปกติในสมาคมจะมีแต่พวกแม่ ๆ ไง พอลุคเข้ามาก็เลยกลายเป็นคู่หูกับแลนดอนเลย นายไปตักน้ำแข็งกับฉัน ฉันช่วยเสิร์ฟอาหารกับนาย ตัวติดกันไม่ห่าง ลุครู้สึกสนิทสนมกับแลนดอนได้อย่างง่ายดายราวกับเจออีกชิ้นส่วนจิ๊กซอลที่คลิกกัน (ปิ๊งเค้าตั้งแต่แรกพบแหละ) ไม่ได้ก่อให้เกิดความตะขิดตะขวงเลยสักนิดแม้แลนดอนจะประกาศชัดว่าตัวเองเป็นเกย์
    พอได้รับอิทธิพลบวก ๆ ๆ จากแลนดอนและความช่วยเหลือจากโบเวน ความสัมพันธ์ระหว่างลุคกับเอ็มเม็ตเลยค่อย ๆ พัฒนากลับมาได้ทีละนิดละน้อย ทั้งสี่คนทำกิจกรรมร่วมกันบ่อย ๆ ไปเดินงานเทศกาลด้วยกัน ไปทำกับข้าวกินกันที่บ้านแลนดอน ทำให้ลุครู้สึกเหมือนว่าการได้รู้จักกับแลนดอนทำให้โลกที่เคยเป็นสีขาวดำของตนกลับมามีสีสันอีกครั้ง รู้ตัวอีกทีเขาก็ตกหลุมรักแลนดอนไปแล้วแบบ head over heels ส่วนแลนดอนก็รู้สึกดี ๆ กับลุคมานานแล้ว (เฟลิทเค้ามานานนน แต่เค้าบอกเพื่อนกันงัยย) แต่ก็ยังมีปมในใจเพราะตัวเองเคยเป็นมอร์มอน และต้องต่อสู้กับความรู้สึกตัวเองมาหนักหน่วง ถึงแม้จะดิ้นรนจนยอมรับตัวเองได้ในท้ายที่สุด แต่การจะตกร่องปล่องชิ้นกับใครก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความกล้าหาญมาก ๆ ๆ ๆ สำหรับเขาอยู่ดี
    ซึ่งตรงจุดนี้ก็คือกำแพงที่ลุคกับต้องเจาะทะลวงไปให้ได้ และต่อให้เจาะกำแพงหัวใจแลนดอนได้แล้วก็ต้องมาเครียดกับเจ้าลูกชายอีกความสัมพันธ์ของของตัวเองกับเอ็มเม็ตก็ยังไมได้เป็นปึกแผ่นแน่นหนาอะไร เพราะตัวเองก็ยังมีปมเรื่องแม่ของเอ็มเม็ตที่เก็บงำไว้ไม่เคยบอกใคร ลุคเลยคิดมากไปสารพัดแล้วเอ็มเม็ตจะมองยังไง ถ้ารู้ว่าฉันอิ๊อ๊ะมีซัมติงรองซัมติงไรท์กับพ่อของเพื่อน/รุ่นพี่ที่ลูกทั้งสนิททั้งเคารพ แล้วเอาจริง ๆ ตัวลุคนั่นแหละ พร้อมแล้วหรือยังที่จะบอกคนทั้งโลกว่าตัวเองเป็นเกย์...
    รีวิว (+สปอยล์): 
    อ่านจบ สิ่งแรกที่นึกคือสมแล้วววววววว ที่ GPTอวยนักหนาว่า Tal เป็นเจ้าพ่อแห่งการแต่งมหากาพย์ความรัก เค้าเป็นผู้ชายที่เขียนอธิบายอารมณ์ได้ละเอียดละเมียดละไมดีจังเลย อ่านจบแล้ว stay for the forever feels สมดังที่อวดอ้าง ภาษาก็อ่านง่ายสไตล์เมกันบทสนทนากระชับ มุกเป็นอะไรที่ขำได้ง่าย ๆ แบบไม่ต้องตีลังกาคิดสามตลบเหมือน MMฝั่งอังกฤษ
    จุดที่เสียดายคือเรื่องนี้เป็น Single POV โดยส่วนตัวชอบเสน่ห์ของ DualPOV ที่ส่วนใหญ่ MM ฝั่งตะวันตกจะใช้เทคนิคการเขียนแบบนั้นเยอะ คือมันทำทำให้ได้รับรู้ความรู้สึกของพระเอกทั้งสองคนรู้สึกว่า “ความรักเป็นเรื่องของทั้งสองคน” แต่นี่พอเป็นมุมมองลุคคนเดียว ประกอบกับ Tal เป็นสไตล์เขียนแบบเน้นบรรยายความรู้สึกในใจ บางทีมันเลยให้ความรู้สึกเวิ่นเว้อ ถ้าเกลี่ยไปมองจากมุมมองของแลนดอนบ้างน่าจะได้สมดุลกว่านี้ 
    แต่นี่มันเหมือนทุกอย่างวนอยู่ในหัวลุค ตั้งแต่พาร์ทแรกที่วนอยู่กับการตำหนิตัวเองไปจนถึงช่วงวิเคราะห์ตัวเองช่วงหาเหตุผลว่า อุ๊ย ตกลงฉันเป็นไบเหรอเนี่ย จนกระทั่งตกหลุมรักแลนดอน พาร์ทนี้ทำให้รู้สึกแอบเลี่ยนไปเลย คือแบบตอนแรกเปิดมาซะ “ฉันอยากเป็นพ่อทีดีจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้รอยยิ้มเอ็มเม็ตกลับมา” พอตกหลุมรักปุ๊บกลายเป็น “ฉันไม่เคยนึกอยากได้ใครเท่าเขามาก่อนเลย” แบบโลกทั้งใบเหลือแค่นาย กระทั่งปมเรื่องลูกถูกลืมเลยทำให้รู้สึกเหมือนคาแรกเตอร์ของลุคไม่สอดคล้องกันกับที่คิดไว้นิดหน่อย
    นอกจากลุคแล้ว Tal เขียนตัวละครหลักทั้งสี่ คือลุค แลนดอน เอ็มเม็ต โบเวน ได้ดีมากนะ คาแรกเตอร์ทุกคนมีเสน่ห์ เลยยิ่งเสียดายที่ไม่ได้ฟังเรื่องราวในมุมมองคนอื่นเลย อ่านแล้วอยากจะกรี๊ดว่า “แล้วแลนดอนของนุล่ะ !?” คืออยากเห็นการบรรยายถึงความรู้สึกสับสน กลัวเสียมิตรภาพตอนเจอกันครั้งแล้วมองลุคยังไง ตกหลุมรักเมื่อไหร่ เพราะไม่มีรายละเอียดตรงนั้นเลยจึงทำให้รู้สึกลึกลับ ให้ความรู้สึกเหมือนแลนดอนเป็นวัตถุแห่งความรัก มากกว่าตัวละครหลักอีกคน
    หลังจากผ่านโซนหวานฮันนีมูนพีเรียด(ในหัวลุค) มาแล้ว ก่อนที่เอ็มเม็ตจะถูกลืม Tal ก็ตัดเลี่ยนด้วยการเฉลยความลับของน้อง ว่าน้องแอบโดปยาค่ะคุณขา ฮือออ เอ็มเม็ตของช้านนน กอดนะรู้กกกก ಥ_ಥ และพลอยทำให้ความลับเกี่ยวกับไรลีย์ (แม่น้อง) ว่าจริง ๆ แล้วเธอไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ แต่เพราะเสพยาเกินขนาด ที่ลุคเก็บงำไว้มาตลอดต้องเปิดเผยไปด้วย ตรงนี้มองว่า Tal วางพล็อตได้น่าสนใจดี ไม่นึกว่าปมของไรลีย์จะมาสอดคล้องกับความลับของเอ็มเม็ตได้ สุดท้ายพอพ่อลูกก้าวผ่านปมนี้ไปด้วยกันได้แล้ว ก็ทำให้ความสัมพันธ์พ่อลูกกลับมาแน่นแฟ้นไม่มีอะไรต้องปิดบังกันอีกต่อไป ที่ดีคือทั้งที่ปมหนัก แต่ผู้เขียนไม่ได้ขยี้ตรงนั้นมากทำให้ไม่ต้องรู้สึกหน่วงเกิน
    จากนั้นก็ตามมาด้วยการเปิดตัวของลุคกับแลนดอนซึ่งถือว่าทำได้น่ารัก ใด ๆ ก็ขอให้เครดิตกับน้องเอ็มเม็ตอีกครั้ง น้องให้การยอมรับลุคโดยการวาดรูปลุคกับแลนดอนมาให้ ซีนนั้นถือเป็นซีนโมเอแห่งศตวรรษ!!! ดีแล้วที่ไม่ดึงไม่ดราม่าอีกระลอก ไม่งั้นอาจรู้สึกว่าดราม่ามันประเดประดังไปหน่อยโดย
    รวมทั้งเรื่องถือว่าอบอุ่น ไม่เบา ไม่เรียบเกิน มีดราม่ากำลังดี พอที่ทำให้รู้สึกอิ่มเอมกับ Emotional Payoff ที่ได้รับ คือเปิดด้วยลุคกับเอ็มเม็ต >>> ลุคกับแลนดอน >>> แตะเรื่องอเมริกันฟุตบอล >>> การค้นหาและยอมรับตัวเอง >>> คอนฟลิคครอบครัว >>> จุดพีคดราม่า >>> คลี่คลาย >>> Happy Ending คือเป็นดราม่าที่ทำให้ตัวละครเติบโต เหมือนขับรถขึ้นเขาแล้วพอลงเขาปุ๊บก็ยังขับต่อไปอีกนิดพอให้ได้เจอวิวสวย ๆ เป็นรางวัลให้คนอ่าน 👌👌👌
    แถม ๆ คือชอบความสัมพันธ์ระหว่างโบเว็นกับเอ็มเม็ตเป็นพิเศษด้วยโบเวน คือบั่บบบพ่อโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ยูกม๋าเยียวยาของเจ้  ☆*: .。. o(≧▽≦)o .。.:*☆ คือนอกจากความพยายามของลุคแล้ว นี่มองว่าโบเวนก็เป็นส่วนช่วยมากๆ ในการกะเทาะเปลือกของเอ็มเม็ต คือเป็น Bromance น่ารักประสาหนุ่มนักกีฬาสองคนเลยแหละ อิฉันละแพ้นักเวลาเค้าเอาหน้าผากชนกัน เล่นเอาอยากได้เล่มแยกอีกสักเล่มเลย แฮ่ ๆ (*/ω\*)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in