Amazing ThailandTeeraphat Janejai
สงครามสอบ
  • การสอบ เป็นเหมือนช่วงที่ประเทศห้องเรียนเกิดภาวะสงคราม เป็นภาวะการณ์ที่ไม่ปกติ 

    หากคุณเตรียมตัวรับมือมาเป็นอย่างดี คุณก็อาจจะผ่านพ้นไปได้โดยง่าย 

    ส่วนคนที่ไม่ได้เตรียมตัว... จะด้วยข้ออ้างใดๆ ก็ตาม แต่เมื่อไม่ได้พกความรู้มาเข้าห้องสอบ ข้อสอบที่วางอยู่บนโต๊ะก็เหมือนกับไม่ได้ใช้ภาษาคนเขียน เวลาที่ผ่านมาทั้งเทอมเหมือนกับไม่มีอยู่จริง สังคมจึงต้องการความร่วมมือสมัครสมาน

    ไม่ว่าจะเป็นเด็กเรียน เด็กกิจกรรม เด็กท่องเที่ยว (นอกรั้วโรงเรียน) ทูตประจำร้านเกมส์ นักกีฬาทีมชาติ มาเฟีย นักต่อสู้เพื่อสังคม (แก๊งค์ตัวเองนั่นแหละ) ไม่ว่าคุณจะประกอบอาชีพอะไรมาก่อนในสังคมห้องเรียน แต่เมื่อถึงคราวสงครามสอบ อาชีพของคุณก็จำเป็นจะต้องเปลี่ยนไปเพื่อความอยู่รอดในเทอมนี้

    ทำให้เกิดอาชีพเฉพาะกาล ที่พัฒนามาจากความถนัดส่วนตัวเดิมของแต่ละคน เพียงแต่ทุกคนมีเป้าหมายร่วมกัน คือ สอบผ่าน

    ...

    ติวเตอร์—ส่วนมากแล้วจะเป็นเด็กตั้งใจเรียนระดับหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องสอบได้ที่หนึ่ง แต่แค่มีความน่าเชื่อถือจากเพื่อนๆ ว่าจะเป็นผู้ที่ย่อความรู้ที่เรียนมาหนึ่งเทอม ให้เหลือแค่พอสามารถพกพาเข้าห้องสอบด้วยสมองอันน้อยๆ ได้ คุณสมบัติสำคัญ คือ พูดรู้เรื่อง จับใจความจากสิ่งที่ครูสอนได้ดี ลายมือสวย มีทักษะการใช้สีไฮไลต์ให้เราได้เพลิดเพลินกับการอ่าน และเลคเชอร์เป็นระเบียบ (สำคัญมากสำหรับผู้ที่ไม่สามารถเข้าร่วมการติวได้) 

    พ่อค้า—มักจะพบเจอได้ในที่หน้าห้องสอบ โดยสินค้าของเขาคือ ปากกา ดินสอ 2B ยางลบ ลิขวิด แต่จะเรียกพ่อค้าก็ไม่ค่อยถูกนัก เพราะตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นว่าจะมีการซื้อขายเกิดขึ้นเลย มักจะเป็นการให้เปล่าเสียมากกว่า ("เพื่อนกันป่ะว้า" / "มึงจะเอาเงินกูจริงๆ เหรอ" / "เดี๋ยวสอบเสร็จคืน") เป็นอาชีพที่สำคัญมาก หากขาดพวกเขาไป ผู้บริโภคจำนวนมาก (ที่ไม่เตรียมตัว) ต้องซื้อสินค้าจากร้านลุงหน้าโรงเรียนที่บวกค่าขนส่งประหนึ่งว่าเป็นดินสอนำเข้ามาจากบราซิล 

    ผู้ผลิต—ในหนึ่งห้องสอบมักมีไม่กี่คน (อาจเป็นคนเดียวกับติวเตอร์) ซึ่งขึ้นอยู่กับตำแหน่งในการนั่งในห้องสอบด้วย ว่าปลอดภัยที่จะส่งข้อมูลหรือไม่ จะถูกตัดตอนก่อนหรือเปล่า โดยผู้ผลิตมีทั้งที่เต็มใจและจำใจเป็น...

    เอเยนต์—เป็นคนที่รับข้อมูลมาจากผู้ผลิต ด้วยความที่เป็นนักธุรกิจจึงมีสายตาที่ยาวไกล (ไม่ต้องกว้างไกลก็ได้ครับในสถานการณ์นี้) อ่านเกมแม่นยำ และมีเทคนิกในการกระจายสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคอย่างปลอดภัย จึงทำให้เขาต้องมีความสุขุมนุ่มลึกมากพอที่จะไม่ทำให้ถูกคุณตำรวจ (ครูคุมสอบ) ล่วงรู้แผนการและจับได้โดยละม่อมเสียก่อน 

    ผู้บริโภค—เป็นผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในทุกๆ ด้านจากทุกอาชีพที่กล่าวมา และมักจะเป็นคนที่ร้อนรนเหมือนถือยาบ้าร้อยเม็ดไว้ในมือจนถูกตำรวจจับได้ในที่สุด 

    สไนเปอร์—ไม่มีทางที่คุณจะรู้ว่าเขาคือใคร อยู่ตรงไหนของห้องสอบ รู้ตัวอีกทีเขาก็ได้เกรดสี่ไปครอบครองแล้ว แม้ว่ายามปกติเราจะเห็นเขาเล่นตลกโปกฮาอยู่กับเรา หลับในห้องเหมือนเรา เตะบอล ร้องเกะด้วยกัน เราได้แค่ 2.5 แต่ทำไมเขาถึงได้เกรดสี่เหรอครับ เพราะเขา 'ซุ่ม' ไงครับ

    นักมายากล—เป็นผู้ที่พยายามไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับใครเท่าไหร่นัก เพราะเขาเตรียมตัวมาแล้วเป็นอย่างดี ไม่ต้องการความช่วยเหลือใดๆ เขามีทักษะในการซ่อน (ที่ต้นขา) ปกปิด (ด้วยแขนเสื้อ สายนาฬิกาข้อมือหรืออะไรก็ตามแต่) แม้แต่การเข้ารหัสด้วยกระบวนการที่ซับซ้อน ทำให้ตำรวจไม่มีหลักฐานในการจับเขาได้

    สายลับ—เพิ่งจะเกิดขึ้นในสงครามยุคหลัง โดยมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้อย่างเช่น 
    เพจเจอร์ส่งโพยโดยการสั่น แว่นตาติดกล้องส่งข้อมูลออกนอกห้องสอบ นาฬิกาและเครื่องคิดเลขที่รับส่งข้อความได้ หรือบ้านๆ กว่านั้นก็ใช้สมารท์โฟนส่งไลน์ก็เนี่ยแหละ คาดว่ากลุ่มคนเหล่านี้มีความใฝ่ฝันที่จะเป็นโคนันคุง หรือเจมส์ บอนด์ ซึ่งส่วนใหญ่มักไปไม่ถึงฝั่งฝัน เพราะโดนตำรวจรวบทุกที 

    ...

    มันเป็นโมเมนต์ที่นึกถึงทีไรก็รู้สึกอบอุ่นถึงขั้วหัวใจ ไม่น่าเชื่อเลยว่าพวกเรา (ในห้อง) จะสามัคคีกัน ช่วยเหลือเกื้อกูล (ด้วยความเต็มใจบ้างไม่เต็มใจบ้าง) ช่างเป็นภาพที่สวยงามจริงๆ ครับ แต่ก็น่าเสียดาย...

    เสียดายว่าเพื่อนๆ บางอาชีพ อาจจะโดนตำรวจ (ที่ไม่ใช่ครูคุมสอบ) จับเข้าให้จริงๆ 

    เสียดายที่เพื่อนๆ บางอาชีพ ไม่ได้ใช้ความสามารถเฉพาะตัวในทางที่ถูก

    เสียดายที่เพื่อนๆ บางอาชีพ อาจจะเดือดร้อนและทำให้คนอื่นเดือดร้อนจนไม่มีโอกาสไปประกอบอาชีพจริงๆ 


    และเสียดายสำหรับคนที่เตรียมพร้อมแต่ต้องเสียโอกาสเพียงเพราะความไม่พร้อมของบางคน








     






Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in