Mumei’s Diary無名
บันทึกสุกี้ยากี้ (1) : love talk
  • อันนยองยอรอบุน มุเมย์อิมนีดา~

    จากโพสที่แล้ว ก็คือมุเมย์ย้ายออกจากหอจะไปหอใหม่อะเนอะ
    ตอนเก็บของจากหอเก่า ก็ไปเจอพวกชีทเรียนต่าง ๆ ที่ดองเอาไว้ไม่เคยเก็บทิ้งสักอย่าง
    แล้วมุเมย์ก็ไปเจอกับสิ่งนึง จากวิชาเขียนภาษาญี่ปุ่นของมุเมย์
    มันเป็นอารมณ์แบบ ชีทงานที่เอาไว้ให้เราเขียน Free writing ส่งอาจารย์
    ก็เลยเปิดอ่านดู แล้วก็พบกับความเบียว ความป่วงของตัวเองสมัยที่เขียนเรื่องนั้น ๆ นั่นแหละ
    เลยคิดว่า จะเอามาแบ่งปันกันดู บทความตัวจริงที่มุเมย์เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นจะแปะไว้ข้างล่าง
    ส่วนบทความภาษาไทยที่เห็น ก็คือแปลจากตัวงาน Free writing ของมุเมย์มาอีกทีนึงนะคะ
    มุเมย์มีเรียนวิชาเขียน 3 ตัวด้วยกัน เพราะงั้นก็จะมีชื่อบันทึกแตกต่างกันไปด้วย
    เริ่มจาก Sukiyaki Note → Oden Note → Sushi Note เรียงกันไป 3 ตัวนะคะ
    ความเข้มข้นของความเบียว ความป่วยรัก ความสาวน้อยตาหวานจะเรียงจากมากไปน้อยค่ะ
    เพราะพอเวลาผ่านไป ก็ค่อย ๆ คิดได้ว่าตัวเองก็ ขี้มโนไปเยอะอยู่ 555555555555555(ขำทั้งน้ำตา)

    เอาล่ะ...
    ก็เวิ่นเว้อมาพอสมควรเดี๋ยวไปอ่านกันเลยดีกว่า ↓

    บันทึกสุกี้ยากี้ (1) ―love talkー

    ...เรื่องรักๆใคร่ๆเนี่ย ไม่ว่าจะเป็นใครมันก็ต้องมีกันทั้งนั้นแหละน่า

           ถ้าจะพูดถึงเรื่องรักๆของฉันแล้วล่ะก็นะ คงเรียกได้ว่าเป็นเรื่องราวที่หวานอมขมกลืนและก็น่าสงสารเรื่องนึงเลยล่ะ แต่ไหนแต่ไร ฉันก็ทำได้แค่รักเขาข้างเดียวเท่านั้นแหละ นั่นก็เป็นเพราะเวลาฉันจะชอบใครก็ตาม ก็มักจะเริ่มต้นจากความสัมพันธ์แบบเพื่อนทุกครั้งเลย ไอ้การบอกความรู้สึกชอบออกไปให้อีกฝ่ายรู้ หรือการสารภาพรักอะไรนั่นน่ะ แม่งโคตรจะยากเลย และก็เพราะว่าไอ้เราก็อาจจะไม่อยากยอมรับผลหลังจากที่สารภาพรักออกไป หรือ อาจจะแบบกลัวว่าถ้าพูดว่า "ชอบ" ออกไปแล้วจะกลับไปเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมไม่ได้เนี่ย มันก็ทำให้ไม่สามารถก้าวข้ามการรักเขาข้างเดียวไปได้สักที

           ถ้าจะพูดถึงคนที่ฉันชอบ เขาก็เป็นเพื่อนฉันคนนึงแหละ เป็นคนที่ดูดีในระดับนึง แล้วก็ยังหัวดีอีกด้วยนะ แต่เพราะว่าฉันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นพวกที่ชอบคนจากรูปลักษณ์ภายนอก ก็เลยไม่ได้ชอบเขาตั้งแต่แรกหรอก แต่อยู่มาวันนึงก็มีเหตุให้ต้องทำงานกลุ่มอยู่ด้วยกันจนเช้า ก็ได้คุยกันหลาย ๆ เรื่อง แล้วก็ชอบด้านที่ดูจริงจังของเขาขึ้นมาล่ะ พอหลังจากวันนั้นฉันก็เริ่มทักเขาไปทางไลน์บ้าง ช่วงแรกก็ทักถามงาน ถามการบ้านไปตามสเต็ป หลังๆก็ไปปล่อยมุกใส่บ้าง ชวนกินข้าวบ้าง แน่นอนว่าไอ้ตอนที่ชวนก็มีไปด้วยบ้าง โดนปฏิเสธบ้างเป็นธรรมดา แต่ด้วยการคุยเล่นกันแบบนี้ ก็ทำให้รู้สึกว่าสนิทกันมากขึ้น จากวันแรกที่ทักไปจนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาได้ 5 เดือนแล้ว

           แต่ก็เพราะว่าไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเขาจะรู้สึกเหมือนกันไหมด้วย ก็เลยยังไม่ได้สารภาพออกไป เล่าให้เพื่อนฟังเพื่อนก็บอกว่า "ถ้าสารภาพออกไป คำตอบมันก็มีอยู่ 2 อย่าง คือ 'ได้คบ' กับ 'โดนปฏิเสธ' แต่ถ้าไม่บอกไปก็จะไม่รู้คำตอบอยู่อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ นะ พอถึงตอนนั้นถ้าเขาไปคบกับคนอื่นขึ้นมาแกจะทำยังไง ถ้าไม่บอกไว้ก่อนเดี๋ยวก็จะมาเสียใจภายหลังเอานะ" แล้วเดือนหน้าก็วันวาเลนไทน์พอดี เพราะงั้นก็ว่าจะถือโอกาสตรงนั้นไปบอกชอบเลยละกัน ผลลัพธ์จะเป็นยังไงก็ไว้รอดูกันอีกที


    すきやきノート①:恋バナ

     恋バナって、誰でもあるだろう。

     私は、自分の恋バナっていうなら、ほろ苦くて可哀想な話だと思う。私は恋にできることは片想いしかない。なぜなら私の恋の気持ちはいつも友達関係から起こることだからだ。相手に好きな気持ちを伝えることや、告白することなどなんて、大変難しいことだ。それは、告白した後の結果を受け入れたくないことや、「好き」と言ってから普通の友達関係に戻れなくなることなどが怖いから、私は片想いを超えられない。

     私の好きな人と言えば、彼は私の友達だ。彼は格好よくて、頭がいい人だが、私は人の外見だけを見てから好きになるタイプではないから、最初から彼のことが好きなわけではない。しかし、ある日、グループプロジェクトの宿題で、私は彼と2人で朝まで図書館にいられた。その時は、色々な話ができて、彼の真面目なところを好きになった。その日から毎晩、私は彼にLINEというSNSで話しかけていた。最初には宿題や勉強のことなどで話していた。そのあとは、冗談や食事に誘うことなどもあった。誘うのは、受けられることもあれば、断られることもあった。だけど、そんな話し方がきっかけで、彼との仲がだんだん良くなってきた。初めて話しかけてから、5ヶ月が経った。

     しかし、相手の気持ちは同じかどうかはわからないので、今はまだ告白していない。友達は私に、「告白したら、答えは2つある。それは『彼と付き合える』と『彼に断られる』だけど、告白しなかったら、彼の答えは知らないままだよ。それで、彼は他の子と付き合うことになったらどうする?告白しておかないなら、後悔しちゃうじゃない?」と言ってくれた。そして、来月はバレンタインデーだから、その機会で告白しようと思う。結果はどうなるかお楽しみだ。

    เอาล่ะ ก็จบไปแล้วกับ 1 ความเบียวในอดีตของมุเมย์นะคะ
    ที่เขาพูดกันว่าความรักทำให้คนเราตาบอดนั้น มุเมย์ว่าจริง
    อาการคลั่งรักเป็นสิ่งที่น่ากลัว ก็ขอให้ทุกคนพึงระวังเอาไว้นะคะ
    แต่ในทางกลับกัน ความเบียว ๆ ก็ทำให้มุเมย์มีเรื่องไว้เขียนส่งอาจารย์แล้วก็ถูกชมเยอะด้วยค่ะ
    ก็ถือว่ามีทั้งข้อดีข้อเสียเนอะ ยังเหลือเรื่องราวความเบียวอีก 8 เรื่องยังไงก็ติดตามรออ่านก็ได้น้าา

    มุเมย์ 16/8/2021
    1:11 AM
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in