Let's Review!NickyWit
Sitll on my mind : สถิตในใจชั่วนิรันดร์ (๑/๒)
  • เข้าสู่เดือนตุลาคมอีกครั้ง
    เดือนที่ใครหลายๆคนไม่อยากให้ถึง...แต่มันก็มาถึง เพราะ


    เดือนนี้ของปีที่เเล้วเป็นเดือนที่คนไทยอยู่ในภาวะโศกเศร้ามากที่สุด ทุกอย่างอยู่ในภาวะหยุดนิ่ง มองไปทางไหนมีเเต่คนที่เเต่งตัวคุมโทนไว้ทุกข์ ทุกสิ่งทุกอย่างกลับเงียบสงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

    จนเดือนนี้ของปีนี้...เวียนมาบรรจบอีกครั้ง ถึงเเม้ว่าจะยังไม่ครบปีดีดักเเละยังไม่ถึงเวลาของพระราชพิธีสำคัญก็ตาม แต่...ภาพที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่เเล้ว มันย้อนกลับมาอีกครั้ง เเทบทุกคนเปลี่ยนรูปโปรไฟล์บนเฟสบุ้ค (รวมถึงโซเชียลอื่นๆ) เป็นโทนขาวดำ หลายสิ่งเริ่มอยู่ในภาวะเงียบสงบเหมือนปีที่เเล้ว เเละเราเองก็เช่นกัน

    วันนี้ "Let's Review" จึงขอนำเสนอ ๑๓ บทเพลงพระราชนิพนธ์ที่เราฟังมากที่สุด ชอบมากที่สุด เป็นบทเพลงที่เราฟังในบางครั้งที่เราคิดงานไม่ออกโดยส่วนใหญ่นั้น บทเพลงเหล่านี้มักจะเปิดในช่วงเวลาที่เป็นวันสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับพระองค์ท่าน ช่วงเวลาคงเป็นอีกช่วงหนึ่งที่เราเปิดบทเพลงเหล่านี้อีกครั้ง

    เรามาเริ่มกันเลยนะคะ

    บทเพลงเเรก
    เพลง : เพลงพระราชนิพนธ์ ยามเย็น (เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๒)
    ทำนอง : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
    คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ

    "แดดรอนๆ เมื่อทินกรจะลับเหลี่ยมเมฆา
    ทอแสงเรืองอร่ามช่างงามตา ในนภาสลับจับอัมพร
    'Tis sundown.
    The golden sunlight tints the blue sea.
    Paints the hill and gilds the palm tree,
    Happy be, my love, at sundown.
    "



    บทเพลงที่ ๒

    เพลง : ชะตาชีวิต (H.M. Blues) [เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๕]

    เพลงพระราชนิพนธ์ ชะตาชีวิต (H.M. Blues) เป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 5 ทรงพระราชนิพนธ์หลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติ และเสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงพระนิพนธ์คำร้องภาษาอังกฤษ

    ในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครบ 20 พรรษา ในพ.ศ. 2490 ข้าราชการ นักเรียนและคนไทยในสวิตเซอร์แลนด์ ร่วมกันจัดงานเฉลิมฉลองติดต่อกันหลายวัน ในวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2490 มาตั้งวงเล่นดนตรีที่พระตำหนักวิลลาวัฒนา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดนตรีด้วย ในงานมีการทายชื่อเพลงพระราชนิพนธ์ใหม่ H.M.Blues ว่า H.M. แปลว่าอะไร ผู้ที่จะทาย ต้องซื้อกระดาษสำหรับเขียนคำทายใบละครึ่งฟรังซ์ จุดประสงค์เพื่อระดมทุนสำหรับช่วยเหลือคนจน โดยวงดนตรีบรรเลงเพลงให้ผู้ร่วมงานเต้นรำโดยไม่หยุดพัก

    ระหว่างเลี้ยงอาหารว่างตอนดึก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริร้องเพลงพระราชนิพนธ์เพลงใหม่ H.M. Blues เนื้อเพลงมีใจความว่า "คนอื่นๆ ที่ไม่ได้เล่นดนตรี ต่างก็อิ่มหนำสำราญกัน แต่พวกเราที่กำลังเล่นดนตรีต่างก็หิวโหย และไม่มีแรงจะเล่นต่อไปอีกแล้ว"

    ในงานไม่มีผู้ใดทายชื่อถูกเลยสักคนเดียว เพราะทุกคนต่างคิดว่า H.M. Blues ย่อมาจาก His Majesty 's Blues ซึ่งแปลว่าเพลงแนวบลูส์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่แท้ที่จริงแล้ว H.M.Blues ย่อมาจาก Hungry Men's Blues แปลว่าเพลงแนวบลูส์ของผู้ที่หิวโหยต่างหากคำร้องภาษาไทย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร เป็นผู้ประพันธ์ แต่เนื่องจากในเวลานั้นคำร้องภาษาอังกฤษ ไม่ได้พระราชทานลงมา และเพราะต้นฉบับอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ ดร.ประเสริฐ จึงใส่คำร้องภาษาไทย ที่มีความหมายออกมาคนละแบบ

    "นกน้อยคล้อยบินตามเดียวดาย
    คิดคิดมิวายกังวลให้หม่นฤทัยหมอง
    ขาดมวลมิตรไร้คนสนิทคู่เคียงครอง
    หลงใหลหมายปองคนปรานี
    ขาดเรือนแหล่งพักพำนักนอน
    ขาดญาติบิดรและน้องพี่
    บาปกรรมคงมี จำทนระทม
    We've got the Hungry Men's Blues.
    You'll be hungry too, if you're in this band.
    Don't you think that our music is grand?
    We've got the Hungry Men's Blues.
    You've eaten now all of you.
    We'd like to eat with you too,
    That's why we've got the H.M. Blues."



    บทเพลงที่ ๓

    เพลง : อาทิตย์อับแสง (Blue Day) [เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๘]


    #เราชอบเพลงนี้ที่สุดเลย..ตั้งเเต่ที่เป็นเพลงประกอบละครเรื่องสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอนคุณชายรณพีร์เเล้วค่ะ เเต่มาทราบภายหลังว่าเป็นหนึ่งในเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชด้วยเช่นกัน

    เพลงอาทิตย์อับแสง หรือ Blue Day ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อวันพุธที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๒ ขณะประทับแรมบนภูเขาในเมืองดาฟอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ขณะยังทรงเป็นหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ทรงขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ Blue Day พร้อมด้วย เพลงพระราชนิพนธ์ Dream of Love Dream of You หลังพระกระยาหารค่ำในงานเลี้ยง ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๒ ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานพระธำมรงค์หมั้นในวันนั้น



    บทเพลงที่ ๔
    เพลง : ยิ้มสู้ [เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๑๖]

    "โลกจะสุขสบายนั้นเป็นได้หลายทาง ต้องหลบสิ่งกีดขวางหนทางให้พ้นไป"


    บทเพลงที่ ๕
    เพลง : Oh I Say [เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๒๑]
    ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
    คำร้อง: หม่อมราชวงศ์ เสนีย์ ปราโมช

    "Happiness comes only once in a lifetime.
    We do not know whence we come, where we go.
    So here goes."

    บทเพลงที่ ๖
    เพลง : เพลงพระราชนิพนธ์ ค่ำแล้ว [Lullaby]
    ทำนอง : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

    -----------------------------------------------------------------------------------

    เพลงพระราชนิพนธ์ ค่ำแล้ว [Lullaby]เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๒๔
    ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๘


    บทเพลงที่ ๗
    เพลง : เพลงพระราชนิพนธ์ ใกล้รุ่ง (Near Dawn)
    บทเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๔ ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. ๒๔๘๙


    ผ่านไปกับ ๗ บทเพลงเเรกที่เรานำเสนอ
    ทั้งหมดนี้เราทำเพื่อถวายความอาลัย เเละรีวิวว่ามีบทเพลงใดบ้างที่เราชอบ หลายคนมักจะมองว่าเราไม่ได้ฟังเพลงพระราชนิพนธ์หรือไม่รู้จักบทเพลงเหล่านี้เลย แท้จริงเเล้วเราก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบบทเพลงเหล่านี้เช่นกัน


    บทความรีวิวนี้มี ๒ ตอน เเล้วพบกันตอนหน้าค่ะ
    #RookieWriter
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in