Nice to meet you.iribichi
ทะเล (ของ) Cry.
  • ทะเล......
    หลายครั้งที่พูดถึง "ทะเล" เรามักนึกถึงน้ำเค็มๆสีน้ำเงิน

    ท้องฟ้าสีฟ้า ลมพัดปะทะหาดทราย และเสียงคลื่นเกลียวกลาย


    นั้นคงเป็นในจิตนาการของใครหลายๆ คน และในความคิดฉันก็เช่นกัน

    ทะเลของครอบครัว 
    คงเป็นสถานที่พักผ่อน พาลูกเล็กเด็กแดงมาวิ่งเล่น นั่งก่อกองทรายกันใหญ่โต สุดท้ายก็ถูกคลื่นกลืนกินไป แต่ก็ยังอดขำขันกันและสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้เรื่อยๆ ไม่ยอมเบื่อ แถมโดนน้ำเค็มๆ เข้าปากบ้างก็ยังไม่บ่นสักคำ มีพ่อแม่นั่งกินปลาหมึกกรอบๆ บนผ้าใบริมชายหาด ฟังเสียงคลื่นผสมเสียงหัวเราะของเด็กๆ กันเจื้อยแจ้ว 
    ใช่, ฟังดูมีความสุขเชียวแหละ 

    ทะเลของคู่รัก 
    จากน้ำสีฟ้าและเค็ม มันอาจกลายเป็นสีชมพูปนรสหวาน แต่ความหวานมากน้อยนี่ก็คงขึ้นกับความเลี่ยนของแต่ล่ะคู่จะจูงมือกันไปสำลักความสุขกันตรงนั้น ส่วนเขาจะทำอะไรกันบ้างก็...ข้ามไปเถอะ เดี๋ยวเอาน้ำมาดับตาร้อนๆให้ไม่ทัน



    ทะเลของนักกีฬา
    นี่มันสวรรค์ชั้นยอดของนักเล่นเจ็ตสกี เซิร์ฟบอร์ด เรือใบ ให้ตายเถอะ! อะไรจะสนุกไปมากกว่าการโต้คลื่นน้ำพร้อมกับรับแสงแดงและลมที่ปะทะกล้ามแน่นๆ เวลาขับโต้คลื่น และสาวๆในชุดบิกินีที่มองตามจนตาวาวอีกแล้วล่ะ 
     
    ฟังดู ทะเล นี่น่าจะเป็นสถานที่แห่งความสุขของใครหลายๆ คน
    อาจเพราะแบบนี้ เลยมีความคิดที่ว่า "หัวใจมันเซ เลยเอาเทที่ทะเล"

    ทำไมในหลายๆ เช็คอินมักพูดถึงการเอาความทุกข์มาเทที่ทะเล เทมันไป เทความเศร้าทิ้งไป
    แล้วทะเลจะเสียใจไหม ถ้าทุกคนเอาแต่ความทุกข์ของตัวเองมาเทใส่
    หรือน้ำที่เค็ม อาจเป็นน้ำตาของใครหลายคน
    เรามีหัวใจ ทะเลก็มีหัวใจ

    เราทิ้งสิ่งร้ายๆ ที่เราคิดว่าไม่ดีให้ทะเลเยอะไปหรือเปล่า ทำไมเจ้าปะการังถึงหนีเราไป 

    เราลืมคิดไปหรือเปล่า ว่าทะเลมีคลื่น
    คลื่นที่พัดสิ่งร้ายๆ เหล่านั้นออกไปได้
    และวันหนึ่ง.... คลื่นก็พัดมันกลับคืนมาหาเราได้ เหมือนกัน.


    #iribichiphoto #iribichiwrite 

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in