สายลมเสรีDuke Frank Fransis Ferdinand
ลาจาก จากลา
  • มันคงจะต้องมีสักช่วงหนึ่งของเรา
    ที่ต้องพบเจอกับคำว่า การลาจาก
    ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นสิ่งที่เรา
    ต้องพบเจอตามวิถีของมนุษย์หรือ
    พระเจ้าสร้างมันมาให้เราต้องพบเจอ
    แต่หากเรามองย้อนไปในอดีตเพื่อหา
    สาเหตุว่าทำไมเราจึงต้องพบเจอการ ลาจาก

    มันก็เริ่มจาก อดัม กับ เอวา มนุษย์คู่แรกของโลก
    ที่พระเจ้าสร้างขึ้นให้ดูแลสวนเอเดน ที่สมบูรณ์
    พร้อมไปด้วยทุกสิ่ง ที่เพียงพอสำหรับเรา แต่แล้ว
    เอวาหญิงสาวหนึ่งเดียว กลับถูกเจ้างูร้ายหลอก
    หลวงให้ฝืนคำสั่งของพระเจ้าคือการกินผลไม้ต้องห้าม
    จึงทำเธอและอดัมถูกขับไล่จากพระเจ้า

    นั้นคงเป็นการจาก แรกของมนุษย์ที่ต้อง จากลา
    จากพระเจ้าและความสุข หากแต่เราเชื่อว่าอดัมเอวาเป็น
    บรรพบุรุษของเราแล้วล่ะก็ สิ่งนี้คงถูกส่งต่อมายังเรา

    เราลองมามองชีวิตของเรากันว่า จุดร่วมที่มนุษย์อย่างเราทุกคน
    ต้องพบเจอกับการจากลามันเริ่มกันที่ตรงไหน

    เมื่อแล้วอายุครบห้าหกขวบ ตามประวัติศาสตร์ชีวีตของเราทุกคน
    จะพบเจอการจากลาครั้งแรกนั้นคือ การเข้าเรียนอนุบาล
    คงเป็นช่วงเวลาที่น้ำตาของเราหลั่งไหลในความหมายที่เราต้อง 
    จากแม่ ทั้งทีก่อนหน้านี้เรายังอยู่กับแม่อยู่เลย แต่ต้องมาอยู่กับใครไม่รู้
    ตอนนั้นจิตใจเรารู้สึกไม่ปลอดภัย กลัว เราจะเจอกับอะไร แล้วเรา
    ต้องทำยังไง เด็กอายุไม่กี่ขวบกำลังจะต้องใช้ชีวิตคนเดียวเป็นครั้งแรก
    มันช่างเจ็บปวดเหลือเกินที่เราต้องเห็นภาพ พ่อ แม่ ของเรากำลังเลือนหาย
    ไปจากสายและพบว่าเรายืยอยู่ท่ามกลางเพื่อนที่เป็นเหมือนเรา แต่ทั้งหมด
    ทั้งมวลล้วนเกินขึ้นในวันแรกเท่านั้น พอถึงเวลาเลิกเรียนเรากลับมีความรู้สึก
    ว่าฉันอยากไปอีก บ้างอาจรู้สึกสนุกกว่าอยู่บ้าน
    นั้นเป็นครั้งแรกที่เรารู้จักการจากลา

    จากนั้นชีวิตนำพาเรามา จากอนุบาลสู่ประถม แต่แปลกที่พอเราเปลี่ยนจากอนุบาล
    บางคนอาจย้ายโรงเรียน ย้ายห้อง แต่ทำไมในความทรงจำตอนนี้ถึงนึกไม่ออกว่า
    เราไม่เคยมีความรู้สึกอาลัยเลย มารู้สึกอีกที ตอนจบ ปหก ซึ่งจะขอนับเป็นครั้งที่สอง
    ที่เราพบการจากลา

    ภาพการจากลาของเราในช่วงชีวิตประถมก็คงไม่พ้น MV เพลง เพื่อนกันฉันรักเธอของ
    ศิลปินที่สร้างเรามา จากค่ายคามิกกาเซ่ ภาพเอ็มวีช่วงท้ายที่เป็นบรรยกาศงานprom
    ที่เหล่าพระนางจบคู่เต้นรำกันเพื่อบอกความในใจก่อนจากลากัน ช่วงนี้เราทุกคนใด้รู้จัก
    คำว่า friedship สมุดเล่มใหญ่ๆที่ เราเหล่าเด็กประถมรู้แค่ว่าเอาให้เพื่อนเขียนเพื่อเป็น
    การเก็บความทรงจำก่อนจากกัน ความรู้สึกในช่วงนั้นสำหรับตัวเรา มันค่อนข้างเบาบาง
    อาจเป็นเพราะเราเด็กมากไปหรืออะไรก็แล้วแต่ที่เรายังไม่ลึกซึ่งในเรื่องของความสัมพันธ์
    แต่ทุกคนอาจจะเสียน้ำตาก็ได้นะ ของเรามันค่อนข้างบางเบามาก

    แต่หากให้พูดถึงการจากลาที่หนักหน่วงและเริ่มทำให้เราเข้าใจความผูกพันธ์แล้วล่ะก็
    คงหนีไม่พ้อนช่วงมัธยมจบมอหก เป็นครั้งที่เราเสียใจ เสียดาย ใจหาย ดีใจ ปลื้มใจ
    ความรู้สึกต่างๆปะปนเข้ามาเมื่อเพื่อนที่เรียนมาด้วยกัน โตมาด้วยกัน จะต้องแยกย้าย
    กันไป ลองนึกภาพกลับไปวันนั้น มันเต็มไปด้วยมวลอารมณ์ความทรงจำ เราต่างพูกความในใจ
    กอดกัน ร้องเพลง สัญญาว่าจะไม่ลืมกัน มันเป็นภาพที่สวยงามทุกคนรู้ว่าต้องจากกัน แต่ทุกคนยิ้ม
    ให้กันไม่หยุด แต่ท้ายสุดเราต้องเดินหน้าต่อไป 

    ตอนนี้ตัวเราอายุ 21 อยู่มหาลัยปีสี่ ซึ่งไกล้จบแล้วเพราะทำวิจัยเสร็จแล้ว ชีวิตกำลังเคลื่อนเข้าสู้การจากลาครั้งที่สี่ หากนับตามที่เราเขียนมา แต่ก่อนหน้านี้ เราไปจับใบดำใบแดง ผลปรากฎว่าเราได้ใบแดงทหารเรือสองปีเราไปจับตอนอยู่ปีสาม ถ้าถามเหตุคงไม่พูดล่ะกัน ทำให้ตอนนี้เราต้องดรอปฝึกงานไว้
    และรอไปในเดือนกุมภา 

    ทำให้เราต้องลาจากเพื่อนๆมหาลัยก่อนอันควร เราเพิ่งไปเที่ยวทะเลด้วยกัน นั่งทำเล่มด้วยกัน จะบอกว่าชีวิตเรามันเริ่มเคาดาวน์ตั้งแต่วินาทีที่เราจับได้ใบแดง เราสัญญากับตัวเองว่าจะใช้ทุกวินาทีให้เป็นความทรงจำที่ดีเพื่อเป็นแรงใจในการไปทหาร ขอบคุณพระเจ้า ตั้งแต่วันนั้นมา โมเม้นทุกโมเม้นมันเป็นภาพที่สวยงามมาก มีฉากประทับใจมากมายเราดีใจที่เพื่อนที่มอรักกันช่วยเหลือกันสนุกไปด้วยกัน มันเหมือนในหนังมากเลย รักกัน ทะเลาะกัน แต่สุกท้ายก็รวมกัน แต่มันมีอยู่ตัวละครหนึ่งที่รู้อยู่แกใจ ว่าชีวิตของเราจะต้องเดินทางแยกไปโดยที่ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเจอกันอีกหรือป่าว

    สิ่งที่เราอยากบอกคือการจากลามันอาจทำร้ายใจ ทรมานใจมากๆ แต่ก็ต้องขอบคุณมันเพราะมัน
    ได้ทำให้เรารู้จักรักษาสิ่งดีในชีวิตไว้ รู้จักคุณค่าของความสัมพันธ์ และทำให้ใจเราอ่อนโยน
    การที่เราต้องจาก เพื่อนๆ ที่บ้าน ไปนั้นมันทำให้เรารู้ว่าเรารักเขามากแค่ไหนและเมื่อเรากลับมา
    หรืออะไรก็ตามเราจะไม่ลืมเลยว่า สิ่งเหล่านั้นสร้างเรามา ให้เป็นเราในแบบนี้

    พอคิดๆดูแล้วชีวิตก็เราเหมือนกับพระเยซูที่พระองค์ลงมาที่โลกเพื่อตายแทนมนุษย์ทุกคนพระองค์ทรงกลัวในวันที่ที่พระองค์จะสละชีวิตเพื่อไถ่บาปเราพระองค์อธิษฐานที่เหงื่อเป็นเลือดเพราะไม่อยากถูกตรึงแต่สุดท้ายพระองค์ทรงยอมทำตามพระเจ้าพระบิดา แต่ว่าพระองค์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตายและเสร็จสู่สวรรค์และจะกลับรับผู้ที่เชื่อพระองค์ ใช่แล้วเราไปแค่สองปีเองอีกไม่นานก็กลับมา ถึงแม้ชีวิตอาจไม่ใช่
    ดั่งใครแต่หากพระเจ้าดูแล มันดีเสมอ

    เป็นกำลังใจให้ตังเอง ให้ทุกคนในวันที่ต้องจากลาจงอย่าแช่งสาปมัน
    แต่จงอวยพรให้มันรู้ว่าเรารักสิ่งนั้นมากแค่ไหนและให้เรารักษาสิ่งที่มีอยู่
    เมื่อวันวันสุดท้ายมาถึงเราต้องจากลาไปอยู่แล้ว

    #สายลมเสรี

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in