เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Mes mémoiresMon Cherie
ทุน กพ ที่อยากจะเอื้อมให้ถึง
  • กราบสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน เรากลับมาอีกแล้วกับการสรรหาความท้าทายให้ตัวเอง สำหรับครั้งนี้ เรามีเป้าหมายในใจว่าอยากจะเรียนต่อต่างประเทศให้จบก่อนอายุ 30 ปี แต่เมื่อการสอบภาษาอังกฤษ (IELTS) ไม่ได้ดั่งใจกับทุนที่หมายเอาไว้ จึงตัดสินใจทดลองสอบทุนบุคคลทั่วไป ของสำนักงาน กพ. เพื่อให้มีโอกาสในการสอบภาษาอังกฤษอีกครั้ง รวมถึงมีทุนยังชีพไปผจญภัยในประเทศที่ใฝ่ฝันอีกต่างหาก แต่เมื่อทำการสมัครและหาข้อมูลจากทั่วสารทิศ (บนโลกอินเทอร์เน็ต) กลับมีข้อมูลอันน้อยนิด ยากที่จะจินตนาการข้อสอบเพื่อเตรียมตัวล่วงหน้าได้ ด้วยเหตุนี้ เราจึงอยากจะแบ่งปันประสบการณ์และมุมมองของเราที่มีต่อทุนนี้ให้กับทุกคน เพื่อเป็นแนวทางการตัดสินใจและการเตรียมตัวสอบกับทุกท่าน รวมถึงอยากจะบันทึกเป็นความทรงจำดี ๆ เพราะเราได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ จากการสอบครั้งนี้เช่นกัน

    ลำดับแรกขอพูดถึงการเตรียมตัวสอบของเราก่อน ด้วยความว่าเราอยากได้ทุนนี้มากๆ เช่นเดียวกับหลายคน จึงค้นหารีวิวรวมถึงฟีลเตอร์คำเพื่อให้ได้ข้อมูลอย่างครบถ้วน แต่ข้อมูลที่ได้นั้นกลับน้อยกว่าที่คาดไว้มาก บ้างก็บอกว่าเตรียมตัวคล้ายการสอบ กพ รอบปกติที่ยากขึ้นมา ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่ายากขึ้นแค่ไหน ตรงไหนบ้างที่ต่างกัน และภาษาอังกฤษที่คล้ายกับ CU-TEP และ TOEFL ปะปนกันไป เราจึงเตรียมตัวเช่นที่แอคเคาท์เหล่านั้นบอก ตั้งใจอ่านคณิตที่หลงลืมมาเกือบห้าปี อ่านอังกฤษจนแทบกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน (จริงๆ เราไม่ค่อยชอบภาษาอังกฤษเท่าไหร่ ใจเอนเอียงไปทางภาษาอื่นมากกว่า) รวมถึงดูคลิปติวของเหล่าติวเตอร์คนดังแห่งสนาม กพ แต่เมื่อพบกับการสอบจริง เราก็ช็อคพอสมควร... 

    เพราะเมื่อเจอข้อสอบจริง กลับพบว่าไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้เท่าไหร่  คำแนะนำของเราของทุกการสอบคือ เมื่อเข้าไปในห้องสอบให้ทำสมาธิทุกครั้ง ต้องรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ อย่าวอกแว่กกับสิ่งรอบตัว เพราะบรรยากาศในห้องสอบไม่ได้เป็นใจให้เราสอบมากขนาดนั้น โต๊ะตัวเล็ก อุณหภูมิห้องเย็นเกินไป และเพื่อนร่วมสอบทำเสียงดัง ทั้งหมดนี้เราต้องมองให้เป็นธาตุอากาศและโฟกัสเพียงแค่ข้อสอบเท่านั้น

    หลังจากนี้จะเริ่มเล่ารายละเอียดของข้อสอบแต่ละส่วนเลยแล้วกัน สำหรับภาษาอังกฤษจะสอบในช่วงเช้า สนามสอบจะให้เวลาเรา 2 ชั่วโมงสำหรับการสอบวิชาแรก มีทั้งหมด 100 ข้อ แบ่งเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกจะเป็น Vocaburaries and Expression 30 ข้อ ส่วนตรงนี้ โดยมากจะเป็นการหา synonyms ของคำโดยตัวเลือกที่ให้มาจะเป็น phrasal Verbs และ Idioms ตามสไตล์การศึกษาไทย ดังนั้น ผู้ที่มีการใช้ชีวิตด้วยภาษาอังกฤษเป็นปกติ หรือเป็นบุคคลที่อ่านสิ่งเหล่านี้มาอย่างลึกซึ้งจะเข้าใจได้ไม่ยากเลย แต่เราในฐานะบุคคลธรรมดา ที่ไม่ชอบใช้ phrasal verbs เท่าไหร่ ข้อสอบชุดนี้ก็ทำให้หัวหมุนอยู่เหมือนกัน ถัดมาจะเป็น Error Identifications อีก 30 ข้อ ส่วนตรงนี้วัด grammar ล้วน ๆ รวมถึง collocations ด้วย ข้อสอบจะให้เราจับผิด gramma error ต่าง ๆ เช่น Subject-Verb Agreement, Relative Clauses, Conjunction, หรือ inversion หากเราอ่านทุกส่วนของการสร้างประโยคภาษาอังกฤษ ส่วนตรงนี้จะเป็นแต้มต่อให้เราได้เต็ม ๆ เลย และส่วนสุดท้ายของวิชาภาษาอังกฤษ ก็คือ Reading Passages มีอยู่ 40 ข้อ บาง passage จะถามอยู่ 1-2 ข้อ และบาง passage จะถามถึง 10 ข้อเลย (ตรงนี้จะอยู่ข้อท้าย ๆ แล้ว) และคำถามส่วนใหญ่คล้ายคลึงกับ CU-TEP อย่างที่เขาว่ากัน เช่น ผู้เขียนรู้สึกอย่างไร ข้อใดถูกต้องสำหรับพารากราฟ... ควรตั้งชื่อเรื่องว่าอะไร บทความนี้สื่อความนัยได้อย่างไร ซึ่งความต้องการของข้อสอบนี้ จะวัดความเข้าใจเราว่าอ่านรู้เรื่องหรือไม่ โดยไม่สนว่าเราจะอ่านทันรึป่าว ดังนั้น ส่วนที่ยากที่สุดคือการบริหารเวลา เพราะหลังจากเรางมอยู่กับ 60 ข้อแรกนั้น ก็เหลือเวลาไม่มากแล้วสำหรับการอ่านบทความ 5-6 บทความ (บทความละครึ่ง - หนึ่งหน้ากระดาษ) แล้วจะต้องเข้าใจแต่ละ paragraph เพื่อตอบคำถามให้ถูกต้องอีก นับเป็นความท้าทายสำหรับผู้เข้าสอบทุกคน 

    หลังจบจากวิชาแรก เราก็จะมีเวลาอยู่กับตัวเองอีก 2 ชั่วโมง ก่อนที่จะเริ่มวิชาถัดไป คือความรู้ทางวิชาการ เราขอแนะนำว่าให้ปล่อยวางจากวิชาแรกให้มากเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้สมองและกล้ามเนื้อผ่อนคลายมากที่สุด ระหว่างนี้เราก็หาของว่างรับประทาน หาคลิปสนุก ๆ ดู ฟังเพลง เพื่อเตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับวิชาต่อไปไม่ควรอ่านหนังสือแบบหมกหมุ่นอีกแล้วในจังหวะนี้) 

    เมื่อการสอบวิชาความรู้เชิงวิชาการมาถึง สนามสอบจะให้เวลาเรา 2 ชั่วโมงเพื่อทำการสอบ ส่วนนี้จะแบ่งเป็นวิชาคณิตศาสตร์ การวิเคราะห์เงื่อนไข และภาษาไทย เราจำจำนวนข้อแต่ละส่วนไม่แม่นเท่าไหร่ แต่เราจะเริ่มต้นกันที่คณิตศาสตร์ ส่วนนี้ยากที่สุดในรอบ 6 ปีที่เราเรียนจบมัธยมมา และอยากชี้แจงว่ารูปแบบข้อสอบเหมือนข้อสอบ กพ ทั่วไปจริง แต่ความยากนั้นยากกว่ามาก และเป็นเนื้อหาที่ advanced กว่า กพ อย่างสิ้นเชิง (หากเปรียบเทียบการสอบคณิตศาสตร์ทั่วไป กพ ทั่วไปเป็นม.ต้น ข้อสอบของทุน กพ จะอยู่ในระดับม.ปลาย) สิ่งที่ควรอ่านไม่ใช่ค่าเลขทั่วไป แต่เป็นเลขเพิ่มเติมที่เราเรียนกันตอนม.4-6 เพราะ logarithm ออกมาให้เห็นอย่างน่าประหลาด การถอดรูทที่ไม่ได้เห็นมานานก็ได้เจอ รวมถึงอนุกรมที่คิดกี่ชั้นก็ไม่รู้ นอกจากนี้ เราก็ยังเจอโจทย์ฟิสิกข์เบื้องต้น ซึ่งหากพอรู้สูตรการคำนวณปริมาตร/อัตรกำลัง/พื้นที่ อยู่บ้างแล้วก็จะเป็นโชคดีของคุณ (ซึ่งเราไม่รู้และตอบไม่ได้เลย)

    ส่วนถัดมาของวิชาความรู้ทั่วไป ก็จะเป็นการแก้โจทย์ปัญหาเชิงเงื่อนไข ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขสัญลักษณ์ และเงื่อนไขทางภาษา ข้อสอบตรงนี้เป็นส่วนที่ช่วยให้ทุกคนได้คะแนนมากที่สุด เพราะโจทย์ออกตรงตัว หากทำตามวิธีที่ติวเตอร์บนอินเทอร์เน็ตบอกไว้จะสามารถทำตามได้ไม่ยากเลย แม้ว่าจะแอดวานซ์กว่าข้อสอบ กพ. ทั่วไป แต่วิธีการคิดจะคล้ายๆ กัน เพียงแต่อาจจะต้องใช้สูตรหรือไหวพริบที่แต่ละคนจะคิดได้สักหน่อย และส่วนสุดท้ายจะเป็นวิชาภาษาไท อันนี้คล้ายกับข้อสอบ กพ ปกติเลย ความยากง่ายไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่ เพียงแต่จำนวนข้อเยอะขึ้น มีอุปมา-อุปไมย เหมือนกัน ส่วนใหญ่จะเน้นสัมพันธ์กันด้วยความหมาย ซึ่งยากหากไม่มีคลังคำศัพท์เท่าที่ควร (และเราก็เดาไปหลายข้อเช่นกัน) นอกจากนั้นจะเป็นบทความสั้นที่ถามตั้งแต่ ข้อความนี้ควรอยู่ลำดับที่... ใจความสำคัญของข้อนี้ คืออะไร ผู้เขียนรู้สึกอย่างไร และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ บทความยาวก็มีมาให้เห็น ซึ่งบทความนึงจะถามประมาณ 5 ข้อ เช่นเดียวกับภาษาอังกฤษเเลย มีการถามตั้งแต่ความหมายของคำหรือประโยคในบทความ ชื่อบทความ ข้อความใดสรุปถูกต้อง เป็นต้น เราจึงอยากแนะนำว่าหากผู้เข้าสอบไม่ได้ถนัดคณิตศาสตร์มากนัก ให้ทุ่มเวลาทั้งหมดกับโจทย์เงื่อนไขและภาษาไทยไปเลย เพราะรวมกันคะแนนน่าจะเกิน 50% ของข้อสอบวิชานี้แน่นอน เพราะอย่างที่เห็นว่าเราไม่สามารถเดาโจทย์คณิตศาสตร์ทั่วไปได้ แต่เรารู้แน่นอนว่าโจทย์ภาษาไทยจะเป็นแนวทางเดิมตลอด และสามารถเตรียมตัว ฝึกปรือ และสร้างความคุ้นเคยกับโจทย์ลักษณะนี้ได้ครอบคลุมกว่ามาก ซึ่งจะช่วยให้เราผ่านสนามสอบนี้ได้อย่างเฉียดฉิวเลยล่ะ 

    สุดท้ายนี้ เนื่องจากผลสอบยังไม่ออก (ผลสอบจะออกในช่วงเดือนนเมษายน)  เราไม่มีทางรู้ว่าจะได้ไปต่อหรือไม่ แต่ด้วยสถานการณ์ที่เราเผชิญอยู่ในตอนนี้ คงจบที่การสอบรอบนี้อย่างแน่นอนแล้ว จึงอยากมาแบ่งปันประสบการณ์การสอบครั้งนี้ให้แก่ผู้ที่สนใจ ขอให้เตรียมตัวไปอย่างดี เราเชืิ่อว่าหากไร้ซึ่งการเตรียมตัวแล้ว เก่งแค่ไหนก็พลาดได้ไม่ยากเลย และสิ่งสำคัญอย่าลืมคงเส้นคงวาไปกับการอ่านหนังสือ เชื่อมั่นในสิ่งที่คิด และเชื่อว่าตัวเองจะประสบความสำเร็จในทุกอย่างที่ตั้งใจไว้ 



    ขอให้ทุกท่านและตัวเราหาทางที่ใช่เจอด้วยเถิด
    รัก.
Views