เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Short StoriesHibernation
Songwriter (Part2 — All Over Again)
  • เขาว่ากันว่า สมองคนเรามักจะจดจำเรื่องราวที่เจ็บปวดเพื่อเป็นเกราะป้องกันให้เราหลีกเลี่ยง และตื่นตัวกับสิ่งที่เคยเจอมา เป็นดั่งสัญญาณบอกใบ้ว่าอาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต ความเจ็บช้ำที่เราไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีก แต่ในขณะเดียวกันมันก็เหนี่ยวรั้งจนเราก้าวต่อไม่ได้


    สมองน่ะ ช่างจดจำได้ดีจนน่าใจหาย เป็นเหมือนปราการที่ป้องกันเราไว้ ราวกับห้องใต้ดินที่ปิดผนึกจนเงียบงัน มันเก็บเสียงรอบตัวภายนอก ทำให้เรารู้สึกปลอดภัยแต่ในขณะเดียวกันก็อึดอัดจนแทบขาดใจ เพราะความทรงจำที่กู่ก้องร้องขอความเห็นใจเสียงดัง เรียกให้รีบตะเกียกตะกาย เก็บชิ้นส่วนที่แตกสลายแล้วประกอบขึ้นมาอีกครั้งอย่างกับคนไร้สติ


    เราบ้าคลั่งเพราะมัน แต่เราก็อยู่ได้เพราะมัน


    ตอนนี้ความรู้สึกวูบโหวงในใจเล่นงานเธอหนักหน่วงเมื่อยามหลับตา มันจู่โจมเธอโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ทั้งๆ ที่คิดว่าลืมไปแล้ว ทั้งๆ ที่คิดว่าเจือจางลงไปบ้างแล้ว แต่ไม่ใช่เลย, มันเข้มข้นจนติดกรังในส่วนลึกของจิตใจ


    เธอกระชับเสื้อโค้ทให้แน่นขึ้นก่อนซุกมือเข้ากระเป๋าเสื้อเนื้อกำมะหยี่ สัมผัสนุ่มลื่นมือทำให้รู้สึกเหมือนกำลังถูกโอบกอดด้วยผ้าพันคอเนื้อผ้าเดียวกันที่เขาสวมให้ น้ำหอมกลิ่นคุ้นเคยอบอวลไปทั่วบริเวณ ยามที่เธอพลิกตัวไปมาบนเตียง มันเป็นกลิ่นที่เจือจางจนแทบเลือนหายแต่ความทรงจำที่มีร่วมกันนั้นล้นทะลัก

    มือเรียวสัมผัสท้ายทอยตัวเองเบาๆ กลิ่นนั้นเอง, กลิ่นที่ยังติดตรึงตอนที่เขาเอื้อมไปหยิบเบสติดกับผนังไม้เหนือเปียโนวินเทจด้านหลังเธอ สัมผัสแผ่วเบาและระยะห่างที่เปลี่ยนไปทำเธอสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนหันกลับไปและพบกับรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากมีเสน่ห์นั่น

    ใน ณ ตอนนั้น เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นที่คลอเคลือบไปทั่วบรรยากาศ ความร้อนผะผ่าวแผ่ออกจากกายเล็ก กับใจที่เต้นระส่ำจนกลัวใครอีกคนจะได้ยิน แต่น่าแปลกที่ความทรงจำนั้น กำลังเผาไหม้เธอให้เป็นจุณในช่วงเวลานี้

    ริมฝีปากบางเม้มแน่น แน่นจนคิดว่าอาจจะทำให้รู้สึกเจ็บได้บ้าง แต่แปลกที่มันกลับชืดชา ไร้ความรู้สึก ต่างกับขอบตาที่เห่อร้อนขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เธอหัวเราะขึ้นมาอย่างฝืนๆ มือเรียวทั้งสองปิดแนบหน้า ก่อนเสียงหัวเราะเย้ยหยันจะเปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้นไห้เบาๆ พร้อมสัมผัสอุ่นร้อนที่ร่วงหล่นกระทบหมอน


    “หยุดสักที ได้โปรด...”

    ความทรงจำเก่าก่อนแล่นแปลบ ผ่านไปต่อหน้าต่อตา ไม่ต่างจากหนังเรื่องเดิมที่กรอกลับไปมาไม่จบสิ้น ส่วนเธอที่น่าจะเป็นตัวประกอบในเรื่องถูกถ่ายให้อยู่ในตำแหน่งเดิมซ้ำๆ บล็อคกิ้งที่ถูกกำหนดมีเพียงจุดเดียว เธอทำได้แค่เดินวนกลับไปกลับมาเรื่อยๆ ท่ามกลางเสียงหัวเราะ เพรียกหา และร่ำไห้ของตัวละครหลัก แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังคงอยู่ที่เดิม ตำแหน่งเดิม ไม่มีเปลี่ยน...

    .



    .



    เมื่อสองปีก่อน


    มันเป็นช่วงบ่ายในวันอาทิตย์ นิ้วเรียวหมุนไอพอดคลาสสิกในมือระหว่างนั่งบนรถสาธารณะ พร้อมเปิดกูเกิลแมพไปพลางๆ จุดหมายของเธอคือร้าน Steve’s Music Store ร้านขายเครื่องดนตรีย่านควีนสตรีทเวสต์ ที่อยู่แทบชานเมือง มันเป็นร้านที่เพื่อนสาวชาวเอเชียของเธอแนะนำมาอีกทีหลังจากเจอกันในคลาสประวัติศาสตร์ดนตรีป็อป กับ คลาสเครื่องสายและวัฒนธรรม


    “เธอกำลังทำฉันหงุดหงิดนะเคท เธอคิดว่าการเล่นกีตาร์บนแอปมือถือจะทำให้เธอเล่นมันเป็นจริงๆ เหรอ”

    เธอหัวเราะออกมาเบาๆ กับท่าทางไม่พอใจของเพื่อนสนิท ที่พร่ำบอกให้เธอไปดูกีตาร์สักตัวสักที หลังจากที่เจอเธอนั่งหาคอร์ด สลับกับไปดูคลิปสอนในยูทูป กดโน้ตทีละสายผ่านหน้าจอไอโฟนมาเป็นอาทิตย์


    “เอาน่า ฉันกำลังย้ายออกจากที่ทำงานเก่าแล้วไง เห็นร้านเบเกอรี่ในห้างอีตันเซ็นเตอร์ กำลังหาพนักงานพาร์ทไทม์อยู่พอดี เงินเดือนดีกว่าที่เก่าเยอะเลย อีกไม่นานคงได้สัมผัสมันจริงๆ แล้วละ”


    “เฮ้อ เธอเนี่ยนะ ไม่เหนื่อยบ้างเลยเหรอ คณะเราเลิกดึกจะตายช่วงนี้ ทั้งเรียน ทั้งทำงาน ฉันเห็นเธอวิ่งเข้าคลาสหัวฟูแทบทุกวัน”

    เธอจับผมดำหยักศกของตนเองอัตโนมัติก่อนลูบมันเบาๆ


    “แล้วที่บ้านเธอเขาว่ายังไงบ้างละ ที่เธอทำงานไปด้วย เรียนไปด้วยแบบนี้”

    “พวกเขาไม่สนใจหรอก.....” ไม่ได้แม้แต่จะติดต่อมาด้วยซ้ำ ถึงส่งข้อความไปก็ไม่รู้ว่าจะอ่านรึเปล่า แต่เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว เธอยืนด้วยตัวเองได้ เธอทำมันได้แน่ๆ โดยไม่ต้องได้รับความช่วยเหลือจากพวกเขา การมาอยู่ที่นี่ไม่ใช่การหลบหนีแต่เป็นการส่งสัญญาณให้พวกเขารู้ว่าสิ่งที่พวกเขาคิดนั้นผิดถนัด เธอไม่จำเป็นต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีคนดูถูกและกดเธอให้จมดินตลอดเวลาแบบนั้น... ไม่จำเป็นเลยด้วยซ้ำ


    “งั้นให้ไวเลยละกัน ศาสตราจารย์มาโลนาร์จะควิซการจับคอร์ดในคีย์ C กับเอียร์เทรนนิ่งเร็วๆ นี้ และมันจะยากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเธอไม่สามารถซ้อมที่บ้านได้”


    เธอกอดแขนเพื่อนสนิทก่อนเอียงหัวไปซบอย่างออดอ้อน

    “โชคดีจริงๆ เลยที่มีเธอ”

    “เลิกทำตัวเหมือนลูกแมวสักที รำคาญน่า” ถึงจะพูดออกไปแบบนั้น แต่เธอก็สัมผัสถึงมือที่ลูบผมของเธอเบาๆ ราวกับกำลังปลอบประโยน


    “เธอเก่งมากแล้วนะเคท และเธอจะเก่งขึ้นเรื่อยๆ เชื่อฉัน”


    The Sky Is Crying by Stevie Ray Vaughan is playing —

    ฟังเพลงในเพลลิสต์ไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ถึงจุดหมาย เธอกดปุ่มสีแดงเพื่อเป็นสัญญาณบอกคนขับว่าจะลงในป้ายหน้า เดินก้าวเร็วๆ จนมาหยุดที่ตึกสีเขียวอมฟ้าสองชั้น ป้ายขนาดใหญ่สีดำตัดกับตัวอักษรสีเหลือง ฟอนต์แนวคอมมิค ที่เขียนว่า ‘Steve’s Music Store’ พร้อมเลขบล็อก 415 ที่เด่นหรามาแต่ไกล


    ประตูกระจกถูกดึงออกช้าๆ พร้อมกับพนักงานที่เดินเข้ามาทักอย่างใจดี ก่อนจะชมการแต่งตัวของเธอที่เขาบอกว่ามันเท่มากและดูเข้ากับทรงผมของเธอ เสื้อโอเวอร์ไซส์มือสองที่สกรีนเป็นลายสามเหลี่ยมปริซึม สัญลักษณ์ของหน้าปกอัลบั้ม The Dark Side of the Moon ของวง Pink Floyd กับกางเกงยีนสามส่วน และรองเท้าคอนเวิร์สหุ้มข้อที่ส้นน่าจะสึกไปเรียบร้อยแล้ว เธอไม่ได้คิดว่าการแต่งตัวของเธอจะดึงดูดอะไรเท่าไหร่ ขนาดเวลาอยู่ไทย ยังมีคนบอกเหมือนชุดนอนหรือแต่งตัวไม่เหมาะสมเลยด้วยซ้ำ พอได้คำชมจากคนแปลกหน้า เธอก็อดที่จะยิ้มกับตัวเองไม่ได้ รู้สึกถึงความมั่นใจที่พุ่งทะยานจากประโยคสั้นๆ พวกนั้น


    ร้านนี้ถูกแบ่งเป็นสองโซน ชั้นแรกจะเป็นเครื่องสายแบรนด์ดังต่างๆ ทั้งแบบอะคลูสติกส์และแบบไฟฟ้า เธอถูกขนาบข้างไปด้วย กีตาร์โปร่ง เบส กีตาร์ไฟฟ้า อุปกรณ์เสริมอื่นๆ เช่น แอมป์ เอฟเฟค สายสะพายกีตาร์ ส่วนชั้นที่สอง เต็มไปด้วยเครื่องดนตรีประเภทเพอร์คัชชั่น ไม่ว่าจะเป็นกลองชุด คีย์บอร์ด อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชุดใหญ่อย่างคอนโทรลเลอร์และอุปกรณ์มิกซ์เซอร์ที่ใช้สำหรับดีเจ นี่มันสวรรค์ของคนรักดนตรีชัดๆ เพื่อนเธอนั้นช่างรู้ใจเสียจริง

    “What brought you here today, miss? ” เสียงของพนักงานเรียกเธอออกจากภวังค์

    “เอ่อ… พอดีฉันสนใจกีตาร์โปร่งสักตัวสำหรับเพิ่งหัดเล่นค่ะ แล้วก็ราคาไม่แพงมาก” เธอกวาดสายตาไปรอบๆ ยังตื่นตะลึงกับความสวยงามของกีตาร์ทรงต่างๆ

    “งั้นผมแนะนำเป็นตัวนี้เลยครับ Jay Turser รุ่น JTA524D-N ตัวบอดี้ทำจากไม้มะฮอกกานี ส่วนด้านหลังจะเป็นแบล็กวูด น้ำหนักเบา เสียงโทนสว่างใส”  มันเป็นทรงสแตนดาร์ด ที่ไม่ใหญ่ ไม่เล็กจนเกินไป ไม้สีอ่อนถูกซ้อนด้วยปิ๊กการ์ดสีดำที่เคลือบเงาอย่างดี


    “อ้อ คุณเป็นนักศึกษาด้วยหรือเปล่าครับ? ”

    “ใช่ค่ะ—”

    “งั้นคุณโชคดีแล้วล่ะครับ ตอนนี้ร้านเรามีโปรโมชั่นสำหรับนักศึกษาอยู่ เราสามารถจัดการตรงนั้นให้คุณได้เลยครับถ้าคุณสนใจ” พนักงานยิ้มสดใส ส่วนเธอก็รู้สึกใจชื้นไปด้วยเพราะอย่างน้อยก็ไม่ต้องจ่ายเต็มราคาแถมได้ของแถมอย่างกระเป๋ากีตาร์และเครื่องตั้งสายอีกต่างหาก


    “คุณอยากลองเล่นก่อนไหมครับ ว่าจับถนัดมือไหม ทางเรามีสตูดิโอให้ซ้อมด้วยนะครับ นักดนตรีบางคนก็มาอัดเสียงที่นี่ บางคนก็นั่งอยู่ในนั้นจนฟ้ามืดเลยล่ะครับ เพราะฉะนั้นคุณใช้เวลาได้ตามสบายเลยนะครับ” เสียงหัวเราะปนขบขันดังขึ้นก่อนพนักงานจะเปิดทางให้เธอเดินขึ้นไปชั้นบน


    สตูดิโอขนาดเล็กตั้งอยู่ชั้นสองถัดจากห้องที่เครื่องดนตรีถูกวางเรียงอย่างเป็นระเบียบ เธอเปิดประตูอย่างแผ่วเบา พร้อมกับอีกมือที่กอดกีตาร์ไว้แนบอก

    ภายในห้องเงียบสงบ มีเพียงเปียโนวินเทจที่ดูจะรีลิคจนเก่ากว่าเดิม เบสที่แขวนอยู่บนผนังไม้ และเครื่องดนตรีอื่นๆ ที่เธอไม่รู้จักวางเต็มไปหมด โซฟาสีครีมที่พอให้คนสองสามคนนั่งได้วางติดอยู่ริมห้อง ตกแต่งไปด้วยแผ่นไวนิลและซีดีจำนวนมากที่ไม่น่าจะเปิดเล่นได้แล้วประดับอยู่บนผนัง

    เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก มนุษย์อินโทรเวิร์ตอย่างเธอ ถ้าต้องจับเครื่องดนตรีต่อหน้าคนอื่น เป็นต้องมือแข็ง พูดติดขัดไปหมดแน่ๆ

    .



    .



    .

    “คุณกำลังหาอะไรอยู่หรือเปล่าครับ”

    เสียงนุ่มทุ้มดังก้องจากด้านหลัง


    เสียงนั้นเอง...

    เสียงที่ยังคงสลักในความรู้สึกไปตลอดกาล


    Author's note

    เรามีทำเพลลิสต์สำหรับเรื่องสั้นเรื่องนี้ จะเป็นการเรียงมู้ดตั้งแต่พาร์ทแรกจนถึงพาร์ทล่าสุด สามารถเข้าไปฟังกันได้นะคะ :-) 

    https://open.spotify.com/playlist/3apqx7k6BHVQ3yDn1moxNI?si=0f40cbb3ba424169









Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Napit.a (@Jasminegreentea)
เสียงหล่อมาเลย กี๊ด คนที่จะเป็นแผลในใจเคทอีกคนกำลังจะเปิดตัวแล้วเหรอคะ ;-; หนูเคทท น่ารักมากเลยค่ะ ดูเป็นผู้หญิงสู้! มีความสวยเท่ การแต่งตัวที่คุณลาบายบรรยายไว้ คุณเคทในหัวเรามีเสน่ห์มากเลยค่ะ ;///; (ชอบเสื้อยืดวง pink floyd มากเลยค่ะ เสื้อเท่มัก) แล้วก็น่ารักด้วย อ้อนเพื่อนเป็นยัยแมวเลยย คุณเคทจะได้กีตาร์ตัวแรกแล้วว ไม่ต้องจับกีตาร์ไอโฟนแล้วว กลิ่นอายยังคงคลาสสิคเหมือนเดิมเลยค่ะ ;-; อยากไปเห็นบรรยากาศontario ที่แคนาดาจริงๆเลยค่ะ ต้องเป็นที่ที่คุณลาบายเดินผ่านเห็นสถานที่จริงมาแล้วแน่ๆ เราจะซึมซับบรรยากาศสถานที่ผ่านการเขียนของคุณลาบายค่ะ ขอบคุณที่เราไปเที่ยวแคนาดานะคะ ตอนนี้เหมือนได้ย้อนไปอดีต กำลังจะค่อยๆเข้าใจคุณเคทมากขึ้น ดีจังเลยค่ะ แต่ตอนต้นแบบ ทรมานแทนคุณเคท สงสาร แง่ ;-; ปล.เราพึ่งเคยฟัง sunday best piano ver ครั้งแรกเลยค่ะๆ (เะลงอื่นๆก็ครั้งแรก 55555) sunday best ทำให้บรรยากาศสดใสมากเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับเพลงเพราะๆด้วยนะคะ 📨💙🌷🍊✨🤍🌊 วันนี้ได้ไปเที่ยวพร้อมฟังเพลงใหม่ๆด้วยย ขอบคุณมากนะค้า เราก็ส่งกำลังใจไปให้คุณลาบายเยอะๆๆเลยค่ะ 💖🤟🏻 ขอให้เป็นวันที่ดีนะคะ
Hibernation (@Hibernation.LB)
@Jasminegreentea ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ดีใจที่คุณชอบตัวละครแล้วก็เพลงในเพลลิสต์ ดีใจที่ได้พาคุณไปเที่ยวผ่านตัวหนังสือของเรา (ตอนหน้าจะไม่ค่อยหน่วงแล้วค่ะ รึเปล่านะ555) แต่ดีใจมากเลย คุณเป็นกำลังใจที่น่ารักมาเสมอเลย มีค่ามากจริงๆค่ะ ขอให้คุณมีวันที่ดีอยู่เสมอและสุขภาพแข็งแรงนะคะ คุณนักอ่าน💙