เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
บันเทิงคติDeux
Meet Joe Black, again.
  •     เมื่อวานได้ดูภาพยนต์เรื่อง Meet joe black อีกครั้ง หลังจากครั้งแรกที่ดูราวสิบกว่าปีก่อน ต้องขออนุญาตเล่าเรื่องราวในหนัง ซึ่งหากไม่เคยดูมาก่อนก็แนะนำให้ข้ามเรื่องนี้ไปก่อนก็ได้ครับ ไปหาชมหนังจริงๆก่อนคงดีกว่า



                          ผมเตือนแล้วนะครับ ^_^



          จำได้ว่าไปดูหนังเรื่องนี้ที่ โรงหนังสกาล่า แน่นอนว่าสมัยนั้น "สกาล่า" ยังคลาสสิคอย่างที่สกาล่าเป็น เก้าอี้เหล็กพับบุหนังเทียมที่ดังเอี๊ยดอาดเวลาลุกนั่ง แอร์เย็นเฉียบแถมกลิ่นเก่าๆผสมผสานกันได้อารมณ์โรงหนังแบบดั้งเดิมจริงๆ วันนั้นไปดูกันหลายคนแต่นั่งเกาะๆกลุ่มกันในแถวใกล้ๆกัน

        มีฉากหนึ่งที่พระเอกหนังทำให้เพื่อนผมนอนขดร้องไห้น้ำตาไหลพราก จนเพื่อนๆตกใจต้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอตอบสั้นๆว่า

                "พี่แบรด พิตต์.... ของฉันตายแล้ว" 

       เสียงสั่นเครือปนเสียงสะอื้นยังคงดังอยู่อีกซักพัก

       นั่นคือเหตุการณ์ที่อดขำและอมยิ้มไม่ได้ในวันนั้น พอได้ดูหนังเรื่องนี้อีกรอบก็เข้าใจว่าทำไมเพื่อนเราถึงเป็นได้ขนาดนี้ แต่ต้องยอมรับว่าพี่แบรดแกหล่อจริงๆสมัยนั้น

       กลับมาที่ตัวหนังกันต่อ พอเมื่อวานได้ดู meet joe black อีกรอบก็บอกได้เลยว่า หนังทำออกมาได้ดีมากๆ เพราะขนาดเวลาผ่านไปสิบกว่าปีแล้ว แต่หนังในตอนนั้นที่ได้ดูในวันนี้ กลับดูไม่ได้ล้าสมัยเลย ภาพ แสง เนื้อหา เพลงประกอบ ทันสมัยจนน่าตกใจ น่าสงสัยที่ตอนนั้นทำไมจึงทำรายได้ไม่ดีนัก (แต่ก็ได้เงินค่าตั๋วจากผมคนนึงหล่ะน่า)

         เนื้อหาในหนังยิ่งเป็นอะไรที่น่าสนใจยิ่งขึ้น เพราะ เวลาผ่านมานานหลังจากการดูครั้งแรก ความรู้สึกเวลาดูครั้งล่าสุดก็เปลี่ยนไปบ้าง คงเป็นเพราะชีวิตเราก็ผ่านอะไรมาพอสมควร จนเริ่มตกผลึกบางเรื่องในความคิดของตัวเองได้บ้าง และมองชีวิตได้ในหลายมิติยิ่งขึ้นกว่าสมัยวัยรุ่นมากๆ

        จำได้ว่าตอนนั้นมีฉากหนึ่งที่พีคในความรู้สึกของวัยรุ่น คือฉากที่ลูกสาวคนโตซึ่งเธอมักเข้าใจว่าพ่อไม่รักหรือสนใจเธอน้อยกว่าน้องสาวอีกคน (นางเอก) ซึ่งในเรื่อง เธอก็พยายามเสมอที่จะเอาใจพ่อเธอทุกอย่าง เพื่อให้พ่อสนใจสิ่งที่เธอกำลังพยายามอยู่ ซึ่งในช่วงท้ายของเรื่องนั่นเป็นบทสนทนาระหว่างเธอกับพ่อในขณะที่กำลังเตรียมงานวันเกิด (ครั้งสุดท้าย) ให้พ่อของเธอ ซึ่งคำพูดของเธอตอนนั้นคือ


     I've felt loved, and that's all that matters. So, never mind favorites. You're allowed to have one. The point is, you've been mine.


       เธอพูดกับพ่อด้วยเสียงเครือปนน้ำตา เพราะนั่นคือความในใจที่เธออยากพูดกับพ่อมานาน และในหนังก็แสดงให้เห็นแล้วว่าพ่อของเธอก็เข้าใจถึงความรู้สึกของเธอเป็นอย่างดีว่าลูกสาวคนโตรู้สึกเช่นไร

       แปลกที่ตอนนั้นรู้สึกจุกขึ้นมาและแอบน้ำตาคลอในฉากนี้ อาจเพราะคำบรรยายไทยตอนนั้นใช้คำว่า "หนูรู้สึกว่าถูกรัก" (ถ้าจำไม่ผิด) มันช่างเป็นคำแปลไทยที่เจ็บปวดเหลือเกินสำหรับความรู้สึกของลูกที่มีต่อพ่อ มันลึกในความหมายจริงๆ แต่ก็ยังดีที่ประโยคท้ายๆจะแฝงความหมายเชิงบวกให้ความรู้สึกของเธอเข้ามาบ้าง

        แต่การดูรอบสองเมื่อวานฉากที่น่าสนใจกลับเป็นฉากบทสนทนาของ พระเอกของเรื่องคือ joe black กับ พ่อนางเอก (ตัวเอกจริงๆของเรื่อง) ในเรื่องที่พ่อนางเองต่อว่าพระเอกของเราว่านายไม่มีทางเข้าใจหรอกว่า รักคืออะไร จากประโยคที่ว่า

    Multiply it by infinity, and take it to the depth of forever, and you will still have barely a glimpse of what I'm talking about.

        ซึ่งเป็นการล้อเลียนแบบเจ็บๆคันของเนื้อเรื่องของหนังในตอนก่อนหน้า แต่ที่น่าสนใจคือการใช้คำที่เปรียบเปรยได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งบทบรรยายไทยก็แปลตามหน้าหนังซึ่งอาจจะต้องแปลไทยอีกรอบเพื่อให้เข้าใจมากขึ้น แต่ก็ไม่แปลกเพราะหนังก็เล่นคำอยู่แล้ว ซึ่งบทเป็นจุดเด่นของหนังจริงๆ 

        พออายุตัวเองมากขึ้น จึงพอเข้าใจความหมายของประโยคเปรียบเปรยด้านบน ว่าความรักมันยากจะเข้าใจ หรือจะอธิบายให้สั้นๆง่ายๆ มันก็ให้คำจำกัดความได้แค่เสี้ยวเดียวของความจริงที่เป็นอนันต์แห่งความรักเท่านั้นเอง "รัก" มันเป็นคำจำกัดความที่สั้นและอธิบายตัวเองได้ดีที่สุดแล้วกระมัง

         ถัดจากประโยคทองเรื่องรักๆใคร่ๆ ก็มาถึงเนื้อเรื่องที่กินใจอีกตอน คือตอนที่พระเอกของเรา ตา joe black ไปเยี่ยมคุณยายผิวสีที่ป่วยเป็นเนื้อร้ายก้อนเท่าบ้าน ซึ่งมารักษาตัวในโรงพยาบาลที่นางเอกทำงานอยู่

         บทพูดก็สื่อให้เห็นว่าพระเอกชักชอบชีวิตบนโลกมนุษย์ซะแล้ว ติดใจมาก ว่างั้น! ซึ่งหญิงชราผู้พร้อมที่จะจากโลกนี้ไป จึงสอนความจริงบางอย่างให้พระเอกของเราว่า

    It nice it happen to you. Like you come to the island and had a holiday. Sun didn't burn you red-red, just brown. You sleep and no mosquito eat you. But the truth is, it bound to happen if you stay long enough. So take that nice picture you got in your head home with you, but don't be fooled. We lonely here mostly too. If we lucky, maybe, we got some nice pictures to take with us.

        ซึ่งความหมายรวมๆเท่าที่ผมจะเข้าใจได้คือ ชีวิตมันก็อาจจะสวยงามถ้าเพียงเราดูผิวเผิน แต่ในชีวิตที่ก็ย่อมมีเรื่องให้เจ็บปวดและเสียใจเกิดขึ้นจนได้ ซึ่งส่วนมากของชีวิตจะเป็นเรื่องแย่ๆซะด้วยซ้ำ หากเราโชคดี คงได้มีความทรงจำดีๆบ้างที่ได้เก็บไว้เป็นสิ่งติดตัวไปตลอดกาล ชีวิตก็แค่นี้เอง...(อันตีความเอาเอง ไม่ได้สอดคล้องกับเนื้อหาในหนังเท่าไหร่)

          ฉากนี้ก็เป็นฉากที่กระทบความรู้สึก และกระตุ้นให้เกิดความคิดได้ดีอีกฉาก หนังถ่ายทอดผ่านบทสนทนาง่ายๆ ตัวแสดงและสภาพแวดล้อมแสนธรรมดา แต่เนื้อหาในบทแสดงกลับชวนให้ดำดิ่งสู่การคิดคำนึงถึงการมีชีวิตอยู่ของเราอย่างประหลาด ต้องยอมรับว่าบทเค้าดีจริงๆ

            ซึ่งหากจะว่าไป ก็คงเพราะเราแก่ขึ้น คิดถึงชีวิตแบบที่มันเป็นชีวิตจริงๆมากขึ้น แน่นอนชีวิตที่ผ่านมายิ่งนานยิ่งเห็นความจริงหลายๆอย่าง ต่างจากความรู้สึกในตอนที่ดูหนังเรื่องนี้ครั้งแรกอย่างสิ้นเชิง ตอนนั้นออกจะดูขำๆตลกๆในฉากนี้ด้วยซ้ำ 

           ชีวิตที่เดินทางผ่านมาหลายสิบปี มันช่างยากจะอธิบาย ความรักก็ยิ่งยากจะอธิบาย คงขอจบด้วยคำพูดของ "พ่อนางเอก" ที่แสดงความรู้สึกต่อลูกสาวและชีวิตในมุมมองด้านความรัก ดังนี้

    Love is passion, obsession, someone you can't live without. I say, fall head over heels. Find someone you can love like crazy and who will love you the same way back. How do you find him? Well, you forget your head, and you listen to your heart. And I'm not hearing any heart. Cause the truth is, honey, there's no sense living your life without this. To make the journey and not fall deeply in love, well, you haven't lived a life at all. But you have to try, cause if you haven't tried, you haven't lived.

                ( แปลเอง เข้าใจเอง รู้สึกเองนะครับ )

        สุดท้ายคงต้องขอฝากหนังเรื่องนี้ให้คนที่ไม่เคยชมลองไปหาชมดูครับ หนังดีครับ คิดซะว่าอย่างน้อยก็ย้อนเวลา เพื่อให้เข้าใจว่าสังขารมันไม่เที่ยง ผ่านทาง พี่แบรด พิตต์ แล้วกันนะครับ

        สุดท้ายอีกที ก็ขอบคุณที่อ่านจนจบ อาจจะงงๆถ้าไม่เคยดู ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in