MovieTony Memento
Midsommar
  • หนังเปิดเรื่องให้เราได้เห็นว่า 'แดนี่' มีความสัมพันธ์กับครอบครัวที่ไม่ค่อยโอเคสักเท่าไหร่  มีน้องสาวที่มีความไม่ปกติทางจิตสักเท่าไหร่ (ไบโพลาร์) เมื่อมีการส่งข้อความมาหาแดนี่ ถึงเรื่องของการไม่อยากมีชีวิตอยู่ 

    โดยแดนี่ ที่กำลังศึกษาในด้านจิตวิทยาอยู่นั้น ได้คบหาอยู่กับ 'คริสเตียน' นักศึกษามานุษยวิทยา แต่ถ้าสังเกตจากการพูดคุยทางโทรศัพท์ของแดนี่กับเพื่อนสาว จะเห็นว่า ความสัมพันธ์ของแดนี่กับคริสเตียนนั้น มีความสัมพันธ์แบบสภาวะพึ่งพิงกันมากกว่าความสัมพันธ์แบบใช้ Sex เป็นตัวขับเคลื่อน 

    หลังจากเหตุการณ์สุดช๊อคที่ น้องสาวของแดนี่ ได้ทำการฆ่าพ่อแม่ โดยการรมควันจากท่อไอเสียรถยนต์ และฆ่าตัวตายตาม ทำให้สภาพจิตใจของแดนี่อยู่ในขั้นวิกฤติ อีกทั้งความสัมพันธ์กับคริสเตียนเองนั้น ก็ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก แม้จะคบกันมานานถึงสามปีแล้ว 

    'เพเล' เพื่อนของคริสเตียน ชาวสวีเดน ได้ทำการชวนคริสเตียนและเพื่อนๆ (มาร์ค จอช)  ไปเที่ยวงานเทศกาลพื้นบ้านประจำฤดูร้อนที่บ้านเกิดของเค้า รวมถึงถือโอกาสไปทำวิทยานิพนธ์ที่นั่นด้วย

    เรื่องรู้ไปถึงหูแดนี่ จึงสร้างความไม่พอใจกับแดนี่เป็นอย่างมาก ที่คริสเตียนไม่ได้บอกเรื่องนี้ แต่ในที่สุด แดนี่ก็ได้ตัดสินใจที่จะร่วมไปทริปนี้

    เพเล ได้มองเห็นถึงความสัมพันธ์ที่สั่นคลอนระหว่างแดนี่และคริสเตียน บวกกับการสูญเสียครอบครัวของแดนี่ ทำให้ เพเล นั้น ดูจะให้ความสนใจในตัวของแดนี่มากกว่าเพื่อนคนอื่นๆ จดจำแม้กระทั่งวันเกิดของแดนี่ได้ (ในรูปที่วาดให้แดนี่ที่สวมมงกุฎดอกไม้ ก็มีอักษรรูนด้วยสองตัว แต่จำไม่ได้แล้ว) 

    ตรงนี้เอง น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เห็นว่า แดนี่ เป็นคนที่ เพเล เลือกแล้วที่จะมาสืบทอดเป็น 'May Queen' คนต่อไป ด้วยความที่แดนี่ มีคุณสมบัติหลายอย่างที่ตรงกับที่เค้าต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสูญเสียครอบครัว / สภาพจิตใจที่มีปัญหา รวมไปถึง ช่วงวัยที่เหมาะสมกับสิ่งที่ทางเพเลกำลังมองหา

    ช่วงอายุในความเชื่อของชุมชนฮาร์กาที่เปรียบเทียบกับ 4 ฤดูกาล

    - Spring (1–18) เป็นช่วงเริ่มต้นเรียนรู้กับการเจริญเติบโต 
    - Summer (18–36) เป็นช่วงที่ออกเดินทาง 
    - Fall (36–54)  เป็นช่วงวัยทำงาน 
    - Winter (54–72) เป็นช่วงสุดท้ายของ Cycle ชีวิต

    * ถ้าเดาจากอายุของแดนี่ ก็น่าจะราวๆ 19-21 ปี ซึ่งก็คืออยู่ในช่วงของ Mid Summer นั่นเอง 

  • และเมื่อทุกคนเข้ามาสู่เทศกาลใหญ่ 'Midsommar' ที่เป็นการขอบคุณเทพแห่งแสงที่ทำให้พืชพรรณเจริญงอกงาม โดยจะจัดขึ้น 9 วัน ในทุกๆ 90 ปี ก็จะเห็นได้ว่า นอกจากกลุ่มของแดนี่ (คริสเตียน จอช และมาร์ก) รวม 4 คนแล้ว ยังมี อีกสองคน คือ 'ไซม่อนและคอนนี่' ที่ได้รับการเชิญจาก 'อิงก้า' อีกสองคน รวมเป็น 6 คน เป็นแขกของหมู่บ้าน ฮาร์กานี้ (โดยตอนท้ายเราจะเห็นได้ว่า จำนวนคนที่เชิญมานั้น ถูกวางแผนตระเตรียมไว้หมดแล้ว สำหรับการบูชายัญ) 

    สิ่งที่แดนี่ และคนอื่นๆ ได้พบเจอ เมื่อมาถึงหมู่บ้านนี้ คือ วัฒนธรรม ประเพณี การละเล่น การแต่งตัวที่แปลกไปจากที่ๆเค้าเคยพบเจอ ทุกคนดูโอบกอดกันด้วยความรัก ชุดสีขาวดูสะอาดตา สดใสไปด้วยธรรมชาติรายล้อม 

    แต่เมื่อเวลาผ่านไป ยิ่งมีอะไรที่ผิดปกติเกิดขึ้น เริ่มจากการปรากฏตัวของผู้อาวุโสชายหญิงสองคน ( อายุ 72 ปี) ที่มากินข้าวร่วมกันในรูปแบบของการจัดโต๊ะที่ดูแปลก (คล้ายกับเป็น The Last Supper ซึ่งต่อมาก็จะเห็นว่า มันเป็นการกินมื้อสุดท้ายของสองคนนี้จริงๆ) รูปแบบการจัดโต๊ะ คล้ายกับอักษรรูน ที่แปลความหมายว่า 'การสักการะบูชา'

    หลังจากกินเสร็จ บรรดาคนที่ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารด้วยกันทั้งหมด รวมถึงแดนี่และเพื่อน (ยกเว้นมาร์ก ที่ขอตัวไปนอน) ได้เดินทางไปยังหน้าผา โดยได้มีการกรีดฝ่ามือที่ผู้อาวุโสที่เป็นผู้หญิง ก่อนจะนำเลือดไปละเลงบนสลักหินอันนึง ที่มีอักษรรูนอยู่

    จากนั้น ทั้งสองได้ทำการกระโดดจากหน้าผาลงมาทีละคน (ภายหลังจะพบว่า นอกจากจะเป็นการสละชีวิตตามอายุขัยแล้ว มันยังเป็นส่วนหนึ่งของการบูชายัญ) โดยช่วงที่ตกลงมาแต่ยังไม่ตายนั้น คนในกลุ่มต่างแสดงอาการเจ็บปวดไปพร้อมๆกัน เป็นการบ่งบอกว่า คนกลุ่มนี้ใช้การแสดงอารมณ์ในการสื่อร่วมกัน 

    โดยเหตุการณ์นี้เอง ที่ทำให้แดนี่ ได้มีโอกาสเผชิญหน้ากับความตายแบบต่อหน้า หลังจากที่แดนี่ เลี่ยงที่จะเผชิญและพูดถึงครอบครัวของเค้า ที่ประสบกับโศกนาฏกรรมก่อนหน้านี้ ซึ่งตรงนี้ ผกก.แอสเตอร์ได้อธิบายเพิ่มว่า 'การที่ได้เผชิญหน้ากับความตายนั้น เป็นการบำบัดรูปแบบหนึ่ง'   ซึ่งหลังการฆ่าตัวตายนี่เอง แดนี่ก็ได้รับรู้ถึงมุมมองใหม่เกี่ยวกับปรัชญาในการมีชีวิตและจากไปของกลุ่มฮาร์กา จากการเล่าอธิบายวัฎจักรการเวียนว่ายตายเกิด ของผู้หญิงคนนึงในกลุ่มนั้น 

  • จากนั้นก็เกิดเหตุการณ์กับคนรอบตัวของแดนี่ เต็มไปหมด เริ่มจากการหายตัวไปของไซม่อน 

    ที่ต่อมาเราจะได้เห็น ร่างของไซม่อน ตอนที่คริสเตียนไปพบ 
    นสภาพที่ ดวงตาถูกควักออก ซี่โครงและไหล่ของเค้าถูกฉีกออกมาในลักษณะคล้ายปีกของอินทรี 
    ซึ่งเหมือนกับวิธีการทรมาน 'Blood Eagle' ของพวกไวกิ้ง 
    ที่ใช้ในการสละเลือดเพื่อบูชาเทพเจ้าโอดิน 

    คอนนี่แฟนสาวของไซม่อน ไม่เชื่อว่าไซม่อนจะทิ้งไปโดยที่ไม่รอกลับไปด้วยกัน ซึ่งแดนี่เองก็คิดเช่นนั้น แต่คริสเตียนกลับทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเหตุการณ์นี้ อีกทั้งยังอยากที่จะอยู่ต่อ เพื่อจะทำวิทยานิพนธ์ต่อ

    หลังจากเหตุกาณ์การหายตัวไปของไซม่อนนี้เอง แดนี่ก็ได้ฝันว่า ทุกคนขึ้นรถหนีหายไป และทิ้งแดนี่ ให้เหลืออยู่คนเดียว จุดตรงนี้เอง น่าจะเป็นการก่อตัวของความไม่ไว้ใจและเชื่อใจของแดนี่ ที่มีต่อคริสเตียนและเพื่อนๆ ที่ทำให้แดนี่คิดว่า ทุกคนนั้นพร้อมจะทิ้งเค้าไปได้ทุกเมื่อ ในขณะเดียวกัน เพเล ก็ได้พยายามจะเข้ามาใกล้ชิด แสดงความเป็นห่วงเป็นใยกับแดนี่ 

    ต่อมาเป็นการหายตัวไปของมาร์ค ที่หายไปกับผู้หญิงในหมู่บ้านคนนึง โดยก่อนหน้านี้ มาร์คได้ไปเยี่ยวรดใส่ต้นไม้บรรพบุรุษอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งสร้างความโกรธแค้นให้กับ อูฟ เป็นอย่างมากๆ 

    จอช (ที่เริ่มมีความขัดแย้งกับคริสเตียน ในเรื่องของการแย่งหัวข้อวิทยานิพนธ์) ได้แอบลักลอบเข้าห้องสมุด เพื่อถ่ายรูปคัมภีร์ที่ต้องห้ามในการเผยแพร่ จนโดน อูฟ (ซึ่งได้สวมหนังหน้าของมาร์ค และเอาส่วนขาของมาร์คมาทำเป็นกางเกง) เข้ามาใช้ของแข็งตีที่ศรีษะ ซึ่งต่อมาเราจะเห็นขาข้างนึงของจอชปักอยู่ในสวน

    ถ้าย้อนไปเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ที่มีกลุ่มเด็กเล่นการละเล่นนึง แล้วไซม่อนได้ถามขึ้นมา ก่อนจะได้คำตอบว่า มันคือ Skin the fool ซึ่งตรงจังหวะกับที่มาร์กเดินสวนมาพอดี นั่นแสดงให้เห็นว่า มาร์คเองถูกวางตัวให้เป็นตัวแทนของตัวตลก (The Fool) ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว 


  • จนมาถึงประเพณีการแข่งเต้นเพื่อหาผู้ชนะคนสุดท้าย ที่จะก้าวไปสู่ May Queen คนต่อไป แดนี่ได้ถูกชักชวนให้เข้าร่วม โดยก่อนที่จะทำการเต้นนั้น แดนี่ ได้ดื่มอะไรเข้าไปสักอย่าง (ซึ่งน่าจะมีสารอะไรที่ผสมลงไป ทำให้เต้นได้เรื่อยๆไม่หมดแรง) จนในที่สุด แดนี่ ก็ได้อยู่เป็นคนสุดท้าย กลายเปน May Queen ตามแผนที่กลุ่มนี้ได้วางเอาไว้ 

    ในมุมของคริสเตียน จะเห็นได้ว่า เมื่อคริสเตียนมาถึงที่นี่ ก็ถูกจับจ้องโดย ผู้หญิงคนนึง ชื่อ 'มาย่า' (ฉากโดนเตะเรียกร้องความสนใจ) และมีอีกหลายฉากที่แสดงให้เห็นว่า มาย่าสนใจในตัวคริสเตียน และพยายามที่จะทำสเน่ห์ใส่ (ดอกไม้ไว้ใต้เตียง/ขนเพชรใส่ในพายเนื้อและประจำเดือนใส่ในเครื่องดื่ม) 

    จนในที่สุดก็นำไปสู่การจัดฉากให้คริสเตียน (โดนมอมยา) มี Sex กับ มาย่า ซึ่งตรงนี้เอง กลายเป็นจุดแตกหักระหว่างแดนี่กับคริสเตียน ในใจของแดนี่ตอนนี้มันปวดร้าวยิ่งนัก คริสเตียน บุคคลเดียวที่เหลือในชีวิตกลับทรยศ จากนั้นจะเห็นว่า แดนี่ได้รับการปลอบประโลมจากสาวๆในหมู่บ้าน (เคยได้ยินว่าการปลอบประโลมที่ได้ผลดีที่สุด คือการเปล่งเสียงร้อง แสดงอาการไปพร้อมๆกัน เจ็บปวดร่วมกันโดยที่ไม่ต้องพูดอะไรออกมาก) 

    มันกลายเป็นการเติมเต็มความปรารถนาที่แดนี่เองต้องการมาตลอดชีวิต ความรัก ความใส่ใจ การเห็นอกเห็นใจ กลุ่มฮาร์กาเข้ามามอบสิ่งเหล่านี้ให้กับแดนี่ ในช่วงเวลาที่เหมาะสม 

    ความคิดของแดนีจึงค่อย ๆ เริ่มเปลี่ยนไป ซึ่งต่อมาเราจะเห็นได้ว่า เมื่อมีการคัดเลือกคนจำนวน 9 คนเพื่อบูชายัญต่อเทพเจ้า โดยแบ่งเป็นกลุ่มคนนอก 4 คน (มาร์ก จอช ไซม่อน คอนนี่) และอีก 4 คนจากกลุ่มฮาร์กา (2 คนแก่ที่กระโดดจากหน้าผา และอีก 2 คนที่เป็นอาสาสมัคร โดย 1ในนั้นก็คือ อิงก้า ที่ทำหน้าที่ของตัวเองไม่สำเร็จ) ก็ยังเหลืออีก 1 คน ที่ต้องเลือกระหว่าง คริสเตียน (ตัวแทนจากคนนอก) และคนในกลุ่มฮาร์กา ที่จะทำการสุ่มเลือกออกมา 1 คน ซึ่งสุดท้ายแล้วนั้น แดนี่ก็ได้เลือกกำจัดคริสเตียน (ออกไปจากชีวิต)

    ในฉากบูชายัญนี่เอง เราจะเห็นว่า มาร์กที่หายตัวไปก่อนหน้านี้ หน้าของเค้าได้แปลงสภาพไปอยู่บนตัวหุ่นที่เป็นตัวตลกแล้ว - รวมทั้งเห็น คริสเตียน ที่เป็นอัมพาตไปแล้ว ถูกยัดใส่ร่างของหมี และถูกทำการเผาไปพร้อมๆกับคนที่เหลือ - และการบูชายัญโดยการเผานี่เอง ที่ทำให้ย้อนนึกถึงคำพูดของ เพเล ที่ว่าพ่อแม่เค้าตายในกองไฟ ก็น่าจะมาจากอาสาที่จะสละชีวิตในการบูชายัญ 

    จากเหตุการณ์นี้เอง มันยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่า การเลือกของแดนี่นั้น พร้อมแล้วที่จะทิ้งอดีต (คริสเตียน) เพื่อที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ กับครอบครัวใหม่ (กลุ่มฮาร์กาที่มีผู้หญิงเป็นผู้นำ) ในที่แห่งนี้ตลอดไป 
    หนังค่อยๆทำให้เห็นถึง การเข้ามาของคนนอก ที่เข้ามาแทรกซึมในจิตใจ ในช่วงที่คนๆนึงกำลังอ่อนแอทางจิตใจมากๆ นั้น ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกๆคน การใช้อุปทานหมู่ต่างๆ มอบสิ่งที่ขาด (การรับฟัง การโอบกอด การเห็นอกเห็นใจ) ที่ไม่ได้รับจากคนใกล้ชิด อย่างที่ ผกก. อารี แอสเตอร์ ได้ให้คำนิยามของคนกลุ่มฮาร์กา นี้ว่า "Their language is empathy." 

    จากสิ่งทั้งหมดที่ทางกลุ่มฮาร์กา ได้จัดเตรียม วางแผน สร้างเหตุการณ์ต่างๆเพื่อบิวท์อารมณ์ของแดนี่ จนในที่สุดแดนี่ก็ได้เปิดใจรับคนกลุ่มนี้เข้ามา แทนที่คริสเตียน ซึ่งเป็น 9 วันของการเกิดใหม่ในที่แห่งใหม่ สภาพแวดล้อมใหม่ ซึ่งสะท้อนกับในชีวิตจริง ที่พวกลัทธิต่างๆ ส่วนใหญ่นั้นใช้ช่องว่างของปัญหาชีวิตตรงนี้เข้ามามีบทบาทและมีอิทธิพลกับความคิด 
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in