ตอนแรกก็กะว่าแค่จัดบ้าน แต่ได้จัดการชีวิตและความคิดตัวเองไปด้วยซะงั้น!piccarioman
แม่ชวนจัดบ้าน
  • เกริ่นก่อนว่าบ้านเรารกมาก มีที่ว่างแค่พอเดิน มีของวางเต็มไปหมด ในตู้ก็ไม่ได้จัด สักแต่ยัดเข้าไปก่อน ส่วนของที่ยัดไม่เข้าก็กองอยู่ข้างนอก ของที่ซื้อใหม่ก็เก็บเข้าตู้ไม่ได้ แต่ก็ต้องใช้ชีวิตไปทั้งอย่างนั้น ไม่ได้จัดสักที อ้างแต่ว่าไม่มีเวลา ไม่มีแรง เหนื่อยแล้ว

    จนวันหนึ่งแม่ก็เรียกให้เราไปช่วยขนของ ขยับตู้เปลี่ยนที่ ..... จุดเริ่มต้นของการจัดบ้านที่ไม่สิ้นสุด เพราะยิ่งขยับ ยิ่งรก
  • นอกจากความรกด้วยสิ่งของระเกะระกะแล้ว ยังมีทั้งหนู จิ้งจก ตุ๊กแก รังของสิ่งมีชีวิตไม่พึงอยู่ร่วมด้วยอีกหลายๆ อย่าง ทำให้เวลาขยับเปลี่ยนที่เฟอร์นิเจอร์ที ก็ต้องทำความสะอาด เก็บกวาดเช็ดถู

    บางครั้งของที่ขยับออกมาก็พังเพราะปลวก ต้องเก็บกวาดเอาไปทิ้ง ทำให้วันๆ นึงผ่านไปโดยทำได้แค่ไม่กี่อย่างก็เหนื่อยแล้ว แถมขยับทีนึงก็เพิ่มความรกเข้าไปอีก เพราะไม่สามารถเก็บให้เข้าที่ได้ในทันที ต้องมาจัดการต่อในวันถัดไป ซึ่งหมายถึงวันที่ว่างหรือวันหยุดในสัปดาห์ถัดไปนั่นเอง ระหว่างนั้นก็อยู่แบบรกๆ ไปนะะ
  • ระหว่างที่จัดบ้านเราเหนื่อยมาก พยายามคิดว่าทำยังไงถึงจะจบโดยเร็วที่สุด เราคิดจนนอนไม่หลับ เพราะรู้ว่าวันต่อไปก็ต้องไปทำงาน จัดบ้านต่อก็ไม่ได้ ต้องปล่อยไว้แบบนั้นอีกสัปดาห์นึงเต็มๆ ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้เราเครียดโดยไม่รู้ตัว เพราะเหมือนจัดการสิ่งที่ค้างคาไว้ไม่เสร็จ เครียดกว่าทำงานอีก

    เราอยู่กับบ้านที่ไม่เป็นบ้านเป็นเดือนๆ โดยที่ทำอะไรไม่ได้มาก เพราะเวลาและแรงมีจำกัด แม้มันจะรกไม่ต่างจากตอนก่อนหน้านี้ แต่มันเป็นการรกแบบไม่สบายใจ แบบที่ไม่โอเค ทำให้เราเดินในบ้านแบบรู้สึกแปลกๆ ตลอดเวลา ครั่นเนื้อครั่นตัวมาก เมื่อไหร่จะจัดเสร็จสักทีโว้ยยยยยย ได้แต่ตะโกนในใจแบบนั้นอยู่ตลอด

    พอบ่นให้แม่ฟัง แม่พูดมาประโยคนึงว่า "จัดบ้านมันไม่มีวันเสร็จหรอก มันก็ต้องทำไปเรื่อยๆ" ใจนี่เหี่ยวเลย มันจะไม่เสร็จได้ไง ก็รีบๆ ทำให้มันเสร็จสิ!! เถียงในใจนะ แต่ความเป็นจริงก็คือ มันไม่เสร็จจริงๆ ไม่จบไม่สิ้น 555555555555555
  • เราใช้เวลาหลายเดือนมาก กว่าจะเริ่มปลงตกว่า เราไม่สามารถเร่งมันได้จริงๆ ด้วยเวลา แรงกาย และเงินที่มีจำกัด ทำให้เราค่อยๆ ทำไปได้ทีละอย่าง

    เริ่มจากเคลียร์ของ จัดของ เริ่มมองภาพว่าเราอยากให้บ้านออกมาเป็นแบบไหน อยากให้อะไรอยู่ส่วนไหน หยิบของใช้สะดวกมั้ย เริ่มคัดของที่ใช้และไม่ใช้ และเริ่มมองภาพออกว่าจัดเสร็จแล้วจะออกมาเป็นยังไง

    จากที่มืดแปดด้านว่ายิ่งรื้อยิ่งรก เก็บอะไรเข้าที่ไม่ได้เลย ก็กลายเป็นเริ่มจัดการไปได้ทีละส่วน ตรงนี้ต้องขอบคุณแม่ที่ซุยเก่ง เพราะเราคือยืนเอ๋อไปแล้ว ทำไงต่อวะะ แต่แม่คือก็เก็บๆ ไปก่อน วันนี้เอาแค่นี้ พรุ่งนี้เอาใหม่

    ซึ่งจุดนี้เรากับแม่จะต่างกันมาก ตรงที่เราจะเป็นประเภทผิดแผนแล้วช็อต ไปต่อไม่ถูก แต่แม่ไปต่อได้ แต่เราก็ยังหงุดหงิดนะ เพราะวิธีการของแม่มันต้องเก็บหลายรอบไง อยากทำรอบเดียวจบอ่าาาาา 555555555555555555
  • เรากับแม่ตีกันเรื่องความเห็นในการจัดบ้านบ่อยมาก ตีกันไม่จบไม่สิ้น คุยกันไม่รู้เรื่อง แต่โชคดีอย่างนึงตรงที่สุดท้าย เราหาตรงกลางกันได้ และถ้าทำไปแล้วไม่โอเค ก็พร้อมเปลี่ยนเป็นอีกแบบ

    จากที่แรกๆ ทะเลาะกันแทบทุกวัน ด้วยเพราะเราเครียดด้วย ความคิดไม่ตรงกันด้วย แต่พอความคิดเราเริ่มเปลี่ยน เริ่มปล่อยให้มันเป็นไปตามสเต็ปมากขึ้น เริ่มยอมเพิ่มขั้นตอน ยอมเหนื่อยมากขึ้นหน่อย ไม่เร่งรีบให้มันเสร็จไวๆ แต่ทำให้มันเสร็จทีละขั้นไป ก็ทำให้เราคุยกับแม่ง่ายขึ้นด้วย

    ที่สำคัญ ในส่วนที่เป็นของๆ เรา แม่ก็ให้สิทธิ์ตัดสินใจกับเราเต็มที่ จะจัดสรรพื้นที่ยังไงก็ให้จัดการเองได้เลย

    อันนี้ต้องบอกก่อนว่าทุกวันนี้เรายังไม่มีห้องส่วนตัว แต่เรามีพื้นที่ส่วนตัวนะ

    คือบ้านเราพื้นที่จำกัด เรายังนอนกับแม่อยู่เลย ของทุกอย่างก็วางเป็นเฟอร์นิเจอร์ในบ้านรวมๆ กัน แต่ต่างคนต่างมีพื้นที่ส่วนตัว โต๊ะส่วนตัว ตู้ส่วนตัว ที่อีกคนจะไม่มายุ่งกับของๆ อีกคน

    ตรงส่วนนี้ทำให้เวลาจัดบ้าน คือก็ต้องวางโต๊ะตู้ต่างๆ แบบให้บ้านดูโอเค แต่เวลาจัดของในตู้ หรือบนโต๊ะ ก็คือของใครของมัน ไปจัดการเอาเอง ซึ่งแม่ก็ให้สิทธิ์นั้นกับเราอย่างเต็มที่ และให้เราเลือกพื้นที่สำหรับใช้สอยได้ด้วย 

    และการได้ใช้เวลาจัดการสิ่งของของตัวเอง ก็ทำให้เราสงบลงมากๆ เพราะได้มีสิทธิ์ควบคุมเองหมดทุกอย่าง ทำตามที่ชอบได้ จะเปลี่ยนย้ายของอีกสิบตลบก็ย่อมได้ และทำให้เราจัดการความคิดตัวเองได้โดยไม่รู้ตัวด้วย

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in