EVERYTHING I READOctober22nd
รีวิว : 铜钱龛世 (เหรียญทองแดงปราบพิภพ Y)
  • ชื่อเรื่อง : 铜钱龛世 ( Tong Qian Kan Shi  / Copper Coins  / เหรียญทองแดงปราบพิภพ ) 
    ผู้แต่ง : 木苏里 ( มู่ซูหลี่ ) 
    สำนักที่ตีพิมพ์ในไทย : Minerva Book
    ผู้แปล : ใบไม้แดง 




     เรื่องย่อ 

              ตำนานเทพมังกรผู้ยิ่งใหญ่ถือกำเนิดจากท้องทะเล และมาพร้อมกับเมฆสายฟ้าอานุภาพรุนแรงน่าครั่นคร้าม ทว่ามังกรก็มีวันประสบเคราะห์ใหญ่ถึงคราววิบัติ ถูกทำร้ายจนเหลือเพียงแก่นวิญญาณที่รอวันกลับคืน... จู่ๆ ที่เมืองหนึ่งก็มีเหตุการณ์ประหลาด ข่าวลือเรื่องชายรูปร่างหน้าตาสยองราวกับภูตผี มักปรากฏตัวในยามค่ำคืนจนผู้คนหวาดผวา กระทั่งหลวงจีนผู้หนึ่งมาที่นี่พร้อมเหรียญทองแดง เรื่องราวอันแสนพิลึกพิลั่นก็บังเกิดขึ้นนับตั้งแต่นี้


    ความรู้สึกหลังอ่าน 

             ทีแรกเราทำการเสิร์จหาข้อมูลนิยายก่อนซื้อด้วยค่ะ สรุปคือมีสามเล่มกับอีกหนึ่งเล่มพิเศษ ซึ่งตอนนั้นเรากะจะซื้อเรื่องนี้ที่งานหนังสือ แต่ว่าเค้าไม่ขายเล่มพิเศษแล้วเหมือนจะตีพิมพ์แค่รอบวางขายรอบแรกรอบเดียว ซึ่งทำให้ตอนตัดสินใจซื้อเรากังวลมากๆ เลยค่ะว่าสามเล่มมันจะโดนตัดจบฉับๆ แบบมู๊ดเหมือนตอนอ่านลิ่วเหยาหรือไม่ ที่อยู่ๆ ก็เอ้า...จบแล้วหรอ อะไรแบบนี้ 55555 แต่พอได้อ่านจริงๆ ก็คือดีงามมากค่ะ จบแบบอิ่มใจอร่อยพอดีคำมากๆ กลายเป็นว่ามือทองได้อ่านนิยายเทพเซียนดีๆ อีกเรื่องหนึ่งเลย คุ้มค่าที่ได้อ่านมากจริงๆ ทั้งการเดินทางตามหากระดูกมังกร ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ถักทอผูกคนทั้งสองไว้ มันลงตัวและพอดีมากค่ะ อาจมีบางจุดที่แอบเสียดายว่าน่าจะมีมากกว่านี้ แต่โดยรวมแล้วก็เรียกได้ว่าชอบนิยายเรื่องนี้มากเหมือนกันค่ะ 

    * ขอแอบกระซิบว่าความจริงเราลองไปดำน้ำหาตอนพิเศษในทรานอิ้งปรากฏว่าไม่มี คิดว่าทางคุณมู่เค้าน่าจะเขียนตอนพิเศษเฉพาะให้กับสำนักพิมพ์ที่ไทย ซึ่งมุมมองของเรามองว่าสามเล่มจบในตัวก็เรียกว่าสมบูรณ์แล้วนะคะ 



    เนื้อเรื่องโดยรวม 


              เรื่องจะเปิดตอนที่เซวียเสียน ( นายเอก ) กำลังรักษาร่างของตัวเองและพักอาศัยอยู่ในโรงหมอร้างคนซึ่งเคยเกิดเหตุไฟไหม้เมื่อหลายปีก่อน โดยมีเจียงซื่อหนิงลูกชายของเจ้าของโรงหมอที่เป็นวิญญาณผีเร่ร่อนมานานสามปีคอยดูแลปรนนิบัติจัดการเรื่องจิปาถะให้ วันหนึ่งเจียงซื่อหนิงออกไปรับอาหารให้เซวียเสียนยามฟ้าสางที่ร้านอาหารตามปกติ เด็กรับใช้ของร้านอาหารที่ทำหน้าที่คอยส่งอาหารหน้าร้านก็เกิดอาการอกสั่นขวัญหนีกับท่าทางกึ่งผีกึ่งคนของเจียงซื่อหนิงอีกครั้ง เนื่องจากรูปร่างที่เกิดจากฝีมือวาดตุ๊กตากระดาษของเซวียเสียนนั้นค่อนข้างน่ากลัวอยู่บ้าง ทำให้เจียงซื่อหนิงเวลาแปลงสภาพเป็นคนมีเหตุทำให้ผู้คนที่พบเห็นเกิดอาการประหวั่นขนลุกไม่กล้าเข้าใกล้  ทั้งยังคนในพื้นที่ล้วนตระหนักรู้ดีว่าเจียงซื่อหนิงผู้นี้ได้ตายท่ามกลางเหตุเพลิงไหม้เมื่อครานั้นแล้ว ทว่าวันนี้เหมือนโชคจะเข้าข้างเด็กรับใช้ไม่มากหรือน้อยเพราะหลังจากเจียงซื่อหนิงรับอาหารเดินออกไปได้ไม่นาน ก็มีหลวงจีนสวมอาภรณ์ขาวสะอาดตาเหมือนไว้ทุกข์ผู้หนึ่งเดินเข้ามาในหมู่บ้านผ่านร้านอาหารของเด็กรับใช้พอดี หลวงจีนผู้นี้ในมือถือเชือกที่ร้อยด้วยเหรียญทองแดงห้าเหรียญสภาพผุพัง มีเสียงดังกระทบก้องไปตามทางเดิน เด็กรับใช้ที่เห็นหลวงจีนเข้าก็รีบเดินไปขอความกรุณาให้ช่วยปราบผีซึ่งสถานที่ก็คือโรงหมอร้างที่เคยเกิดเหตุไฟไหม้นั่นเอง เสวียนหมิ่น ( พระเอก ) ตกปากรับคำจะช่วยปราบไล่วิญญาณให้ เด็กรับใช้ผู้นั้นจึงอาสานำเขาไปที่โรงหมอร้างทันที ในช่วงเวลาเดียวกัน เซวียเสียนและเจียงซื่อหนิงกำลังมีปากเสียงเล็กน้อยที่ดูจะเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของทั้งคู่ก็สัมผัสได้ถึงความอันตรายที่จะเข้ามาหาตน เซวียเสียนที่ร่างเหลือเพียงแค่วิญญาณบริสุทธิ์ตัดสินใจเสกร่างของตนและเจียงซื่อหนิงให้กลับไปเป็นตุ๊กตากระดาษและฝั่งร่างของตนไปกับคูน้ำบนพื้นเพื่อหลบซ่อนอย่างแนบเนียน ใครเล่าจะไปคาดคิดว่าหลวงจีนที่เดินเข้ามาสำรวจในห้องที่เซวียเสียนซ่อนตัวอยู่ ที่คิดว่าพรางตัวได้ดีเยี่ยมแล้วจะถูกคนผู้นั้นใช้แผ่นทองแดงแซะตนขึ้นมาจากพื้นด้วยท่าทางรังเกียจสกปรกเป็นที่สุด เซวียเสียนที่เสียชื่อไม่ว่าเสียหน้าไม่ได้ก็เกิดอาการโกรธเลือดขึ้นหน้า ทั้งชีวิตของมังกรน่าเกรงขามไม่เคยถูกผู้ใดประพฤติตัวใส่ตนเฉกเช่นนี้มาก่อน แต่เนื่องจากร่างที่ยังเป็นอัมพาตครึ่งท่อนทั้งยังเดินไม่ได้ ทำให้เขาดีดดิ้นด้วยความโกรธยากนักจะตอบโต้อีกฝ่ายที่เป็นเพียงเจ้าลาโง่ในสายตา ท้ายที่สุดเซวียเสียนก็ถูกยัดเก็บลงถุงกระเป๋าข้างเอวไปพร้อมกับเจียงซื่อหนิง โดยที่ไม่รู้เลยว่าการถูกแซะด้วยแผ่นทองแดงจากพื้นในวันนี้จะทำให้เรื่องราวของพวกเขาทั้งสองพลิกผันไปตลอดกาล เซวียเสียนที่ตามหากระดูกมังกรและคนที่กระชากเลาะกระดูกของตน เสวียนหมิ่นที่ต้องการทดแทนคุณจึงออกตามหาคนผู้หนึ่ง เรื่องราวที่เกิดจากความบังเอิญได้พบพานทำให้คนทั้งสองเกี่ยวโยงพันกันอย่างไม่มีเงื่อนไข ก่อเกิดเป็นเรื่องราวที่อีกกี่พันปีก็ไม่มีวันลืมเลือน...


              มีสปอยเล็กน้อย อ่านข้ามได้*  
              ที่เราบอกเล่าเนื้อหาข้างตนเป็นเพียงแค่หนึ่งในสิบของเรื่องทั้งหมดนะคะ ในเรื่องเซวียเสียนเป็นมังกรหลังจากที่น้องเผชิญด่านเคราะห์ใหญ่มาแล้ว ด้วยความที่เป็นเคราะห์ใหญ่จึงทำให้น้องบาดเจ็บหนักร่วงตกลงใจกลางทะเล จนถูกคนผู้หนึ่งกระชากกระดูก เลาะเอาเอ็นมังกรออกจากร่างทั้งเป็น ผลให้น้องได้รับบาดเจ็บถึงปางตายต้องเป็นวิญญาณบริสุทธิ์ลอยไปมา ใช้ตุ๊กตากระดาษค้ำจุนร่างไว้เพื่อไม่ให้วิญญาณตัวเองสลาย ตอนแรกเซวียเสียนเป็นอัมพาตทั้งตัวแต่พอครึ่งปีหลังพอจะรักษาฟื้นอาการได้บ้างอัมพาตจึงเหลือแค่ครึ่งตัวเดินไม่ได้ แต่หลังจากที่ได้พบเสวียนหมิ่นระยะเวลาที่ตามเก็บกระดูกแต่ละชิ้นและตามหาคนที่อยู่เบื้องหลังในการกระชากกระดูกและเอ็นของตนที่ควรจะเป็นสิบปีก็ลดลงเพราะคนๆ นี้ โดยเรื่องจะดำเนินให้คนทั้งคู่เดินทางไปตามหากระดูกมังกรของเซวียเสียน และคลี่คลายปมปัญหาต่างๆ รวมถึงความทรงจำที่สูญหายไปของเสวียนหมิ่นค่อยๆ เริ่มฟื้นคืน เรื่องค่อนข้างจะเกี่ยวโยงกัน แนะนำให้เก็บรายละเอียดนิดนึง เนื้อเรื่องไม่ค่อยตึงเครียดมากนัก เพราะส่วนใหญ่จะนำเสนอมุมมองของเซวียเสียนเป็นส่วนใหญ่ น้องเป็นมังกรชอบตบมุขโบ๊ะบ๊ะให้ตัวเองค่ะ อ่านแล้วพักขำความคิดน้องอยู่บ่อยๆ ด้านเรื่องความรักของพระนายคู่นี้เป็นรักที่ค่อยๆ พัฒนาไต่เต้าความรู้สึกไปทีละนิดแต่สัมผัสได้ว่าม้นค่อยๆ เติบโตขึ้น เป็นรักที่ไม่มีคำว่ารักแต่ต่างฝ่ายต่างก็รู้ว่ารัก อีกทั้งคนที่เป็นฝ่ายรู้ตัวก่อนดูน่าจะเป็นยัยน้องเซวียเสียนด้วยค่ะ 5555555 มันจะมีจุดหนึ่งที่ทำให้คนทั้งคู่เริ่มรู้ตัวว่าคิดเกินสหายร่วมเดินทาง ความใกล้ชิดแต่ชอบหาเรื่องให้ทะเลาะกัน ความแตกต่างของคนทั้งสองแต่กลับเข้าขากันได้อย่างดีเยี่ยม จังหวะจะรักพอรู้ตัวว่ารักก็ไม่เกี่ยงงอนว่าอีกฝ่ายมีอดีตเป็นอย่างไร ขอแค่ทั้งคู่ชื่อใจกันก็เพียงพอแล้ว สัมผัสได้เลยว่าเค้าทั้งคู่รักกันจริงๆ



    คะแนนโดยรวม 

              9.5/10 หักแค่ที่ว่าบรรยายเรื่องค่อนข้างเนิบช้าชวนง่วงไปนิดนึงจริงๆ ทำให้เวลาอ่านบางทีก็รู้สึกอยากพักอยู่บ่อยๆ เพิ่งจะมารู้สึกติดไฟแบบอ่านสปีดก็ช่วงตอนกลางเล่มสามเลย แล้วก็มีจุดบางจุดที่อยากให้เพิ่มขึ้นมาอีกสักนิดนึง แต่โดยรวมแล้วก็แอบขึ้นหิ้งเป็นนิยายในดวงใจอยากแนะนำให้คนอื่นได้อ่านนะคะ ว่าไม่ได้เด้อ 55555 ด้านการแปลลื่นไหลมากแต่บางจุดก็มีสะดุดเพราะศัพย์บางคำก็ไม่เคยเจอ ทำให้ต้องขมวดคิ้วงงว่าแปลว่าอะไร แต่โดยรวมภาษาค่อนข้างสวยค่ะ มีจุดคำผิดเล็กน้อยมากแบบนิดเดียว ปล่อยผ่านได้ สรุปก็คือดีมากแหละค่ะ ถ้าไม่ดีขนาดนี้เราไม่เขียนรีวิวแน่นอน *กระตุกยิ้ม 



    ตัวละคร

    ยังคงเรียงลำดับจากชอบมากเหมือนเดิมนะคะ (มีสปอยเนื้อหาเล็กน้อยถึงปานกลาง)

              เซวียเสียน เทพมังกรผู้มีอายุเป็นพันปี จะบอกว่าต่อให้เป็นเทพมังกร ใดๆ คือเราเรียกยัยน้องตั้งแต่เปิดเรื่องเลยค่ะ อยู่มาหลายร้อยปีไม่รู้ว่าเพราะอยู่คนเดียวจนชินหรือยังไง เวลาพูดแข่งฝีปากกับใครนี่ยังกะปล่อยร่างคุณหนูจอมเอาแต่ใจออกมา ไม่ยอมอ่อนข้อลงแม้แต่น้อยนิด งอแงเก่ง ซนแก่นที่สุด มีละครชีวิตในหัวเป็นล้านเรื่องสวมบทบาทแนบเนียนจนคนที่ร่วมเป็นสหายถึงกับกุมขมับปวดหัวเป็นว่าเล่น ในหัวเราตอนอ่านนี่คือบุคคลที่มีชาติกำเนิดเป็นเทพมังกรจริงๆ หรือเป็นแค่แมวเหมียวสวมหนังมังกรเนี่ย ขู่ฟ่อจะตะปบหน้าคนอื่นเก่งเหลือเกิน อีกทั้งยังชอบตบมุขโบ๊ะบ๊ะกับตัวเองในใจเหมือนเสิ่นชิงชิวร่างสองไม่ปาน 55555 แต่ถึงจะติดนิสัยหยิ่งผยอง ทำตัวเกียจคร้าน เวลาเดินทางก็จำเอาแต่ทางที่มีร้านอาหารเป็นหลักเพราะยัยน้องชอบกินจุกกินเยอะ จนเสวียนหมิ่นหมดคำจะพูดอยู่บ่อยๆ แต่นิสัยน้องจริงๆ เป็นคนมีคุณธรรมมาก ใครที่ทำคุณกับน้องไว้ น้องมักตอบแทนราคาที่สูงลิ่วเป็นเท่าตัว หรือถ้าน้องบังเอิญได้พบเจอคนที่อยากช่วยเหลือน้องก็จะช่วยเหลือและไม่คาดหวังรับสิ่งตอบแทนคืน แม้น้องจะบอกว่ามันเล็กน้อยมากกับสิ่งที่น้องให้ แต่สำหรับเราแล้วเราว่าน้องตั้งใจด้วยตอบแทนคืนโดยไม่ต้องการติดค้างบุญคุณใคร แต่เพราะความที่อยู่มาหลายร้อยปี ความรู้สึกของพวกมนุษย์นั้นน้องมิอาจเข้าใจได้ลึกซึ้ง การตอบแทนของน้องมันเลยดูมากมายเกินความจำเป็น แล้วจังหวะจะตกหลุมรักใครสักคนก็ดูซื่อตรงเสียจนอยากลูบหัว เป็นต้าวมังกรที่น่าเอ็นดูเหลือเกิน แต่พอตกอยู่ในสถานการณ์คับขันก็เก่งกาจเสียจนเป็นคนละคน สมออร่าเทพมังกรเสียจริง แม้เป็นคนที่เลือกปฏิบัติตามความชมชอบ แต่เซวียเสียนก็แสดงออกมาด้วยความจริงใจไม่เสแสร้ง และยังเป็นคนที่ชอบสร้างสีสันตลอดเรื่อง เราถึงได้ชอบน้องมากๆ โดยเฉพาะความโบ๊ะที่ตกเอาใจเราไปเต็มๆ -- สังเกตตัวเองมาหลายครั้งแล้วค่ะว่าเราน่าจะชอบนายเอกที่ิมีนิสัยนิ่งๆ เดาใจยากแต่จะชอบตกม้าตายแพ้ทางนายเอกประเภทตบมุขโบ๊ะบ๊ะ ติดอ๊องหน่อยๆ เสมอ ซึ่งเซวียเสียนเนี่ยตอบโจทย์ไทป์เราเลยค่ะ คือถ้าจะให้พูดถึงนายเอกจากนิยายที่ชอบ น้องจะอยู่ในรายชื่อที่เราตอบแน่นอน 55555  

    คำพูดและบทบรรยายที่ชอบของเซวียเสียน ความจริงคนนี้เนี่ย หาเป็นชิ้นเป็นอันไม่ค่อยได้ แต่เรากลับชอบสองเรื่องที่น้องทำในบทบรรยายค่ะ มันเป็นมุมเล็กๆ ไม่ได้บอกเป็นหน้าต่อหน้าแต่เมื่อเชื่อมโยงกันแล้วจะรู้ว่าน้องเป็นคนดีและน่ารักมากๆ คนหนึ่งเลย ตอนหนึ่งในโรงหมอตระกูลเจียง น้องแปลงกายเป็นมนุษย์เดินเล่นไปตามทางเดิน วันนั้นมีสายฟ้าฟาดใส่แขนน้องตอนเป็นมังกรพอดี น้องเลยได้บาดแผลมาแผลหนึ่ง สำหรับเซวียเสียนแล้วมันเหมือนเป็นแผลที่โดนกิ่งไม้บาด วันสองวันก็หายแต่สำหรับมนุษย์คือเป็นแผลที่ใหญ่มาก สร้างความเจ็บปวดได้ตลอดชีวิต เซวียเสียนโดนนายหมอคนหนึ่งทักว่ามีบาดแผลใหญ่และสาหัสมาก ทั้งบ่นว่าถ้าไม่ยอมดูแลแผลให้ดีๆ พอเข้าฤดูหนาวแล้วจะรู้สึก นายหมอคนนั้นจูงลากแขนอีกข้างที่ไม่ได้บาดเจ็บของเซวียเสียนมายังโรงหมอ แล้วทายารักษาบาดแผลให้ ทั้งยังมอบเตาอุ่นมือให้น้องด้วย เซวียเสียนที่ไม่ได้สัมผัสความหนาวหรืออบอุ่นมานาน ก็รู้สึกได้ถึงกระแสความอบอุ่นนั้น พอทำแผลเสร็จและน้องจากไป เวลาผ่านไม่นานนักน้องเลยแอบเอาเตาอุ่นมือมาคืนให้ พร้อมกับวางไข่มุกทองคำจำนวนหนึ่งไว้ให้ที่หลังประตูบ้าน อีกเรื่องเป็นเรื่องที่น้องให้เชือกผูกวิญญาณกับนายทหารผู้หนึ่งที่ไม่ยอมไปเกิดใหม่ เป็นวิญญาณนั่งอยู่บนเกวียนท่ามกลางทะเลทราย วันนั้นน้องเกิดอารมณ์ดีเลยนั่งฟังวิญญาณนายทหารคนนั้น จึงรู้ที่มาว่าที่ไม่ยอมออกเดินทางสักทีเนื่องจากจิตใจยังผูกพันกับหญิงที่รักอยู่ ไม่อาจปล่อยวางได้ เซวียเสียนตอนนั้นไม่เข้าใจเลยว่าความผูกพัน ความรู้สึกที่ลึกซึ้งยากเข้าใจนั้นเป็นอย่างไร แต่น้องก็ยังตัดสินใจมอบเชือกผูกวิญญาณนั้นให้ หากชาติหน้านายทหารผู้นี้ยังคงคำนึงหานาง ถ้าจะตามหาก็คงไม่ยากนัก สรุปเชือกที่น้องให้ไปวันนั้น กลับทำให้น้องได้รู้ว่านายทหารผู้นั้นได้เกิดใหม่เป็นคนผู้หนึ่งที่เขารู้จักและยังได้ครองรักกับหญิงที่่เขาเคยบอกกับเซวียเสียน ตอนที่น้องรู้ข้อนี้น้องก็ยิ้มดีใจใหญ่เลยค่ะ น่ารักมากจริงๆ 

    .

              เสวียนหมิ่น — หลวงจีนผู้มีนิสัยรักสะอาดชนิดที่ว่าเปื้อนเพียงน้อยนิดก็เสกยันต์ทำความสะอาดทั่วร่างทันที หรือแม้แต่ตอนที่ต้องหยิบจับสิ่งของที่ดูแล้วอาจจะไม่สะอาดก็ถึงกับต้องฉีกเนื้อผ้าตัวเองมารองจับสิ่งของนั้น จนเซวียเสียนอดแซวไม่ได้ว่าสักวันหนึ่งจะไม่มีผ้าเหลือให้ฉีก บนร่างจะไร้อาภรณ์ให้สวมใส่เป็นแน่ 555555 เสวียนหมิ่นเป็นหลวงจีนที่ฉลาดหลักแหลม เก่งกาจเหมือนถือออร่าความแมรี่ซูไว้ตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งความเก่งกาจของเค้าทำให้เรารู้สึกว่าเก่งจนแบนเรียบ มันไชน์เยอะจนรู้สึกเฉยๆ ไปเลย แต่จุดที่ทำให้เราชอบเค้าไม่ใช่ความเก่งกาจหรือความฉลาดแก้ปัญหา เราดันกลับชอบที่จะได้อ่านความรู้สึกของคนๆ นี้ที่กำลังค่อยๆ พัฒนาก่อเกิดความรู้สึกกับสหายของเขาเสียมากกว่า เพราะเสวียนหมิ่นถูกปูทางมาให้เป็นคนที่มีลักษณะนิสัยเย็นชา ชอบอยู่อย่างสันโดษ สงบเสงี่ยม ปลีกวิเวกจากผู้คน พอถึงจุดหนึ่งที่เค้ามีเซวียเสียนที่ทั้งชอบพูดจาเจื้อยแจ้ว โหวกเหวกโวยวาย ดื้อซน ร้ายกาจมากจนบางทีก็ทนไม่ไหว แอบแกล้งเขาไปโดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ตัว นั่นแหละค่ะ ผู้ชายที่ประพฤติตัวอยู่ในคุณธรรมสูงส่ง ละเรื่องทางโลกกิเลสมากมาย กลับต้องมาเสียอาการให้กับคนที่ไม่ได้ชมชอบขนาดนั้น เราชอบยิ่งนัก *ตบเข่า ในเรื่องเสวียนหมิ่นอาจไม่ได้พูดแสดงความรู้สึกออกมาตรงๆ คำว่ารักจากปากเค้าอย่าหวังจะได้ยิน ทว่าการกระทำกลับเป็นอะไรที่เกินกว่านั้นมาก เค้าซื่อสัตย์ ซื่อตรงต่อคนที่เค้ารัก แม้แรกเริ่มจะไม่ได้เกิดความรู้สึกชมชอบเซวียเสียนทันที ทั้งยังอีกฝ่ายชอบหาเรื่องปวดหัวมาให้ตัวเองอยู่บ่อยๆ แต่ตอนที่ตัวเองสลบในโรงเตี๊ยมพอฟื้นขึ้นมารู้ว่าอีกฝ่ายหนีตัวเองไปพร้อมกับทิ้งของตอบแทนเพียงชิ้นหนึ่งไว้ให้ เสวียนหมิ่นก็เลือกที่จะออกไปตามหาเขาและคอยคุ้มกันภัยอันตรายให้จากที่ไกลๆ เรื่องเล็กน้อยที่ตัวเองพอจะทำให้อีกฝ่ายได้ อย่างเช่นให้เซวียเสียนหยิบยืมเหรียญทองแดงเพื่อฟื้นอาการรักษากระดูก เสวียนหมิ่นก็เต็มใจมอบให้ หรือแม้แต่ตอนที่เซวียเสียนยังเป็นอัมพาตครึ่งล่างไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้ เสวียนหมิ่นก็เต็มใจที่จะอุ้มเขาโดยไม่คิดเกี่ยงใดๆ (( แอบกระซิบว่าเจ้าตัวเป็นคนเดินเข้าไปอุ้มน้องเองด้วย น้องไม่มีความคิดนี้ในหัวมีแค่บอกให้เค้าแบกตัวเอง พอโดนอุ้มน้องก็เสียหน้าอายมุดดินหนีทันที 55555 )) อีกสิ่งหนึ่งที่เราชอบในตัวเสวียนหมิ่นคือความเสียสละของเค้า พอถึงจุดหนึ่งที่ต้องเลือกระหว่างความเป็นกับความตาย ถ้าสิ่งไหนที่มันถูกต้อง เสวียนหมิ่นย่อมไม่คิดคำนึงถึงชีวิตของตัวเอง เต็มใจที่จะยอมเสียสละเพื่อความถูกต้องนั้น แม้ว่าจะต้องแลกด้วยความเจ็บปวดหรือทรมานไปตลอดชั่วชีวิตก็ตาม พอลองคิดดูแล้วถ้าเสวียนหมิ่นไม่เกิดถูกต้าวมังกรของเรายั่วยุในกิเลสเสียก่อน คิดว่าเค้าคงมีโอกาสได้บรรลุขึ้นสวรรค์ชั้นฟ้าแน่นอนเลยค่ะ 55555 

    ปล.สปอยมาก ข้ามได้* เสวียนหมิ่นเป็นพระที่ไม่ได้ถือศีลบริสุทธิ์ครบทุกข้อนะคะ เนื่องจากอาจารย์ของเขา ตอนเริ่มโกนหัวบวชวันนั้นดันมีฟ้าผ่าผ่าลงมาที่กลางวัด พระทุกรูปในวัดเสียชีวิตหมดเหลือเพียงแต่อาจารย์ของเสวียนหมิ่นที่รอดชีวิต จึงทำให้ไม่ได้รับศีลค่ะ พอรับศิษย์เข้าวัดเลยไม่มีข้อห้ามใดๆ แต่ที่กินเจไม่ดื่มสุรา ละเรื่องกิเลสกันเนี่ย เซวียเสียนด่าว่าเป็นคู่ศิษย์อาจารย์ที่ชอบสั่งสมความแค้นไว้ในใจค่ะ อารมณ์ประมาณพวกโรคจิตชอบที่จะทรมานตัวเอง 55555 ดังนั้นถ้าใครคาดหวังเรื่องเลิฟซีนพอหอมปากหอมคอ คือได้แน่นอน สองคนนี้รักกันมากมีทีก็ข้ามวันข้ามคืนเลย *ยิ้มกริ่ม

    คำพูดบทบรรยายของเสวียนหมิ่นที่ชื่นชอบ — มันเป็นมุมมองของเซวียเสียน แต่สำหรับเราแล้วมันบรรยายได้ซึมลึกมากถึงความรู้สึกของเสวียนหมินที่มีต่อเซวียเสียน จนทำให้รู้สึกว่าเค้ารักเจ้ามังกรผู้นี้มากเพียงใด ทำให้ต้องมองย้อนกลับไปในหลายๆ เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างคนสองคนเลยค่ะ

              ' มีคนผู้หนึ่ง แบกเอาความทุกข์และเคราะห์ร้ายชั่วชีวิตที่ไม่มีวันสิ้นสุดของเขาไปหมดสิ้น แต่ไม่วิงวอนขออะไรตอบแทนกลับไปเลยแม้แต่อย่างเดียว หากมิใช่เขาบังเอิญโชคดี อ่านเนื้อหาที่สลักไว้บนศิลาจนเข้าใจ ชีวิตนี้อาจไม่มีทางรู้เลยว่าอีกฝ่ายทำอะไรลงไปบ้าง...'

    สอดคล้องกับอีกตอนบรรยายหนึ่งของเสวียนหมิ่น 

              ' จะรับเคราะห์ภัยตลอดทั้งชั่วชีวิตของอีกฝ่ายไว้กับตน และมอบความสุขวาสนาทั้งชีวิตของตนให้กับอีกฝ่าย ค่าตอบแทนคือไม่อาจเกิดใหม่ได้ตลอดกาล นี่ไม่ใช่สามภพชาติ แต่เป็นตลอดกาล'

    .

               ลู่เนี่ยนซี — เด็กชายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเด็กใจร้อน ดื้อรั้นไม่ยอมคน เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ชะตาถูกแลกเปลี่ยน ทำให้ดวงตาที่เคยมองเห็นกลับมืดบอด และถูกแลกมาด้วยพลังปราณวิญญาณที่สามารถทำนาย มองเห็นพลังลี้ลับซึ่งมนุษย์คนทั่วไปมองไม่เห็น ลู่เนี่ยนซีเป็นคนที่เรารู้สึกว่าเท่มากเวลาเค้าโผล่มาผ่านคำบรรยายตัวอักษรค่ะ ทั้งยังให้ความรู้สึกที่เย็นวาบอยู่หน่อยๆ เพราะนิสัยที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากคนที่วู่วาม ทำไรไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลัง กลายเป็นคนที่นิ่งขรึม เก็บความคิดไว้ในใจทั้งหมด จริงๆ เราชอบคนๆ นี้เป็นการส่วนตัวค่ะ...แหะ แบบว่าหลังจากรับพลังปราณมาไว้ในตัว ก็ให้ความรู้สึกที่แบบอยากพูดว่าทำไมถึงได้ดูเท่ขนาดนี้ ! แต่นั่นแหละค่ะ ก็แอบเสียดายที่เค้าไม่ค่อยมีบทให้โผล่มามากสักเท่าไหร่นักเลยไม่รู้ว่านิสัยพื้นๆ ความเก่งกาจของเค้า นั้นจะกร๊าวใจมากเพียงใด *กำหมัด ㅠㅡㅠ 

    คำพูดและบทบรรยายที่ชื่นชอบของลู่เนี่ยนซี 

              ‘ ข้ามีคนหนึ่งที่คิดคำนึง อยู่ถึงดินแดนห่างไกล สิบสองปีที่สายน้ำแห่งปรโลกกางกั้น คนรู้จักเก่าที่อยู่ดินแดนห่างไกลนั้น ในที่สุดก็กลับบ้านแล้ว ‘ 

    .

              เจียงซื่อหนิง — วิญญาณผีที่ให้ความรู้สึกเหมือนหนอนตำรา เหมือนบัณฑิตที่แก่ความรู้ มีนิสัยละเอียดอ่อน หน้าตาก็ดูสอดคล้องกับนิสัย ไม่ชอบใช้ความรุนแรง ภาพลักษณ์ที่ออกมาก็เลยดูนุ่มนวลไปแล้วแปดส่วน แต่ก็ชอบหลุดมาดขรึม เนื่องจากด่าเซวียเสียนอยู่บ่อยครั้ง 555555 เราชอบคนๆ นี้เหมือนกันค่ะ เค้าไม่ใช่คนที่แค่ต้องคอยช่วยเหลือเซวียเสียนเท่านั้น มองว่าเค้าเป็นเหมือนเพื่อนคนหนึ่งของเซวียเสียนเลย ต่างคนต่างพึ่งพากันและกัน ยามว่างก็ชอบรบแข่งฝีปากกันเล่นๆ ไม่มีหรอกความเคารพยำเกรงของผีตนนี้ที่มีต่อเทพมังกร มีแต่ความอะไรไม่รู้ของทั้งคู่ เจียงซื่อหนิงเป็นบุตรชายคนที่สองของโรงหมอ เค้าเป็นคนที่มีความรู้เรื่องยามาก แอบเสียดายตรงนี้นิดนึงด้วยค่ะ เพราะส่วนนี้น่าจะหยิบขึ้นมาให้มันมีอะไรมากกว่านี้ได้ เรารู้สึกว่าเจียงซื่อหนิงมีของ อยากให้เค้าได้โชว์ศักยภาพความเก่งกาจส่วนนี้ออกมาให้มากกว่านี้หน่อย แต่ก็เข้าใจว่าสามเล่มบทส่วนนี้ก็จะน้อยตามไปด้วย เลยทำได้แค่นึกถึงความเก่งกาจด้านยาของเค้าในใจค่ะ 55555 

    คำพูดและบทบรรยายที่ชื่นชอบของเจียงซื่อหนิง — เราชอบเวลาที่เค้าตบฝีปากกับเซวียเสียนค่ะ ดูเป็นมวยถูกคู่กันดี ชอบมาก อ่านทีไรก็หลุดขำก๊ากตลอด เลยเลือกจะเอาประโยคหนึ่งที่แบบเวลานึกถึง หน้าเจียงซื่อหนิงตอนเอือมๆ หลุดเค้าโครงความนุ่มนวลจะลอยมาเลยค่ะ เป็นตอนเจียงซื่อหนิงแซะยัยเซวียเสียนค่ะ

              ‘ ...นี่เขาเล่นละครชีวิตเรื่องอะไรอีก ‘  

    เฮ้อ แค่อ่านอันนี้ก็ไม่ไหวแล้วค่ะ 55555




    ประโยค/บทบรรยายที่ชื่นชอบ

    __________________________________________
    .
    " ลาโง่ ! ข้าเคยไปงัดสุสานบรรพบุรุษเจ้าหรือเคยขุดหลุมฝังศพเจ้ากันแน่ ทำไมเจ้าต้องจับข้าคนเดียว! ไล่ตามมาตั้งแปดร้อยลี้ เจ้าเหนื่อยล้ามารดามันบ้างหรือไม่ หา! "
    " ขอบคุณที่เป็นห่วง ไม่เหนื่อย "
    " ... "
    .
    __________________________________________
    .
    ไม่แกล้งตายแล้วหรือ "
    " เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าแกล้งตาย "
    คนชั่วร้ายอายุขัยยืนยาวเป็นพันปี "
    เซวียเสียนอยากส่งเขาขึ้นสวรรค์มากๆ
    .
    __________________________________________
    .
    จะยังปีนอีกไหม "
    ไม่ปีนแล้ว "
    " ยังจะอาละวาดขึ้นฟ้าลงมหาสมุทรอะไรอีกหรือไม่ "
    ก็ได้ ไม่ซนแล้ว "
    .
    __________________________________________
    .
    " ซือฝุมาซื้อให้ผู้อื่นหรือ "
    อืม "
    " มีสิ่งใดที่ชมชอบเป็นพิเศษหรือไม่ "
    " เหมือนปีศาจไก่ฟ้าที่คอยตามจิกผู้คน "
    " ... " เถ้าแก่เนี้ย
    " ... " เซวียเสียน
    .
    __________________________________________
    .
    " ข้าเดินได้แล้ว " 
    เซวียเสียนเงยหน้ากล่าวกับเสวียนหมิ่น สีหน้าคล้ายตื่นเต้นประหลาดใจ และคล้ายมึนงง 
    " เดินได้แล้วจริงๆ " 
    เขาเงยหน้าขึ้นมองเสวียนหมินอีกครั้ง พบว่าสายตาเสวียนหมิ่นเลื่อนจากสองเท้ามาอยู่ที่ใบหน้าเขาแล้ว
    " หน้าข้าเป็นอะไร...ปฏิกิริยาดูโง่เขลาไปหรือ ถ้าหักขาเจ้าปล่อยให้เป็นอัมพาตอยู่ครึ่งปี ปฏิกิริยาของเจ้าอาจแย่กว่าข้าอีก... "  เขาเอ่ยกึ่งเยาะเย้ยกึ่งเสียดสีตัวเอง
    เสวียนหมิ่นถูกเขามองแล้ว ก็เบนสายตาไปทางอื่นเงียบๆ
    " ลองเดินอีกสักหลายๆ ก้าว ข้าจะจับให้ "
    .
    __________________________________________
    .
    ' ในสถานที่แห่งนี้ ที่จำเป็นต้องรักษาชีวิตมีเพียงสองคน...คือลู่เนี่ยนซีกับลาโง่นั่น คนแรกไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเซวียเสียนเลย ส่วนคนหลัง...คนหลังก็แค่ทะเลาะกันหาเหตุผลไม่ได้ จังหวะนั้นเซวียเสียนออกจะไม่เข้าใจตัวเอง ว่าทำไมต้องรู้สึกร้อนใจนัก '
    .
    __________________________________________
    .  
    ' คงเพราะเสวียนหมิ่นสงบนิ่งเฉยชาเกินไป ไม่เหมือนกับใครที่เซวียเสียนเคยพบมาทั้งสิ้น ดังนั้นเขาจึงมักอยากกระตุ้นยุแยง ดูตอนลาโง่นี่ไม่สงบนิ่ง ไม่เฉยชาแล้วสารรูปจะเป็นอย่างไร...อาจเพราะทุกประการล้วนน่าเบื่อหน่าย จึงคิดจะหาความบันเทิงจากตัวลาโง่กระมั่ง ' 
    .
    __________________________________________
    .
    ' ความคิดคำนึงและความอาวรณ์ที่หนักหน่วงลึกล้ำที่สุดบนโลกใบนี้ คงเกิดขึ้นเพราะเจ้าไม่อยู่อีกแล้ว แต่ไม่เป็นไร ข้าจะกลายเป็นเจ้า จะพาเจ้าไป นับแต่นี้จะไร้ทุกข์โศก พันขุนเขาจะร่วมก้าวย่ำ หมื่นลำนำจะร่วมเที่ยวท่อง '
    .
    __________________________________________
    .
    ' โลกนี้มีความผูกพันบางประการที่ยากยิ่งจะถกถึงสาเหตุที่มา บางครั้งถึงขั้นแม้แต่ต้นตอของมันยังหาไม่เจอ แต่กลับเชื่อมใจถึงใจ ลึกซึ้งจนถึงกระดูก ตั้งแต่ยังเล็กเป็นเด็กน้อยจนกระทั่งแก่ชราผมเผ้าขาวโพลน ร้อยปีไม่เสื่อมสลาย สามภพชาติไม่กลับกลาย '
    .
    __________________________________________
    .
    " ที่จริงเรื่องนี้ ข้าเองก็สงสัยอย่างยิ่ง เพียงแต่ความทรงจำที่มีอยู่ตอนนี้ไม่เพียงพอจะอธิบาย "
    .
    " หากจำต้นสายปลายเหตุได้ จะต้องบอกไปตามความสัตย์ "
    .
    " ข้าไม่มีทางโกหกเจ้า "
    .
    __________________________________________


    .

    " จะสำนึกเสียใจก็คงไม่ทัน เจ้าคงต้องใช้ชีวิตอยู่กับข้าไปอีกร้อยปีพันปี หรืออาจนานกว่านั้น ต่อให้วันไหนเกิดเบื่อหน่ายขึ้นมา ก็ไม่มีทางแก้ไขอะไรได้ "

    " ด้วยความยินดีที่สุด "

    .


    " ตั้งแต่หัวจดเท้า ล้วนเป็นของข้า "

    " ได้ ล้วนเป็นของเจ้า "


    .
    .





    - แล้วเจอกันใหม่ เรื่องหน้าค่ะ *โค้งคำนับ 



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in