EVERYTHING I READOctober22nd
รีวิว : 二哈和他的白猫师尊 (ฮัสกี้หน้าโง่กับซือจุนแมวเหมียวสีขาวของเขา Y)
  • ชื่อเรื่อง : 二哈和他的白猫师尊 ( Dumb Husky and His White Cat Shizun ) 
    ผู้แต่ง : 肉包不吃肉 ( Meatbun Doesn't Eat Meat ) 
    สำนักที่ตีพิมพ์ในไทย : ยังไม่มีประกาศ LC ของทางสำนักพิมพ์ค่ะ


              เป็นเรื่องที่สองของการเขียนรีวิวค่ะ เป็นเรื่องที่ใช้เวลาอ่านเดือนหนึ่งเลยเพราะอ่านจากการดำน้ำในทรานอิ้งล้วนๆ ค่ะ 311 ตอน หนักหน่วงจริงๆ เนื้อหาอาจจะมีผิดเล็กน้อยบ้างเพราะเราไม่แน่ใจว่าตีความถูกต้อง 100% หรือไม่ แต่นั่นแหละค่ะ ด้วยความที่มันเออล้นอยู่ในใจเราก็อยากจะเขียนรีวิวเรื่องนี้อยู่ดี



     เรื่องย่อ

              เป็นเรื่องราวของโม่หรานหรือท่าเซียนจวิน(เหมือนเคยอ่านเจอความหมายประมาณว่าผู้เหยียบย่ำเซียนค่ะ) ผู้ที่ถูกกล่าวขานว่าโหดเหี้ยมและอำมหิตที่สุดในดินแดนมนุษย์ โม่หรานกวาดล้างฆ่าเซียนและเผาทำลายทุกสำนักที่ไปเยือน แต่ท้ายที่สุดหลังขึ้นครองราชย์ได้เกือบสิบปีก็ตัดสินใจจบชีวิตของตัวเองลง ใครจะรู้เลยว่าการจบชีวิตของตัวเองในวันนั้นทำให้โม่หรานได้กลับชาติมาเกิดใหม่ในร่างของตนในวัย 16 ปีอีกครั้ง ปีที่เรื่องราวเลวร้ายยังไม่เกิดขึ้น ปีที่คนรักเขายังมีชีวิตอยู่ และปีที่เขายังเป็นศิษย์ของซือจุน...ฉู่หวั่นหนิง ชายที่เขาเกลียดมากที่สุดในชีวิต


              ความรู้สึกสึกหลังอ่าน            

             จะพูดไงดีคะ มันอิ่มไปหมด ทุกอย่างมันสมบูรณ์แบบในตัวของมันอยู่แล้วจริงๆ ค่ะ เรารักตัวละครในเรื่องมากๆ รู้สึกผูกพันมากจนอยากจะทะลุมิติไปอยู่ในเรื่องด้วยเลย อยากเป็นส่วนหนึ่งในการเติบโตของนิยายเรื่องนี้ ดูชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคนหลังเรื่องราวทุกอย่างได้จบลง เป็นเรื่องที่เราร้องไห้หนักมากจริงๆ ค่ะ ร้องหนักจนตัวโยนแบบต้องหอบ ร้องจนเหนื่อยอะพูดเลย 555555 แต่ก็ยอมรับนะคะว่าตั้งแต่อ่านนิยายทุกเรื่องมา เราไม่เคยร้องไห้และร้องไห้หนักขนาดนี้มาก่อนเลยค่ะ แล้วร้องจนจะขาดใจตายแบบความรู้สึกที่สูญสิ้นสูญเสียคนรักจนเหมือนตายทั้งเป็นนี่มัน... ฮืออออ เป็นนิยายที่เนื้อหาหนักหน่วงและเข้มข้นจนวางไม่ลงจริงๆ ค่ะ 311 + 1 ตอนพิเศษ (ซึ่งความจริงมีเยอะกว่านั้น) พอมานั่งนึกย้อนดูแล้วไม่มีตอนไหนที่รู้สึกขาดหายหรือเกินเลยค่ะ มันกลมกล่อมและอิ่มเอิบซึมลึกลงไปในใจแล้วจริงๆ เป็นนิยายขึ้นหิ้งของเราอย่างไร้ข้อกังขาใดๆ ฉกตำแหน่งนิยายลำดับต้นๆ ที่เรารักแบบมงลงลอยตัวมาแต่ไกลเลยค่ะ *ซับน้ำตา 


     เนื้อเรื่องโดยรวม 

              
              บทจะกล่าวถึงตอนที่โม่หรานตัดสินใจฆ่าตัวตายหลังจากที่ซือจุนของเขาตายไปได้สองปีและเมื่อได้กลับชาติมาเกิดใหม่ในร่างของตนในวัย 16 หลังตื่นมาก็พบว่าตัวเขานอนอยู่ในห้องนอนหนึ่งซึ่งเป็นซ่องที่ชอบมานอนกกอยู่กับชายขายตัวนามว่าหรงจิ่ว โดยในชาติที่แล้วนั้นหรงจิ่วเป็นคนที่โม่หรานลุ่มหลงที่สุด จำเป็นต้องมาพบหน้าและร่วมหลับนอนพลอดรักกันเกือบครึ่งค่อนเดือน แต่เพราะด้วยความที่เคยเผชิญกับโลกชาติที่แล้วมาก่อนเลยได้รู้ว่าหรงจิ่วนั้นมีเนื้อแท้เป็นอย่างไร โม่หรานจึงสบโอกาสแก้แค้นอย่างไม่คิดหน้าคิดหลังอะไร โดยอีกฝ่ายไม่มีจังหวะได้รู้ตัวเลย เมื่อแก้แค้นสำเร็จโม่หรานก็กลับยอดเขาสำนักของตน ระหว่างขากลับมีเรื่องทำให้ได้พบกับซือเม่ยอีกครั้ง คนที่เขารักและเป็นศิษย์คนที่สองของซือจุน ทั้งคู่เห็นพ้องที่จะกลับสำนักมาด้วยกัน ก็ได้พบกับเซวียเหมิงที่มายืนรออยู่หน้าปากประตู ( ฉากนี้คือโม่หรานแซวว่าเซวียเหมิงแต่งตัวเหมือนนกยูงกำลังรำแพนหาคู่ค่ะ ประกายวิบวับจนแสบตาไปหมด 555555 ) เซวียเหมิงเมื่อเห็นโม่หรานกลับมาแล้วก็สาดด่าไปยกใหญ่และบอกให้ไปจัดการเรื่องที่ตัวเองไปทำทิ้งไว้ที่ซ่องตอนนี้ ซึ่งสุดท้ายแล้วความเจ้าเล่ห์ของโม่หรานยังไงก็ชนะ หรงจิ่วที่พาคนมาช่วยด้วยก็เสียหน้ากลับไป แต่ว่าเรื่องสกปรกโสมมไม่มีทางปิดบังเซวียเหมิงไว้อยู่ เนื่องจากว่าโม่หรานใช้คาถาซ่อนของที่ไปขโมยมาจากหรงจิ่วไว้ เซวียเหมิงเลยแก้คาถาหลังจากเรื่องราวน่าปวดหัวได้จบลง ส่วนหนึ่งก็เพราะอยากจะรักษาหน้าสำนักไว้ด้วยถึงไม่ได้จัดการโม่หรานต่อหน้าคนนอกสำนัก พอรู้ว่าโม่หรานทำผิดกฎสำนักสามข้อคือขโมยทรัพย์สิน หมกมุ่นในตัณหากามารมณ์และพูดเท็จ เซวียเหมิงบอกว่าพ่อหรือลุงของโม่หรานและเป็นผู้นำของยอดเขาสื่อเซิง ( ประมุขเซวียเจิ้งยง) ไม่ว่างจัดการทำโทษ เพราะออกไปปฏิบัติงาน ปกติแล้วเซวียเจิ้งยงจะเป็นคนพิจารณาเรื่องความผิด แต่ถึงอย่างไรก็เป็นคนที่โอ๋โม่หรานมาก ต่อให้ทำผิดก็ไม่ค่อยจะเอาผิดเท่าไหร่นัก เซวียเหมิงเลยพาไปหาอีกคนหนึ่ง คนที่ปกติแล้วจะทำหน้าที่แทนประมุขเซวียเจิ้งยงเมื่อไม่ว่างดูแลรับผิดชอบหน้าที่ของยอดเขา แต่วันนี้เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ห้วงประตูมารฉีกขาดเลยต้องออกไปปิดผนึกทำให้ไม่ว่างมาจัดการปัญหา และคนๆ นั้นคือคนที่โม่หรานเกลียดชังที่สุดในจิตใจ คนที่เป็นสาเหตุทำให้ซือเหม่ยของเขาต้องตายจากเขาไป คนที่เลือดเย็น สนใจเพียงแค่ตัวเองและเคยถูกโม่หรานย่ำยีมาแล้วครั้งหนึ่งในชีวิตชาติก่อน ซือจุน…ฉู่หวั่นหนิงของเขา การกลับมาได้พบพาน หวนถึงความสัมพันธ์ที่ขาดสะบั้นยากนักที่จะย้อนคืน บาปกรรมที่ก่อเข็ญในอดีตชาติมิอาจชำระเพียงแค่ชีวิต กำลังจะได้รับการเปิดโปงสู่ความจริงที่แสนรวดร้าว…

            อันนี้เป็นแค่ช่วงตอนต้นเรื่องเท่านั้นนะคะ เป็นการแนะนำตัวละครที่หลักๆ ของเรื่อง คือซือจุนและศิษย์อีกสามคนค่ะ เนื้อเรื่อช่วงต้นๆ จะเกี่ยวข้องกับการเดินทางไปปราบผีปีศาจ การเติบโตและไขปริศนาเบื้องหลังต่างๆ ก่อนที่จะโยงใยไปถึงส่วนสำคัญของนิยายค่ะ และถ้าพูดถึงปมและความเกี่ยวโยงต่างๆ แล้ว เราพูดได้เลยค่ะว่าเรื่องทั้งหมดสำคัญตั้งแต่ตอนแรกถึงตอนสุดท้าย สิ่งที่เราคิดว่าไม่น่าเกี่ยวข้องท้ายที่สุดมันจะมาบรรจบกันค่ะ ต้องตั้งใจเก็บรายละเอียดให้ดีจริงๆ มีพลิคล็อคแบบหน้ามือเป็นหลังตีนก็มี อ่านแล้วเหมือนมีคนวิ่งมาตบหน้าก็เกิดขึ้นได้ค่ะ 55555 แต่ว่าเรากลับชอบมาก คุณโร่วเปาเขียนออกมาได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด มันเรียบจนแบบเราคิดว่าไม่น่าสำคัญแต่ที่จริงสำคัญค่ะ TT____TT แต่เราก็พอจะเดาจับประเด็นได้ก่อนเฉลย ค่อนข้างดีใจที่เดาถูก เนื้อเรื่องในมุมของเรา เรามองว่าเหมือนกำลังจะได้เห็นการเติบโตของโม่หรานที่กลับชาติมาเกิดอีกครั้งอะค่ะ เพราะชาติที่แล้วเขาทำเรื่องไม่ดีไปเยอะมาก พอกลับมาตอน 16 ปีอีกครั้ง ก็รู้สึกอยากจะปกป้องคนที่ตัวเองรักให้ถึงที่สุด ซึ่งถามว่าคนที่อยู่ฝั่งทีมซือจุนเจ็บปวดหัวใจไหม โอ้โห อย่าให้ได้แถลงค่ะ แต่ว่ามันก็จะมีประเด็นของเรื่องกลับชาติมาเกิดและเหตุผลที่ไม่ใช่ความบังเอิญ สาเหตุที่ชาติที่แล้วทำไมโม่หรานถึงฆ่าคนได้เป็นพันๆ คนอีกค่ะ คือถ้าให้พูดตรงไหนไปนี่ก็คือยาวแน่ๆ ทุกอย่างมันเชื่อมโยงกันหมดค่ะ อีกอย่างหนึ่งเลยที่ชอบก็คือการที่คุณโร่วเปาเขียนตัวละครค่อนข้างเป็นสีเทาเกือบทุกคนค่ะ เรารู้สึกว่าคนเรามันก็ไม่ได้ขาวสะอาดหรือดีเลิศเลอขนาดนั้น ทุกคนมีเหตุผลของการกระทำเสมอ คนที่เราคิดว่าเขาน่านับถือดูมีคุณธรรมท้ายที่สุดแล้วอาจแอบแฝงไปด้วยความเห็นแก่ตัว หรือคนที่เราคิดว่าดูร้ายกาจและใจร้ายอาจจะเป็นคนที่ลึกข้างในแล้วเขาก็แค่ต้องการปกป้องคนสำคัญของเขาค่ะ มันทำให้เราได้มองในหลายๆ มุมมอง ชั่งน้ำหนักในใจกันเป็นว่าเล่น 55555 แต่อยากจะเกริ่นว่า 200 ตอนแรกเป็นแค่การเกริ่นเนื้อหาภาพรวมโดยทั้งหมดค่ะ อาจจะมีช่วง 90 ต้นๆ ที่เป็นคลื่นชีวิตลูกสุดท้ายของฉู่หวั่นหนิง แต่พอผ่านตอนเหล่านั้นไปได้แล้วสึนามิของจริงจะมาค่ะ...*ซับน้ำตา


    คะแนนโดยรวม 

              ไม่ขอพูดมาก ขึ้นหิ้งขนาดนี้แล้ว เต็มสิบก็เอาไม่อยู่แล้วค่ะ เพราะชอบมาก ชอบจริงๆ ชอบแบบที่ว่าอยากเป็นคนที่อยู่ในเรื่องด้วยเลย TT_____TT


     ตัวละคร 

    ( เรียงลำดับจากชอบมาก อาจมีสปอยเนื้อหาบางส่วนปานกลาง ) 


    ฉู่หวั่นหนิง - ซือจุนสุดที่รักของเราเองค่ะ เป็นตัวละครที่เรารักมากๆ แบบที่ว่าอยากจะทะนุถนอมเค้าเหลือเกิน ซือจุนเป็นคนหน้าบาง พูดนิดพูดหน่อยก็จะอารมณ์ขึ้นง่ายชอบทำหน้านิ่ง บางทีก็บูดบึ้งจนศิษย์ในสำนักต่างหวาดผวากลัวว่าจะโดนเฆี่ยนเอาชีวิตไปตามๆ กัน 5555 แต่ความจริงเป็นคนที่มีมุมมองเป็นเหตุเป็นผลและเป็นกลางมากค่ะ ถ้าใครกระทำผิดจริงจะลงโทษจนไม่ไว้หน้าใครเลยต่อให้จะเป็นมนุษย์สามัญก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นแม้จะดูเหมือนเป็นคนใจร้าย ดูเลือดเย็นแบบไม่สนใจความรู้สึกใคร ไม่จำเป็นต้องให้มีใครคอยอยู่เคียงข้าง แต่ความจริงเค้าโดดเดี่ยวมากๆ เลยนะคะ และด้วยความเคยชินที่โดดเดี่ยวนั่นแหละค่ะทำให้เค้าสร้างเกราะกำแพงขึ้นมาจนทำให้เค้าตัดพ้อกับตัวเองอยู่บ่อยๆ ทั้งยังบอกว่าไม่สมควรได้รับความห่วงใยและการดูแลจากคนอื่นอีก พอยิ่งได้รู้เบื้องหลังชีวิตของฉู่หวั่นหนิง เหตุผลที่เค้าเกิดมา เหตุผลที่เค้าโดดเดี่ยว ทุกๆ อย่างเรารู้สึกว่าเค้าควรได้รับอ้อมกอด ความอบอุ่นและความรักมากๆ เลยค่ะ ไม่ควรมีใครที่จะต้องโดดเดี่ยวและอ้างว้างขนาดนี้ ซือจุนถึงแม้จะพูดไม่เก่งแต่เป็นคนที่ใส่ใจคนรอบข้างมากๆ และเมื่อตอนที่เค้ามีความรักต่อให้มันคือชีวิตของตัวเค้าเอง เค้าก็ยอมมอบให้เพื่อปกป้องคนที่เค้ารักค่ะ ประโยคที่เราชอบมากๆ ของฉู่หวั่นหนิงเลย (ขอเป็นประโยคอิ้งนะคะ ไม่กล้าแปลเพราะกลัวคำมันจะไม่สวยจริงๆ ค่ะ )

               ‘ If you don't know how to save others, how will you save yourself? ’ 

              - เอาเป็นว่าถ้าให้บรรยายความรักของเราที่มีต่อซือจุนบอกเลยนะคะจำนวนคำใน 311 ตอนทั้งหมดก็ไม่พอสำหรับเราค่ะ เพราะเรารักซือจุนมากกกกก แต่ก็คงสู้โม่หรานไม่ได้ 555555 

    .

    โม่หราน  - จะบอกว่าคนนี้เนี่ยขอรีวิวแยกร่างวิวัฒนาการตามคุณโร่วเปาเลยค่ะ คนนี้มี 3 ร่าง 3 อารมณ์เลย คือ 0.5 1.0 และ 2.0 เราจะขอรีวิวตามการเติบโตของตัวละครเลยนะคะ 

    0.5 - ท่าเซียนจวิน เป็นร่างชาติก่อนเกิดใหม่ค่ะ เป็นคนที่หัวร้อนง่ายมาก ทำผิดนิดหน่อยจับทอดลงกระทะ จับฉีกร่างให้เป็นชิ้นๆ จนคนทั้งโลกผวากลัวเค้าจับเอาไปฆ่าตามๆ กัน กิมมิคของร่างนี้คือปากร้าย ใจร้าย เวย์โม่หรานเทิร์นเข้าสู่ด้านมืด ร่างนี้เป็นร่างที่ไปสุดทุกอย่างทุกทางจริงๆ ค่ะ หมายถึงร้ายให้สุดแล้วหยุดที่พำนักตำหนักศาลาบัวแดง 55555 นางเกลียดทุกคนแบบที่ฆ่าเอาชีวิตเหมือนเป็นผักปลาแบบว่าเล่น แต่จะเกลียดเป็นพิเศษเหมือนได้รับบทเป็นพระเอกสวรรค์เบี่ยงก็ตอนที่อยู่ต่อหน้าซือจุนเท่านั้นแหละค่ะ ฆ่าเค้าไม่ลง พอเค้าจะตายก็รั้งให้อยู่ ยื้อจนสุดชีวิต พอเค้าอยู่ในกำมือก็จับแต่งเข้าเป็นสนมลำดับหนึ่ง จับเค้าขังไว้ในวังไม่ให้ใครได้เชยชมความงามนี้ ถ้าบริวารคนไหนเห็นก็จับควักลูกตาฆ่ามันเสียตรงนั้น นั่นแหละค่ะดูออกว่าคลั่ง(รัก) มาก เกลียดมาก ย่ำยีเค้าทุกค่ำคืน ตำหนักศาลาบัวแดงไม่เคยจะได้จุดไฟ 5555555555 แต่สิ่งหนึ่งที่เรายอมรับเลยนะคะ คือความฉลาดในการรบของ 0.5 ค่ะ มันแบบสมควรที่จะได้ขึ้นเป็นใหญ่แล้วล่ะ เก่งจริงโหดจริงเลย 

    1.0 - โม่หรานวัย 16 ร่างท่าเซียนจวินกลับชาติมาเกิด จะบอกว่า 1.0 เป็นร่างที่เราชอบน้อยที่สุดในบรรดาร่างทั้งหมดค่ะ เราด่าร่างนี้เป็นว่าเล่น ด่าแบบที่ว่ามี 1.0 90 ตอนเราด่าแล้ว 100 ตอนเพราะด่าเผื่อค่ะ 555555 เป็นร่างตรรกะเบียวและบ้งสุดจนแบบที่อยากจะทะลุมิติไปกระโดดถีบสักทีหนึ่งให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย เป็นร่างที่ฉลาดทุกอย่างแต่โง่สมชื่อเรื่องเมื่อตอนอยู่ต่อหน้าซือจุนอย่างแท้จริง เค้าเจ็บปางตายแล้วยังหาว่าเค้าเกลียดตัวเอง ว่าเห็นแก่ตัวอีก ต้องให้เค้าไปตายก่อนอะค่ะถึงจะสำนึก เฮ้อ...แต่พอแบบได้รู้เหตุผลหลักของการกลับชาติมาเกิดในส่วนนี้แล้วมันก็จะเข้าใจอะไรๆ ได้ง่ายขึ้นค่ะ ด้วยความเด็กอายุสิบหกกับความคิดตรระที่เด็กน้อยมากจริงๆ 

    2.0 - ปรมาจารย์โม่ โม่เวยอวี่ ตอนก่อนอ่านเราสงสัยมากเลยว่าทำไมทุกคนถึงหวีดร่างนี้หนักหนา มาวันนี้ที่อ่านจนจบได้ลิ้มรสความรู้สึกนั้นแล้วมันแบบว่า ยอมเค้าเลยจริงๆ ค่ะ ยอมหมดหน้าตักแบบจะหมอบกราบเค้าพร้อมบอกว่าฝากดูแลซือจุนให้ดีๆ ช่วยมอบความรักให้เค้าแทนหนูด้วยนะคะ เป็นร่างที่ดีต่อใจมากเลยค่ะ มันแบบเจนเทิลแมนจนต้องอุดปากกรี๊ด ของหวานที่ฉู่หวั่นหนิงชอบกินว่าหวานแล้ว ร่างนี้คือเตรียมตัวระเบิดพร้อมเป็นเบาหวานตายได้เลย รักซือจุนมาก เทิดทูนถวายหัวให้เค้าสุด เวลาออกสำนักไปไหนถ้าอุ้มเค้าร่อนกระบี่ได้คงทำไปนานแล้วค่ะ ติดที่อีกคนเค้าหน้าบาง 555555 เป็นร่าง 2.0 ที่อัพเวลแบบไม่เห็นฝุ่นของ 1.0 เลยค่ะ เหมือนลืมไปเลยว่าเคยเบียวมามากๆ โตมาอย่างมีคุณภาพจนซือจุนต้องกัดเขี้ยวกัดฟันหลายทีเพราะอื้ม.... ขนาดคนอ่านอย่างเราคือยังต้องสูดปากเลยค่ะ สัมผัสได้ว่าถ้าเจอโม่หราน 2.0 ตัวจริง เราคงขาอ่อนลมจับแน่ๆ ไหนจะเป็นปรมาจารย์โม่อีก มันแสนเท่ใจเจ็บไปหมด ฉลาดเก่งรอบรู้มาก เพราะ 5 ปีที่ไปเผชิญโลกภายนอกมาถึงได้ขัดเกลาและหล่อหลอมให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์แบบจนฉู่หวั่นหนิงบ่นอุบอิบเป็นศิษย์ทรยศอยู่หลายที 55555

              สรุปแต่ละร่างโดยคร่าวแล้วทีนี้แบบรวมบ้างค่ะ โม่หรานความจริงเป็นเด็กที่สดใสและมองโลกในแง่ดีมากเลยนะคะ ถึงแม้ความหลังของเค้าก่อนเข้าสำนักจะทำร้ายสภาพจิตใจให้แตกสลายแต่สุดท้ายแล้วยังไงเค้าก็ยังสดใสอยู่เสมอ จนกระทั่งเรื่องที่ทำให้พลิกชีวิตได้เกิดขึ้น ความจริงเค้าเหมือนฉู่หวั่นหนิงเลยค่ะที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคนที่เค้ารัก ยอมให้ตัวเองเจ็บปวดและสูญเสียทุกอย่างแทนดีกว่าคนที่เค้ารัก ไม่ว่าจะยังไงเค้าก็สมควรได้รับความรักเช่นกันค่ะ ไม่ว่าจะท่าเซียนจวินที่ร้ายจนไม่สมควรมีชีวิตอยู่แต่จะมีสักกี่คนกันที่รู้เบื้องหลังความโหดร้ายนี้ โม่หรานวัยสิบหกถึงจะไม่สนใจโลกเลยแต่นั่นก็เพราะช่วงวัยที่ยังไม่เรียนรู้ความจริงบนโลกบวกกกับเสี้ยวหนึ่งของอีโก้ชาติก่อนที่สูงลิ่วติดเพดาน และปรมาจารย์โม่ที่เติบโตขึ้นอย่างโดดเดี่ยวหลังจากห้าปีได้ผ่านไปเพื่อที่จะได้กลับไปอยู่เคียงข้างซือจุนก็สมควรได้รับความรักเช่นกัน ตอนที่เราร้องไห้หนักมากก็คงเป็นตอนที่โม่หรานเสียสละตัวเองค่ะ มันเจ็บปวดมากจริงๆ ยิ่งพอบรรยายในส่วนของฉู่หวั่นหนิงที่รู้ความจริงทั้งหมดแล้วขี่มังกรไปตามเค้ากลับบ้าน คำว่าใจสลายยิ่งน้อยไปค่ะสำหรับคนอ่าน อยากจะโดนโลงศพปิดตายแล้วฝั่งตัวเองไปพร้อมกันเลย ทรมานใจมากจนไม่อยากอ่านต่อ 5555555 

              คำพูดที่ชอบของโม่หราน เป็นตอนหนึ่งที่โม่หรานกอดฉู่หวั่นหนิงแล้วจับมือของเขามาวางไว้บนอกตัวเองค่ะ ตอนนั้นสถานการณ์มันเริ่มตึงเครียดแล้ว ลาสบอสกำลังจะโผล่ ตอนเราอ่านประโยคนี้คือน้ำตาซึมเลยค่ะ เค้าต้องรักคนตรงหน้ามากแค่ไหนกันคะ TT______TT 

             ' Remember this position. If one day I am guilty of an unforgivable crime. Kill me, from here...My spirit core was formed because of you and my heart is yours. If one day I have to die, both these things will belong to you. ' 

    .

    เซวียเหมิง - เป็นศิษย์คนแรกของฉู่หวั่นหนิง ลูกพี่ลูกน้องของโม่หรานและเป็นเด็กน้อยของเราตลอดไปค่ะ ที่รักของสวรรค์สุด เราเรียกว่ายัยหนูตลอดทั้งเรื่องเลย เป็นคนที่อารมณ์ร้อนง่ายมากตีคู่มากับซือจุนเค้าเลย แต่ทางนี้คือจะขี้บ่น ด่าแบบโนสนโนแคร์ขอให้วันนี้ตื่นมาได้ด่าคน เซวียเหมิงก็สุขใจแล้วค่ะ ยัยน้องเป็นคนมุทะลุมาก นิสัยเนี่ยไม่ต่างจากพ่อของตัวเองเลย แค่กๆ ค่ะ 5555555 แต่ถึงอย่างนั้นก็เป็นเด็กที่รักครอบครัวและซือจุนมาก เป็นเด็กน้อยที่ติดนิสัยดื้อรั้นพยายามออกโรงเพื่อจะเฉิดฉายอยู่บ่อยๆ แต่ก็ดันโดนขัดซีนอยู่ตลอด เพราะอะไรเพราะเป็นที่รักของสวรรค์ ทุกคนต่างประเคนร่างเพื่อปกป้องน้องคนนี้กันสุด โดยเฉพาะเหมยหานเสวี่ยเนี่ยๆ 555555 แต่ว่าเราชอบที่บทสรุปแล้วไม่ได้ทิ้งคนๆ นี้ไว้ข้างหลัง กว่าน้องจะมีซีนแบบสง่าผ่าเผ่ยก็ท้ายเรื่องเลย แต่ก็เท่สุดๆ ไปเลยค่ะ ยิ่งพออ่านส่วนที่น้องเติบโตขึ้น คลื่นชีวิตที่เคยประเดประดังเข้ามาจนทำให้กลายเป็นเซวียเหมิงที่มีความสุขุมใจเย็นมากขึ้นเนี่ย เรารู้สึกดีใจที่ได้เห็นคนๆ นี้เติบโตค่ะ ดีใจที่คนๆ นี้ท้ายสุดแล้วเขาก็ยังมีครอบครัวที่จะกลับมาหาในทุกวันปีใหม่ 

    .

    เหมยหานเสวี่ย - เป็นตัวละครที่มีบทน้อยมาก ขนาดคุณโร่วเปายังเขียนแซะเลยว่าซีนน้อยเหลือเกินค่ะ 5555555 สาเหตุที่เราชอบคนๆ นี้เพราะเป็นคนที่คอยอยู่เคียงข้างเซวียเหมิงค่ะ เราดีใจที่ในจุดที่น้องบอกว่าน้องไม่เหลือใครในชีวิต เหมยหานเสวียกลับเป็นคนที่อยู่เคียงข้าง คอยดูแลน้องเสมอ โม่หรานยังบอกเลยค่ะไม่ว่าจะชาตินี้หรือชาติก่อน เขาก็ยังเป็นคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เซวียเหมิงเสมอ ตอนชาติก่อนที่น้องตะลอนหาสำนักยอดเขาเพื่อขอความช่วยเหลือไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเลย แต่ท้ายที่สุดกลับเป็นยอดเขาจากคุนลุนที่มาช่วย นั่นก็คือเหมยหานเสวี่ย มันแบบมิตรภาพนี้... เขาก็รักของเค้าอะเนอะ 555555 

    .

    เย่วั่งซี - เป็นคนที่รู้สึกน่านับถือเหมือนที่โม่หรานนับถือค่ะ แล้วก็เป็นคนที่เราสงสารจับใจเหลือเกิน เขายอมสูญเสียความเป็นตัวเองเพื่อแลกกับการได้ปกป้องคนที่ตัวเองรัก แต่ยังไงแล้วโชคชะตาของตัวเองกับคนที่รักก็ไม่อาจทำให้สมหวังไปเสียทุกอย่าง ถึงอย่างนั้นก็ยังกลับมาเข้มแข็งและลุกขึ้นมาได้ถึงแม้จะแตกสลายไปมากก็ตาม เราร้องไห้ตอนฉากผ้าเช็ดหน้าและตอนบ่อเลือดมังกรค่ะ มันสะเทือนใจจุกในอกบอกไม่ถูก เป็นคนที่เราอยากให้เขาสมหวังและมีความสุขมากๆ ให้สมกับที่เขาสูญเสียไปค่ะ แต่เพราะโชคชะตาของเขากำหนดมาแบบนี้ ต่อให้โม่หรานจะพยายามช่วยเปลี่ยนชะตาแล้ว แต่มันก็ยังคงจบในรูปแบบเดิมค่ะ

             ขอแอบแปะเพลงกีดกันให้เย่วั่งซี เพลงนี้คือได้ฟังพร้อมกันกับตอนที่อ่านช่วงของเย่วั่งซีพอดีค่ะ TT__TT ยังกะเขียนออกมาให้เย่วั่งซีโดยเฉพาะเลย...เฮ้อ *ซับน้ำตา




    ท้ายที่สุดนี้ เราผูกพันกับเรื่องนี้มากๆ เลยค่ะ อ่านจบไปได้เกือบจะอาทิตย์แล้วแต่เวลานึกถึงทีไรก็ยังน้ำตาคลออยู่บ่อยๆ คิดว่าถ้ามีสำนักประกาศ LC ตีพิมพ์เล่มไทยแล้ว คือยืนยันที่จะซื้อแน่นอนและกลับไปอ่านอีกหลายๆ รอบค่ะ เราพร้อมที่จะเสียน้ำตาอีกครั้ง 555555 เป็นเรื่องที่มันมากกว่าความรักของพระนาย ความสัมพันธ์ของพี่น้องและความทรหดของชีวิต แล้วยิ่งพอได้ปะติดปะต่อความสัมพันธ์ของโม่หรานและฉู่หวั่นหนิงที่ให้ความรู้สึกขมปนหวานหยดไปในเวลาเดียวกันอีก ว่าแล้วก็คิดถึงมากๆ เลยค่ะ ปล. รวมฉากบรรยายที่ชอบเราจะทำแยกออกมาอีกต่างหากนะคะเพราะว่ามันเยอะมาก และตั้งใจว่าจะทำเก็บไว้อ่านเองด้วยค่ะ  




    ส่งท้ายด้วยประโยคในบทบรรยายของตอนหนึ่งค่ะ...


    .

    ' From now on , just let me take care of the little things like holding the umbrella... '

    ' ... '

    ' I want to hold an umbrella over Shizun for as long as I live '

    ' Say that again '

    ' Shizun , I want to hold an umbrella over you for as long as I live '
    .

    .




    .
    .


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Lulu Lulu (@fb2418178472892)
👏👏👏👏👏