เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
WHAT NAMFA READwhatnamfathinks
#น้ามฟ้าอ่าน : รีวิว Pet (2019)
  • Pet มาอยู่ ณ ที่แห่งนี้เพื่อล่า Monster
    ตัวคุณกล้าพอที่จะมองหรือเปล่าล่ะ?

    ADVERTISEMENT



    Pet (2019)
    Written by Akwaeke Emezi, a Nigerian writer
    Young Adult Novel (12-18 years old)
    Fantasy / Speculative fiction
    * cw : child abuse / child sexual abuse / pedophilia 


    เรื่องย่อ

    เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ Jam ตัวเอกที่เป็น transgender อาศัยอยู่ในเมือง Lucille ที่เคยมี monsters อยู่มากมาย และ angels ได้กำจัด monsters เหล่านั้นจนสิ้นซากแล้ว Jam และใครอีกหลายคนในเมืองเติบโตมาด้วยความเชื่อว่าเมืองของพวกเขาเองนั้นปราศจาก monsters แล้ว อยู่มาวันนึง Jam ดันไปเผลอทำเลือดหยดใส่ภาพวาดที่แม่ของตัวเองวาดสิ่งสิ่งหนึ่ง จนสิ่งนั้นออกมามีชีวิตจริงในโลกภายนอก มันเรียกตัวเองว่า Pet โดยที่ Pet ได้บอก Jam ว่า มี monster อยู่ในบ้านของ Redemption เพื่อนสนิทของ Jam 

    Jam เอาเรื่องนี้ไปบอกกับพ่อแม่และค้นพบว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีสิ่งมีชีิวิตหลุดออกมาจากภาพวาด พ่อแม่ของเธอเรียกร้องให้ Jam พา Pet กลับไปยังที่ที่มันอยู่ ถึงอย่างนั้นเธอก็พยายามอธิบายกับพ่อแม่ว่ามันมี monster อยู่ในบ้านของเพื่อนสนิทที่เธอรักที่สุด แต่พ่อแม่ของเธอกลับไม่เชื่อและยืนกรานว่าเมือง Lucille นั้นไม่มี monsters อยู่ เพราะบรรดา angels ได้กำจัดมันไปหมดแล้ว ถึงอย่างนั้น Jam ก็เลือกที่จะเชื่อในคำพูดของ Pet เพราะเป็นห่วงเพื่อนสนิทของตัวเองและตัดสินใจร่วมมือกับ Pet เพื่อตามหา monster ในบ้านของ Redemption ให้เจอ


    รีวิว ( เนื้อหาในส่วนนี้มีการเปิดเผยเนื้อเรื่องบางส่วนของนิยาย แต่จะไม่มีการสปอยล์ตัว monster ในบ้านของ Redemption แน่นอนค่ะ ! ) 

    "Monsters don't look like anything, doux-doux. That's the whole point. That's the whole problem."  

    ประโยคข้างต้นนี้เป็นประโยคหนึ่งที่ Bitter แม่ของ Jam เป็นคนกล่าว ในตอนที่ Jam ได้ถามเธอว่า monsters นั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร แต่คำตอบที่ Jam ได้รับคือ monsters นั้นไม่เหมือนอะไรเลยสักอย่าง และนั่นแหละคือประเด็น เป็นปัญหาของทั้งหมด

    เราคิดว่าประโยคนี้เป็นประโยคทีี่สื่อถึง main idea ของนิยายเรื่องนี้ได้ดีมากมากกกก อย่างที่เขียนไปว่าพ้อยหลัก ๆ ของเรื่องนี้คือ monsters และทัศนคติของคนที่มีต่อเจ้า monsters ที่ว่านี้ เมือง Lucille ที่เป็นฉากหลังของเรื่องก็เป็นเหมือนกับโลกที่ถูกจำลองออกมาในรูปแบบเมืองเมืองหนึ่ง 

    Lucille เป็นเมืองที่มีประวัติว่าเคยมี monsters อยู่เต็มไปหมด แต่เหล่า angels ก็ได้กระทำสิ่งที่พวกเขาพึงกระทำ คือการกำจัดบรรดา monsters ไปให้สิ้นซาก ชาวเมืองหลายต่อหลายคนต่างศรัทธาในเรื่องราวเหล่านี้จนกลายเป็นความเชื่อที่ฝังหัว มันเป็นแม้กระทั่งหลักสูตรที่ถูกบรรจุเข้าไปในโรงเรียนเพื่อปลูกความคิดให้แก่เด็ก ๆ ว่า monsters นั้นไม่มีเหลืออยู่ในเมืองอีกต่อไปแล้ว พอเป็นอย่างนี้ การปรากฏตัวของ Pet และคำบอกกล่าวของมันที่ว่า มี monster อยู่ในบ้านของ Redemption ก็สร้างความประหลาดใจให้กับ Jam เป็นอย่างมาก โดยที่พ่อแม่ของเธอแทบไม่คิดที่จะเชื่อคำพูดของ Pet เลยด้วยซ้ำ 

    ถ้าดูตามการบรรยายของผู้เขียน คำว่า monsters ไม่ได้ถูกอธิบายอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งนัก แต่ก็เป็นการเขียนที่สื่อให้เข้าใจได้ง่ายว่า monsters นั้นเปรียบได้กับ " คนไม่ดี " ในขณะที่ angels ก็เป็นตัวแทนของ " คนดี "  ในสังคมนั่นเอง นิยายเล่มนี้สะท้อนให้เรารับรู้ถึงการมีอยู่ของ monsters แม้คนอื่นจะพร่ำบอกว่ามันไม่เหลืออยู่แล้ว แต่จริง ๆ มันยังคงมีอยู่, อาจเป็นเพราะการถูกปลูกฝังความเชื่อที่มีมานาน เป็นความเคยชิน หรือความไว้วางใจ ที่ทำให้คนหลายคนไม่พบเจอ monsters ด้วยเหตุผลที่ว่า monsters นั้น " ไม่เหมือนอะไรเลยสักอย่าง " เพราะในความเป็นจริงแล้วนั้น มนุษย์เราไม่สามารถระบุว่าอีกฝ่ายเป็นคนไม่ดีได้เพียงแค่การรับรู้ด้วยดวงตาหรือตัดสินได้จากความใกล้ชิดที่มีต่อกัน, คนบางคนที่ดูเป็นคนดี แท้จริงแล้วอาจมีความลับอันเลวร้ายที่จะไม่มีใครสามารถรับรู้ได้เลยว่าจริง ๆ แล้วบุคคลนั้นเป็นคนไม่ดี หากไม่ได้รับการเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง 

    นอกจากเรื่องราวหลัก ๆ ทั้งหมดของเรื่องอันเป็นประเด็นใหญ่สุดที่นิยายต้องการจะสื่อแล้ว เรายังชอบรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ผู้เขียนใส่เข้ามาในเนื้อเรื่องด้วย ตัวอย่างเช่น 
    1. การให้ตัวเอกของเรื่อง, Jam เป็น trans girl : เราชอบที่พ่อและแม่ของ Jam ไม่เคยดูถูก ผิดหวัง หรือยุ่งวุ่นวายกับเพศที่ลูกอยากจะเป็นเลย มีประโยคประโยคหนึ่งที่พ่อของ Jam พูดกับเธอในวัย 15 ปีและอยากจะผ่าตัดศัลยกรรม ประโยคที่ว่าคือ You know you're still a girl whether you get surgery or not, right? No one gets to tell you anything different. (ลูกรู้ใช่ไหมว่ายังไงลูกก็จะยังคงเป็นเด็กผู้หญิงอยู่ดี ไม่ว่าลูกจะศัลยกรรมหรือไม่ได้ศัลย์ ไม่มีใครที่จะมาบอกลูกว่าลูกเป็นอย่างอื่นไปได้หรอกนะ) ถึงอย่างนั้นพอ Jam บอกว่ายังไงเธอก็อยากทำมัน พ่อแม่ของเธอก็เต็มใจจะให้ลูกเข้ารับการผ่าตัด ตรงนี้เป็นอะไรที่น่ารักมาก ๆๆๆๆๆ สำหรับเรา มันมีดีเทลเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกที่แสดงให้เห็นว่าพ่อแม่เคารพในเพศที่ Jam อยากเป็น และไม่เคยมีปัญหาใด ๆ กับเรื่องนี้เลย ในขณะที่บางครอบครัว (ในชีวิตจริง) ที่ปากบอกว่าตัวเองยอมรับ LGBTQ+ ยังคงอึดอัดทรมานใจในตอนที่ลูกแท้ ๆ ของตัวเอง come out เสียด้วยซ้ำ 
    2. การให้มีครอบครัวแบบ polyamorous อยู่ในเรื่อง (คือเป็นครอบครัวที่มีมากกว่าคนสองคน โดยที่ทุกคนต้องมี consent ร่วมกัน) ในกรณีนี้คือมีผู้ชาย 1, ผู้หญิง 1, และอีกคนหนึ่งเป็น non-binary person ทั้งสามคนนี้เป็น parents ของ Redemption เพื่อนสนิทของตัวเอก : เราประทับใจเพราะว่าไม่เคยเจอการใส่ดีเทลแบบนี้เข้าไปนิยาย YA เรื่องอื่น ๆ และคิดว่าเป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจเลยหยิบมาเขียน
    3. การใส่ดีเทลของตัวละคร Ube บรรณารักษ์ที่ห้องสมุด เขาเป็นคนพิการที่ต้องใช้ wheelchair ในการดำเนินชีวิตตั้งแต่ยังเป็นเด็ก มีประโยคหนึ่งในเรื่องที่เขียนไว้ว่า Jam knew he had been in a wheelchair since he was a kid, so it hadn’t been the revolution that put him in it, but that the old world hadn’t cared much about people like him. (Jam รู้ว่า Ube นั่งวีลแชร์มาตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ ดังนั้นการปฏิวัติคงไม่มีเขาเข้าร่วมด้วยแน่ แต่ก็นั่นแหละ โลกใบเก่าไม่ค่อยใส่ใจคนแบบเขาเท่าไหร่อยู่แล้ว) : สำหรับเรา ตรงส่วนนี้เป็นเหมือนการสะท้อนให้เห็นว่าคนจำนวนมากยังคงไม่ให้ความสำคัญกับบรรดาคนชายขอบเท่าที่ควร มักจะละเลยปัญหาและความยากลำบากที่คนพิการต้องได้รับ อีกทั้งบางทียังแอบดูถูกอยู่กลาย ๆ เสียด้วยซ้ำ       
  • ทุกวันนี้ สังคมเราได้เปลี่ยนแปลงไปมาก หลายสิ่งหลายอย่างก็ไม่ได้เรียกได้เต็มปากซะทีเดียวว่าเปลี่ยนแปลง มันเป็นอย่างนี้มานานแล้ว เพียงแค่คนเราเริ่มหันมาให้การยอมรับและทำความเข้าใจเพื่อนมนุษย์มากขึ้น ทั้งเรื่อง LGBTQ+ , polyamorous parents, และการให้ความสำคัญกับคนชายขอบ ฯลฯ เหล่านี้เป็นหนึ่งในประเด็นอันใหญ่ ๆ หลายเรื่องของสังคมที่ใครหลายคนยังไม่เข้าใจและมองว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่อง "แปลก" 

    เราคิดว่ามีคนอีกหลายคนมากมากกกกกกเลยที่ยังมีความคิดค่อนข้างคับแคบในการยอมรับเรื่องเพศและความสัมพันธ์ของผู้อื่น การที่ผู้เขียนเลือกที่จะหยิบยกเรืี่องพวกนี้มาใส่ไว้ในนิยายสำหรับ Young Adult นี้เป็นเรื่องเรารู้สึกชื่นชมมาก ๆ ในการปลูกฝังทัศนคติดี ๆ ให้แก่นักอ่านที่เป็นเยาวชน จริง ๆ ในความคิดเห็นของเรา ยิ่งเด็กเท่าไหร่ ยิ่งส่งผลดีมากขึ้นเท่านั้น เพราะการเข้าอกเข้าใจ ยอมรับ และเคารพในสิ่งที่คนคนหนึ่งเลือกที่จะเป็นและเลือกที่จะทำ เป็นสิ่งดี ๆ ที่ทุกคนควรถูกปลูกฝังตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อไม่ให้มีความคิดอันแสนคับแคบเหมือนกับผู้ใหญ่หลาย ๆ คนในโลกใบนี้ 

    ในส่วนของภาษาและการบรรยาย ด้วยความที่ target ผู้อ่านอยู่ในช่วงวัย 12-18 ปี จึงทำให้ผู้เขียนไม่ได้เขียนฉากที่น่ากลัวออกมาอย่างชัดเจนมากนัก อย่างตรง cw : child abuse ที่เราติดไว้ในหน้าแรกก็เป็นอีกพ้อยสำคัญของเรื่อง แต่ไม่ได้ถูกเขียนออกมาเป็นฉาก ๆๆๆๆ ให้เห็นภาพชัดเจน เป็นเหมือนแค่การชี้ชัดให้ผู้อ่านทราบเรื่องราวเฉย ๆ ดังนั้นใครที่อ่านก็ไม่จำเป็นต้องกลัวมาก เพราะเขาไม่ได้บรรยายฉากน่ากลัว ๆ แบบละเอียด ๆ เราแค่ติดไว้เผื่อเฉย ๆ ให้รู้ถึงพ้อยคร่าว ๆ ที่อาจ trigger หลาย ๆ คนนะ

    เอารวม ๆ คือเราชอบนิยายเรื่องนี้มากกกกกกกกกก เราชอบสิ่งที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อถึงความเป็นจริงของสังคมในปัจจุบัน ทั้งการตัดสินคนว่าดี หรือไม่ดี, คนไม่ดี และการเพิกเฉยต่อสิ่งที่คนไม่ดีคนนั้นกำลังกระทำ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีประเด็นเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เขาเลือกจะสอดแทรกเข้ามาในเนื้อเรื่อง อาจจะมีบางอย่างที่เราหลุดไปเพราะไม่มีความรู้ 555555 (แต่แค่นี้ก็ประทับใจมากแล้วนะ y - y) ขอบคุณอักษรฯ จุฬาที่ให้เล่มนี้เป็น external reading ของอิ๊งทู ขอบคุณจริง ๆๆๆ เพราะผลที่ได้หลังอ่านจบคือชอบมากเลย หงิง ๆ 

    หนังสือมี 12 บท + epilogue อีก 1 บท อยากจะบอกว่าเราร้องไห้น้ำตาท่วมโลกตอนอ่าน epilogue มันดีมากกกกกกกกก แบบซึ้งใจมาก ๆๆๆๆ ใครแซดง่ายแบบเราให้เกียมทิชชู่ไว้ด้วย อ่านจบแล้วมาบอกได้ เพราะไม่อยากสปอยล์บทส่งท้ายไว้ตรงนี้ รีบไปอ่านแล้วมาคุยกันเถอะ !




    คะแนน Goodreads : 4.2/5
    คะแนนนฟ : 5/5 

    #น้ามฟ้าอ่าน

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in