lost in translationan ordinary
[แปลเพลง] Taylor Swift - my tears ricochet
  • Artist : Taylor Swift 

    Album : folklore 

    Song : my tears ricochet



    มาถึงแทร็คที่ 5 “my tears ricochet” เพลงนี้เป็นเพลงแรกที่เทย์เลอร์แต่งขึ้นสำหรับอัลบั้มนี้เลยค่ะ


    โดยในเพลงนี้จะมีการใช้โวหารภาพพจน์ในการเปรียบเทียบกับบรรยากาศของงานศพ ในความคิดเรานะคะ เรามองภาพเหมือนวิญญาณของคนตายกำลังมองคนคนนึงที่มาร่วมไว้อาลัยในงานศพด้วยความรู้สึกที่ทั้งรักทั้งเกลียด ทุกอย่างมันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่บาดลึกมากๆแบบนั้นน่ะค่ะ  ส่วนตัวเราคิดว่าเพลงนี้เข้าเค้ากับเรื่องลิขสิทธิ์เพลงในอัลบั้มเก่าๆของเทย์เลยค่ะ


    ——————————————————————


    We gather here, we line up, weepin' in a sunlit room

    And if I’m on fire, you’ll be made of ashes, too

    Even on my worst day, did I deserve, babe

    All the hell you gave me?

    ‘Cause I loved you, I swear I loved you

    ‘Til my dying day


    เรามารวมกันที่นี่ เรียงแถว พร้อมปาดน้ำตา ภายในห้องที่แสงลอดผ่านรำไร

    และถ้าหากฉันกำลังมอดไหม้ลง ตัวเธอเองก็คงประกอบขึ้นจากเถ้าถ่านเช่นกัน

    แม้ในวันที่แย่ที่สุด ฉันสมควรได้รับมันหรือที่รัก

    เรื่องบ้าๆทั้งหมดนี่น่ะ

    เพราะฉันรักเธอ สาบานว่ารักเธอ

    และจะรักจนวันตาย


    I didn’t have it in myself to go with grace

    And you’re the hero flying around, saving face

    And if I’m dead to you, why are you at the wake?

    Cursing my name, wishing I stayed

    Look at how my tears ricochet


    ฉันไม่เหลือสิ่งใดที่จะทำให้จากไปอย่างภาคภูมิใจได้อีกแล้ว

    ส่วนเธอเป็นวีรบุรุษผู้โบยบินไปทั่วเพื่อรักษาหน้าตัวเอง

    และถ้าฉันเหมือนคนที่ตายไปแล้วสำหรับเธอ ทำไมเธอถึงยังมาร่วมไว้อาลัย

    สาปแช่งฉัน ภาวนาให้ฉันอยู่กับเธอต่อ

    ดูสิว่าน้ำตาของฉันที่ไหลอยู่ตอนนี้ มันย้อนกลับมาทิ่มแทงใจของเราอย่างไร


    We gather stones, never knowing what they’ll mean

    Some to throw, some to make a diamond ring

    You know I didn’t want you have to haunt you

    But what a ghostly scene

    You wear in the same jewels that gave you

    As you bury me


    เราเก็บรวบรวมก้อนกรวด โดยที่ไม่เคยรู้ว่ามันจะมีความหมายอย่างไร

    บ้างก็โยนทิ้งไป บ้างก็เจียระไนกลายเป็นแหวนเพชร

    เธอก็รู้ว่าฉันไม่เคยต้องการตามหลอกหลอนเธอเลย

    แต่ดูบรรยากาศอันวังเวงแสนน่ากลัวนี่สิ

    เธอสวมเครื่องประดับนั้นที่ฉันให้เธอ

    ก็เหมือนกับการที่เธอฝังกลบฉันลงไปนั่นแหละ


    I didn’t have it in myself to go with grace

    ‘Cause when I’d fight, you used to tell me I was brave

    And if I’m dead to you, why are you at the wake?

    Cursing my name, wishing I stayed

    Look at how my tears ricochet


    ฉันไม่เหลือสิ่งใดที่จะทำให้จากไปอย่างภาคภูมิใจได้อีกแล้ว

    เพราะเมื่อก่อนยามฉันสู้ เธอเป็นคนคอยบอกว่าฉันนั้นกล้าหาญ

    และถ้าฉันเหมือนคนที่ตายไปแล้วสำหรับเธอ ทำไมเธอถึงยังมาร่วมไว้อาลัย

    สาปแช่งฉัน ภาวนาให้ฉันอยู่กับเธอต่อ

    ดูสิว่าน้ำตาของฉันที่ไหลอยู่ตอนนี้ มันย้อนกลับมาทิ่มแทงใจของเราอย่างไร


    And I can go anywhere I want

    Anywhere I want, just not home

    And you can aim for my heart, go for blood

    But you would still miss me in your bones

    And I still talk to you (When I’m screaming at the sky)

    And when you can’t sleep at night (You hear my stolen lullabies)


    ฉันสามารถไปยังที่ใดก็ได้ที่ฉันต้องการจะไป

    ที่ใดก็ได้ ยกเว้นกลับมายังบ้าน

    และเธอจะเล็งมาที่หัวใจฉันแล้วบดขยี้มันเสียก็ได้

    แต่สุดท้ายแล้วลึกๆในใจเธอก็จะยังคงคิดถึงฉัน

    และฉันก็ยังคงคุยกับเธออยู่นะ (ในยามที่ฉันกรีดร้องไปยังท้องฟ้า)

    และค่ำคืนใดที่เธอนอนไม่หลับ (เธอจะได้ยินบทเพลงขับกล่อมที่ถูกขโมยไปของฉัน)


    I didn’t have it in myself to go with grace

    And so the battleships will sink beneath the waves

    You had to kill me, but it killed you just the same

    Cursing my name, wishing I stayed

    You turned into your worst fear


    And you’re tossing out blame, drunk on this pain

    Crossing out the good years

    And you’re cursing my name, wishing I stayed

    Look at how my tears ricochet


    ฉันไม่เหลือสิ่งใดที่จะทำให้จากไปอย่างภาคภูมิใจได้อีกแล้ว

    สุดท้ายเรือรบลำนี้ก็จะจมดิ่งลงใต้เกลียวคลื่นของท้องทะเล

    เธออยากจะฆ่าฉัน แต่มันกลับทำร้ายตัวเธอเองด้วยเหมือนกัน

    สาปแช่งฉัน ภาวนาให้ฉันอยู่กับเธอต่อ

    เธอหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด


    เธอปัดความผิดของเธอโดยการกล่าวโทษผู้อื่น จมอยู่กับความเจ็บปวดนั้น

    ปีแล้วปีเล่าผ่านไป

    และเธอก็ยังคงสาปแช่งฉัน หวังลมๆแล้งๆว่าฉันจะยังอยู่กับเธอ

    ดูสิว่าน้ำตาของฉันที่ไหลอยู่ตอนนี้ มันย้อนกลับมาทิ่มแทงใจของเราอย่างไร


    (อ้างอิงเนื้อเพลงจาก Genius)


    ——————————————————————


    เพลงนี้เป็นเพลงนึงที่แปลยากมากๆเพราะว่ามีการใช้ metaphor เยอะมากเลยค่ะ


    อย่างคำว่า ricochet เนี่ย ถ้าเป็น verb จะหมายถึงกระดอนกลับ, สะท้อนกลับ, แฉลบ มักใช้กับพวกอาวุธ เช่น กระสุนปืนค่ะ ซึ่งถ้าจะใช้ในความหมายว่ากระดอนกลับก็หมายความว่ากระสุนนั้นกลับมาโดนตัวเราเอง แต่ถ้าใช้ในความหมายว่าแฉลบก็จะหมายความว่ากระสุนนั้นไปทำลายสิ่งอื่นรอบข้าง ดังนั้นถ้าเปรียบเทียบโดยเปลี่ยนจากกระสุนเป็นน้ำตา ก็เหมือนว่าน้ำตานั้นมันก็ทำให้ทั้งตัวเทย์เองและสก็อตต์เจ็บปวด เพราะทั้งคู่ก็ทำงานร่วมกันมานานมากๆ หรืออย่างคำว่า stolen lullabies เราว่าคำนี้น่าจะสื่อถึงลิขสิทธิ์เพลงเก่าๆของเทย์ที่ถูกขโมยไป คำว่า home หรือบ้าน เราว่าน่าจะหมายถึงบริษัทเดิมที่เทย์เคยอยู่ก็คือ Big Machine Record 


    จริงๆยังมีอีกเยอะเลย แต่ว่าเราว่าเราควรหยุดการชี้นำความคิดของทุกคนไว้แต่เพียงเท่านี้ แหะๆ


    จริงๆแล้วเทย์อาจจะไม่ได้หมายถึงเรื่องนี้ก็ได้ สิ่งต่างๆที่ปรากฏในเพลง ต่างคนก็อาจจะแปลความหมายต่างกันออกไปไม่มีถูกไม่มีผิดอยู่แล้ว ใครผ่านมาเห็นก็มาดิสคัสหรือจะกาวไปด้วยกันก็ได้นะคะ |ᴗ•)و゙ เราเองก็อยากรู้ว่าคนอื่นๆฟังเพลงนี้แล้วนึกถึงอะไรกัน


    และอย่างเคยนะคะ รวบรวมคำศัพท์และสำนวนต่างๆค่ะ


    • grace (n.) หมายถึง ความสง่างาม, ความมีเกียรติ, ความน่าภาคภูมิใจ
    • save face (v.) หมายถึง รักษาหน้าตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงความกระดากอาย
    • wake (n.) หมายถึง พิธีไว้อาลัยที่ผู้คนจะมารวมตัวกัน ร่วมรำลึกถึงผู้ตาย พูดคุยเกี่ยวกับการจัดเตรียมงานศพ มักจัดขึ้นก่อนงานศพ
    • ricochet (v.) หมายถึง กระดอนกลับ, แฉลบ (ใช้กับอาวุธ)
    • aim for (v.) หมายถึง เล็ง (ใช้กับอาวุธ) อาจหมายถึงตั้งเป้าเหมายก็ได้ค่ะ
    • in one’s bone (idm.) หมายถึง (เชื่อ/รู้สึก) อย่างสุดซึ้ง/จากก้นบึ้งของจิตใจ/เข้ากระดูกดำ
    • toss out sth. (v.) หมายถึง โยนบางสิ่งออกไป, ปฏิเสธบางสิ่ง

    สวัสดีค่ะ

    :)

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in