เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
อ่านแล้วเล่าFayathi Sorap
อ่านแล้วเล่า : พม่า พักรัก
  • ผู้เขียน : รตี ช่วงแก้ว
    สำนักพิมพ์ : Her Publishing
    จำนวนหน้า : 240 หน้า
    ราคา : 265 บาท


         สวัสดีคุณผู้อ่านทุกท่านค่ะ

         ห่างหายจากการเขียนถึงหนังสือท่องเที่ยวมาร่วมเดือน วันนี้ ขอพูดถึงหนังสือท่องเที่ยวสักเล่มหนึ่ง

         ...ไปเที่ยวพม่ากันดีกว่าค่ะ (ชื่อจริงๆว่าอย่างไรก็ว่าไปตามภูมิศาสตร์ แต่ขออนุญาตเรียก "พม่า" ซึ่งเป็นชื่อที่คุ้นปาก ทั้งบทความนะคะ เขียนง่ายดี)

         เที่ยวไปกับคุณรตี ช่วงแก้ว ตามหนังสือของเธอที่ชื่อ "พม่า พักรัก"



         ถามคุณผู้อ่านก่อน คุณผู้อ่านออกเดินทางเพราะเหตุผลใดบ้างคะ อยากเที่ยว, เบื่องาน, อยากพักผ่อน ฯลฯ
         สำหรับ คุณรตี เธอออกเดินทางเพราะอกหัก


         เท่าที่อ่าน(ถ้าอ่านไม่ผิด) ดูเหมือนว่า เธอเคยทำสัญญาใจกับใครบางคนไว้ว่า จะไปเที่ยวพม่าด้วยกัน ที่สุดแล้ว ใครบางคน คนนั้น ก็ปล่อยมือจากความฝัน และปล่อยมือจากเธอไป
      
         ถึงแม้ผู้ร่วมฝันจะไม่มี แต่ชีวิตก็ต้องเดินต่อไป และทริปการเดินทางก็เช่นกัน

         ทริปซึ่งกลายมาเป็นหนังสือ "พม่า พักรัก" จึงเกิดขึ้น
      

         คุณรตีเดินทางไปประเทศพม่าตามลำพัง ท่องเที่ยวไปยังเมืองห้าเมืองในพม่าอันได้แก่ พุกาม กะลอว์ มัณฑะเลย์ พินอูนวิน และย่างกุ้ง โดยการสะพายเป้ขึ้นเครื่องบิน ลงรถ ปั่นจักรยานไปเรื่อยๆ แล้วเก็บรูปถ่ายและประสบการณ์ต่างๆมาบอกเล่าเป็นหนังสือเล่มนี้

         แน่นอน นี่เป็นหนังสือท่องเที่ยวที่มีรูปถ่ายสี่สีทั้งเล่ม บรรจุบนกระดาษสีถนอมสายตา(มั้ง คือมันไม่ขาวจั๊วะไง) ห่อด้วยปกแบบที่ใช้เล็บขูดๆแล้วขนลุก หดมือกลับแทบไม่ทัน (แล้วจะขูดทำไม???)
      
         แต่แน่นอนว่าคุณค่าของหนังสือหนึ่งเล่ม หาใช่อยู่เพียงรูปถ่ายสวยๆไม่ หากแต่อยู่ที่เรื่องราวที่บรรจุไว้ภายในอีกด้วย
      

         หนังสือเล่มนี้คือบันทึกการเดินทางในประเทศพม่า ที่มีทั้งประวัติศาสตร์ เหตุการณ์ที่ผู้เขียนประสบ ตลอดจนคำอธิบายความเป็นไปของเหตุการณ์ต่างๆรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นการเมือง ศาสนา วิถีชีวิต หรือขนบธรรมเนียมต่างๆ ตามพื้นที่ที่เธอย่ำเท้าเข้าไป และที่จะลืมเสียไม่ได้ คือความเวิ่นเว้อสไตล์คนเพิ่งถูกหักอก และความห่วงใยของคนรอบข้างที่มีต่อคนอกหักคนนี้...

         มีตอนหนึ่งที่ประทับใจ เป็นตอนที่เธอเล่าว่าตัวเองปีนขึ้นไปบนเจดีย์แล้วนั่งอยู่บนนั้นเพื่อรอชมพระอาทิตย์ตกดิน รอบตัวก็มีนักเดินทางคนอื่นๆที่มายังสถานที่แห่งนี้ นั่งอยู่ไม่ห่างเพื่อชมพระอาทิตย์ตกดินเช่นกัน
         เพียงนึกตามก็รู้สึกสงบอย่างบอกไม่ถูก


         ส่วนช่วงที่ตลกคือตอนที่เธอไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เมื่อเห็นบรรยากาศของโรงแรมแล้วเกิดกลัวผีขึ้นมา นึกไปต่างๆนานา แล้วดันบอกออกมาท้ายที่สุดว่า "เอาที่ผีสบายใจก็แล้วกัน"
         ว่าแต่ว่า ผีพม่ากับคนไทยจะคุยกันรู้เรื่องไหมเนี่ย?? (แค่สงสัยนะ ไม่ได้ตั้งใจจะท้าทาย)


         จะว่าไป หนังสือเล่มนี้ก็มีถ้อยคำที่โดนใจคนอ่านอยู่บ้างเหมือนกัน เช่นที่บอกว่า
    "..ความรักกับดอกไม้เป็นของคู่กัน แต่คนไม่มีความรักบางคนก็ชอบที่จะอยู่ใกล้ๆกับดอกไม้..."
         นั่นน่ะซี อย่างกไว้สำหรับพวกมีคู่อย่างเดียวเลย ขอคนบนคานชมความงามของดอกไม้ด้วยคนเถิด

         หรือจะเป็นถ้อยคำเกี่ยวกับคนโสดที่ว่า...
    "...ที่จริงคนโสดนั้นน่าจะมีภูมิคุ้มกันต่อความกลัวได้ดี เพราะคนพวกนี้ต้องผ่านทุกเหตุการณ์ในชีวิตด้วยตัวเอง..."
         เห็นจุดแข็งของการเป็นโสดแล้วหรือยัง 555

         และเล่มนี้ก็เป็นหนังสือท่องเที่ยวที่สนุกอีกเล่มหนึ่ง


         ดูเหมือนว่าเราจะมีความเห็นในเชิงบวกกับหนังสือทุกเล่มที่เราเขียนถึง ซึ่งก็จริง เราว่าหนังสือที่อ่านมามันสนุก(เกือบ)ทุกเล่มจริงๆนั่นแหละ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเราเป็นคนชอบอ่านหนังสืออยู่แล้ว หรือถ้าจะมองอีกมุม ก็เพราะว่าเราถูกชะตากับหนังสือที่ตัวเองเลือกมาอ่าน เราจึงซื้อมาแล้วอ่านหนังสือเล่มนั้นจนจบได้
         และหากเราคิดว่าหนังสือในมือไม่สนุก เราคงไม่เลือกที่จะอ่านมันตั้งแต่ต้น เว้นแต่ซื้อมาโดยสำคัญผิด ซึ่งแน่นอนว่าไม่หยิบมาเขียน เพราะอ่านคาไว้ยังไม่จบ หุหุ

         เราเล่าจากมุมมองของเราหลังจากอ่านจบ แต่สิ่งที่เราไม่ทราบก็คือ หลังจากที่คุณมาอ่านบทความของเรา แล้วลองหยิบหนังสือเล่มเดียวกับเรามาอ่านนั้น คุณจะรู้สึกแบบเดียวกับเราหรือไม่ และเราก็ไม่สามารถยืนยันได้เลยว่า ความสนุกของเรากับความสนุกของคุณนั้น เหมือนกันหรือเปล่า
         นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราย้ำไว้ท้ายบทความทุกเรื่องว่า ลองอ่านดูก่อน แล้วค่อยตัดสินใจซื้อ จะได้ไม่เสียใจทีหลังนะคะ

    ด้วยความปรารถนาดีจาก นักอ่านที่มีหนังสือหลายเล่ม...ที่ยังอ่านไม่จบ 


         สุดท้ายแต่ไม่ท้ายที่สุด น่าจะมีคุณผู้อ่านที่อ่านแล้วคันปากอยากบอกว่า นี่ ยัยคนเขียน ตอนนี้เหตุการณ์ในพม่ายังไม่สงบไม่เห็นรึ แล้วเราจะไปเที่ยวพม่ากันได้อย่างไร?

         ทราบค่า ที่เลือกหนังสือเล่มนี้มาก็ด้วยเหตุนี้แหละ ไหนๆเราก็ยังไม่สามารถไปเที่ยวในประเทศพม่าได้อย่างสบายใจ ด้วยเหตุผลจากสถานการณ์ในประเทศ จึงเป็นโอกาสดีที่เราจะไปเที่ยวกันทางตัวอักษรและรูปภาพแทน เพื่อเป็นแรงบันดาลใจว่า หากวันใดเหตุการณ์ในพม่าคลี่คลายไปในทางที่ดี..ต่อทุกฝ่าย เราจะได้มีโอกาสย่างเท้าไปเหยียบย่างกุ้งกับเขาบ้าง
         ไม่ขอวิจารณ์ถึงสถานการณ์ในประเทศเขาดอกนะ เพราะอาเซียนเราย่อมเคารพในการจัดการภายในของแต่ละประเทศเสมอมา เอาเป็นว่าขอให้กำลังใจก็แล้วกันสำหรับทุกฝ่ายที่คิดดี ทำดี และรักชาติ ขอให้วิกฤติผ่านพ้นไปได้ด้วยดีด้วยเถิด


         พรุ่งนี้ก็ได้หยุดสองวันแล้ว ขอให้มีความสุขกับวันหยุดนะคะ สวัสดีค่ะ 

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in