มีนิทานจะมาเล่าให้ฟัง
ที่จริงเรื่องนี้ควรอยู่ในหมวด short story แต่เนื่องจากมีบทวิเคราะห์ต่อ เลยต้องเอามาใส่หมวดนี้
เรื่องนี้มีความพิเศษตรงที่ว่า ถ้าใครอ่านจบแล้ว อยากให้ช่วยกันลองสังเกตว่ามันมีแง่คิดอะไร เปิดให้ถกเถียงกันตามสบาย
แล้วมาดูซิว่า...เราจะคิดเหมือนกันมั้ย
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
ที่อาณาจักรแห่งหนึ่ง มีเจ้าหญิงอาศัยอยู่
แม้จะไม่ได้มีรูปโฉมงดงามดุจดั่งเจ้าหญิงองค์อื่นในเทพนิยาย แต่เจ้าหญิงก็มีความงดงามในแบบที่เธอเป็น
เจ้าหญิงยังชอบอ่านหนังสือ ท่องตำรา และร่ำเรียนเรื่องราวด้านต่าง ๆ ตั้งแต่ยังเด็ก
ทำให้พระองค์เติบโตมาเป็นคนเฉลียวฉลาด รู้จักคิด วิเคราะห์ ตีความสิ่งต่าง ๆ ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความมีน้ำใจ ความมีเมตตา และความเอื้ออาทรของเจ้าหญิง ที่มีให้กับทุกคนโดยไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นวรรณะ
ทำให้เจ้าหญิงเป็นที่รักของพระราชา พระราชินี และพสกนิกรทั่วราชอาณาจักร
จนกระทั่งวันหนึ่งเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
พระราชาถูกลอบปลงพระชนม์
ท่ามกลางความโศกเศร้า เจ้าหญิงไม่มีเวลาแม้แต่จะกล่าวอำลากับร่างของพระบิดา
ในเมื่อยังจับตัวคนร้ายไม่ได้ พระราชินีจึงสั่งให้องครักษ์พาเจ้าหญิงหนีไป
เจ้าหญิงซึ่งเป็นทายาทเพียงคนเดียวที่มีสิทธิในบัลลังก์จะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป
แม้หัวใจจะเจ็บปวดที่ต้องพรากจากคนที่รักแบบไม่ทันตั้งตัว
แต่เจ้าหญิงก็ทำได้เพียงกัดฟันอดทนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
นั่นคือการรักษาชีวิตและลมหายใจนี้ไว้
เมื่อวันเวลาผ่านไปนานเข้า เจ้าหญิงที่ไม่เคยใกล้ชิดชายผู้ใด ก็เริ่มมีใจให้องครักษ์ที่เฝ้าติดตามดูแลตนอยู่ไม่ห่าง
และในที่สุดเจ้าหญิงก็ตัดสินใจสารภาพความในใจกับเขา
องครักษ์ปฏิเสธเจ้าหญิงอย่างตรงไปตรงมาเพราะเธอคือเจ้าหญิง และเขาเป็นเพียงทหารที่มีหน้าที่ต้องปกป้องพระองค์ด้วยชีวิต
แต่ที่สำคัญกว่านั้น
ตัวเขาไม่ได้มีความรู้สึกเฉกเช่นเดียวกันกับที่เจ้าหญิงรู้สึกต่อเขา...
นั่นทำให้เจ้าหญิงเสียใจมาก แต่เธอก็เลือกจะปกปิดความโศกเศร้าเสียใจไว้
ซ่อนไว้ภายใต้ภาพลักษณ์ที่แสดงออกมาเป็นปกติ แม้ภายในหัวใจแทบจะแตกสลาย
หลายวันต่อมา องครักษ์ได้ยินข่าวว่าทางการสามารถจับคนร้ายที่ลอบปลงพระชนม์พระราชาได้แล้ว ให้พาตัวเจ้าหญิงกลับคืนสู่พระราชวัง
แต่ด้วยความคลางแคลงใจขององครักษ์ เขาจึงพาองค์หญิงไปที่หอคอยซึ่งซ่อนอยู่ในป่า และสั่งให้เจ้าหญิงรอคอยเขาอยู่ที่นี่ถ้าข่าวที่ได้รับมาเป็นความจริง เขาจะรีบมารับเจ้าหญิงกลับไปทันที
'แล้วถ้านั่นเป็นเพียงข่าวลวงท่านจะทำเช่นไร แล้วตัวข้าที่รอท่านอยู่ที่นี่ต้องทำเช่นไร' นั่นเป็นสิ่งที่เจ้าหญิงคิดแต่ไม่มีความกล้าจะพูดออกไป
และแล้ว องครักษ์ก็จากไป
วันคืนผ่านไป เจ้าหญิงที่ทนรออยู่เฉย ๆ ไม่ไหวก็ได้ตัดสินใจปลอมตัวเข้าไปในหมู่บ้านเพราะต้องการทราบข่าวความคืบหน้าจากราชวัง
นั่นทำให้เจ้าหญิงรู้ความจริงว่า ในวันที่พระราชินีตัดสินใจให้องครักษ์พาเจ้าหญิงหนีไป พระองค์ก็ถูกปลงพระชนม์ในวันเดียวกันนั้นเอง
เกิดการแย่งชิงอำนาจในวัง จนในที่สุดก็มีการสถาปนาพระราชาองค์ใหม่
มีคำสั่งให้ค้นหาเจ้าหญิงและประกาศจับองครักษ์ไปทั่วราชอาณาจักร ซึ่งแน่นอนว่าองครักษ์ไม่มีทางที่จะไม่รู้เรื่องนี้
อันที่จริงเขาสามารถนำตัวเจ้าหญิงไปส่งมอบกับทางราชวังและรับความดีความชอบมากมาย
แต่สิ่งที่องครักษ์เลือกทำคือคอยปกป้ององค์หญิง พานางหลบหนีไปเรื่อยๆ
คน 2 คนต่างพยายามทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด คนหนึ่งต้องคอยรักษาชีวิตไว้ อีกคนต้องคอยปกป้องชีวิตนั้น
เจ้าหญิงแอบเดินทางกลับเข้าไปในเมืองเพื่อสืบหาข่าวคราวขององครักษ์
ในที่สุดพระองค์ก็รู้ว่าองครักษ์ได้กลับมาแจ้งกับราชวังว่าเจ้าหญิงสิ้นพระชนม์แล้ว พร้อมนำแหวนประจำราชวงศ์ที่เจ้าหญิงพกติดตัวตลอดเวลามาเป็นหลักฐานยืนยัน
เมื่อไร้ซึ่งประโยชน์ ชีวิตของเขาจึงไม่เป็นที่ต้องการอีกต่อไป
เพราะรู้ดีว่าไม่มีทางที่จะหลบหนีตลอดไปได้ องครักษ์จึงตัดสินใจเลือกทำเช่นนี้
แม้ว่าจะไม่ได้มีใจมอบให้ แต่ความรับผิดชอบและภาระหน้าที่ ก็ทำให้เขายอมมอบทุกอย่างให้ผู้หญิงคนหนึ่งแม้กระทั่งชีวิต
ฝ่ายเจ้าหญิงซึ่งตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่คนที่รัก ไม่มีสถานที่ที่เรียกว่าบ้านให้ได้พักอาศัย ไม่เหลือฐานันดรอันสูงส่งใดใดทั้งสิ้น
เมื่อรู้สึกว่าชีวิตไร้คุณค่าและความหมาย
เมื่อไม่รู้ถึงเหตุผลที่ตนควรจะต้องอยู่ต่อไป
เจ้าหญิงจึงตัดสินใจกลับไปยังหอคอยในป่าและปลิดชีวิตตน
โดยหวังเพียงแต่ว่าองครักษ์จะกลับมารับพระองค์เพื่อคืนสู่ตำแหน่งในซักวัน
ทั้งที่รู้ว่าความหวังนั้นไม่มีทางเป็นจริง
และนิทานก็จบลงเพียงเท่านี้
ถ้าใครว่างอยากหาประเด็นอะไรมาถกกันก็ลองดูนะแต่ถ้าไม่มี เดี๋ยวนี่จะเขียนให้อีกโพสต์นึงว่าอยากเล่าอะไร
- จบ -
By Pangnap : 19.05.2023
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
Log in