Novelber 2017fdfeefa
Day 18 อันตราย
  • Day 18 อันตราย

    “เข้าไปนะคะ”

    “ครับ”

    นางพยาบาลคนเดิมกลับมาที่ห้องอีกครั้งมาทำความสะอาดร่างกายของแฟรงค์เปลี่ยนน้ำเกลือที่สำคัญเข้ามาทำแผลที่แขนข้างที่เขาโดนแฟรงค์จับเอาไว้แน่นจนตอนนี้มันเป็นแผลเขียวช้ำเด่นขึ้นมา เขาจึงใช้เวลานี้ในการสอบถามเกี่ยวกับอาการของแฟรงค์ตั้งแต่วันที่เข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาล

    “ทำไมต้องฉีดยาให้เขาด้วยครับ?”

    “ความจริงเราฉีดยาให้ผู้ป่วยแบบนี้แค่วันแรกที่เราพยายามทำให้เขาสงบลงแต่เราไม่สามารถควบคุมเขาได้ค่ะ แต่หลังจากที่เราได้ล็อกเขาไว้เราก็เลิกใช้ยากับคนไข้เพียงแต่วันนี้คุณปล่อยมือของเขาออกถ้าเราไม่ฉีดยาให้เขาสงบลงเขาคงไม่ปล่อยแขนข้างนี้ของคุณออก”

    “ไม่ถึงขนาดนั้นมั้งครับ”

    “คุณลองไปคุยกับบุรุษพยาบาลที่ข้อมือเกือบหักในวันนั้นดูนะคะแล้วคุณจะเชื่อฉัน”

    “อาการนี้เกิดจากอะไรครับ?”

    “ทางเราก็ยังไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไรเท่าที่เรารู้คือหลังจากที่เขามีอาการกระตุกที่กล้ามเนื้ออย่างรุนแรงได้ไม่นานเขาจะเริ่มทำร้ายคนที่เขาจับเอาไว้ได้ค่ะ”

    “มันจะเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นรึเปล่าครับ?”

    “ถ้ามาจากสมองทางเราได้ตรวจโดยละเอียดแล้วก็พบว่าปกติดีนะคะ แต่จากอาการที่เกิดขึ้นทางทีมแพทย์ก็มีการเตรียมเรื่องการตรวจอีกครั้งอยู่เหมือนกันค่ะ”

    “ครับ”

    “งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วดิฉันขอตัวนะคะ?”

    “ขอบคุณครับ”

    นางพยาบาลออกไปแล้วเหลือเพียงแค่เขากับแฟรงค์ที่อยู่ในห้องนี้ เขาใช้เวลาทบทวนว่าสิ่งที่เขาเห็นมาทั้งหมดนี้มันคืออะไร? มันคือภาพลวงตาจากจินตนาการของเขาหลังจากที่เขาได้ยินเสียงจากวีดีโอในโน้ตบุ๊คนั้นใช่ไหม? แต่ถ้าเป็นแบบนั้นจริงทำไมทุกอย่างมันดูจริงมากเหลือเกินทุกอย่างที่เขาเห็นและได้ยินดูเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงเกินกว่าที่เขาจะคิดว่ามันคือการจินตนาการของเขาเอง

    เขารู้ว่าคนเดียวที่จะตอบคำถามนี้ของเขาได้ก็คือคุณจอห์นแล้วเขาก็รู้ว่าเขาควรจะไปตามหาคุณจอห์นมากกว่ามานั่งคิดทุกอย่างเอาเองแบบนี้แต่เขาจะทิ้งแฟรงค์ที่เป็นแบบนี้อยู่คนเดียวได้ยังไง? อีกอย่างเมื่อวานตอนที่ออกมาจากห้องของคุณจอห์นเขาคิดว่าคุณจอห์นคงไม่พร้อมที่จะพูดถึงเรื่องของคุณเดฟสักเท่าไหร่อย่าว่าแต่พูดถึงเรื่องของเดฟเลยเรื่องที่เข้าใจผิดว่าเขาเป็นคนไปเล่นคลิปวีดีโอนั้นเขาไม่รู้เลยว่าคุณจอห์นจะยอมรับโทรศัพท์จากเขารึเปล่าถ้าเขาโทรไปตอนนี้ ‘เฮ้อ’ เขาถอนหายใจระบายความอึดอัดเพราะไม่ว่าจะคิดเท่าไหร่มันก็ดูจะเป็นเหมือนทางตันไปเสียหมด

    “ทอม”

    เสียงของแฟรงค์ที่เรียกชื่อของเขาแม้ว่ามันจะเบาจนแทยจะเป็นเสียงกระซิบแต่เขากลับได้ยินมันเป็นอย่างดีเสียงนั้นทำให้เขาหยุดเดินแล้วลงไปนั่งข้างเตียง หลังจากชื่อของเขาออกมาจากปากของแฟรงค์เขาวางเรื่องอื่นที่กังวลไม่ว่าจะเกี่ยวกับเรื่องผีหรือวิญญาณอะไรนั้นทิ้งเอาไว้ก่อนเพราะตอนนี้คนที่เขาอยากคุยด้วยมากที่สุดได้อยู่ตรงนี้และได้เรียกชื่อของเขาแล้ว

    “แฟรงค์ แฟรงค์ คุณตื่นแล้วเหรอเป็นยังไงบ้าง?” แฟรงค์มองมาที่เขาและมองกลับไปที่ข้อมือของตัวเอง

    “ผมลืมไปมาผมแกะมันออกให้ คุณคงเจ็บมาก”

    “อย่า”

    “ทำไม?”

    “ถ้าคุณถอดมันออกผมอาจจะทำร้ายคุณอีกได้”

    “คุณรู้ตัวเหรอแฟรงค์?” แฟรงค์พยักหน้าให้เขาเป็นการตอบรับ

    “ผมรู้ตัวแต่ผมไม่สามารถที่หยุดตัวเองได้ ผมรู้สึกโกรธ รู้สึกเจ็บปวด เจ็บไปทั้งตัว”

    “แฟรงค์อาจจะเป็นเพราะคุณเพิ่งโดนรถเฉี่ยวมา”

    “มันไม่ใช่อย่างนั้น มันเจ็บมากกว่านั้น ผมอธิบายไม่ถูก”

    “ไม่เป็นไรแฟรงค์ไม่เป็นไร”

    “เหมือนมีคนควบคุมผม ผมไม่เข้าใจเพราะนั้นคุณอย่าแก้มัดผมเลยทอม”

    “ถ้าคุณรู้ตัวผมก็ไม่จำเป็นที่ต้องกังวล”

    เขาขัดความต้องการของแฟรงค์โดยการที่แกะที่ล้อกแขนออกทั้งสองข้างตลอดระยะเวลาที่เขาแกะสิ่งเหล่านั้นมีแต่คำว่า ‘อย่า’ ออกมาจากปากของแฟรงค์พร้อมด้วยสายตาของความหวาดกลัวและความกังวล

    “เห็นไหมไม่มีอะไรสักหน่อยแฟรงค์? คุณไม่ต้องกังวล”

    “แต่ผมทำร้ายคนอื่น”

    “มันผ่านไปแล้วแฟรงค์”

    เขานวดเบาๆ ที่ข้อมือให้กับแฟรงค์ผ่านไปได้สักพักแฟรงค์ดูโล่งใจที่ถึงแม้ไม่มีเครื่องมือที่มัดตัวของตัวเองเอาไว้แฟรงค์ยังคงสามารถควบคุมตัวเองให้ไม่ทำร้ายเขาได้

    “ผมเห็นเขา”

    “คุณหมายถึงเดฟ?”

    “คุณรู้จักเขา?”

    “ผม…ไม่แน่ใจเหมือนกัน เขาอาจจะเป็นคนรู้จักของคนที่ผมรู้จักอีกที”

    “จอห์น?”

    “คุณรู้จักคุณจอห์น?”

    “วันที่ผมไปหาคุณที่ที่พักผมเห็นเขาอยู่กับคุณ ว่าแต่คุณกับเขา”

    “เราเป็นเพื่อนกัน”

    “ครับ”

    แฟรงค์ยกมือขึ้นมาลูบหน้าของเขาและยิ้มให้เขาเหมือนกับได้ยกความไม่สบายใจออกไปจากอก เขายิ้มตอบรับพร้อมกับจับประกบไปที่มือของแฟรงค์ที่วางเอาไว้ที่ใบหน้าของเขา เขาลดมือคู่นั้นลงมาแล้วบรรจงจูบไปที่มือข้างนั้นของแฟรงค์

    “ผมมีเรื่องต้องคุยกับคุณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนี้หรือเรื่องของลิส”

    “เอาไว้หลังจากที่คุณหายแล้วดีกว่า ผม…”
    ยังไม่ทันที่เขาจะพูดให้จบประโยคว่าเขาจะไม่หนีหายไปไหนเขาไม่หลบหน้าแล้วเขาจะพร้อมฟังในสิ่งแฟรงค์อธิบายสายตาของแฟรงค์ที่มองเขาก็เปลี่ยนไป จากสายตาที่มองเขาด้วยความรักเปลี่ยนมาเป็นสายตาของความหวาดกลัวและในที่สุดก็เป็นสายตาของความโกรธ

    มือของเขาที่ถูกแฟรงค์จับเอาไว้มันแน่นมากขึ้นแรงที่ถูกส่งมามันเหมือนกับข้อนิ้วของเขากำลังจะแตกเขาพยายามที่จะแกะมันออกแต่เขาก็ทำไม่สำเร็จเขาเริ่มแกะมือนั้นออกตั้งแต่แฟรงค์เกร็งตัวจนตอนนี้แฟรงค์เริ่มที่กระตุกตัวเล็กน้อยแล้วแต่เขาก็ยังทำไม่สำเร็จ

    “แฟรงค์ นี่ผมเองนี่ผมคุณได้ยินผมไหมได้ยินผมไหม?”

    เขาเอาแต่พูดประโยคเดิมซ้ำๆ เพราะเขาไม่อยากกดปุ่มเพื่อขอความช่วยเหลือจากพยาบาลไม่ใช่ว่าเขากลัวที่จะโดนตำหนิในเรื่องที่เขาปลดที่ที่ล็อกนั้นออกทั้งหมดแต่เขากลัวเหลือเกินกลัวว่าแฟรงค์จะโดนฉีดยานั้นเข้าร่างกายอีกครั้งและถ้าแฟรงค์ต้องมารับยาที่ดูเหมือนว่าจะอันตรายแบบนั้นเพราะว่าเขาเป็นต้นเหตุเขายอมที่เจ็บจนกระดูกหักไปเลยยังดีกว่า

    “มัดผม”

    และแล้วการที่เขาพร่ำเอาแต่เรียกชื่อของแฟรงค์ก็ได้ผลเมื่อในที่สุดสายตาของแฟรงค์เพียงวูบนึงก็กลับมาเป็นสายตาของตัวเองที่มองเขาด้วยความเป็นห่วงและมีคำขอโทษอยู่ในนั้น แฟรงค์ใช้ช่วงเสี้ยวเวลาที่เหมือนจะกลับมาเป็นตัวของตัวเองยอมผ่อนแรงที่จับเขาเอาไว้เขาจึงสามารถดึงมือของตัวเขาเองออกมาได้และนั้นเองที่แฟรงค์สั่งให้เขาลงมือมัดแฟรงค์อีกครั้ง

    ผมไม่รู้ว่าแฟรงค์จะต่อสู้กับอะไรก็ไม่รู้ได้อีกนานแค่ไหนผมจึงไม่มีเวลาลังเลแต่ตัดสินใจลงมือมัดเขา เสียงร้องที่แสดงออกถึงความเจ็บปวดเสียงที่ข้อมือกระทบกับที่ล็อคและกระแทกกับขอบเตียงนั้นมันเหมือนกำลังกรีดลงไปในหัวใจของเขายิ่งแฟรงค์ทรมาณเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรู้สึกเจ็บที่หัวใจมากขึ้นเท่านั้น

    “ผมอยู่นี่นะแฟรงค์ผมอยู่นี่”

    เขามัดแฟรงค์ไว้เรียบร้อยเหมือนกับวันแรกที่เขาเข้ามาเห็น เขาโน้มตัวลงไปกอดแฟรงต์เอาไว้ทั้งน้ำตาน้ำตาของความเสียใจที่เขาเป็นต้นเหตุให้แฟรงค์ต้องมาที่นี่ต้นเหตุที่ทำให้แฟรงค์ต้องเจอเรื่องแบบนี้ เขารวบตัวของแฟรงค์มากอดเอาไว้โดยไม่สนว่าแรงกระตุกที่มาจากแฟรงค์นั้นจะกำลังทำให้ตัวของเขาเหวี่ยงไปชนเหล็กตามขอบเตียงเพราะเขาอยากให้แฟรงค์รับรู้ว่าเขายังอยู่ตรงนี้และเขาก็เชื่อว่าอ้อมกอดนี้ทำได้

    กว่าทุกอย่างจะสงบลงก็ใช้เวลาอยู่เกือบ 15 นาทีส่วนแฟรงค์เองหลังจากร่างกายเลิกต่อต้านก็หลับลงอีกครั้งด้วยความเหนื่อยอ่อน เขาหยิบโทรศัพท์โทรออกหาคนที่เขาไว้ใจมากที่สุดเขาว่าเวลานี้เขามีแค่พ่อเท่านั้นที่จะช่วยเหลือเขาได้

    “พ่อครับ”

    “พ่อกำลังจะโทรหาเราเลยเป็นยังไงบ้างแฟรงค์โอเคไหม?”

    “ไม่เลยครับพ่อไม่โอเค พ่อ พ่อสามารถบินมาที่นี่ได้เร็วที่สุดเมื่อไหร่ครับ?”

    “วีซ่าที่ทำเอาไว้ครั้งที่แล้วตอนไปส่งลูกยังคงใช้ได้อยู่ถ้าเรื่องตั๋วไม่มีปัญหาพรุ่งนี้เย็นพ่อก็สามารถไปถึงเราได้ คงต้องให้เวลาคนที่บ้านเตรียมตัวเรื่องดูแลคุณย่าก่อน”

    “ผมเข้าใจครับ งั้นผมรบกวนด้วยนะครับพ่อ”

    “แล้วเจอกันลูก”

    เขาไม่เชื่อว่าเรื่องนี้มันจะเป็นเรื่องที่มาจากจินตนาการของเขาเท่านั้นมันมีอะไรที่มากกว่านั้นและในตอนนี้เขาต้องการคำตอบพร้อมกับทางแก้ไข คนในโรงพยาบาลนี้อาจจะมองว่าแฟรงค์คือบุคคลอันตรายต่อคนอื่นแต่สำหรับเขาตอนนี้แฟรงค์คือคนที่ตกอยู่ในอันตรายมากกว่าใครและเขาจะไม่ยอมให้มันอันตรายตัวนี้มันทำร้ายแฟรงค์ไปมากกว่านี้เขาจะปกป้องคนที่เขารักให้มากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้

    รอเขาก่อนนะแฟรงค์รอเขาอีกเพียงไม่นานเขาสัญญาว่าเขาจะไม่ปล่อยให้แฟรงค์ต้องทนทรมาณหรือต้องต่อสู้กับสิ่งอันตรายนี้เพียงคนเดียว เขาสัญญา
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in