ผู้ชายจีนในคลังแสงPATNAKAN
:: Recharge :: Xu Fangzhou x Yaochi

  • Title : Recharge
    Pairing : Xu Fangzhou x Yaochi 
    Fandom : Qing Chun You Ni
    Genre : One Shot 
    Note : ผมพยายามกู้ซากเรืออยู่ วอนเหนจัย & น้องฉือไม่มีรูปคู่พี่เขาใช่มั้ย ได้!! น้องจะทำแบบนี้กับหม่าม้า หม่าม้าก็กาวได้เหมือนเดิม!!! (แต่จริงๆมีแต่ไม่ปล่อยใช่มะ แม่ดูออก) (เข้าข้างตัวเองก่อนนะคร่ะ) (น้องบอกไม่อ่ะม้า มีแต่พี่กู่หลันตี้) (....)


    ---------------------------------------------------

    เศษซากอารยธรรมจากการตัดโมเดลทั้งหลายแหล่ ไม่ว่าจะเป็น กระดาษชานอ้อย โฟม ยางลบ คัตเตอร์ นอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นในห้องของผู้ชายคนนึงที่ไม่ได้นอนมาอย่างต่ำก็ราวๆสองสามวัน ที่ให้เดินก็แทบไม่มี สภาพห้องก็เป็นขนาดนี้แล้ว ไม่ต้องถามถึงตัวเจ้าของห้อง

    คุณเจ้าของห้องนอนขดตัวอยู่ข้างๆซอกเตียงข้างกองซากอารยธรรมเหล่านั้นในชุดเสื้อยืดกับกางเกงบอลตัวโปรด ที่ไม่เปลี่ยนเพราะชอบหรือไม่เปลี่ยนเพราะไม่ได้อาบน้ำกันแน่นะ..

    เหยาฉือมองไปรอบๆแล้วคิดแบบนั้น แต่ก็บ่นอะไรไม่ได้ พี่ฟางโจวก็มีงานต้องทำน่ะนะ

     

    สวีฟางโจวทักมาหาเขาเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว

    'มาตัดโมช่วยผมหน่อย ไม่ไหวแล้ว'

    เขาก็เลยพับคอมที่ต้องตัดโปรเจคหนังสั้นส่งอาจารย์แล้วใส่กระเป๋า แล้วก็แว้บซื้อบะหมี่เกี๊ยวกุ้งที่คุณคนนั้นชอบแล้วก็รีบแว้นมาหาเขาที่หอ

    เปิดประตูมาแล้วก็พบเจอร่างที่เกือบจะไร้วิญญาณนอนอยู่ตรงนั้นน่ะแหละ

    "พี่ฟางโจว กินข้าวหน่อยมั้ยครับ"  เขาสะกิดเจ้าคนผมรุงรังที่นอนอยู่บนพื้น
    "มาแล้วเหรอ ขอโทษที่รบกวนนะคุณ แต่ช่วยที ทำงานไม่ทันเลย"

    ฟางโจวลุกขึ้นมาแบบสะลึมสะลือแล้วมองหน้าเขาด้วยอินเนอร์คนที่ง่วงที่สุดในโลก ซึ่งก็ง่วงจริงๆไม่ใช่การแสดง

    "เนี่ยก็ดองงานไงครับ แล้วมันก็ทำไม่ทัน"
    "ไม่ต้องทำมาพูดเลย คุณเรียนนิเทศก็ตัดหนังยับไม่ใช่หรือไง"

    เหยาฉือรู้สึกเลิ่กลั่กกับสิ่งนี้.............

    "....งั้นกินข้าวนะครับ นี่ซื้อบะหมี่เกี๊ยวกุ้งมาให้ด้วย"

    เขาตัดบทด้วยการเดินไปที่โต๊ะเล็กๆที่อยู่ข้างๆสิ่งที่ฟางโจวเรียกว่าครัว ความจริงเป็นแค่เคาน์เตอร์ที่มีตู้เย็นด้านล่าง ซิงก์ล้างจาน ไมโครเวฟ และกาน้ำร้อนไว้ต้มมาม่า

    "แล้วใกล้เสร็จยังอ่ะครับ"
    "น่าจะสัก70%แล้วล่ะ แต่มันไม่ได้นอนหลายวันแล้ว เลยอยากขอพักแป๊บนึง"
    "งั้นมากินข้าวตรงนี้ก่อน แล้วค่อยไปงีบนะ เดี๋ยวช่วยตัดในส่วนที่พอทำได้แล้วกัน"

    ฟางโจวพยักหน้าหงึกงักและเดินอ้อมกองงานตรงนั้นราวกับว่ากำลังหลบกับดักระเบิด เหยาฉือชักจะเป็นห่วงหน่อยๆ 
    งานเสร็จเมื่อไหร่คงต้องมาช่วยเก็บห้องแล้วสินะ

    เหยาฉือนั่งลงที่กองงานที่อีกคนทำไว้แล้วก็หยิบกระดาษมาตัดสิ่งที่เขาพอจะทำช่วยได้บ้าง 
    จริงๆแล้วก็พอทำได้หลายอย่างเลย เพราะตั้งแต่คบกับฟางโจวมา สิ่งที่อยู่ในข้อความก็จะมีแต่ 

    มาตัดโมช่วยผมหน่อยคุณ 
    วันนี้ไม่ว่างเลย 
    ขอเลื่อนไปก่อนได้ไหม 
    ขอโทษทีนะ ขอนอนก่อน ไม่ได้นอนหลายวันแล้ว


    เลยกลายเป็นว่าต้องมาตัดโมช่วยบ่อยๆ จนทำอะไรเป็นหลายอย่าง จากทีแรกก็เงอะงะ ตอนนี้ชักจะเริ่มเซียนบ้างแล้ว 
    เขาก็พยายามเข้าใจว่าฟางโจวคงไม่ได้มีเวลามากนัก ตัวเขาเองบางทีก็ไม่ว่างต้องตัดหนังไฟลนก้น ออกกองสารพัดสิ่ง ก็แทบไม่ได้นอน และพลาดนัดอะไรหลายอย่างกับฟางโจวเหมือนกัน

    ช่างฟังดูเป็นความสัมพันธ์ที่ดูไม่เหมือนแฟนกันเลยสักนิด....

    แต่เวลาที่ได้ใช้ร่วมกันก็จะเป็นเวลามานั่งตัดโมข้างๆกันเงียบๆแทน

    เป็นแฟนเด็กคณะสถาปัตย์ต้องอดทน ต้องซื้อข้าวซื้อน้ำมาให้ได้และตัดโมเป็น



    "นี่...คุณรู้สึกเหนื่อยไหมที่ต้องมาทำงานช่วยตลอด" จู่ๆก็มีคำถามจากโต๊ะกินข้าวตรงนั้น

    "ไม่เป็นไรครับ ฉือก็อยากช่วยพี่เท่าที่ฉือช่วยได้"



    เหยาฉือตอบอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มกว้าง รอยยิ้มแบบเดิมที่ฟางโจวไม่เคยเบื่อจะมอง

    สวีฟางโจวอมยิ้มเล็กๆตอบกลับไป ส่วนอีกคนก็กลับไปก้มหน้างุดทำงานต่อ


    เหนื่อยแค่ไหนแต่ได้เห็นรอยยิ้มของคนคนนี้ก็ดูเหมือนว่าโลกของเขาจะไม่ได้มีแค่กองโมเดลงานอยู่ตรงหน้า แต่มันมีสิ่งที่เรียกว่าพลังความสดใสอะไรบางอย่างที่คอยส่งมาให้เขาตลอด 
    แค่เห็นหน้าก็พาวเวอร์อัพแล้ว อะไรแบบนั้น



    รู้ตัวอีกทีบะหมี่หมดชาม ฟางโจวหยัดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วไปวางจานไว้ในซิงก์เล็กๆข้างไมโครเวฟ

    เดี๋ยวค่อยมาล้างแล้วกัน...

    "วางไว้ตรงนั้นเลยครับ เดี๋ยวฉือไปล้างให้ พี่นอนเถอะ" เสียงสดใสนั้นตะโกนตามหลังมาไวๆ

    เขามีแฟนที่น่ารักแบบนี้ขนาดนี้ได้ไงกันนะ สวีฟางโจวนายนี่มันน่าอิจฉาจริงๆ นายไม่ควรมีคนที่ดีขนาดนี้ในชีวิต ล้างจานซะ! อย่าเพิ่มภาระให้เขาสิ! - กล่องความคิดหนึ่งปรากฏขึ้นมาในหัวของสวีฟางโจว

    "...เดี๋ยวล้างได้ ไม่เป็นไรๆ" 

    เขาก้มหน้าก้มตาล้างจานอยู่ตรงนั้นสักพักแล้วคว่ำจานไว้บนชั้นวางใกล้มือ 

    "อาบน้ำด้วยนะพี่ฟางโจว"
    "รู้ทันไปหมดเลยนะคุณ"
    "รู้ว่าเวลาตัดโมพี่ไม่ค่อยได้อาบน้ำใช่มั้ยล่ะ"

    เจ้าตัวคนถามขำคิกคักๆระหว่างที่กำลังกรีดคัตเตอร์บนแผ่นเขียวๆอย่างอารมณ์ดี 

    เมื่อปฏิเสธอะไรไม่ได้ สวีฟางโจวจึงส่ายหัวเบาๆแล้วเข้าไปในห้องน้ำทำธุระส่วนตัว

    นี่น่าจะเป็นการอาบน้ำครั้งแรกในรอบสองวัน... ไม่ได้ออกจากห้องแอร์ คงไม่สกปรกอะไรหรอก...



    ไม่นานนักเจ้าของห้องก็ออกมาจากห้องน้ำ เขาหันไปมองเหยาฉือที่ยังคงตั้งหน้าตั้งตาช่วยเขาตัดโมเดลแถมยังฮึมฮัมร้องเพลงอย่างมีความสุขอีก

    สวีฟางโจวรู้สึกว่า เจ้าหมาโกลเด้นคนนี้ ไม่ว่างานจะหนักมากแค่ไหนก็ตาม แท็บพลังงานไม่เคยหมด เป็นลูกหมาที่วิ่งพล่านไปทั่ว เป็นเหมือนแบตเตอร์รี่ที่เต็ม 100% แล้วก็ยังคอยเป็นที่ชาร์จแบตให้กับทุกคนได้ตลอดเวลาอีก ผิดกับตัวเขาที่ออกจะเป็นแบตเตอร์รี่เก่าแก่สิบปีที่เสื่อมแล้วเสื่อมอีก

    เพราะแบบนี้ เขาเลยไม่แปลกใจว่าทำไมใครๆถึงเอ็นดูเหยาฉือมากขนาดนั้น



    'ทำไมถึงได้สดใสได้ขนาดนี้นะคุณ'




    "จ้องนานอะไรนัก เขินเป็นนะ"
    "คุณน่ารัก ผมมองไม่ได้เหรอ"


    'ไปแต่งตัวสิครับ มายืนพันผ้าขนหนูผืนเดียวอะไรเดี๋ยวไม่สบายนะ' คนเด็กกว่าก้มหน้าก้มตาปลายหูแดงก่ำอีกครั้งหนึ่ง

    "เป็นเด็กเป็นเล็กคิดอะไรลามกแล้วเหรอคุณน่ะ" ฟางโจวถามด้วยหน้านิ่งๆ
    "บรรลุนิติภาวะแล้วเถอะ!"

    ฟางโจวขำเล็กๆให้กับการกระทำของอีกฝ่าย เขินเลิ่กลั่กแบบนี้แล้วน่ารักดีเพราะเหยาฉือไม่เคยเก็บอาการได้หรอก เขาเลยชอบวางกับดักแบบนี้ให้อีกฝ่ายตกหลุมเล่นๆ

    เขาเดินไปเปลี่ยนชุดสบายๆแล้วจึงมานั่งพิงหลังกับเตียง ในขณะที่ข้างๆก็มีเหยาฉือที่ก็ยังคงทำงานอยู่ เขาจึงหยิบคัตเตอร์อีกอันมาทำงานต่อ

    "ไม่ไปนอนหน่อยเหรอครับ"
    "ได้อยู่แหละ ได้กินข้าวแล้วก็มีพลังขึ้นมานิดหน่อยนะ....จริงๆมีคุณมานั่งทำงานด้วยก็..ไม่เหนื่อยเท่าไหร่"

    "..."

    จู่ๆก็มีสัมผัสเล็กๆเกิดขึ้นข้างแก้มสวีฟางโจวอย่างไม่ทันตั้งตัว เสี้ยววินาที อีกฝ่ายก็ผละตัวกลับไปหยิบกระดาษมาตัดงานต่อแบบไม่รู้ไม่ชี้

    "คุณ.."

    "...ชาร์จแบตให้เฉยๆ" คนที่หันหน้าหนีเมื่อสักครู่นี้ตอบแบบไม่สบตา

    แต่ดูจากปลายหูแดงๆนั่นก็รู้แล้วว่าอีกคนต้องรวบรวมความกล้ามากทีเดียวที่จะทำแบบนี้

    .

    .

    .

    .

    .

    .


    ค่ำคืนอันหนักหน่วงได้ผ่านพ้นไปแล้ว สวีฟางโจวส่งงานทันเดดไลน์ ได้รับคำชมจากอาจารย์อย่างเคยถึงแม้ว่าเขาจะชอบมาเผาเอาสองสัปดาห์สุดท้ายก็ตามที

    อันที่จริงไอเดียงานส่วนมากแล้วก็มักจะมาตอนที่เขาได้คุยกับเหยาฉือนั่นแหละ เซนส์ทางศิลปะของเหยาฉือไม่ใช่ธรรมดาเลย งานหลายๆอย่างถ้ามีคนมาช่วยทำงานและเป็นทีมเวิร์คที่ดี งานมันก็ต้องออกมาดี เขาเชื่อแบบนั้น 

    แต่ตอนนี้สวีฟางโจวต้องการที่นอนเพื่อชาร์จแบตร่างกายเลเวลเก้าสิบเก้า แค่จะแงะสารร่างของตนให้ออกมาส่งงานได้ก็สุดแสนสาหัส แต่ก่อนอื่นเขาก็ควรจะบอกเหยาฉือด้วยว่าภารกิจสำเร็จแล้ว

    คุณ ผมส่งงานแล้วนะ อาจารย์ชมด้วย

    ไม่นานข้อความก็ตอบกลับมา

    เนี่ยย เก่งตลอดเลย ไม่แปลกใจแล้วว 
    กลับห้องไปนอนนะครับ

    คุณอยากมาหาผมมั้ย

    จะดีเหรอครับ

    มาเถอะ อยากเจอ
    ไปรอที่ห้องเลยก็ได้ คุณมีกุญแจสำรองใช่มั้ย

    โอเคครับ

    .

    .

    .

    .


    สวีฟางโจวล้วงกุญแจในกระเป๋าสะพายออกมาแล้วไขกุญแจเข้าห้อง ขายาวๆก้าวเข้าห้องแล้วจึงเห็นว่ามีรองเท้าคอนเวิร์สสีดำคู่ที่คุ้นเคย ที่เขาซื้อให้ใครบางคนเป็นของขวัญวันเกิด 

    เหยาฉือใส่คู่นี้บ่อยมากจนฟางโจวบอกว่าไม่ต้องใส่ก็ได้ ใส่แค่ตอนที่อยากใส่ก็พอ
    แต่อีกคนก็ตอบกลับมาเสมอว่า 'ก็อยากใส่คู่นี้ทุกวันนี่ครับ' เขาก็เลยได้แต่ยิ้มในใจ

    "กลับมาแล้วเหรอครับ" เจ้าหมาโกลเด้นนอนเล่นอย่างสบายใจอยู่บนที่นอนของเขาพูดพลางถอดหูฟังออกจากวอล์คแมนเก่ากึ้กตัวหนึ่งแล้วหยัดตัวขึ้นมานั่งบนเตียง

    "อือ" 

    รองเท้าถูกเขี่ยๆเข้าไปในตู้วางรองเท้าใกล้ๆกับประตู ส่วนเสื้อเชิ้ตเครื่องแบบสีขาวถูกปลดกระดุมให้หายใจหายคอออกและพับแขนขึ้นเล็กน้อย เพราะตอนนี้เขาขี้เกียจแม้กระทั่งเปลี่ยนชุด เอาแค่หายใจออก นอนสบายก็เอาแล้ว

    "ให้ฉือมามีอะไรรึเปล่าครับ" อีกฝ่ายถามขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ


    "อ๊ะ-"

    สวีฟางโจวไม่ตอบอะไรแต่ทิ้งน้ำหนักตัวลงบนที่นอนแล้วหันไปผลักอีกฝ่ายลงบนที่นอนเบาๆ อ้อมแขนนั้นของกอดอีกฝ่ายไว้ ศีรษะของเขาซุกอยู่ตรงไหล่ของเหยาฉือ ลมหายใจร้อนๆรดรินลงบนลำคอของคนอายุน้อยกว่า เหยาฉือแทบไม่กล้ากระดิกตัวเลยแม้แต่น้อย เขาตาเบิกโพลงแต่สวีฟางโจวกลับหลับตาพริ้มอิงเขาอยู่ใกล้ๆ 

    'พี่ฟางโจวมีใบหน้าแบบนี้ได้ยังไงกันนะ อันตรายจริงๆ' 



    "นอนดีๆสิครับ ฉือหนักนะ"

    "ขออยู่แบบนี้แป๊บนึง" 

    "..."

    "ขอชาร์จแบตหน่อยนะคุณ" อ้อมแขนนั้นกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อยแต่ว่าเหยาฉือไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไร

    "..อ..อื้ม"



    สวีฟางโจวไม่รู้หรอกว่าคนอื่นจะมีแบตสำรองหรือที่ชาร์จแบตที่ดีขนาดไหน

    แต่สำหรับเขา 

    เหยาฉือน่ะเป็นที่ชาร์จแบตที่ดีที่สุดในโลกใบนี้แล้ว


    --------------------------------------------------

    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด เติมเชืิ้อเพลิงให้เรื๊ออออ--- ไม่ เรียกว่าดัดแปลงไม้พายเพื่อให้มีประสิทธิภาพ จะได้ใช้พายเพื่อให้แพใกล้ฝั่งเร็วขึ้น เปนเส้านะคะที่พอเราเริ่มชิปแล้วเรือก็แตกซะงั้น เก็บเศษแพขึ้นมาค่ะ เอามาต่อกันมันก็ลอยได้เหมือนเรือ อย่าท้อ อย่าท้อ! (ปล.เขียนหยังวะงง) (ไฟนอลมันทำให้คนเปนบ้าค่ะ เนื้อหาก็จะพบช่องโหว่มาก) 
    ช่วงนี้ทวิตเตอร์อินกับคำว่าคุณๆผมๆนี่ก็แบบ เอืกฟสาดกกดวาสกฟสากฟห มันต้องจัดแร้วๆๆๆ พี่ฟางโจวพูดคุณ /เหลวเปงไอติม 
    อยากเห็นน้องฉือเป็นแฟนเด็กพี่เขาด้วย มังก็หวสดากสดากฟ

    เอนี่เวย์ ที่เขียนแบบนี้เพราะส่วนตัวนั้นเราชอบจินตนาการ พี่ฟางในลุคหนุ่มถาปัตย์มากๆค่ะ หงึกๆ ล่าสุดพี่ใส่เชิ้ตขาวคือสิบกะโกลกทากๆ น้ำลายย้อยเป็นหมาบ้า หรึก 
    โคดหล่อเลยบ้าเอ้ยยยยยยยยยยย ชอบพี่นะคะ อยากได้ น้องฉือแม่ขอพี่เขาได้ไม๊
    ส่วนน้องฉือนี่เด็กภาคฟิล์มนิเทศชัดๆ ไม่ต้องสงสัย คาแรคเตอร์มันมา ตัดวิดิโอ องค์ฟรีแลนซ์ตั่งต่าง555555555 ให้เขาได้สวีทกันในจินตนาการก็สุขจัย อ่ะเหื้อ ผมเปนสุขเหลือเกิล /นอนจมกองรุ้ง

    ยังไงไปอ่านคู่นี้ได้ เคยเขียนไว้อีกหนึ่ง เมากาวแหละ ภาษาไม่สวย สนองนี้ดตัวเองทั้งนั้น > Your Handkerchief  

    แวะมากริ๊วกร๊าวกันได้ ณ แอคเคาท์ @SunshineYaochi แอคที่ไม่ได้หวีดแค่น้องเหยาฉือข่า ข่อมค่าที่เข้ามาอ่าน เริ้ฟ 

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in