เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
รีวิวเว้ย (3)Chaitawat Marc Seephongsai
บารมีพระป่า สายศรัทธาแห่งอำนาจเมือง By สพล องค์พิเชฐเมธา
  • รีวิวเว้ย (2250) การแยกรัฐออกจากศาสนา (Secularism) คือแนวคิดทางการเมืองและหลักนิติรัฐที่กำหนดให้การบริหารงานของรัฐและสถาบันทางศาสนาต้องแยกขาดออกจากกันอย่างชัดเจน โดยรัฐจะดำรงตนเป็นกลาง ไม่สถาปนาศาสนาใดเป็นศาสนาประจำชาติ ไม่นำหลักคำสอนหรือข้อห้ามทางศาสนามาเป็นเกณฑ์ในการออกกฎหมายหรือนโยบายสาธารณะ และไม่ให้สิทธิพิเศษหรือเลือกปฏิบัติต่อพลเมืองด้วยเหตุผลทางความเชื่อ ในขณะเดียวกัน รัฐมีหน้าที่ต้องปกป้องคุ้มครอง เสรีภาพในการนับถือศาสนาและการไม่นับถือศาสนา ของปัจเจกบุคคลอย่างเต็มที่ เป้าหมายสูงสุดของแนวคิดนี้คือการป้องกันไม่ให้อำนาจรัฐและอำนาจทางศาสนาแทรกแซงซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างสังคมฆราวาสวิสัยที่ประชาชนหลากหลายความเชื่อสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเสมอภาคและสันติภายใต้มาตรฐานกฎหมายเดียวกัน
    หนังสือ : บารมีพระป่า สายศรัทธาแห่งอำนาจเมือง
    โดย : สพล องค์พิเชฐเมธา
    จำนวน : 360 หน้า 
    .
    "บารมีพระป่า สายศรัทธาแห่งอำนาจเมือง" หนังสือที่สำรวจและรื้อถอนภาพจำโรแมนติกของ "พระป่า" ในสังคมไทยที่มากกว่าการทำความเข้าใจในเรื่องของกฎระเบียบ และการปฎิบัติตัวของพระป่า ซึ่ง "บารมีพระป่า สายศรัทธาแห่งอำนาจเมือง" ไม่ได้มุ่งเน้นการเล่าประวัติอภินิหารหรือข้อวัตรปฏิบัติทางธรรมในแง่มุมของพุทธศาสนาแบบดั้งเดิม แต่กลับตั้งคำถามที่ท้าทายว่า เหตุใดพระธุดงค์กรรมฐานที่มุ่งปลีกวิเวกตัดขาดจากความวุ่นวาย จึงกลายมาเป็นศูนย์รวมศรัทธาและมีความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับศูนย์กลางอำนาจรัฐ ชนชั้นนำ และกลุ่มทุนในเมืองหลวงได้ "บารมีพระป่า สายศรัทธาแห่งอำนาจเมือง" ได้เชื่อมโยงมิติทางศาสนาเข้ากับการเมืองและสังคมวิทยาให้เราได้เห็นว่าแท้จริงแล้วแนวคิดอย่างการแยกศาสนาออกจากการเมืองอาจจะไม่สามารถกระทำได้ในบริบทของสังคมไทย
    .
    "บารมีพระป่า สายศรัทธาแห่งอำนาจเมือง" บอกเล่าถึงพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ โดยชี้ให้เห็นพลวัตที่น่าสนใจของรอยต่อระหว่างยุคสมัย จากเดิมที่พระธุดงค์กรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต มักถูกรัฐส่วนกลางและคณะสงฆ์ในกรุงเทพฯ มองด้วยความหวาดระแวงว่าอยู่นอกรีตหรืออาจเป็นภัยต่อความมั่นคง (คล้ายกับในกรณีของครูบาศรีวิชัย) แต่เมื่อบริบททางการเมืองเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคสงครามเย็น รัฐไทยได้ปรับเปลี่ยนท่าทีและดึงเอาภาพลักษณ์ความ "บริสุทธิ์" ของพระป่ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อต้านภัยคอมมิวนิสต์ การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้พระป่าถูกผนวกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอุดมการณ์ชาติและรัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเนื้อหาของ "บารมีพระป่า สายศรัทธาแห่งอำนาจเมือง" แบ่งไว้ดังนี้
    .
    1. บทนำ
    .
    2. กำเนิดวงศ์พระป่าสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (พ.ศ. 2436-2475)
    .
    3. วงศ์พระป่าสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต กับคณะสงฆ์ไทยและชนชั้นนำกรุงเทพฯ (พ.ศ. 2475-2515)
    .
    4. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลกับวงศ์พระป่าสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต (พ.ศ. 2515-2539)
    .
    5. บทสรุป
    .
    "บารมีพระป่า สายศรัทธาแห่งอำนาจเมือง" แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์ที่เรียกว่า "สายศรัทธาแห่งอำนาจเมือง" ที่ชี้ให้เห็นว่าชนชั้นนำ ชนชั้นกลางในเมือง ข้าราชการระดับสูง และนายทหาร ต่างโหยหาความศักดิ์สิทธิ์และบุญบารมีที่เชื่อว่ามีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมในตัวพระป่า การเดินทางไปกราบไหว้ สร้างวัด หรือจัดสร้างวัตถุมงคลถวาย จึงไม่ใช่แค่การทำบุญเพื่อความสบายใจ แต่ยังเป็นการสร้างเครือข่ายทางสังคมและสร้างความชอบธรรมให้กับอำนาจทางโลกของตนเอง ความศรัทธาเหล่านี้จึงกลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างป่าอันห่างไกลกับศูนย์กลางอำนาจในเมืองหลวง
    .
    "บารมีพระป่า สายศรัทธาแห่งอำนาจเมือง" ไม่ได้มีท่าทีโจมตีหรือลบหลู่ศรัทธาของผู้คนที่เคารพบารมีของพระป่า หรือพุทธศาสนา แต่เป็นการตีแผ่ปรากฏการณ์ทางสังคม ที่ช่วยให้เราได้ตระหนักว่าสถาบันศาสนาไม่เคยแยกขาดจากการเมือง และความศักดิ์สิทธิ์ก็สามารถถูกประกอบสร้างและนำมาใช้งานผ่านโครงสร้างทางสังคมได้เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าในสังคมไทยนั้น "ความศักดิ์สิทธิ์" และ "อำนาจรัฐ" เป็นสิ่งที่พึ่งพาอาศัยและหล่อเลี้ยงซึ่งกันและกันมาอย่างยาวนาน

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in