เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
เรื่องเล่าจากหน้า WallSirisak Chanprasert
เรื่องเล่าจากหน้า Wall
  • ว่าด้วยเรื่องเด็กนักเรียนโดนจับหลังจากโชว์นาฬิกาที่ประดิษฐ์เอง

    ข้าพเจ้ามีความเห็นว่า

    1. Racism ยังเป็นปัญหาสำคัญในเมกา (และทุกๆที่ในโลก)

    ข้าพเจ้าคิดว่า Racism เป็นคำที่ไม่ถูกต้องคือไม่สามารถ represents ความหมายของ "การเหยียด(ผิว)" ใน sense ของคนทั่วไป เพราะเอาเข้าจริงแล้วคนๆหนึ่งจะเหยียดคนๆหนึ่งไม่ใช่เพราะรูปลักษณ์ทางกายภาพและทางชีววิทยา (คำจำกัดความของ Race; Caucasian, Mongoloid, Negroid, และ Polynesian) เป็นสำคัญ แต่เพราะความคิดที่คนๆหนึ่งมีต่อวิสัยทัศน์, การกระทำ, Attitude, ลักษณะทางวัฒนธรรมและสังคมของคนๆนั้นมากกว่า และมันก็โชคร้ายที่ลักษณะทางสังคมแบบว่ามันผูกพันธ์กับ Race อย่างมากจนทำให้ดูเหมือนเป็นสิ่งเดียวกัน

    ยกตัวอย่างเช่น นาย ก. เป็นคนขาวในเมกาในที่นี้คือคนที่มีเชื้อสายยุโรปผิวขาวมีสภาพความเป็นอยู่เกินกว่ามาตรฐาน (above poverty line) ได้รับการศึกษาจนจบระดับอุดมศึกษาทำงานมีครอบครัวเสียภาษีให้แก่รัฐและประเทศอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่เคยทำผิดกฎหมายหรือก่ออาชญากรรม นาย ข. เป็นคนดำในที่นี้คือคน African American เป็นลูกคนที่ 6 ในบรรดาลูก 8 คน ไม่รู้ว่าพ่อเป็นใคร ไม่ได้เรียนหนังสือ เวลาพูดต้องมีคำว่า fucking ในทุกประโยค โตมาก็เข้า gang ลักเล็กขโมยน้อยและเคยเข้าออกคุกอยู่หลายครั้ง และนาย ค. เป็นคนดำในที่นี้คือคน African American แบบนาย ข. เกิดมาในครอบครัวชนชั้นกลาง ได้รับการศึกษามาอย่างดีเป็นเด็กเรียนเก่ง ได้รับทุนการศึกษาเรียนปริญญาตรีและโทที่ Yale university จบมาเป็นทนายทำงานเสียภาษีให้รัฐเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทีนี้ลองทำใจให้เป็นกลางนะ แล้วคิดว่าถ้าเราเป็นนาย ก. หรือ พ่อแม่ นาย ก. เราอยากที่จะเอาตัวเราหรือให้ลูกของเราไปยุ่งเกี่ยวกับ นาย ข. หรือ นาย ค.? คำถามถัดมาคือแบบนี้เรียกว่าเหยียดผิวไหม? แล้วถ้าเราด่าประนามนาย ข. เราจะโดนเรียกว่าเหยียดผิวหรือไม่? เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าคิดว่าการที่คนเรา "เหยียด" คนอื่นนั้นเพราะเราไม่เห็นด้วยกับอุดมคติของคนกลุ่มนั้นหรือพูดอีกนัยหนึ่งคือคนที่ทำตัวแตกต่างออกไปจากนอร์มนั่นเอง เพราะฉะนั้นตราบใดที่ Asian American, African American, Arab American, Latin American ทำตัวให้อยู่ในอุดมคติแบบ "American Dream" คนกลุ่มนี้มักจะได้รับการยอมรับในสังคมเมกา (ที่มีประชากรคนขาวเป็นส่วนใหญ่)ทได้อย่างไม่ยากเย็นนัก (นี่ไม่ใช่กฎเพราะยังมีอีกหลายคนที่ทำตาม American Dream แล้วยังถูกเหยียดอยู่ เพียงแต่พูดให้เห็นภาพเท่านั้น)

    2. ภาพรวมของคนกลุ่มหนึ่งๆทำให้เราเหมารวมว่าคนกลุ่มๆนั้นเป็นเหมือนกันหมด

    ข้าพเจ้าคิดว่านี่เป็นสาเหตุที่ครูคนนี้ตัดสินใจแจ้งตำรวจทันทีที่อาเหม็ดโชว์นาฬิกา

    ข้าพเจ้าจะเล่าอะไรให้ฟัง เวลาตรวจคนไข้ข้าพเจ้าต้องวาดพงศาวลีหรือแผนภูมิครอบครัว เวลาเจอคนไข้ Caucasian เวลาวาดจะง่ายสุดเพราะเป็นครอบครัวเล็กมีพ่อแม่ลูกทุกคนรู้ว่าทุกคนมีโรคประจำตัวอะไร ถ้าเจอคนไข้ Latin American พงศาวลีจะ complicate ขึ้นอีกหนึ่งขีดคือมีพี่น้องมากกกกและหลายคนก็ยังไม่อพยพมาเมกาดังนั้นข้อมูลสุขภาพไม่สามารถรู้ได้เลย แต่ถ้าเจอคนไข้ African American จะ complicate ขั้นสุดเพราะไม่รู้ว่าใครเป็นลูกเป็นหลานใครเวลาวาดพงศาวลีนึกว่า sketch ภาพใยแมงมุม ที่กล่าวมาคือ"นอร์ม"ในที่นี้คือเห็นอยู่เป็นประจำจนหลายครั้งที่ข้าพเจ้าเอาคนดำไปผูกกับใยแมงมุม (ซึ่งมันเป็นสิ่งผิด) ถามว่าคนขาวมีพงศาวลีเป็นใยแมงมุมและคนดำแบบคนขาวได้ไหม คำตอบคือมีแต่ไม่ถึงกับขนาดที่คิดว่านี่คือนอร์มได้

    ยังมีตัวอย่างอีกมากมายในชีวิตประจำวันเช่น เสื้อเหลือง VS เสื้อแดง, liberal VS conservative, คนดำใส่กางเกงหลุดตูดชอบแร๊พ, คนจีนขากถุยไม่มีมารยาท, เกย์สำส่อน etc. และในที่นี้คือเด็กหรือผู้ใหญ่มุสลิมต้องเท่ากับก่อการร้าย

    3. ทำเกินกว่าเหตุหรือไม่?

    ข้าพเจ้าคิดว่าคุณครูทำเกินกว่าเหตุแต่ก่อนที่จะด่าหรือประนามนางข้าพเจ้าเห็นว่าเราควรที่จะพยายามทำความเข้าใจโลกปัจจุบันด้วย ดังจะเห็นได้จากมีข่าวกราดยิงนักเรียนใน ร.ร. ที่เมกาหรือการขู่คุกคามจากพวกก่อการร้ายอยู่ตลอดเวลา (ISIS VS Al Qaeda) เมื่อมีเด็กคนหนึ่งโชว์นาฬิกาที่ทำขึ้นมาเองที่บังเอิญมีลักษณะเหมือนระเบิดมันจึงเกิดเรื่องขึ้นมา

    ที่เขียนมาซะยืดยาวก็เพราะอยากจะบอกว่าเรื่องการเหยียดมันเป็นเรื่องที่ลึกกว่าสีผิวและลักษณะทางกายภาพมากๆและมันมีอยู่ในจิตใจของคนทุกคนทุกเชื้อชาติตั้งแต่สมัยโบราณและคาดว่าจะดำรงอยู่ไปจนถึงวันโลกสลาย บ้างมากน้อยบ้างก็สุดจะคาดเดา

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in