ลูค ไวท์ ผจญภัยห้วงนิทราKGUNTION
โพรงอันตรธาน (2)
  • นับตั้งแต่เริ่มต้นการแข่งลูคยังคงว่ายไปเรื่อย ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะทะเลสาบใบไม้ผลินั้นกว้างสุดลูกหูลูกตาเขาจึงคิดว่าควรจะเก็บแรงเอาไว้ว่ายเร็วขากลับดีกว่าหมดแรงตั้งแต่ขาไปไม่ต่างจากบรูคลินที่ว่ายอยู่ข้าง ๆ ในขณะที่คาร์มีลว่ายโหมรุดหน้าไปไกลแล้วส่วนเบอมิวด์ยังคงว่ายอยู่รั้งท้าย


                ทิวทัศน์รอบข้างเริ่มเปลี่ยนไปเขาสังเกตเห็นว่าตึกอาคารต่าง ๆ ของหอพักเริ่มมีให้เห็นบางตาลงและเริ่มมีต้นไม้ขึ้นเหมือนกับเป็นป่าที่รกร้างเขาไม่อาจได้ยินเสียงเชียร์จากอัฒจันทร์ที่ด้านหลังอีกต่อไปแล้ว ความเงียบงันของผืนป่ารอบข้างทำให้รู้สึกหวาดระแวงอย่างช่วยไม่ได้แม้ว่าเขาจะไม่เคยได้ยินเรื่องที่ว่ามีสัตว์ประหลาดอยู่ใต้น้ำในทะเลสาบของหอพักแต่เขาชักไม่แน่ใจเอาเสียแล้วเพราะบางทีอาจจะแค่ยังไม่เคยมีใครเล่าเรื่องพวกนี้ให้เขาฟังก็เป็นได้


                จู่ๆ บรูคลินก็เริ่มว่ายเร็วขึ้นจนหายลับตาไปเหลือเพียงแค่เขากับเบอมิวด์ที่เริ่มว่ายตีตื้นมาและนำหน้าเขาไปพร้อมกับเสียงหัวเราะเย็น ๆ ในลำคอฟังดูน่าหวาดกลัว


                ไวท์! แกไม่มีวันชนะแน่” รุ่นพี่ตะโกนผ่านเสียงน้ำกระเซ็นจากการวาดแขนเบอมิวด์ซึ่งว่ายนำอยู่ปรายสายตามองเขาอย่างรังเกียจเดียดฉันท์


                ไม่รู้ว่าพวกเพื่อนจอมจุ้นของแกเคยเล่าให้แกฟังถึงตำนานเก่าของทะเลสาบใบไม้ผลิหรือเปล่าแต่ฉันจะบอกให้รู้ไว้นะว่ามันไม่ใช่แค่ตำนานเพ้อเจ้อ” เบอมิวด์เอ่ยก่อนเส้นคิ้วจะยกสูงอยู่เหนือใบหน้ากระหยิ่มเมื่อเห็นสีหน้าเคลือบความสงสัยของเขา


                เดี๋ยวแกก็จะได้เห็น โพรงอันตรธานกับเหล่าผู้อารักขาของมัน...” คำขู่ของเบอมิวด์เงียบลงทันทีเมื่อลูคดำลงใต้ผิวน้ำไม่ใช่เพราะเขานึกรำคาญคำขู่ลม ๆ แล้ง ๆ ของรุ่นพี่แต่ความจริงแล้วลูคถนัดที่จะดำน้ำมากกว่าว่ายน้ำเพราะงั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะรั้งท้ายอยู่ที่โหล่ตั้งแต่เริ่มการแข่ง


    ใต้ผืนน้ำเริ่มเปลี่ยนไปจากความเวิ้งว้างว่างเปล่ามันเต็มไปด้วยสาหร่ายหลากสีสันหน้าตาแปลกประหลาดกำลังส่ายพริ้วไหวตามกระแสน้ำเขาไม่เคยเห็นสาหร่ายหน้าตาพิลึกแบบนี้มาก่อน แม้แต่ใต้ทะเลในอดีตก็ตามลูคคิดในใจพลางก้มลงมองสร้อยคอสีเงินด้านเก่า ๆที่คล้องอยู่บนลำคอตัวเองและว่ายตรงไปข้างหน้าอย่างใจลอยกระทั่งหัวของเขาโขกเข้ากับบางสิ่งที่ใหญ่และแข็ง มันคือซากต้นไม้ใหญ่จมอยู่ใต้ก้นทะเลสาบเขาสัมผัสมือลงบนเปลือกไม้แข็งสีน้ำตาลเข้มจนมันหลุดรุ่ยออกมาเป็นผงละเอียดฟุ้งไปทั่วบริเวณ 


    เขาเริ่มออกว่ายต่อไปเรื่อยๆ สายตาก็สังเกตไปรอบตัว ซากต้นไม้มีทั้งที่ขนาดเล็กจมอยู่ใต้น้ำไปจนถึงขนาดใหญ่จนกิ่งก้านโผล่พ้นผิวน้ำ ขณะที่เขาเบี่ยงตัวหลบซากไม้สูงที่ขึ้นขวางทางข้างหน้าแล้วเด็กหนุ่มก็ต้องหยุดชะงักเมื่อพบว่าสร้อยคอแสนรักแสนหวงได้หายไปแล้ว


    เขาละทิ้งการแข่งขันลงทันทีและดำดิ่งลงสู่ก้นทะเลสาบผ่านหมู่มวลสาหร่ายน้ำขึ้นปกคลุมสูงหลายเมตรยังนับว่าโชคดีที่น้ำในทะเลสาบแห่งนี้ใสสะอาด เขาคิดในใจพลางปัดสาหร่ายสีเหลืองทองที่อยู่ตรงหน้าออกไปให้พ้นทางก่อนจะดำผุดดำว่ายผ่านร่องโขดหินยาวและซากต้นไม้ผุพังอยู่พักใหญ่จนสายตาไปสะดุดตาเข้ากับสร้อยคอสีเงินซึ่งกำลังส่องประกายระยิบระยับอยู่บนกิ่งไม้ท่อนหนึ่งหลังซอกหินแคบ


    หลังจากออกแรงดันก้อนหินใหญ่อยู่นานสองนานลูคก็ล้มเลิกความพยายามด้วยวิธีการที่ไม่สร้างสรรค์เขาเริ่มมองหาท่อนไม้ตามพื้นทะเลสาบเพื่อเอามางัดให้ก้อนหินขยับเหลือไว้เพียงโพรงลึกบนพื้นทะเลสาบหลังจากรีบเอื้อมมือคว้าสร้อยคอมาสวมใส่ไว้เช่นเดิมเขาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งกำลังส่องแสงวิบวับอยู่ในโพรงสีดำมืดเบื้องล่าง 


    ข้าเป็นของเจ้าแล้ว” เสียงปริศนาดังอยู่ในหัวของเขา 


    แสงวิบวับส่องใส่ดวงตาจนการมองเห็นพร่าเลือนในไม่ช้าลูคก็สูญเสียการควบคุมตัวเองไปโดยปริยายเขาไม่อาจควบคุมร่างกายได้ดั่งใจนึก แสงปริศนาบงการแขนขาให้เขาว่ายลึกลงไปในโพรงราวกับว่าสมองกำลังถูกครอบงำด้วยอำนาจสะกดใจ


    แสงปริศนายังคงส่องแสงวิบวับอยู่ไกลออกไปในความมืดมิดเบื้องล่างความหวาดกลัวเริ่มเข้าครอบงำจิตใจของเด็กหนุ่มขณะดำดิ่งอยู่ในโพรงใต้ดินมืดไร้ซึ่งแสงอาทิตย์เขาเริ่มหัวตื้อและรู้สึกเหมือนมีก้อนหินกดทับที่หน้าอกจากการขาดอากาศหายใจมือปัดป้องสายน้ำซึ่งขุ่นมัวด้วยเศษตะกอนดินและขี้ตะไคร่ผ่านฝูงปลาตัวเล็กตัวน้อยที่แหวกว่ายกันกลมเกลียวและหมู่มวลสาหร่ายเรืองแสงสีเขียวมรกตขึ้นสูงชะลูดราวกับผืนป่าใต้ทะเลกระทั่งฝ่าเท้าสัมผัสกับพื้นก้นโพรงใต้ทะเลสาบสายตาก็พานพบเข้ากับเจ้าของแสงวิบวับเป็นประกายสีฟ้าเย็นตา 


    ผลึกน้ำแข็งเม็ดใหญ่เท่ากำปั้นกำลังลอยเคว้งอยู่กลางดงสาหร่ายน้ำรกครึ้ม 


    มันคือศิลาเดจาวูไม่ผิดแน่!” ความคิดแรกวิ่งเข้าในห้วงคิดของเด็กหนุ่ม


    เจ้าเป็นของข้าแล้ว” สุ้มเสียงไร้ซึ่งเจ้าของดังมาจากผลึกน้ำแข็งเม็ดโตตรงหน้า


    ลูคเอื้อมมือออกไปหวังคว้ามันมาครอบครองอย่างไม่อาจควบคุมแต่ยังไม่ทันจะสัมผัส สายตาของเขาก็เริ่มพร่าเลือนความรู้สึกของคนที่กำลังจะจมน้ำกำลังหวนคืนกลับมา ไม่ต่างจากวันวานในอดีตแตกต่างกันตรงที่คราวนี้ผลึกน้ำแข็งสีฟ้าคือสิ่งของต่างหน้าความตายแทนลูกบอลสีแดงเพียงเท่านั้นเอง 


    ทันใดนั้นสิ่งผิดปกติก็เกิดขึ้นกับกำไลหินสีใสที่ข้อมือฟองอากาศมหาศาลเริ่มพวยพุ่งออกมาจากเม็ดหินเหล่านั้นอย่างบ้าคลั่งราวกับน้ำเดือดปุดเรียกสติสัมปชัญญะของลูคกลับมาเขาเริ่มดิ้นพล่านราวกับปลาน้ำจืดในทะเลก่อนจะรีบดูดเอาฟองอากาศจากกำไลข้อมือเข้าปากเพื่อต่อลมหายใจเมื่อนั้นลูคก็ตระหนักได้ว่าร่างกายกลับมาอยู่ใต้บงการของตนอีกครั้ง


    เสียร้องแสบแก้วหูดังเป็นจังหวะถี่อย่างน่ารำคาญอยู่ในหัวของเขา ผลึกเดจาวูที่ส่องสว่างตรงหน้าสั่นไหวระริกก่อนจะเริ่มหมองคล้ำลงจนกลายเป็นสีเทาด้าน ลูคใจหล่นฮวบด้วยความตื่นกลัว เมื่อได้เห็นเต็มตาว่าแท้จริงแล้วผลึกแร่ที่เขาถวิลหานั้นคือสิ่งใด

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in