เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
แปลเพลง TSUKUYOMIcinnamon_roll
โพสต์นี้มีเนื้อหาที่อาจไม่เหมาะสมกับเยาวชน แปล Tsukuyomi - audio novel だれかの心臓になれたなら #memoir
  • จากที่ริโนะได้จดหมายจากยูมะที่ล่วงลับไปแล้ว ทำให้เธอนั่งรถไฟกลับบ้านเกิดในรอบหลายปี

    Audio novel นี้บรรยายโดยจากทั้งมุมมองของริโนะ และยูมะค่ะ จะบรรยายไม่เรียงตามช่วงเวลาอาจจะสลับทั้งอดีตหรือในปัจจุบันค่ะ

    คนที่เสียงนุ่มกว่า คือ ริโนะ นะคะ น้องผมสั้นสีน้ำตาล ส่วนยูมะเป็นน้องผมยาวสีดำค่ะ

    ถ้าหากแปลผิดพลาดตรงไหน ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ🙇‍♀️

    ⚠️Trigger warning : suicidal ideation, suicide⚠️



    それは空の上。
    ที่แห่งนั้น เหนือท้องนภา
    それは海の底。
    ที่แห่งนั้น ใต้ท้องทะเล
    それは一面に広がる花々の中。
    ท่ามกลางหมู่มวลเหล่าผกา
    それは一縷の光も届かない闇の中。 
    ท่ามกลางความมืดไร้แสงสว่าง
    落ちているのか、
    กำลังค่อย ๆ ตกลงไปหรือ
    昇っているのか、
    ค่อย ๆ ปีนขึ้นไปหรือ
    止まっているのか、
    กำลังหยุดหรือ
    浮かんでいるのか、
    หรือกำลังลอยขึ้นมา

    思い出の水底。
    ใต้ท้องทะเลแห่งความทรงจำ
    そこに淀むのは眩い程に美しい日々と、鳴り止まない音楽。
    เมื่อดำดิ่งลงไป เต็มไปด้วยวันวานที่สวยงาม และเสียงดนตรีที่ยังคงดังก้องในหู
    彼女は間違いなく、私の世界を変える一因だった。
    ในตอนนั้น เธอคนนั้นได้เดินเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกฉัน
    いや、今でも彼女は——私の世界の全てと言える。
    ไม่สิ แม้กระทั่งตอนนี้ เธอก็ยังคงเป็นโลกทั้งใบของฉัน

    彼女に憧れて音楽を始めて、もう何年になるだろう。
    ก็นับเป็นเวลาหลายปีมาแล้ว ตั้งแต่ที่ฉันเริ่มเล่นดนตรีเพราะชื่นชมเธอ
    自分の作品の向こうには、いつも彼女が見える。
    บทเพลงที่ประพันธ์ออกมามักมีเธอคนนั้นสะท้อนอยู่เสมอ
    今もあの頃のことばかりを綴ってしまうのは、未だ私は前を向けていないからだ。
    แม้แต่ตอนนี้ที่ได้แต่เขียนถึงเรื่องราววันวาน ก็คงเพราะฉันยังก้าวเดินต่อไปไม่ได้
    思い出の中を生き続けるのは、きっとさよならを言えていないからだ。
    และที่ฉันได้แต่วนเวียนใช้ชีวิตอยู่ในความทรงจำครั้งอดีต คงเป็นเพราะยังไม่ได้เอ่ยคำจากลากัันเป็นแน่

    Monologue Yuma 201*

    その頃、私は二つのものに憧れた。
    ตอนนั้นน่ะ ฉันชื่นชมอยู่ 2 สิ่ง
    憧れの一つは音楽家で、もう一つは小説家を志す同級生の男の子。
    อย่างแรก คือ นักดนตรี  อย่างที่สอง คือ ความมุ่งมั่นอยากเป็นนักเขียนนิยายของเพื่อนร่วมชั้นผู้ชายคนหนึ่ง
    ——創作というのはこの世で最も美しいものだと、彼は言った。
    "บทประพันธ์น่ะเป็นสิ่งที่งดงามที่สุดบนโลกใบนี้" เขาได้กล่าวไว้
    その言葉は不思議と私の心を震わせた。
    คำพูดนั้นทำให้หัวใจฉันสั่นสะท้านอย่างน่าแปลกใจ
    私はその言葉を理解したかった。一度はやめた音楽をまた始めたのは、彼のように特別になりたかったからだと思う。
    ฉันอยากเข้าใจคำพูดนั้นให้ได้ ที่ฉันกลับมาเริ่มเล่นดนตรีใหม่หลังจากหยุดไป ก็คงเพราะฉันอยากจะเป็นคนพิเศษอย่างเขาให้ได้
    そうして私は、ユマとして生きていくことを決めた。
    แล้วฉันก็ตัดสินใจใช้ชีวิตต่อในฐานะ 'ยูมะ'
    今日も私は歌う。どこかの誰かに届くようにと。
    วันนี้ฉันก็จะยังคงร้องเพลงต่อไป เผื่อบทเพลงนี้จะส่งไปถึงใครบางคน

    Monologue Rino 201*

    私は高校生になっても夢の一つすら持っていない。
    ตัวฉันที่แม้จะขึ้นมัธยมปลายแต่กลับไม่มีเป้าหมายสักอย่างเลย
    後に悔いるのが人生なら、いっそ何もないまま終わりたい。
    ถ้าหากชีวิตนี้ยังไงก็จะเต็มไปด้วยความเสียใจในภายหลัง ฉันก็อยากจะให้ชีวิตนี้จบลงแบบไม่มีอะไรให้เสียแต่แรก
    華のない生活で構わない。ドラマにならない人生でいい。
    ถึงจะเป็นชีวิตที่ไม่มีดอกไม้โปรยปรายก็ดี หรือชีวิตจืดจางก็ได้
    何をしたって、どうせいつかは全部失くなる。それなら最初から何も要らない。
    ไม่ว่าจะสิ่งใดในชีวิต ยังไงสักวันก็จะต้องเสียมันไปอยู่ดี ถ้าอย่างนั้น ฉันขอไม่ต้องการอะไรตั้งแต่แรก
    冷たい風。白い息。寂しさを帯びた冬の街。
    ลมหนาวที่พัดเข้ามา ลมหายใจที่กลายเป็นควันสีขาวล่องลอย เมืองในฤดูหนาวที่ถูกย้อมไปด้วยความเหงา
    ふと聴こえた、少女の歌声。
    กลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้น เสียงร้องเพลงของเด็กสาว
    見覚えのある黒い長髪。
    เส้นผมสีดำที่คุ้นเคย
    彼女の歌は、私の胸を真っ直ぐに貫いた。
    เสียงเพลงของเธอเสียดแทงเข้ามาในใจของฉัน
    空っぽだったはずの私の中から何かが零れた。
    ดวงใจของฉันที่ควรจะว่างเปล่ากลับเหมือนมีอะไรพังทลายลงมา

    Monologue Rino 202*

    後に彼女から、あのときの歌の名前を教えてもらった。
    หลังจากนั้น เธอได้บอกชื่อเพลงนั้นกับฉัน
    『生きるよすが 』
    "เหตุผลของการมีชีวิตอยู่"
    その名通り、それは私にとってのよすがとなった。
    ตามชื่อที่ถูกเอ่ย บทเพลงนั้นกลับกลายเป็นเหตุผลการมีชีวิตอยู่ของฉัน
    あの頃の出来事が、映写機からスクリーンに映し出されるみたいに目の前に浮かぶ。
    เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในตอนนั้น ก็ราวกับได้มองดูฉากความทรงจำที่ถูกฉายจากเครื่องฉายหนังเก่าลงบนจอภาพ
    その記憶の映像は、私と彼女を少し離れたところから、ファインダーを覗くように眺めている。
    ความทรงจำตอนนั้นราวกับวิดิทัศน์ที่ถูกถ่ายจากบุคคลที่สามห่างไกลจากพวกเราสองคนเล็กน้อย เหมือนได้จ้องมองจากช่องมองภาพเล็ก ๆ บนกล้อง
    二人は一台のピアノの前に並んで座って鍵盤を鳴らす。
    คนสองคนนั่งอยู่หน้าเปียโนหลังหนึ่ง พร้อมมือที่ค่อย ๆ บรรเลงบทเพลง
    二人が奏でる追走曲(カノン)。
    บทเพลงนั้น คือ Canon in D
    彼女の旋律を追いかけたその日から、私はずっと彼女を追いかけている。
    ตั้งแต่วันนั้นที่ฉันไล่ตามท่วงทำนองของเธอ ฉันก็วิ่งตามเธอมาตลอด
    私は私が思っている以上に彼女のことを知らないのかもしれないけれど、私の目には誰よりも特別な存在に映った。
    แม้ฉันอาจจะไม่รู้จักเธอดีเท่าที่ฉันคิด แต่ดวงตาฉันสะท้อนตัวตนของคนนึงที่ส่องประกายกว่าใครบนโลกใบนี้
    挫けることを知らず、ひたすらに音楽に心血を注ぐ彼女は、
    คนคนนี้ที่ไม่รู้จักย่อถอย ทุ่มเททั้งหัวใจของเธอให้แก่ดนตรี
    眩しくて、気高くて、美しかった。
    ช่างส่องสว่าง สูงส่ง และงดงามที่สุด
    私は、彼女のようになりたかった。
    ฉันอยากเป็นดั่งเธอให้ได้

    Monologue Yuma 201*

    リノの歌を思い出していた。自分は特別なんかじゃないと、改めて思い知る。
    พอฉันนึกถึงเพลงของริโนะ ก็เหมือนย้ำเตือนอีกรอบว่าตัวเองไม่ได้พิเศษอย่างที่เคยคิด
    音楽の神様がいるとしたら、その神様に愛されていたのは彼女の方だろう。
    ถ้าหากเทพเจ้าแห่งดนตรีมีจริงล่ะก็ คนที่พระเจ้ารักคงจะเป็นเธอต่างหาก
    何を書いても、何を歌っても、焦燥感が拭えない。見えるもの全てが歪んでいく。
    ไม่ว่าจะแต่งเพลงอะไร หรือร้องเพลงเท่าไร ก็ไม่สามารถหลุดจากความหงุดหงิดนี้ ทุกสิ่งที่มองเห็นเริ่มบิดเบี้ยว
    いつの間にかどこかへ迷い込んでしまった。
    พอรู้ตัวอีกที ก็หลงทางไปที่ไหนสักแห่ง
    呼吸さえままならない。だけど、まだ生きている。
    จะหายใจก็หายใจไม่ออก แต่ว่ายังคงมีชีวิตอยู่
    どうか私を見つけてほしい。
    ได้โปรด ช่วยมองเห็นฉันที
    誰の心も照らせない。その光に気付いてすらもらえない。
    พระจันทร์ที่ส่องแสงไปไม่ถึงดวงใจใครสักคน แสงที่ไม่มีใครมองเห็น
    真昼の月だ。
    ราวกับเป็นได้เพียงดวงจันทร์ค้างฟ้าตอนกลางวัน

    Monologue Rino 202*

    真昼の月。
    ดวงจันทร์ค้างฟ้ากลางวัน
    それを見る度、在りし日の彼女と、彼女の言葉を思い出す。
    มองย้อนกลับไป ฉันก็นึกถึงคำพูดของเธอ
    創作というのは、この世で最も美しいものだと思う——と、いつか彼女は言った。
    "ฉันคิดว่าบทประพันธ์เป็นสิ่งที่งดงามที่สุดบนโลกใบนี้" เธอเคยพูดเอาไว้
    今なら、その言葉の意味が少しはわかる気がする。
    ถ้าเป็นตอนนี้ล่ะก็ ฉันรู้สึกเหมือนเริ่มจะเข้าใจคำพูดนั้นขึ้นมาเล็กน้อยแล้วล่ะ
    彼女の意志に寄り添うように、そして彼女を少しでも理解したくて、音楽を続けてきた。
    เพราะอยากจะเคียงข้างและเข้าใจเธอมาโดยตลอด ฉันจึงเล่นดนตรีต่อมาเรื่อย ๆ
    そこに何か救いがあるのだと思い込んでいた。
    และคิดว่ามันคงมีอะไรที่คุ้มค่าซ่อนอยู่

    彼女は、私に《リノ》という名前をくれた。
    เธอคนนั้นได้มอบนาม 'ริโนะ' ให้กับฉัน
    音楽家としての私の名前、それはもう一人の私、それは本当の私。
    นามของฉันที่เป็นศิลปิน เงาสะท้อนของฉันอีกคน นั่นคือฉันผู้เป็นตัวจริง
    それは偽りの私。
    นามของฉันที่เป็นแค่คนหลอกหลวง

    彼女を歌にした日から、また世界は形を変えてしまった気がした。それはあらゆる意味で。
    ตั้งแต่วันที่ฉันขีดเขียนเรื่องของเธอลงบทเพลง คล้ายว่าโลกได้เปลี่ยนแปลงไปในหลาย ๆ ความหมาย
    思い出がお金に変わっていく。私はこんなことの為に音楽を始めたのだろうか。
    ความทรงจำที่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นเศษเงิน ฉันเริ่มร้องเพลงเพื่อสิ่งนี้น่ะหรอ
    私自身に、本当の価値なんて無いように思う。
    อาจจะเพราะตัวฉันที่แท้จริงไม่มีค่าเลยแม้แต่น้อย
    所詮は彼女の真似事をしているだけ。彼女に倣うだけの、偽物だ。
    สุดท้ายก็เป็นเพียงของที่ทำเลียนแบบเธอ เป็นได้แค่ของปลอมนั่นแหละ

    Monologue Yuma 201*

    幸せの代償。夢の対価。私の人生で払えるものはもう無い。
    ราคาที่ต้องจ่ายแลกความสุขและความฝันที่เคยมี แต่ในตอนนี้ฉันไม่มีอะไรเหลือจะจ่ายแล้ว
    身の程知らずの私が、夢を見た結果だ。高くへと這い上がる程、落ちた時の痛みは増す。
    ผลลัพธ์ของคนที่ไม่เจียมตนพยายามไขว่คว้าความฝัน ยิ่งปีนขึ้นไปสูงเท่าไร เมื่อตกลงมาก็ยิ่งเจ็บเท่านั้น
    創作を始めてからの五年間、そこからは私の人生の全てと言っていい程、色んなことがあった。
    เป็นเวลานาน 5 ปีนับตั้งแต่ฉันเริ่มแต่งเพลง จะกล่าวว่านั่นเป็นทั้งชีวิตของฉันเลยก็ว่าได้ มีหลาย ๆ เรื่องเกิดขึ้น
    現実は物語のようには上手くいかない。
    ความจริงย่อมไม่สวยงามดั่งเทพนิยาย
    音のない世界。自分の声すらも聴こえない。
    แต่ในโลกใบนี้ที่เงียบงันจนไม่ได้ยินแม้นเสียงของตน
    生きる理由はもう無い。
    ไม่มีเหตุผลใดที่ฉันจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป

    リノ。あなたは自分の才能を信じていないけれど、私にはわかる。いつか世界があなたを見つける。だから、どうか歌い続けて。
    ริโนะ แม้เธอจะไม่เชื่อในความสามารถของตนเอง แต่ฉันรู้ว่าสักวันหนึ่งคนทั้งโลกจะต้องหันมามองเธอ ดังนั้น ได้โปรดร้องเพลงต่อไปนะ
    私は——音楽の神様があなたを導く為のきっかけだった。そう、神様の思し召し。なんて考えるのはどうだろう。
    ตัวฉันคล้ายเป็นเพียงตัวตนนำทางเทพเจ้าแห่งดนตรีให้มาเจอเธอก็เท่านั้น ใช่แล้ว เจตจำนงของพระเจ้า ถ้าคิดแบบนั้นแล้วล่ะก็...
    それなら、私の人生にも意味があったと思える気がする。
    ก็จะรู้สึกเหมือนชีวิตฉันจะไม่ได้สูญเปล่าไปซะทีเดียว
    あなたが歌うなら。
    ขอเพียงเธอร้องเพลงต่อไป

    Monologue Rino 202*

    『生きる理由を見つけるというのは、同時に死ぬ理由も見つけるということを、
    その頃の私は知らなかった』
    "ฉันในตอนนั้นไม่รู้เลยว่าเมื่อเราหาเหตุผลในการมีชีวิตอยู่เจอ นั่นเท่ากับว่าหาความหมายในการจากไปเจอด้วยเช่นเดียวกัน"

    彼女の残した言葉は、頭を巡る。
    คำพูดสุดท้ายที่เธอเหลือไว้ ได้แต่ทำให้ฉันคิดวนไปมา
    生きている限り、彼女の気持ちを本当に理解することなんて出来ないかもしれない。
    ชั่วชีวิตนี้ บางทีฉันอาจจะไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกเธออย่างถ่องแท้เลยก็ได้ 
    わからない。
    ไม่รู้เหมือนกันสิ

    ...ฉันน่ะนะ...
    ...มันไม่มีอะไรนอกจากบทประพันธ์...
    ...สิ่งที่สวยงามที่สุดในโลกใบนี้...
    ...วันนี้ตัวฉันจะยังคงร้องเพลงต่อ...
    ...ได้โปรด มองเห็นฉันสักทีเถอะ...

    でも、
    แต่ว่านะ...
    『 リノ、あなたは大丈夫』
    "ริโนะ ถ้าเป็นเธอล่ะก็ จะต้องไม่เป็นไรแน่"
    それでも、
    ถึงจะอย่างนั้นน่ะ...
    『 どうか強く生きて 』
    "ได้โปรด ใช้ชีวิตต่อไปอย่างแข็งแกร่ง"


    ユマ、あなたに生きてほしかった。
    ยูมะ ฉันยังอยากให้เธอมีชีวิตต่อ
    音楽なんてどうだっていいじゃないか。
    ดนตรีจะเป็นอย่างไร ก็ช่างหัวมันสิ
    私は——どんな世界も、あなたがいるから生きていたいって思えたんだよ。
    ฉันน่ะนะ ไม่ว่าจะเป็นในโลกใบไหนก็ตาม ตราบใดที่มีเธออยู่ ฉันก็จะยังอยากมีชีวิตต่อ

    『 あなたの作品は、あなたの人生。
      あなたの人生は、あなたの作品』
    "บทประพันธ์จะสะท้อนถึงชีวิตของคุณ
    ส่วนชั่วชีวิตของคุณนั้นก็จะถูกเรียบเรียงเป็นบทประพันธ์"

    それが、ユマの選んだ結末なんだね。
    นั่นคือปลายทางที่ยูมะเลือกสินะ
    あなたにとっては、どんなものも音楽には敵わなかった。
    ไม่ว่าจะสิ่งใดในโลกใบนี้ ก็ไม่อาจเอาชนะดนตรีในใจเธอสินะ
    私は、彼女とは違う生き方をする。
    ส่วนฉันน่ะ ฉันจะเลือกเดินอีกเส้นทาง
    誰かの為でも、自分の為でもいい、
    จะเพื่อใครก็ตามบนโลกใบนี้ หรือเพื่อตัวฉันเองก็ดี
    私は生きる。
    ฉันเลือกที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป

    ユマ、あなたの言う通り、音楽で世界を救えないのかもしれない。
    ยูมะ มันอาจจะจริงตามที่เธอพูด ดนตรีอาจจะไม่สามารถช่วยโลกใบนี้ไว้ได้
    それでも——少なくとも私は、
    แต่อย่างน้อยที่สุด ฉันน่ะ...
    あなたの音楽で救われたと思っている。
    ฉันน่ะ ถูกเสียงเพลงของเธอช่วยไว้นะ

    思い出の水底。
    ใต้ท้องทะเลแห่งความทรงจำ
    そこに淀むのは眩い程に美しい日々と、鳴り止まない音楽。
    เมื่อดำดิ่งลงไป จะพบว่าเต็มไปด้วยวันวานที่สวยงาม และเสียงดนตรีที่ยังคงดังก้องในหู
    彼女は間違いなく、私の世界を変える一因だった。
    ในตอนนั้น เธอคนนั้นได้เดินเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกฉัน
    いや、今でも彼女は——私の世界の全てと言える。
    ไม่สิ แม้กระทั่งตอนนี้ เธอก็ยังคงเป็นโลกทั้งใบของฉัน

    Note

    ริโนะที่ไม่อยากใช้ชีวิตของเธอเพราะกลัวการสูญเสีย จนได้พบยูมะที่ทุ่มเททั้งชีวิตให้ดนตรี

    ในทางกลับกัน ยูมะที่ต้องการเพียงแค่ดนตรี อยากให้มีคนมาพบเจอเสียงเพลงเธอ แต่ที่เธอต้องสูญเสียการได้ยิน ประกอบกับที่ริโนะมีความสามารถมากจนรู้สีกว่าตัวเองไม่เก่งพอ เธอก็เลือกเดินเส้นทางนั้น

    ริโนะที่ต้องการแค่ยูมะ ส่วนยูมะที่ต้องการแค่เสียงดนตรี ในตอนแรกที่ริโนะเริ่มเล่นดนตรี ก็เพียงเพราะอยากจะเข้าใจยูมะที่รักดนตรีแทบชีวิตก็เท่านั้น ในเพลง Reason for existence ที่ยูมะพูดว่าตนไม่สามารถส่องสว่างดวงใจของใครสักคน แต่จริง ๆ เพลงของเธอช่วยริโนะไว้ และกลายเป็นโลกทั้งใบของริโนะ

    แต่สุดท้ายริโนะที่แม้ยูมะที่เป็นเหตุผลในการมีชีวิตอยู่จะหายไป เธอก็เลือกที่จะมีชีวิตต่อ คิดว่าเป็นเรื่องราวที่สวยงามดีค่ะ

    อยากจะให้ทุกคนได้ลองฟังเพลงทั้งอัลบั้ม ทั้งจากมุมมองของยูมะ และริโนะ ตั้งแต่เพลงแรกจนเพลงสุดท้ายที่ริโนะเล่น Sing the moon เป็นเพลงสุดท้ายที่ยูมะแต่งและยังแต่งไม่จบ ริโนะจึงได้นำมาแต่งต่อจนจบ เป็นเพลงที่เธอตัดสินใจว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อและร้องเพลงต่อ แม้ยูมะจะไม่ได้อยู่ในโลกนี้แล้ว แต่ยูมะจะยังเป็นพระจันทร์เต็มดวงหนึ่งเดียวของริโนะ


    ทำนองเพลงที่ใช้มาจากเพลงในอัลบั้ม แต่ท่อนยูมะ 4:05 เหมือนน่าจะเป็นเพลงอะไรนำมา reverse เลยล่ะค่ะ

    👉ถ้าหากมีใครรู้สึกเศร้า เบื่อหน่ายชีวิต หรือไม่อยากมีชีวิตต่อ สามารถโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือเข้าปรึกษาจิตแพทย์ได้นะคะโทร 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงนะคะ

    💖ใครมีความคิดเห็นว่าอย่างไร สามารถแสดงความคิดเห็นกันได้เลยนะคะ🫶

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in