เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Sujira in Aksornsujira_lr
ปี 4 เทอม 2 ฉลองได้แล้ว เรียนจบบบ
  • ปี 4 เทอม 2 


    สวัสดีค่ะ กลับมาพบกันอีกครั้ง เพราะวันนี้เราจะมาเล่าถึงแต่ละวิชาที่เราเรียนในเทอมนี้อีกครั้ง

    พิเศษ!! เทอมนี้จะเป็นเทอมสุดท้ายเพราะเราเรียนจบแล้วค่ะ (เฮ!!) 

    เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราจะเริ่มกันเลย (เพราะอิแก่ปี 4 เหนื่อยแล้ว ฮ่าาา)


    **วิชาที่เรารีวิวเป็นวิชาที่อยู่ในหลักสูตปี 2561 นะคะ ซึ่งตอนนี้คณะเปลี่ยนหลักสูตรแล้ว บางวิชาอาจจะไม่มีแล้วหรือว่ามีการเปลี่ยนเนื้อหา เปลี่ยนอาจารย์ผู้สอน ถ้าใครสนใจเรียนวิชาไหนลองเช็กอีกทีนะะ แล้วก็ทั้งหมดที่เราเขียนมาเป็นความเห็นและประสบการณ์ส่วนตัวเรา อย่าเชื่อทั้งหมดค่ะ 5555


    1. Special Skills for Actor (เลือกในเอก)


    เป็นวิชาที่เราจะได้เรียนสกิลพิเศษสำหรับการเป็นนักแสดงค่ะ เป็นวิชาที่ได้ทำอะไรเยอะมากกก เราจะได้เรียนแต่ละพาร์ทเป็นเวลา 3 สัปดาห์ค่ะ แต่ละพาร์ทก็จะเป็นครูคนละคนกัน (แต่ครูเจ้าของวิชาก็อยู่ด้วยนะคะ ฟีลเหมือนมีครูรับเชิญมาสอน)


    อย่างแรก (3 สัปดาห์แรก) เราจะได้เรียน stage combat เรียนการต่อย (ทั้งเป็นคนต่อยเองและเป็นคนโดนต่อย) การเตะ การตบ การจิกหัว การบีบคอ หลัก ๆ ที่เราให้ความสำคัญในวิชานี้คือ “ความปลอดภัย” ทำยังไงให้เราและคู่แสดงปลอดภัย แล้วส่วนที่รองลงมาถึงเป็นความสมจริง (ทำยังไงให้คนดูเชื่อ ทำยังไงให้เนียน) ค่ะ


    ต่อมา (3 สัปดาห์ถัดมา) คือ acroyoga เรียน acrobat ผสมกับโยคะ ได้เรียนการต่อตัว การยกเพื่อน การทำงานเป็นกลุ่ม สร้างภาพภาพหนึ่งขั้นมาจากร่างกายพวกเรา (เนื่องจากเราไม่รู้จะอธิบายยังไงดี ถ้าสนใจสามารถ search รูป acroyoga ประสอบได้ค่ะ 5555)


    ต่อมา (3 สัปดาห์) คือ parkour !! อันนี้เราได้ไปเรียนนอกสถานที่ค่ะ 

    ถ้าให้อธิบายแบบที่เราเข้าใจ (ซึ่งอาจจะไม่ถูกต้อง 100%) มันคือกีฬาที่ให้เราวิ่ง กระโดด ปีน หรือวิธีใด ๆ ข้ามสิ่งกีดขวางต่าง ๆ ค่ะ อาจจะเป็นกำแพง รั้ว ใด ๆ มีความ freerunning ด้วย เป็นพาร์ทที่เหนื่อยมากกก แต่ก็สนุกมาก ด้วยความที่พวกเราเป็นมือใหม่ก็เลยจะได้ฝึกกับอะไรง่าย ๆ ก่อน เช่นกระโดดข้ามกำแพงเตี้ย ๆ ปีนบาร์ที่ไม่แอดวานซ์มาก ตอนเรียนให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในสนามเด็กเล่นโรงเรียนอนุบาลที่สเกลใหญ่ขึ้น เครื่องเล่นท้าทายขึ้น แล้วก็แอบคล้ายการเข้าฐานลูกเสือนิด ๆ (แต่สนุกกว่า 55555) 


    สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด (3 สัปดาห์) ได้เรียนมายากลค่ะ โดยจะเน้นที่กลที่ใช้ไพ่กับเหรียญ (ได้เรียนกลที่ใช้ไพ่ 2 กล เหรียญ 1 กล) 

    เป็นพาร์ทที่เราชอบที่สุดเพราะไม่ต้องออกแรงเยอะ 5555 (เป็นมนุษย์พลังงานต่ำค่ะ) แล้วก็ได้ดูโชว์เล็ก ๆ จากครูที่มาสอนด้วย สุดยอดมากกก


    และสุดท้าย (3 สัปดาห์เช่นกัน) ก็จะ recap พาร์ท stage combat และเริ่มทำ showcase เล็ก ๆ ส่งค่ะ ใช้เวลาวางแผนและซ้อม 2 สัปดาห์ และส่งในสัปดาห์สุดท้าย 


    โดยรวมแล้วเป็นวิชาที่เปิดโลกมากก และคิดว่าคงเปิดไม่บ่อย ถ้าเปิดอีกก็ไม่รู้ว่าจะได้เรียนครบทุกอย่างที่ว่ามานี้ไหม (เพราะครูเจ้าของวิชาต้องดีลกับครูข้างนอกให้มาสอนด้วย) รู้สึกโชคดีมาก ๆ ที่วิชานี้เปิดก่อนที่เราจะเรียนจบ


    2. World Drama Literature III (เลือกในเอก)


    ชื่อคือ World Drama Literature III  (ที่เรามักเรียกว่า World Dram 3) แต่เพราะหัวข้อที่จะเรียนในคลาสนี้คือละครเควียร์ เราก็เลยชอบเรียกว่าวิชา Queer Thea (tre) ค่ะ

    วิชานี้เราจะได้อ่านบทละคร 5 เรื่องที่ครูเลือกมาให้ พออ่านจบ 1 เรื่องก็ต้องเขียน journal (เขียนสิ่งที่เราไป research หรือวิเคราะห์เกี่ยวกับบทละครเรื่องนั้น ๆ มา) แล้วก็มานั่งดิสคัสกันค่ะ บางคาบก็จะมอบหมายงานให้เราไปทำแล้วเอามานำเสนอหรือคุยกันต่อในคาบถัดไป งานกลางภาคเป็นพรีเซนต์กลุ่ม ปลายภาคเป็นเปเปอร์ 

    เป็นวิชาที่เราชอบมากก เพราะเราได้เห็นตัวละครที่มีความหลากหลายทางเพศในบริบทต่าง ๆ เห็นว่าตัวละครนี้จากบทละครนี้ที่เขียนในยุคนั้น ๆ ต้องเจออะไรบ้าง ตัวละคร struggle กับอะไร ต้องผ่านอะไรมาบ้าง สังคมยุคที่บทเรื่องนี้เขียน-จัดแสดง มองคนที่เป็น LGBTQIA+ อย่างไรบ้าง แล้วถ้าเป็นปัจจุบันล่ะ เรายังเห็นปัญหาเหล่านั้นไหม เราจะแก้ไขปัญหาเพื่อที่จะ support ความหลากหลายทางเพศได้อย่างไรบ้าง อะไรที่เป็นอุปสรรคอยู่ในตอนนี้

     

    แล้วก็ได้พูดคุยกันเรื่องสื่อ BL-ซีรีส์วาย ว่ามันมีปัญหาอะไรบ้าง มันนับเป็นละครเควียร์ไหม มัน support คนใน community หรือเปล่า หรือเป็นเพียงการฉกฉวยตัวตนของคนใน community มาเพื่อทำเงินแล้วไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับคนกลุ่มนี้เลย หรือเราจะมองว่ามันเป็นสื่อที่ให้ความบันเทิงเฉย ๆ ก็ได้ ไม่ต้อง support คนใน community ก็ได้

    (เราจะไม่พูดข้อสรุปที่เราดิสคัสกันในคลาสตรงนี้ค่ะ ทิ้งไว้ตรงนี้เผื่ออยากลองคิดกันต่อ 5555 แต่ที่คุยกันในคลาสสนุกมากจริง ๆ) 

    แล้วก็มีเรื่อง queer coding vs queer baiting มีเรื่อง misogyny ด้วย


    เรียกได้ว่าถ้าชอบอ่านบท ชอบวิเคราะห์ ชอบดีเบต-ดิสคัส และสนใจเรื่องความเท่าเทียมและความหลากหลายทางเพศ วิชานี้เหมาะกับคุณอย่างยิ่ง เป็นหนึ่งในวิชาที่เราชอบที่สุดในเอกเลย

     

    ป.ล. ถ้าใครเคยอ่านที่เราเขียนไว้เมื่อเทอมก่อนก็จะเห็นว่ามีวิชา World Drama Literature เหมือนกัน แต่เป็นตัวที่ 1 และเรียนเกี่ยวกับเชกสเปียร์

    หลายคนอาจสงสัย (ไหมนะ) ว่า World Drama Lietature มีกี่ตัว เรียนอะไรบ้าง ต้องเรียนตัวที่ 1 2 3 ต่อกันไหม

    คำตอบคือ มี 3 ตัว ค่ะ เนื้อหาแต่ละตัวก็ต่างกันไปแล้วแต่ว่าผู้สอนจะเลือกเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรมาสอน และไม่จำเป็นต้องเรียนแต่ละตัวต่อกัน สามารถเลือกเรียนตัวที่สนใจได้เลย อย่างเราก็เลือกตัวที่ 1 เพราะครูจะสอนละเครเชกสเปียร์ แล้วก็ข้ามไปเรียนตัวที่ 3 เพราะเราสนใจประเด็นเกี่ยวกับ LGBTQIA+ ค่ะ 

    (ส่วนตัวที่ 2 นั้น เทอมที่เขาเปิดตารางเรากันชนกับอีกวิชาค่ะ แง อดเรียนครบเซ็ต 3 ตัวเลย)


    3. Thai Prose Write-ศิลปะการเขียนร้อยแก้ว (เราเลือกเป็นเสรี) 


    วิชาว่าด้วยการเขียนค่ะ วิชานี้จะได้ลองเขียนอะไรเยอะมากกก ทั้งความเรียง เขียนคอนเทนต์ออนไลน์ เขียนบทสัมภาษณ์ แล้วก็เรียนเรื่องการทำคอนเทนต์เพื่อการตลาด (marketing) ด้วย 

    เป็นวิชาที่ทำให้เราได้กลับมาเขียนงานเยอะมากกก บรรยากาศการเรียนดีมาก อาจารย์ที่สอนเชิญวิทยากรที่มีประสบการณ์ในการทำงานแต่ละด้านมาบรรยายด้วย 


    เป็นวิชาที่มีงานเยอะมาก มีทั้งงานเดี่ยวและงานกลุ่ม (มีงานทุกหัวข้อที่เรียน)  แต่ก็สนุกดีค่ะ มีบางช่วงที่เขียนไม่ออกแต่ต้องส่งงานแล้วเหมือนกัน ตอนนั้นเลยอาศัยประโยคที่อาจารย์เจ้าของวิชาพูดบ่อย ๆ นั่นคือ “งานที่ดีคืองานที่เสร็จ” ค่ะ 555555 

    แล้วก็ได้รู้ว่าตัวเองไม่เหมาะกับการเขียนงานที่มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวเลย พวกงานเขียนที่ต้องคิดถึงเม็ดเงิน คิดถึง engagement ต้องดูการตลาดอะไรแบบนั้น แบบว่า ฮือออ ฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริง ๆ (ตอนเรียนสนุกมากเลยนะ 5555 แต่ก็ได้รู้ว่านี่ไม่ใช่ทางจริง ๆ ง่ะะ) 


    อีกพาร์ที่เราชอบคืองานเขียนบทสัมภาษณ์ เราต้องไปหาคนมาเป็น subject สำหรับงานสัมภาษณ์จริง ๆ ได้ลองคิดคำถามและถามคำถามนั้น ๆ จริง ๆ รอฟังว่า subject จะตอบอะไรมา เป็นอะไรที่กดดันมากเพราะรู้ว่าถ้าอยากได้คำตอบดี ๆ (ที่จะทำให้บทสัมภาษณ์มีพลัง touch ใจคนอ่าน) ก็จะต้องถามคำถามที่ดีเช่นกัน ต้องมีสกิลการชวนคุยและคิดคำถามต่อยอดมาก ๆ เพราะบางทีคำถามที่เราเตรียมมาก็อาจจะไม่พอ 5555 


    ถ้าใครสนใจไปลองเรียนดูได้นะคะ ได้เขียนงานเยอะและได้เรียนรู้อะไรเยอะมากเหมือนกัน !! 


    4. Intro Viet Culture (เราเก็บตัวนี้เป็นเจนแลงค่ะ) 

    เรียนเกี่ยวกับวัฒนธรรมเวียดนามทั้งหมด ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ เทศกาล ประเพณี วิถีชีวิต อาหาร การแสดง เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว เป็นวิชาเน้นบรรยาย เทอมที่เราเรียนมีงานกลุ่ม 2 งานคืองานกลางภาค (ทำพรีเซนต์เกี่ยวกับอาหารหรือการท่องเที่ยว) และปลายภาค (เล่มรายงาน) ค่ะ แล้วก็มีงานเดี่ยวคือควิซเกี่ยวกับหนังเวียดนาม (เป็นหนังว่าด้วยสงครามเวียดนามเหนือ-ใต้) แล้วก็การสอบปลายภาค 

    บรรยากาศการเรียนก็จะสบาย ๆ (แอบง่วงนิดนึง ฮือ) อาจารย์ที่สอนความรู้แน่นมากกกก ต้องตั้งใจฟัง ถ้าหลุดนิดเดียวคือหลุดไปเลย 

    ข้อสอบไม่ยากมากค่ะ มีทั้งความจำและการวิเคราะห์ แต่ไม่หนักมาก ถ้าตั้งใจเรียน ตั้งใจอ่านมาก็จะทำได้สบาย ๆ เลย (แต่ตอนอ่านเนื้อหาจะเยอะนิดนึง สมองเบลอ 55555)


    5. Ger Beginer I (เราเก็บเป็นเจนแลงอีกตัวค่ะ)


    เรียนภาษาเยอรมันขั้นพื้นฐาน เทอมเราได้เรียนกับอาจารย์ชาวเยอรมัน อาจารย์น่ารัก ใจดี supportive มาก ๆ อาจารย์ชอบให้ทำกิจกรรมในห้อง ให้พูดกับเพื่อน ๆ ในคลาส (แต่บางวันเราง่วง ไม่มีแรง ก็จะไม่มีอารมณ์คุยกับมนุษย์นิดนึง 5555)

    วิชานี้มีสอบท้ายบทเรียน 2 ครั้ง สอบปลายภาค (ข้อเขียน) สอบฟัง แล้วก็สอบพูด (สอบเป็นคู่) ค่ะ


    สำหรับเราที่เรียนภาษาตะวันออก (ญี่ปุ่น) มาตอนม.ปลาย ไม่เคยเรียนภาษาตะวันตกมาก่อนนอกจากภาษาอังกฤษ ยอมรับว่าปรับสมองพอควร แต่ก็สนุกดี พอถูไถได้ คิดว่าต่อจากนี้จะเรียนเองเพิ่มด้วย (ถ้าพลังงานเหลือ)


    6.Free ASM Law (เจนเอด)


    เรียนเกี่ยวกับเสรีภาพในการชุมนุมกับกฎหมายค่ะ เรียนตั้งแต่ว่าการชุมนุมคืออะไร แบบไหนคือการชุมนุมสาธารณะ-การชุมนุมแต่ไม่นับเป็นการชุมนุมสาธารณะ การชุมนุมสาธารณะมีองค์ประกอบอะไรบ้าง เรามีเสรีภาพที่จะทำอะไรบ้างในการชุมนุม ถ้าจะจัดการชุมนุมต้องทำอะไร อย่างไรบ้าง บทบาทของแต่ละฝ่ายในการชุมนุมคืออะไร ถ้าเราเป็นผู้ชุมนุมเราทำอะไรได้หรือไม่ได้ ถ้าเราเป็นตำรวจเราต้องปฏิบัติอย่างไรต่อผู้ชุมนุม อะไรประมาณนี้ค่ะ


    วิชานี้เน้นการบรรยายและมีดิสคัสเป็นกลุ่มท้ายคาบ แต่ละคาบอาจารย์จะให้สถานการณ์มาแล้วให้แต่ละกลุ่มคุยกันแล้วมาเล่าให้อาจารย์และเพื่อน ๆ ฟังว่ากลุ่มเราคิดยังไงบ้าง 


    วิชานี้มีสอบ 2 ครั้งคือกลางภาคและปลายภาค มีงานกลุ่ม 1 งานคือทำอินโฟกราฟิกสำหรับการชุมนุม มีเช็กชื่อบ้างแบบสุ่มวันค่ะ (แต่เทอมที่เราเรียนครึ่งเทอมแรกอาจารย์เช็กทุกรอบเลย–แต่แน่นอนว่าเราไม่เคยขาดเรียน) 


    เป็นวิชาที่เราชอบมากกก แล้วก็ได้รู้ว่าประชาชนเรามีสิทธิในการชุมนุมมากกว่าที่เราเห็นมาตลอดชีวิต หลายครั้งที่เราเห็นคนถูกดำเนินคดีความจริงแล้วพวกเขาไม่ได้ละเมิดกฎหมายเลย แต่เพราะผู้ใช้กฎหมายไม่มีความยุติธรรม การกระทำนั้น ๆ เลยดูผิดกฎหมายไปเสียอย่างนั้น

    วิชานี้เป็นวิชาที่ทำให้เรารู้สึกทั้งมีความหวังกับประชาธิปไตยแต่ก็สิ้นหวังกับความบิดเบี้ยวของการใช้กฎหมายไปในเวลาเดียวกัน ใครมีโอกาสแนะนำให้ไปเรียนค่ะ ถ้าตั้งใจเรียนจะได้อะไรกลับมาเยอะมากจริง ๆ 


    ป.ล. วิชานี้ต้องอ่านและศึกษามาตราเหมือนกันค่ะ แต่ไม่หนักมากถ้าเทียบกับวิชาของนิติตัวอื่น ๆ ไปลงเรียนกันเถอะะะ 




    จบไปแล้วสำหรับการพูดถึงวิชาเรียนในเทอมสุดท้ายในคณะอักษรของเรา (วิชาหลัง ๆ ดูรีบพิมพ์มาก 5555) 

    เทอมนี้เราแทบจะไม่ได้เข้าโรงละครเลยเพราะว่าไม่มีวิชาปฏิบัติ เป็นเทอมที่ชีวิตไม่ได้ยุ่งเท่าเทอมก่อน ๆ แต่ก็ไม่ได้สบายค่ะ  แต่ก็นับว่าเป็นเทอมที่สงบสุขกว่าทุกเทอมที่ผ่านมาแหละ เรียนเสร็จก็มีเวลาไปเดินเล่นที่ร้านหนังสือ ไปหาของอร่อยกิน ได้ใช้เวลาเพื่อตัวเอง พอคิดว่ากำลังจะเรียนจบแล้วก็แอบใจหายไม่เบา โหวง ๆ อยู่ในใจเหมือนกัน แต่ก็นะ เรียนจบแล้ว ฮือ 555555555555 (ในเลข 5 มีน้ำตาซ่อนอยู่)


    ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ ใครที่ติดตามอ่านมาตั้งแต่ตอนที่เราลงบันทึกแรก ๆ ก็ขอบคุณมาก ๆ เช่นกันค่ะ ดีใจที่มีทุกคนเป็นส่วนหนึ่งในการเดินทาง เป็นสิ่งที่ม่ีค่ามากเลย 


    ไม่รู้ว่าตัวเราจะขยันพอที่จะเขียน recap ชีวิตในคณะตลอด 4 ปีไหม เพราะงั้นก็เลยขอขอบคุณทุกคนไว้ตรงนี้ก่อนเลยแล้วกัน


    ขอบคุณค่ะ <3 ขอบคุณจริง ๆ


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in