about you (allxcap)jaoearnxclt
พี่ค่าย (ryucap)
  • คนตัวสูงที่ทำหน้าเบื่อหน่ายเต็มที่กับการเท้าคางเพื่อมองเจ้าคนตัวเล็กกว่าทำหน้าหมาอ้อนใส่


    “ไม่เอา”


    “โหย เถอะนะๆๆๆๆ” แต่อีกคนใช่ว่าจะลดละความพยายามที่จะให้อีกคนใจอ่อน วชิรวิชญ์ถอนหายใจดังเฮือกจนเพื่อนตัวเล็กเผลอตกใจ


    ไอขวัญอ่อนเอ้ย


    “มึงอยากไปก็ไปเองดิแจ็ค” แจ็คกี้เบ้ปากเป็นเชิงบอกกลายๆว่าไม่เอาหรอก


    กะอีแค่ให้ไปเข้าค่ายเป็นเพื่อนแค่นี้มันจะยากอะไรขนาดนั้นละ


    “มึงก็รู้กูจะเหงา”


    “มึงมีเพื่อนคนเดียวรึไง”


    “ใช่” จักรินตอบแบบไม่คิดด้วยซ้ำ ก็เขาหน่ะใช่ว่าจะเพื่อนเยอะที่ไหน คุยก็คุยได้กับทุกคนหรอกแต่ถ้านับสนิทจริงๆก็คนเป็นคนตัวโตที่เริ่มทำท่าเห็นใจเขานิดๆแล้ว


    “เขาว่าพี่หมอน่ารักนะ”


    “แล้วยังไง” ศูนย์ ศูนย์ ความพยายามของเขากลายเป็นศูนย์ทันทีเมื่อเห็นอีกคนยังปฏิเสธแน่วแน่ขนาดนี้ เขาก็คงต้องยอมแพ้สินะ


    “โอเค งั้นไปส่งลงชื่อก็พอ” ริวพยักหน้าตอบรับ ถึงไม่ได้ไปด้วยแต่อย่างน้อยก็ไปส่งเพื่อนไปลงชื่อที่ใต้ตึกก็คงพอใจแล้วละมั้ง


    บรรยากาศของการประชาสัมพันธ์ค่ายต่างๆที่ทางมหาวิทยาลัยได้จัดขึ้นเพื่อให้เด็กๆที่มีความสนใจได้เข้าไปเรียนรู้หรือได้พบเห็นว่าจริงๆแล้วไอคณะที่อยากได้มันตรงกับความชอบของตัวเองจริงๆมั้ย เขาหน่ะอยากได้วิศวะอยู่แล้ว มันเป็นความฝันที่มีแต่ไหนแต่ไรเพราะงั้นไอค่ายพวกนี้เมินไปได้เลย ส่วนเพื่อนตัวเล็กเขาก็ยังลังเลว่าจะเข้าคณะไหนดี


    หมอเนี่ยก็เป็นหนึ่งในคณะที่สนใจของมัน เพราะงั้นเข้าไปดูบรรยากาศก่อนก็คงไม่แปลก


    “ขอโทษนะครับลงชื่อค่ายคณะแพทย์ลงชื่อที่ไหนครับ” ริวสะกิดคนที่ยืนหันหลังให้เขา ก่อนที่จะรู้สึกเหมือนอยู่ในหน้ง


    จังหวะที่ทุกอย่างรอบตัวมันช้าลง ช้าลง


    จนกระทั่งหยุดนิ่ง


    เหลือเพียงแค่คนตรงหน้าที่ส่งยิ้มหวานมาให้เขา


    “ที่พี่ก็ได้ครับ กี่คนละ”


    “สองคนครับ”


    .

    .

    .


    “ไหนบอกไม่อยากไปไง” จักรินโคตรจะงงกับเพื่อนตัวเองเลย แม้จะดีใจที่ได้เพื่อนไปค่ายด้วยซักทีแต่มันก็แปลกที่คนปฏิเสธเขาแบบหัวชนฝาอะไรมาดลใจให้อยากไปเอาซะดื้อๆ


    แถมวันที่มาค่ายยังมาเช้ากว่าเขาอีกแหนะ


    จนกระทั่งได้เห็นสายตาของเพื่อนมองไปที่คนคนหนึ่ง



    คนที่กำลังช่วยเพื่อนๆของตัวเองแบกน้ำแบกขนมเพื่อเอาไปให้น้องๆอย่างพวกเขากินระหว่างพักเบรกสายตาเหลือบไปมองป้ายชื่อพี่เขาซักนิดนึง


    “พี่กัปตัน” คนตัวโตสะดุ้งเมื่ออยู่ๆอีกคนก็พูดชื่อคนที่เขากำลังมองอยู่


    ใช่เขาก็เห็นชื่อแล้วเหมือนกัน


    “น่ารักดีแหะ”


    “ยุ่งว่ะ” จักรินอยากจะขำก๊ากออกมาดังๆกับอาการหวงของเพื่อนตัวเอง ก็แค่ชมเองนะเฮ้ย


    แยกย้ายไปตามสีดีกว่า


    .


    “พี่ชื่อกัปตันนะครับ เป็นพี่สีของน้องนะครับ” รอยยิ้มหวานที่ถูกส่งมาอีกแล้วแม้จะไม่ใช่เพื่อเขาโดยตรงแต่มันก็ทำให้เคลิ้มได้เหมือนกัน ริวตีหน้านิ่งมองพี่สีตัวเองแนะนำตัวแม้จริงๆเขาอยากจะยิ้มแล้วเขย่าแขนอีกคนมากกว่า ยินดีที่ได้รู้จักมากๆนะครับ แต่เพราะอะไรไม่รู้ทำให้เขาเผลอดึงหน้าขนาดนี้


    “เดี๋ยวเราจะไปเดินดูตามฐานที่จัดนะครับเดินระวังกันด้วยนะ” พูดแล้วก็เดินนำเด็กในกลุ่มไปคนอย่างวชิรวิชญ์ที่ไม่ได้สนใจไอเรื่องพวกนี้จริงๆ ก็ขอมองแล้วรั้งท้ายอยู่แบบนี้แล้วกัน



    “ไม่สนุกหรอ”


    “เฮ้ย” ไม่คิดว่าคนที่เดินนำอยู่ จะกลายมาเป็นยืนข้างเขาแบบนี้ ฐานนี้เป็นฐานวิชาอะไรซักอย่างซึ่งเขาไม่ได้ฟัง ให้เด็กในกลุ่มสามารถดูได้ทั่วห้องเพราะงั้นเขาก็เลยมายืนมองท้องฟ้าข้างนอกแบบนี้ ไม่ได้คิดว่าจะมีคนมายืนด้วย


    โดยเฉพาะพี่เขา


    “เบื่อหรอน้อง ริว” กัปตันเหลือบมองชื่ออีกคนเล็กน้อยก่อนจะถามขึ้นอีกคน เขาว่าเขาก็สูงแล้วนะทำไมเด็กสมัยนี้โตเร็วจังนะ สูงจนเขาต้องถอยออกมาซักนิดเพื่อไม่ให้ต้องเงยหน้ามอง


    “ก็นิดนึงครับ” พอเห็นพี่ดูหน้าเศร้าไปนิดนึง เขาก็แทบจะเปลี่ยนคำแทบไม่ทัน


    “แต่ก็น่าสนใจดีครับ ไม่เคยรู้มาก่อน”


    “ใช่มั้ยละ เนี่ยนะตรงนี้มันจะเป็น…”อยู่ๆเขาก็ได้ไกด์ส่วนตัวมาซะงั้น มาให้มองเพลินๆแบบนี้เขาก็ชอบสิ



    “กินข้าวด้วยนะริว” ยิ้มหวานอีกแล้ว ริวขยับตัวเองให้มีพื้นที่พอสำหรับอีกคน โรงอาหารคณะที่ดูเล็กลงไปนิดเหมือนต้องบรรจุคนหลายๆคน เพราะงั้นที่ในการกินเลยจำกัดไปด้วย


    หอม


    กลิ่นของอีกคนมันดูเฉพาะตัวมากแต่เขานิยามมันว่าหอมแค่นั้น ทั้งที่ทำกิจกรรมาเกือบทั้งวันแท้ๆแต่กลับหอมอยู่ได้ยังไงนะ


    .

    .


    “วันสุดท้ายแล้วพี่จะประกาศขวัญใจชาวค่ายแล้วนะครับ” สามวันสองคืนที่ผ่านมาเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันสนุกมากมั้ยอันที่จริงคือเขาสนใจแค่คนคนเดียวเท่านั้น คนที่กำลังจัดแจงสายสะพายกับดอกไม้โง่ๆเพื่อเป็นของขวัญให้กับขวัญใจชาวค่ายอยู่


    ยิ่งอยู่ด้วยกันยิ่งได้รู้ว่าอีกคนน่ารักโคตรๆ


    จนอยากจะหวงไว้คนเดียว


    “มึงว่าใครจะได้วะ” ริวหันไปมองเพื่อนตัวเล็กที่ตั้งแต่แยกสีไปทำกิจกรรมเป็นกลุ่มแล้วก็แค่ตอนนอนที่ได้เจอกันถามขึ้น


    “ไม่รู้ว่ะ” เขาไม่ได้สนใจอยู่แล้ว


    “น้องริวสีเขียวทีมพี่กัปตันนะครับ” เจ้าของชื่อดูงงๆไม่น้อยแต่ก็ยอมลุกไปเพราะเริ่มรำคาญเจ้าเพื่อตัวเล็กที่ดูดีใจกว่าเขาซะอีก


    ตาคมมองคนที่กำลังใส่สายสะพายให้เขาพร้อมกับเอาดอกไม้ให้ รอยยิ้มที่เขาได้รับมันมานับไม่ถ้วนตั้งแต่เข้าค่ายมาแต่เขายังคงไม่รู้จักพอกับมันได้ถูกส่งมาอีกครั้ง


    “ยินดีด้วยนะ”


    “ครับ”


    “เอาละเสร็จแล้ว” ชลธรกำลังภาคภูมิใจกับสายสะพายของตัวเองมากโดยไม่ทันได้สังเกตสายตาที่คนเลย


    “พี่กัปตันครับ”


    “หืม?”


    “เดี๋ยวเลิกค่ายแล้วขอคุยด้วยหน่อยสิครับ”


    “ได้สิ”


    .


    โรงอาหารที่คึกคักแน่นไปด้วยผู้คนวันนี้กลับเงียบเหงาลงเมื่อค่ายจบลงแล้ว วชิรวิชญ์ยืนมองพี่ๆที่กำลังเก็บของต่างๆให้เข้าที่ ทั้งที่เขาควรกลับบ้านได้แล้วด้วยซ้ำแต่เพราะเขากำลังรอใครบางคนอยู่ต่างหาก


    “รอนานมั้ย” แก้มของคนตรงหน้าดูแดงระเรื่อคงเพราะอากาศที่ร้อนและยังต้องทำกิจกรรมใช้แรงอีก เขาหยิบขวดน้ำที่ยังเย็นอยู่ยื่นมาให้


    รออีกคนดื่มน้ำเสร็จแล้วค่อยพูดละกัน


    “ผมชอบพี่” ขี้เกียจที่จะอ้อมค้อมแล้วเลยพูดให้มันจบๆไป ก็รู้ว่าไอเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันมันแค่แปปเดียวแต่เขาก็พอจะมั่นใจว่าชอบอีกคน แน่ละ ถ้ามันไปต่อได้ก็คงดี แต่ถ้ามันไม่ได้ก็ไม่ได้เสียดายขนาดนั้น


    แต่ก็หวังละนะ


    “ผมรู้ว่าเราเจอกันแค่ไม่กี่วัน ผมก็แค่อยากบอก ผมกลับละครับ” พูดเสร็จเจ้าเด็กตัวสูงก็หมุนตัวเตรียมกลับทันที ไม่ทันจะได้ฟังอะไรจากอีกคนด้วยซ้ำ


    “เดี๋ยวสิ” มือของคนอายุมากว่าจับแขนอีกคนไว้ไม่ให้ไป


    “ยังไม่รู้อีกรึไงที่พยายามชวนคุยอ่ะเพราะอะไร”


    “...”


    “ถ้าไม่ใช่เพราะชอบอ่ะ”


    โอเค วันนี้เขามีคนกลับบ้านด้วยแล้วสินะ

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in