Let's go to USA !!!tsug_au
ไปเปิดประสบการณ์กันเถอะ
  • 𝑾𝒐𝒓𝒌 𝒂𝒏𝒅 𝒕𝒓𝒂𝒗𝒆𝒍 2020 
    part 1
    อันยองงง~ สำหรับใครที่หลงเข้ามาหรือตั้งใจเข้ามาอ่าน 𝒑𝒂𝒓𝒕 1 นี้ก็จะมารีวิวตั้งแต่การสมัครโครงการ สอบสัมภาษณ์วัดระดับภาษา สัมภาษณ์นายจ้าง บลาๆ นะเริ่มกันที่ 𝒘𝒐𝒓𝒌 𝒂𝒏𝒅 𝒕𝒓𝒂𝒗𝒆𝒍 𝒑𝒓𝒐𝒈𝒓𝒂𝒎 คืออะไร ? ก็คือโครงการที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาอย่างเราๆไปแลกเปลี่ยนไปใช้ชีวิต ไปทำงาน ที่อะเมริกา ราวๆ 3-4 เดือนนั่นเอง และยังเที่ยวต่อได้อีก 30 วันอีกด้วย
    ทำไมอยากไปเวิร์ค ?  แน่นอนว่าอยากไปเที่ยวค่ะ แถมได้เงินกลับมาด้วย ที่สำคัญแน่นอนว่าต้องได้ประสบการณ์กลับมา(ทั้งดีและไม่ดี) ได้เรียนรู้การใช้ชีวิต(เราไปคนเดียว เพราะเพื่อนที่จะไปด้วยกันนั้นสมัครคนละเอเจน และมันก็อยู่คนละมหาลัยด้วยแถมปิดเทอมไม่ตรงกันอีก -_- ฉนั้นการลุยเดี่ยวในต่างแดนถือว่าเป็นอะไรที่โหดสำหรับเด็กตาดำๆอย่างเรา ) ได้เพื่อนใหม่ ได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และอีกเหตุผลก็คือ ชั้นจะไปตามรอย NCT 127 !!! (เมนโดยองค่ะ หุหุ><)


    ช่วงเวลาการสมัคร   ขึ้นกับแต่ละเอเจนซี่ค่ะ สำหรับใครที่สมัครเร็วก็จะมีส่วนลดให้ด้วย แล้วก็ควรที่จะเลือกเอเจนที่น่าเชื่อถือ ราคาที่เราจ่ายไหว สำหรับเราไปกับเอเจน A__ L__  (พี่แนะนำมา) แล้วคือเราพึ่งสมัครเมื่อเดือน ตุลาคมที่ผ่านมา แหะๆ ถือว่าสมัครช้าอยู่นะเพราะคนอื่นๆอย่างเพื่อนเราเค้าสมัครตั้งแต่สิงหาแล้ว5555 (เราตัดสินใจช้าไปหน่อย ;-;  เราไปตอนปิดเทอมขึ้นปีสี่ ) เราได้ส่วนลดค่าโครงการประมาณ 16000 บาท (แต่พอบวกลบเบ็ดเสร็จดูแล้ว ก็คือยังแพงกว่าเอเจนอื่นอยู่ดี แงงงงง แต่ไม่เป็นไรสมัครมาแล้ว ช่างมันๆ T^T )   เราให้คะแนน 7/10 สำหรับเอเจนนี้ เพราะแพง._.  แต่ขอชมเรื่องการตามเอกสาร ความน่าเชื่อถือ ต่างๆ อันนี้ดีย์ พี่ๆใจดี

    สำหรับรายละเอียดค่าใช้จ่าย ก็จะมี ค่าสมัคร 7000฿ ค่าโครงการ แบ่งจ่าย 3 งวด(หักค่าส่วนลดก็เหลือประมาณ 62000. T^T)ค่าวีซ่า 8500(แพงมากแม่!) ค่าสมัครงาน 4000 (สำหรับงานmini premium)ค่าเครื่องบินน่าจะ ราวๆ3 หมื่น (ยังไม่ได้จ่าย เพราะรอสัมฯวีซ่า เดือนมกราก่อนจ้า)ค่า pocket money ราวๆ 2-3หมื่น ;-;  ขอบอกว่า(หม่าม๊า)กินแกลบ  ฉนั้นชั้นจะต้องเอาเงินกลับมาคืนขุ่นแม่ให้ดั้ยย *0*
    เมื่อสมัครแล้วเราก็นัดสัมภาษณ์ระดับภาษาค่ะ สามารถโทรสัมฯหรือไปที่บริษัทได้เลย  เราเลือกโทรค่ะ เพราะอยู่ต่างจังหวัด ;_;  อยากแนะนำให้เตรียมสัมฯไปดีๆ ก็คือเตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้าที่คาดว่าเค้าน่าจะถาม ซ้อมพูด ซ้อมฟังไปด้วย (เราไม่มีเวลาซ้อมเนื่องจากช่วงที่สมัครคือเป็นวันสอบภาคปลายของทางมหาลัยเลยไม่ได้เตรียมอะไรไปเท่าไหร่ )คำถามก็จะเกี่ยวกับข้อมูลตัวเราซะส่วนใหญ่ ตอนแรกเค้าก็ให้แนะนำตัว จากนั้นเค้าก็จะถามรัวๆกลับมา -_- เช่น ไปโครงการได้ประมาณกี่เดือน ? พ่อแม่อนุญาติมั้ย?(อันนี้เราโดนถามเพราะว่า เรายังไม่แน่ใจวันปิดเทอมของปีหน้า เพราะ มอ.เราจะเปลี่ยนวันเปิดปิดใหม่ อาจปิดเทอมน้อยลง เลยอาจจะมีปัญหากับการทำงานเพราะเราคงได้ไปน้อยกว่า 2 เดือน ซึ่งมันจะไม่คุ้มและทางนายจ้างก็จะมีวันที่ให้ออกตามตาราง แล้วถ้าเราออกมาก่อนก็จะมีปห.ตามมาอีก บลาๆๆ ซึ่งตอนนั้นก็ใจแป้วแล้ว เพราะอยากไปจริงๆ อยากไปเที่ยว55555  แต่ฟ้าก็เห็นใจ เพราะหลังจากสัมภาษณ์วัดระดับเสร็จ เราไปถามอาจารย์ที่คณะ อาจารย์บอกว่ามหาลัยจะเลื่อนวันเปิดเทอม เย้ *^* อย่างน้อยก็ได้ทำสองเดือนกว่า 55555 #ตอนเเรกไปถามที่ทะเบียนเค้าบอกว่าปิดเทอมเดือนกว่า =_= )  ละก็ถามว่าปกติอยู่หอหรือเปล่า จะใช้ชีวิตในเมืองนอกได้มั้ย งานหนักนะ สนใจงานไหน เคยทำงานมาก่อนมั้ย  ถ้ารูมเมทคุณนิสัยไม่ดีจะทำยังไง? บลาๆ ประมาณ 15 นาที  ขอแอบบอกว่าเอเจนนี้เรารู้สึกว่าแอบโหด และสำเนียงฟังยาก (หรือเราโง่เองฟะ) และเราก็ได้ระดับ Intermediate มานะฮ้าฟฟ -0- พอสัมภาษณ์เสร็จพี่ทีมงานก็โทรมาแจ้งเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ถามงานที่เราสนใจ ตอนสัมฯเราบอกไปว่าสนใจงาน Mc donald ,ร้าน Wendy ประมาณนี้(จริงๆคือ ยังไม่ได้คิดว่าสนใจงานอะไร แค่ตอบๆไปก่อน 5555;_;) แล้วพี่เค้าเลยรีบแจ้งว่าจะมีการสัมภาษณ์งาน Job fair ที่ทางบริษัท วันเสาร์นี้แล้วนะ สนใจมั้ย ก็คืออออ วันนั้นวันพฤหัสเราเพิ่งสอบเสร็จ แล้วก็ยังไม่ได้เตรียมตัวจะสัมฯงานอีกด้วย มันรัดตัวเกินไป (ถ้าเป็นคนอื่นเค้าอาจจะไปสัมฯแล้ว แต่ชั้นไม่พร้อม!! ชั้นไม่ได้เก่งอิ้งขนาดนั้น ถ้าชั้นไปสัมฯแล้วไม่ได้งานจะทำไง! เสียทั้งค่าเครื่องนู่นนี่นั่น คิดไปร้อยแปด @[email protected]  ที่สำคัญมันก็จะปลายปีละงานสำหรับเด็ก spring ก็จะหมดละ ตอนนั้นก็เป็นลังเล เพราะถ้าชั้นพลาดงานนี้ไป มันจะมีงานอื่นอีกมั้ย เวลาจะตรงวันเปิดปิดเทอมมั้ย จะคุ้มเงินมั้ย เรทงานได้เท่าไหร่ และงานMc เรทเงินมันยังไม่ตอบสนองความต้องการเรา เพราะถือว่าค่อนข้างน้อยเนื่องจากเราไม่ได้ไป3 4 เดือนแบบคนอื่นก็เลยหนักใจเรื่องนี้ (เรื่องเงินเป็นที่ตั้ง -_-;)  สุดท้ายก็เลยปฏิเสธไป เพื่อรองานอื่น เพราะเราถามพี่เค้าว่างานร้าน wendy จะมีสัมฯอีกมั้ย พี่เค้าบอกว่าน่าจะธันวานู่นแหนะ -…- แต่พอวันต่อมาพี่เค้าก็โทรมาว่าตำแหน่งร้าน wendy  ว่าง1ที่ น้องสนใจมั้ย แต่สัมฯเสาร์นี้เหมือนกัน แต่จะต้องมีการ prescreen ทางสไกป์กับทีมงาน  #อีกแระ (คนเดียวกับที่สัมฯวัดระดับภาษา=_=)  ก่อนที่จะสัมฯกับนายจ้างจริง   ก็ยังไม่พร้อม(เหมือนเดิม)เลยจ้า แต่เรทมันดี 11$ เลยตัดสินใจจะสัมฯ555555 แต่ประเด็นคือมันต้องเตรียมเอกสารเยอะแยะในการสัมฯด้วย ทั้งต้องเขียนresume ภายในวันนั้น บลาๆ ซึ่งก็เตรียมไม่ทันอีก แถมตั๋วเครื่องบินก็แพงเพราะจองใกล้วันมากๆแถมเวลาไม่ตรงอีก ไปเลทแน่ๆ ถ้าจะนั่งรถไฟก็คงไม่ทัน (เวงกรรม)  สรุปแล้วก็ไม่ได้ไปสัมฯ (เรื่องเยอะจังวุ้ย 55555) แต่พี่เค้าก็แนะนำงานสวนสนุกที่เทกซัสมาให้ เพราะจะสัมฯประมาณ พฤศจิ มีเวลาเตรียมตัว เตรียมเอกสาร  พอเห็นเรทแล้วก็ สนใจค่ะพรี่ๆๆ หนูรอได้คร่ะ พอผ่านอาทิตย์นั้นไปก็รู้สึกอิจฉาเพื่อนๆที่ได้งาน T^T  เราก็เลยใช้เวลาช่วงปิดเทอมอันน้อยนิดในการฝึกภาษา ทำresume เตรียมเอกสารต่างๆ  ซ้อมฟัง พูดไปเรื่อยๆ  และวันนึง(อีกละ)พี่เค้าก็ทักมาแนะนำงานที่แกรนด์แคนยอน  มองเรทปุ๊ป สนใจอีกแล้วจ้า 55555 12$ แถมค่าบ้านก็ถูก(เพราะใช้ชีวิตในอุทยาน เลยไม่ค่อยจะได้ไปไหน ประหยัดค่าใช้จ่ายดีย์ -0-) ชั้นก็สมัครเลยจย้า ไม่รีรอ พอถึง
    วันสัมภาษณ์งานผ่านทางสไกป์ (กับทางเอเจนของUS )  เค้าก็ถามไม่นานนะประมาณ 7 นาที อยากจะบอกว่าถามง่ายกว่าตอนวัดภาษาอีก 55555 ก็จะมีให้แนะนำตัว สนใจทำตำแหน่งไหน  มีตำแหน่งอะไรมั้ยที่เราไม่อยากทำ ทำได้ถึงวันไหน เคยทำงานอะไรมาก่อนมั้ย? และก็อยากย้ำสำคัญในเรื่องตอนที่นายจ้างเค้าเปิดโอกาสให้เราถามกลับ ใครมีอะไรสงสัยก็เตรียมถามไปเล้ยย เค้าจะได้เห็นความตั้งใจความสนใจของเรา อิอิ ก่อนจะเสร็จเค้าก็บอกว่าแล้วเจอกันนะจ้ะ บ้ายบาย have a nice day ~  และแล้วก็ผ่านสัมฯจ้า ยิปปี้ จากนั้นก็เหลือสัมฯวีซ่าด่านสุดท้าย (สัมฯมกรา-..-) ไว้จะมารีวิวต่อนะจย้าา บ้ายบายยย

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in