เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Back to my Youthmeans
: say bye
  • นี่ก็จะเป็นตอนสุดท้ายของบันทึกฝึกงานของเราแล้ว พอคิดว่าเราจะไม่ต้องตื่นเช้าไปทำงานแล้วก็ดีใจแต่ก็เศร้าใจในเวลาเดียวกัน

    การฝึกงานที่โรงเรียนอนุบาลนี้มอบประสบการณ์อะไรหลายอย่างให้เรามาก อย่างแรกเลยคือการเลี้ยงเด็ก การดูแลเด็ก ๆ ในเรื่องจิปาถะมากมาย เช่น สอนแต่งตัว สอนเก็บของตัวเองให้เป็นระเบียบ สอนการเข้าห้องน้ำ อีกทั้งยังสอนให้เราคอยแก้ปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเด็ก ๆ เช่น แย่งของเล่นกัน แย่งขนมกัน โดยที่ทำให้เด็ก ๆ เข้าใจว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นผิดแต่ไม่ให้เด็ก ๆ น้อยใจว่าเราดุ การรับมือเด็กแต่ละคนที่ต้องใช้วิธีที่แตกต่างกันออกไป หรือปัญหาที่เด็ก ๆ ไม่ยอมกินนม เราก็ต้องหาวิธีสารพัดมาหลอกล่อแต่ก็ต้องไม่บังคับเพราะอาจจะทำให้เด็ก ๆ ไม่ชอบการดื่มนมไปตลอด (เรื่องนี้เราเข้าใจมาก ๆ เพราะตอนเด็ก ๆ เราก็ไม่ชอบดื่มนมเหมือนกัน)

    อย่างที่สองคือการจัดกิจกรรมให้เด็ก ๆ ในส่วนนี้เราอาจจะไม่ได้ทำสื่อที่เป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่นักเพราะค่อนข้างมีเวลาที่จำกัด ส่วนใหญ่จะเป็นการช่วยคุณครูคิดกิจกรรมในวิชาต่าง ๆ เช่น ศิลปะ ทำอาหาร หรือประดิษฐ์ของต่าง ๆ ที่คุณครูเห็นว่าถนัดและทำได้ดี การสังเกตว่าเด็ก ๆ มีความสนใจอะไร สามารถอยู่กับอะไรได้นานแล้วนำมาประยุกต์เข้ากับหัวข้อที่โรงเรียนมีให้ในแต่ละสัปดาห์

    สุดท้ายแล้วแม้ว่าเราจะมีกำแพงในใจกับคำว่า 'เด็ก' ก่อนที่มาฝึกงาน แต่พอได้อยู่กับเด็กไปเรื่อย ๆ แล้วเราก็เริ่มได้มองโลกในมุมของเด็กบ้าง ไม่ใช่แค่มุมผู้ใหญ่ที่บางครั้งเราอาจจะรู้สึกไม่เข้าใจการกระทำบางอย่างของเด็ก ๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงร้องไห้โวยวายเวลาไม่ได้ดั่งใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงชอบแอบหนีไปเล่นสนามเด็กเล่นในเวลาเรียน ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่ยอมอยู่นิ่ง ๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องกลัวหมอ และอีกหลาย ๆ อย่างที่พอเรามองด้วยสายตาของความเป็นผู้ใหญ่แล้วเราจะรู้สึกว่าทำไมถึงทำแบบนั้น ทำไมถึงไม่ทำแบบที่คุณครูบอก แต่เพราะว่าเขาเป็นเด็กและวัยเด็กนั้นมีครั้งเดียว ความคิดแบบเด็ก ๆ นั้นบางทีผู้ใหญ่อย่างเราก็อยากจะกลับไปทำแบบนั้นบ้างเหมือนกัน ไม่อยากทำอะไรก็จะไม่ทำ เสียใจก็ร้องไห้ โดนแย่งของก็ไม่ยอม รู้สึกอะไรก็แสดงออกมา ไม่ต้องเก็บความรู้สึกเหมือนทึ่ผู้ใหญ่ชอบทำ ถึงบางครั้งการกระทำของเด็ก ๆ อาจจะดูไม่มีมารยาทหรือดูเอาแต่ใจ แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับพ่อแม่ คุณครู ทั้งบ้านและโรงเรียนที่จะหล่อหลอมเขาให้เขาโตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่แบบไหน การที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งถึงแม้จะเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่อาจจะเล็กมาก ๆ ของการเติบโตของเด็ก ๆ ก็ทำให้เราภูมิใจมากและอยากจะเห็นเด็ก ๆ ทุกคนทั้งอนุบาล 1/4 และ 2/3 เติบโตไปเป็นเด็กที่สดใสและเป็นผู้ใหญ่ในแบบที่อยากเป็นและได้ใช้ชีวิตของตัวเองอย่างสนุกสนาน


    ขอบคุณเด็ก ๆ และคุณครูทุกคนที่เอ็นดูเราและทำให้ชีวิตฝึกงานของนิสิตคนนี้มีสีสันในทุกวันตลอดระยะเวลา 2 เดือนครึ่งนะคะ :-)
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in